เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจอย่างครู

อ่าน: 2058

ครู

ในสัปดาห์ของการนิเทศการสอน ซึ่งฝ่ายวิชาการและแผนงานโดยแผนกวิชาได้ซ้อมนิเทศครูใหม่กันมาแล้ว งวดนี้จึงเป็นการนิเทศโดยผู้บริหาร ครูปูซึ่งขณะนี้ถูกขอให้กลับมาช่วยดูแลฝ่ายวิชาการและแผนงานอีกฝ่ายหนึ่ง (อีกแล้ว) ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนิเทศด้วย  ช่วงเย็นคณะกรรมการจะประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสรุปผลการนิเทศของอาจารย์แต่ละท่านกัน

นิเทศการสอน สาธิตการสอน

หลังจากพิจารณากันตามเกณฑ์ที่ให้มาแล้ว ก็จะมีการหยิบยกจุดเด่น และจุดที่ควรพัฒนาของอาจารย์แต่ละท่านขึ้นมาแลกเปลี่ยนกันด้วย ซึ่งข้อหลังนี่ ก็เป็นมุมมองของผู้บริหารท่านนั้น ๆ ซึ่งก็คงเป็นความถนัด ความรู้ความสามารถของตัวคณะกรรมการแต่ละท่านเองที่ (คิดว่า) มีมากพอ จึงหยิบขึ้นมาถก คณะกรรมการ 5 ท่าน อาจารย์ท่านนั้นก็เจอเข้าไปแล้ว 5 จุดอ่ะนะ

ถ้าการตรวจสอบเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมบ้านเราก็จะดีหรอกเนาะคะ  หลายคนคงกระดี๊กระด๊า ตามคนนู้นคนนี้ไปช่วยกันสะท้อนวิธีการปฏิบัติงานของตัวเองกันเป็นทิวแถว องค์กร ประเทศชาติคงจะเจริญวัฒนาถาวรไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะค่ะ

แต่กลายเป็นว่า อาจารย์ที่ได้รับการนิเทศจากแผนกวิชามาแล้ว เมื่อต้องมารับการนิเทศจากผู้บริหาร กลับเกิดอาการตื่นตระหนกอกสั่นขวัญเสีย สอนผิดสอนถูก พูดตะกุกตะกัก สติกระเจิดกระเจิง ขั้นตอนการสอนสับสน พูดผิดพูดถูกกันเกือบทั้งนั้น

ครูปูได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่มีการประชุมสรุปผลในช่วงเย็น แต่คณะกรรมการนิเทศทั้งหมดยังไม่คิดว่าเป็นประเด็นอะไรมากนัก คงตื่นเต้นม้าง…  นั่นสิ แล้วทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะ?

2 วันต่อมา ประเด็นยิ่งชัดขึ้น  อาจารย์ใหม่ท่านนึงสอนเรื่องอาหาร เลยเตรียมมาจะพูดถึงส่วนประกอบของแต่ละเมนูและคุณค่าทางโภชนาการ

แต่เด็ก ๆ กลับตอบไม่ตรงคำถามแฮะ

เด็ก ๆ แย่งกันตอบแย่งกันแสดงความคิดเห็น แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับแม่ เมนูเด็ดฝีมือแม่ ตั้งแต่เขาจำความได้จนถึงตอนนี้

แม่หนูทำแกงเขียวหวานอร่อย ใครมีงานบุญที่ไหนต้องแม่หนู หนูก็ทำเป็นนะ เพราะหนูต้องคอยช่วยแม่มาตลอดตั้งแต่เด็ก ๆ  …

เด็กอีกคนบอกว่า อาจารย์พูดอาหารนี่ ทำผมคิดถึงบ้านเลยอ่ะ

แต่ครูกลับบอกเด็กว่า อย่าพูดนอกเรื่อง! (แง้ว…)

สอนไปขยิบหูขยิบตากับเด็กที่กำลังถามไป ประหนึ่งเหมือนจะส่งสัญญานว่า อย่าถามมากครูกำลังโดนนิเทศ  เพื่อความแน่ใจหลังจากการสอนเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้สอบถามอาจารย์ท่านนั้น พบคำตอบเดียวกันกับที่คิดไว้

นี่แสดงว่าครูต่างหากที่ไม่ลึกซึ้ง ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่เข้าใจแก่นของเรื่องที่ตัวเองกำลังสอน ตัวเด็กน่ะเขาสังเคราะห์ความรู้ความเข้าใจเลยเถิดไปถึงไหน ๆ แล้ว แต่ครูเองต่างหากที่ยังติดแง่ก ๆ ไม่ได้งอกเงยเติบโตไปพร้อม ๆ กับเด็ก

อันนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย

เสียดายกับช่วงเวลาที่ใจเด็กเขาเปิดรับ

เสียดายโอกาสทองที่ครูอาจจะได้ช่วยยกระดับจิตวิญญาณของเด็กบางคนขึ้นมาได้

เสียดายช่วงโอกาสที่ครูจะได้ฉวยโอกาสเติมเต็มจิตสำนึกและคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ เพื่อวางรากฐานวิธีคิดให้เด็กเสียแต่เนิ่น ๆ

นักศึกษา

ครูปูจึงขอให้ระงับการนิเทศไว้ชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาความตื่นตระหนกของอาจารย์ที่ส่งผลใหห้การเรียนการสอนปั่นป่วนไปหมดในสัปดาห์นี้ให้ได้เสียก่อน  เพราะถ้าอาจารย์เขารับการนิเทศโดยแผนกวิชาผ่านมาแบบปกติ ทำไมเมื่อรับการนิเทศโดยผู้บริหาร ถึงได้เสียจริตขนาดน้าน เอ ถ้าฟังแค่นี้ปัญหามันต้องอยู่ที่ผู้บริหารสิ เคยทำอะไรให้เขากลัว เขาเกร็งขนาดนี้หรือเปล่าน๊อ (ครูปูล่ะตัวดี ทำเป็นพูดไปเหอะ) ทำไมการรับการนิเทศถึงได้ผิดเพี้ยน ทำไมกลายเป็นช่วงเวลาของการจับผิดในความคิดของพวกอาจาย์ไปได้ จนทำให้อาจารย์ลืมคิดถึงคนที่สำคัญที่สุดก็คือพวกเด็ก ๆ ไปได้

พวกเราต้องทำอะไรผิดขั้นตอนกันมาแล้วแหงม ๆ

เกร็งใช่ไหม กลัวไม่ดีพอ กลัวผิด กลัวถูกต่อว่า โดยผู้บริหารเหรอ ถ้าเราเตรียมการมาดี  สอนในสิ่งที่เราเข้าใจ คอยหมั่นฝึกฝนเพิ่มเติมองค์ความรู้ที่มีอยู่เสมอ ๆ ถ้าทำดีที่สุดแล้ว เห็นพัฒนาการในตัวเด็กชัด ใครเขาจะมาเพิ่มให้ก็น่าจะขอบคุณ ถ้าไม่เห็นด้วย ก็ดูก่อนว่าน่างัดข้อด้วยไหม ถ้าเจอเวทีแลกเปลีั่้ยนได้ก็ยิ่งดี ถ้าไม่เห็นด้วยก็แล้วกันไป มั่นใจในสิ่งที่ทำไปเล้ย…

เออ วุ๊ย พอคิดกลับไปกลับมาแบบนี้แล้วก็เห็นภาพชัดขึ้นนะ ว่าแต่จะแก้ไขสถานการณ์นี้กันยังไงดีล่ะ

พลันความคิดพิเรนแล่นเข้าสมองปรู๊ด…

กระซิบผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและแผนงานที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงว่าครูปูจะทดลองอะไรให้ดูสนใจไหม อาจารย์ก็ยิ้ม ๆ งง ๆ  เหมือนทุกครั้ง แต่ก็ตอบสนใจทันที ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่คงรู้ล่ะค่ะว่าต้องเป็นอะไรที่พิเรน ๆ มัน ๆ แต่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้แน่ตามสไตล์ครูปู

เย็นวันนั้นครูปูขอให้เรียกประชุมอาจารย์ผู้สอนทุกท่านเข้าประชุมพร้อมกันทันทีโดยไม่แจ้งวาระการประุชุมให้ทราบ  มีเวลาว่างอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อเตรียมการ

ป๊าด… ป๋าแวะมารับคอมพิวเตอร์โน้ตบุค ไปให้พ่อครูบาที่โรงแรม เลยนั่งเมาท์กันจนเลยเวลา ผช.ฝ่ายวิชาการฯ ก็จับไมค์พูดไปเรื่อย หวังเพื่อฆ่าเวลา เพราะครูปูมัวแต่นั่งเมาท์ เปิดวงสนทนาชาเย็นกับป๋าเพลิน (โทษป๋า ชวนคุย ฮี่ๆๆ) พอเครื่องเสร็จ ฝากป๋าไปได้แล้ว ก็รีบวิ่งจู๊ดเข้าห้องประชุมทันที

ครูปู

ก้าวแรกที่เหยียบเข้าห้องก็ขออนุญาตเป็นภาษาอังกฤษแล้วเริ่มกระบวนการเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดทันที  อาจารย์หลายท่านคงช็อค แต่ก็ปรับสภาพแปลงร่างเป็นเด็กกันอย่างรู้ทัน คงได้อ๋อกันแล้วว่าวันนี้อาจารย์ปูแกจะสอนภาษาอังกฤษให้ดูเป็นตัวอย่าง

ความขำขัน ตลกโปกฮาต่อเพื่อนครูที่ตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ครูปูชวนให้ออกมามีส่วนร่วมทำท่าทางเพื่อแสดง body language สื่อให้เพื่อน ๆ ที่เหลือทายกันจนได้คำตอบด้วยความเข้าใจ  ผ่านไป 30 นาที อาการช็อคเริ่มผ่อนคลาย กลายเป็นความสนุกสนาน แย่งกันตอบ หัวเราะหัวฮา ตบมือ กรี๊ด ๆ เหมือนเด็กเด๊ะ มิผิดเพี้ยน

ครูปูหยุดสอนซะเฉย ๆ แล้วบอกเอาใหม่นะ เดี๋ยวจะคิดว่าเป็นเรื่องความรู้ความสามารถอย่างเดียว ครูปูจะกลับไปสอนเรื่องเมื่อกี้ใหม่ แต่คราวนี้เป็นโหมดภาษาไทย ผลที่ได้ก็ยังใกล้เคียงกับเมื่อสักครู่ การเลือกใช้คำ วิธีการอธิบายแบบใช้ภาษากายเข้าไปร่วมเยอะ ๆ การยิงมุก การชวนเชิญให้ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมแทบจะทุกขั้นตอน การให้ความสนใจกับผู้เรียนอย่างทั่วถึง  การมอบบทบาทให้ความสำคัญกับผู้เรียนอย่างเหมาะสม แสดงว่าการจะจัดการเรียนการสอนนอกจากองค์ความรู้ที่เตรียมจะนำเสนอแล้ว มันก็ยังมีเรื่องของเทคนิควิธีการบวกลูกเล่นลูกฮา อยู่ด้วยเหมือนกันนา ซึ่งของอย่างนี้ ถ้าเตรียมการ ถ้าฝึกฝน ก็จะเก่งขึ้น คล่องขึ้น มั่นใจขึ้น

ต่อจากนั้นแล้วชวนกันพูดคุยแลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ กัน เปิดเวทีกว้าง ๆ ให้คอมเมนท์กลับครูปูบ้าง  เพื่อสะท้อนให้เขาเห็นว่ากระบวนการนิเทศแท้จริงเป็นกระบวนการที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา

เห็นไหมแม้กระทั่งผู้ช่วยผู้อำนวยการที่ว่าแน่ ๆ ก็ยังมีข้อที่ควรพัฒนาเลย เพราะไม่มีสิ่งใดคนใดบนโลกบุบ ๆ ใบนี้ที่จะสมบูรณ์แบบหรอก เพียงแต่ถ้าเราเตรียมการมาดี เราก็จะยิ่งมั่้นใจมากขึ้น พริ้วขึ้น  แล้วอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องเล่นกับองค์ความรู้  แล้วที่เรามีอยู่ล่ะ มันใหม่สด น่าสนใจขนาดนั้นแล้วหรือยัง

ไม่ต้องไปบ่นหรอกว่า เด็กไม่ตั้งใจเรียนเลย ติดเกมส์ นอนดึก มาสาย หนีเรียน เข้าห้องช้า หลับในห้องเรียน ลองถามดูสิ ว่าพอถึงเวลาที่เขาจะเล่นเกมส์ที่เขาสนใจนี่ เขากระตือรือร้นไหม เข้ากระชุ่มกระชวยไหม ที่ผู้ใหญ่เรียกว่าหมกมุ่นน่ะ คงใช่ แสดงว่าไอ้เจ้าเกมส์นั่น ต้องมีอะไรดีที่สามารถดึงดูดใจเด็กได้สิ

แล้วทำไมพอถึงเวลาที่เข้าเรียนกับเราเขาไม่มีอาการแบบนั้นล่ะ  โทษเด็กอย่างเดียวเลยเหรอ  ทำไมไม่ถามกลับบ้างว่าแล้วเราทำตัว ทำเนื้อหารายวิชา ปรับเทคนิควิธีการชักจูงให้เขาอยู่กับเนื้อหาได้อย่างสนุกสนาน น่าสนใจ พอจะสู้กับเกมส์ กับการ์ตูน กับเพื่อน ๆ เขากับการหนีไปเที่ยวห้าง ฯลฯ ได้บ้างหรือยัง

เข้าใจค่ะว่าครูก็ไม่ใช่ผู้วิเศษ ยิ่งน้อง ๆ ที่เพิ่งจบมาใหม่ ๆ ประสบการณ์ก็ยังน้อย แต่ของอย่างนี้ ใครกินใครอิ่ม  การเสาะแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ ๆ  การพัฒนาความคิดให้ทันสมัย มีคำอธิบายที่มาจากความเข้าใจจริงสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว จำเป็นมากที่จะต้องมีเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับเด็ก ๆ แล้วถ้าครูมีวัฒนธรรมในการ update ตัวเอง upgrade องค์ความรู้ เทคนิควิธีการอยู่เสมอ ๆ เด็ก ๆ เขาสัมผัสถึงความใหม่สดและน่าสนใจของครูได้ค่ะ

ล้วพอเด็กเขาเข้าใจ ใจเขาก็จะเปิดรับ กำแพงแห่งความลังเลสงสัยไม่ไว้วางใจของเขาก็จะทลายลง  ทีนี้ล่ะค่ะ ครูจะป้อนอะไรเข้าไป  ทั้งองค์ความรู้ การชักชวนให้ฝึกฝน ทั้งความจริงใจ ความห่วงใย คุณลักษณะที่อยากจะให้เขาเป็น  จะปลูกหรือจะฝังอะไร พอดินพร้อมแล้ว ทีนี้ล่ะ มีสิทธิ์ล่ะเรา

ถ้าตั้งใจทำเขาเรียก ครูขยัน

ถ้าครูขยัน วันหนึ่ง ครูก็จะเก่ง

ถ้าทำอย่างเอาจริงเอาจังไปเรื่อย ๆ แสดงว่าเราเป็น ครูดี

ถ้าทำไปเรื่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย เราจะกลายเป็น ครูคนเก่งคนดี กันทุกคนเลยล่ะค่ะ

หลังจากวันนั้น ครูหลายคนก็สะท้อนว่า มีแรงฮึดมากขึ้น เพราะได้มุมมองใหม่ ๆ ของการจัดการเรียนการสอน พยายามปรับวิธีเรียนให้เป็นธรรมชาติ ยึดของจริง ชวนเขาพูดคุยเรื่องใกล้ตัวที่มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น สอดแทรกคุณธรรมระหว่างการสอนได้แบบเนียน ๆ และสามารถใช้วิธีบูรณาการระหว่างรายวิชาได้บ้างแล้ว ก็ดีค่ะ พัฒนากันไป ผิดพลาดก็แก้ไขกันไป กำไรทั้งนั้น (^_^)

มีข้อเรียกร้องกันด้วยนะ ว่าแหม อาจารย์ปูน่าจะจัดสอนภาษาอังกฤษให้ครูทุกวันไปเลยเนอะ เอาซัก 30 นาทีหลังเลิกงานก็ได้ นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการ English After Work ที่จะมีขึ้นเร็ว ๆ นี้ค่ะ

โปรดติดตามด้วยความระทึกระทวยพลัน

ฮี่ๆๆ

ครู

Post to Facebook

« « Prev : ความในใจของคนบ้าที่กำลังอาละวาด

Next : เด็กตีกันจนผู้ใหญ่ต้องหันมามอง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "เก่งมาจากไหน ก็แพ้หัวใจอย่างครู"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.11887001991272 sec
Sidebar: 0.17193579673767 sec