เจ้าเป็นไผ (พอจำได้ว่า)

อ่าน: 6704

แม่ผู้หญิงเรียนน้อยแต่มักมีความคิดทันสมัยอยู่เสมอ ไม่ใช้วิธีเลี้ยงลูกแบบรุนแรงแบบที่คนแถวนั้นมักใช้กัน ไม่ตี ไม่บ่น ไม่เคยด่าว่า  ไม่มีการตวาดออกอารมณ์ เมื่อมีคนถามว่า ทำไมไม่ตีลูกบ้าง แม่กับยายจะตอบว่า

ไม่อยากตีมันหรอก ไอ้เรามันคนโมโหร้าย ตีแล้วก็จะตายเปล่า ๆ

ครูปูได้ยินทีไร แอบหัวเราะคิก ๆ  อยู่ในใจทุกที รู้แล้วว่าเราได้เชื้อโม้มาจากใคร :P

มาค่อย ๆ เข้าใจว่า แม่กับยายคงตอบแก้เกี้ยวไปอย่างนั้นเอง  ครั้นจะบอกความจริงว่าเพราะสงสารว่าไม่มีใคร เลยไม่อยากทำอะไรให้เสียใจเพิ่ม ก็คงคิดว่าคนอื่นอาจไม่เข้าใจ  จะพาลหมั่นไส้จับจ้องครูปูเสียเปล่า ๆ

ยิ่งกว่านั้นยังปล่อยให้สบายไม่ใช้ทำงานบ้านเลยอีกต่างหาก  อยากทำก็ทำเอง แม่จะไม่ออกปากใช้ลูกทำงานบ้านเลย จนทุกวันนี้

แม่ทดลองส่งครูปูเข้า nursery สมัยก่อนเรียกโรงเรียนกินนอน  คุณครูสอนร้องเพลง เต้นรำ ท่อง ABC ทั้งวัน  เป็นจุดแรกที่มีทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ รู้สึกคุ้นแคยและเรียนรู้แบบสบายใจ

สอนนับเลข แต่งตัว กินข้าว พอเที่ยงก็แก้ผ้าอาบน้ำกันเป็นหมู่คณะ แล้วเข้านอนตอนบ่าย

มีอยู่วันหนึ่ง แม่ซึ่งแวะไปแอบดูลูก ๆ ประจำตรงรอยแง้มหน้าต่าง เกิดแผนแตกขึ้นมา โดนเจ้าปูตัวแสบหันมาเห็น  แล้วจำได้ว่าเป็นลูกกะตาของแม่ตัวเอง  ร้องนำเป็นต้นเสียงให้กับพรรคพวกที่เหลือ  ที่ก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรแต่ก็เอากับเราด้วย คุณครูจึงขอร้องให้รับตัวกลับในบัดดล อิอิ

มื่อได้มีโอกาสไปโรงเรียนก็มีอาการกระเหี้ยนกระหือรือทุกวัน ในชีวิตไม่เคยขาดเรียน แม้ตอนอยู่โรงเรียนกินนอนแม่ลืมปักชื่อที่หมอนข้างให้  จึงไม่กล้าไปโรงเรียน  ร้องไห้จนสลบอยู่กับบ้าน  ตื่นมาอีกทีแม่ปักเสร็จพอดี  จึงหิ้วทั้งคนทั้งหมอนข้างที่เปียกโชกไปส่งโรงเรียนในสภาพนั้น

สมัยประถมเคยไปสายแค่ 2 วัน  วันแรกคือวันที่ถุงเท้าหาย  แม่ก็บอกว่ากว่าร้านจะเปิดก็ไม่ทันโรงเรียนแล้ว  วันนี้หยุดซักวันเถอะนะ   วันที่สองต้องแต่งชุดยุวกาชาด แล้วแม่ซื้ออุปกรณ์มาไม่ครบ

และแน่นอนทั้งสองวันนั้น บ้านจึงระงมไปด้วยเสียงร้องไห้ ประหนึ่งว่าจะขาดใจ

แม่บอกว่าเจ้านี่มันประหลาด  มันไม่ได้ร้องดังนะ  แต่สามารถ build เสียงร้องไห้ได้เศร้าเกินจริง  เศร้ามาก จนถึงเศร้าที่สุดได้ก็แล้วกัน

ทำให้แม่ต้องขับมอเตอร์ไซค์ตาเหลือกไปซื้อของมาให้จนครบ

แล้วรีบบึ่งไปส่งยายซิ้มโบ๊ะตาบวมปูดจนถึงมือครู  :P

แต่เล็กเป็นเด็กเรียนดี สอบได้ที่ 1 ตลอด  จนคุณครูประจำชั้นตอน ป.2  ตามไปบอกที่บ้านว่า  หัวไวและอ่านหนังสือได้หมดแล้วแบบนี้  คุณครูจะทำเรื่องให้เลื่อนชั้นขึ้น ป.4 เลย   แม่กับยายมองหน้ากันงง ๆ พร้อมหัวเราะ แหะ ๆ แล้วตอบครูไปว่า ปล่อยให้เค้าไปตามธรรมชาติเหอะครู


พอขึ้น ป.4 ก็เอาหนังสือ ป.5 มาอ่าน ใช้วิธีอ่านหนังสือล่วงหน้าอย่างนี้ทุกปี  ครูเกือบทุกวิชามักมอบหมายให้มายืนสอนหน้าห้อง  มีเฉพาะตอนขึ้น ป.5  ที่โดนคุณครูภาษาอังกฤษตวาดเพื่อให้หยุดแย่งเพื่อนตอบเสียที (คงจะรำคาญแย่แล้วน่ะค่ะ อิอิ)

ครูปูยังเก็บคำเถียงไว้ในใจจนป่านนี้  จึงมาแก้ลำด้วยการสอนลูกศิษย์ตัวเองว่า กิจกรรมในห้องเรียนจะเอะอะโวยวายแย่งตอบ กรี๊ดกร๊าด วี๊ดวิ่วอย่างไร ได้ตามสบาย  ขอให้ตอนท้ายพวกหนูมาสรุปให้ฟังหน่อยว่า เมื่อซักครู่หนูได้อะไร

สิ่งที่ชอบทำเวลาอยู่บ้านคือ เอาหนังสือพิมพ์มาสะกดทีละตัว  จนถึงขั้นอ่านได้คล่อง  ทั้ง ๆ ที่ในบ้านไม่มีคนเรียนหนังสือเลยจึงไม่เคยมีคนสอนอ่านหรือสอนทำการบ้าน ต้องดิ้นรนหาเรียนหารู้เองตลอด

เลยผันตัวเองเป็นผู้รายงานข่าวให้คนทั้งโรงงานฟัง

หลายคนบอกดีแฮะ ไม่ต้องเปิดวิทยุให้เปลืองถ่าน

แถมยังเอาภาษาอังกฤษมาสอนคนงานอีกแนะ

^_^

ความชอบในภาษาอังกฤษที่มีก็เกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง  ซื้อหนังสือพิมพ์ Student Weekly ,  Bangkok Post , The Nations  มานั่งอ่านทำความเข้าใจเอง  เล่นทุกเกม ตอบทุกคำถาม เขียน pen pal ส่งเป็นว่าเล่น  เก็บสะสมสตางค์ไว้ซื้อเทปคาสเส็ทเพลงสากลมาฟัง

เป็นเหตุให้ติดเพลงยุคเดียวกับ The Carpenters มาก  เพราะไพเราะและฟังง่่าย  เพลงไหนฟังไม่ออกก็เก็บสตางค์ไปซื้อ Encyclopedia Songs  เล่มโต ๆ มา เพื่อจะดูเนื้อเพลง และแปลให้เข้าใจความหมาย  อยากสื่อสารกับฝรั่งได้เหมือนที่เห็นในทีวี

ไปไหนคอยมองหาภาษาอังกฤษทั้งป้ายชื่อร้าน ทั้งยี่ห้อขนม  ทั้งโฆษณาต่าง ๆ จดเก็บไว้มาหาความหมายต่อที่บ้าน  เขียน Diary ส่วนตัวเป็นภาษาอังกฤษผิด ๆ ถูก ๆ มันทุกวัน

พอขึ้น ม.1 จึงรวบรวมความกล้า  หิ้ววิทยุเทปแบบอัดเสียงได้ แบกขึ้นบ่าเดินไปท่าเรือเกาะสมุย ไปสัมภาษณ์ฝรั่งด้วยคำถามที่ตัวเองเตรียมมา ซึ่งล้วนเป็น personal questions  ฝรั่งหน้าไหนจะสงเคราะห์ล่ะนั่น ถูกไล่ตะเพิดกลับมาทุกวัน  พอมาย้อนฟังเทป แทนที่จะได้เรียนรู้ไวยากรณ์หรือสำเนียงที่ถูกต้อง กลับต้องมาเปิด dictionary หาความหมายของ Slang ที่เป็นคำด่าเสียส่วนใหญ่อีกต่างหาก

แป่ว!

สิ่งที่คิดเองทำเองมาทั้งหมดนี่ คงแปลกอยู่เหมือนกัน ถ้าจะบอกว่าครูปูทำอยู่คนเดียว  ไม่เคยมีใครได้รับรู้เลย  ยังติดเป็นนิสัยอยู่จนทุกวันนี้  เมื่อมีปัญหามักไม่ค่อยบอกใคร ขบเองจนกว่าจะเล็กลงแล้วนั่นแหละ

หรือไม่ก็ลองผิด ลองถูก หัวหกก้นขวิดมันอยู่คนเดียวประจำ  ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน ให้แม่ต้องเสียสตางค์   ครูปูก็จะพับเก็บไปเลย  ได้เป็นนักกีฬาตัวแทนโรงเรียนแทบทุกประเภท  แบดมินตัน ปิงปอง เบสบอล  เป็นตัวแทนทีมโต้วาทีฝีปากกล้าของโรงเรียน

แต่เมื่อใดที่ต้องไปตระเวนแข่งตามจังหวัดใกล้เคียง หรือไปออกทีวี  แล้วต้องกลับไปบอกแม่เพื่อขอค่าเดินทางก็จะบอกปฏิเสธทางโรงเรียนทันที  โกหกไปต่าง ๆ นานา  ว่าแม่ไมให้ไปบ้าง ต้องช่วยที่้บ้านทำงานบ้างล่ะ (แม่เลยได้ภาพนางยักษ์ไปโดยปริยาย แฮ่ ๆ)

รวมทีมกับเพื่อนสร้างคณะละครให้โรงเรียน แต่มักจะโดนนักแสดงยำเข้าให้ทุกที  เนื่องจากไม่เคยลงทุนเครื่องแต่งกายสวย ๆ เลย ไอ้คนที่อาสามาแสดงก็คงหวังว่าจะได้สวยงามเฉิดฉายบนเวที  ไอ้ผู้กำกับและคนเขียนบทตัวดี ก็จะพยายามไม่ให้มีบทเศรษฐีเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่าย

ละครที่ทำส่วนใหญ่เลยเลี่ยงไปเป็นละครตลก ขำขัน

ล้อเลียนโดยใช้ความสามารถของนักแสดงเป็นจุดขายแทบทุกเรื่อง

นึกแล้วก็สงสารเพื่อน ๆ จัง  อิอิ

สร้างกฎเหล็กส่วนตัวขึ้นเองกับน้อง ๆ ว่า  ห้ามใครเอาไฟเข้าบ้าน  หากมีปัญหาอะไรอย่าให้ถึงแม่  ให้เอามากองที่เจ๊ปูคนเดียวเท่านั้น   แม่จึงไม่เคยมีโอกาสได้รับรู้ปัญหาหรือความยุ่งยากสับสนในชีวิตครูปูเลย แม้แต่เรื่องเดียว

ตั้งแต่โตมาแม่ไม่เคยรู้ว่าปิดห้องทำอะไรอยู่คนเดียวนักหนา  สร้างโลกส่วนตัวอยู่คนเดียว อ่านหนังสือ ฟังเพลง แปลเพลงตลอดเวลา  ทุกเช้าจะตื่นมาหยิบกล่องพลาสติกขนาดเล็กสุด ที่เอาไว้ใส่น้ำจิ้ม ตักข้าวใส่ได้ไม่เกิน 3 ช้อนโต๊ะ วางกับข้าวอย่างละนิดแล้วปิดฝา แอบเอาใส่กระเป๋านักเรียนไปกินเป็นอาหารเที่ยงทุกวัน  จึงไม่ต้องซื้อข้าวที่โรงเรียน ขนม น้ำหวาน น้ำอัดลมก็ไม่เคยซื้อ  ทำอย่างนี้ตลอด 6 ปีที่เรียนมัธยม  เพื่อหวังจะช่วยแม่ประหยัด

นี่ก็เป็นข้อดีที่ทำให้ไม่กินของหวานของจุกจิกหรือน้ำอัดลมมาจนทุำกวันนี้  แต่ข้อเสียคือกินผลไม้ไม่ค่อยเป็น

มาสะดุ้งอีกทีตอนอ่านหนังสือเตรียมสอบ Entrance  อยู่ แล้วแม่แอบจัดสำรับใส่ถาด  ค่อย ๆ แง้มประตูผลักถาดเข้ามาในห้อง

ครูปูมองเห็นแต่แขนแม่ที่ยื่นเข้ามา แล้วผลุบหายไป

ภาพนั้นทำให้เริ่มรู้สึกทะแม่ง ๆ กับอาการของตัวเองขึ้นมาได้บ้าง

อาการแอบคิดคนเดียวหักดิบคนเดียวมาชัดมากตอนแม่ต้องย้ายบ้านหนีเจ้าหนี้ไปอยู่ชานเมือง  ห่างจากโรงเรียนเกือบ 5 กิโล  ก็ไม่ยอมขึ้นรถ  เดินไปกลับโรงเรียนทุกวัน ฝนจะตกแดดจะออกก็ตากฝนท่อม ๆ อยู่อย่างนั้น  เพราะในหัวคิดแต่เสียดายค่ารถ

อาการอึด ๆ เพี้ยน  ๆ เหล่านี้ ทำให้คนแถวบ้านเริ่มทัก  เพื่อนแม่ที่อุตส่าห์มีน้ำใจเรียกขึ้นรถตอนกำลังเดินตากฝนแล้วครูปูปฏิเสธ โมโหมาก ตามมาด่าถึงบ้าน ว่าเด็กอะไรจองหองขนาดนี้

เริ่มมีเสียงเข้ามาที่แม่เป็นระยะ ๆ ว่าเจ้าปูที่น่ารักตอนเด็ก ๆ มันหายไปไหน  ยิ่งโตยิ่งเปลี่ยนไปจากเด็กร่าเริง กลายเป็นคนเก็บกดแยกตัว หน้างอเป็นม้าหมากรุก จนได้ฉายาว่า ไอ้เสือยิ้มยาก  แม่เพิ่งเอาฉายานี้คืนไปเมื่อหลัง ๆ นี่เองค่ะ

ด้วยอุปนิสัยที่ไม่ยอมใคร โมโหร้าย มักใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันแก้ปัญหา  สมัยก่อนเด็กผู้ชายชอบแกล้งเปิดกระโปรงเด็กผู้หญิง (สมัยนี้เป็นยังไงหว่า) แม่ก็อุตส่าห์ป้องกันลูกสาวด้วยการให้สวมกางเกงขาสั้นไว้ข้างในกระโปรงอีกชั้นหนึ่ง  พร้อมใส่เสื้อคอกระเช้าสีขาวไว้ข้างในเสื้อนักเรียนทุกวัน

จริง ๆ เด็กผู้ชายในโรงเรียนก็พอจะรู้กิตติศัพท์อยู่ว่า ยายคนนี้ไม่ค่อยน่าตอแยสักเท่าไหร่  แต่ก็มีเรื่องจนได้ทะลึ่งเปิดกระโปรงเพลิน ลืมเงยดูหน้า มาเปิดกระโปรงเราเข้าให้

โกรธมากขาดสติ  ล็อคคอเจ้าหมอนั่นแล้วลากหัวไปโหม่งกับเสาปูนหลังห้อง ผลคือเลือดอาบ  ร้องจ๊าก..โรงเรียนแทบปริ

ไอ้เราตกใจทำไม่ถูก (ตอนดูในรายการมวยปล้ำมันไม่เห็นมีเลือดไหลเลยนี่หว่า)

แม่ถูกเชิญมาให้คุณครูต่อว่า แต่กลับไปบ้านไม่เห็นว่าลูกซักคำ

ครั้งที่ 2 เรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างแรง เพราะถูกเพื่อนยกให้เป็นผู้นำฝ่ายหญิง เลยต้องเป็นคู่ต่อสู้กับหัวหน้าของฝ่ายชาย  เพื่อหาข้อยุติว่าผู้หญิงกับผู้ชายใครเก่งกว่ากัน???

ถูกเตะต่อยแบบงง ๆ  พอเริ่มเจ็บตัวก็คว้าแขนเจ้านั่นมางับซะเนื้อแทบหลุดติดปาก  เอ็งจะเตะจะต่อยยังไงข้าก็ไม่ปล่อย  จนลงไปนอนชักดิ้นกระแด่ว ๆ ร้อง “ยอมแล้ว ๆ” กองเชียร์ฝ่ายหญิงถึงได้ “เฮ ๆ ผู้หญิงชนะ”

ว่าแล้วก็วิ่งแยกย้ายหายเกลี้ยงไปคนละทิศละทาง ปล่อยเรานั่งตาบวมปูดต่อหน้าแม่และครู

คุณครูถามแม่ว่าลูกสาวเป็นอะไร เรียนก็เก่ง นิสัยก็ดี แต่ใครแหย่ให้โกรธไม่ได้เลย  ใจร้อนและอารมณ์รุนแรงมาก

แม่ไม่มีคำตอบให้ครูและไม่มีแม้สักคำที่จะต่อว่าลูกตามเคย

เพิ่งมาแอบได้ยินภายหลังตอนแม่พูดกับเตี่ยว่า

ปูมันคงเก็บกดนะ  เปิ้ล (พี่สาว) ก็ถูกแม่ (จริง) มาแอบรับตัวไปแล้วเพราะหน้าตาสะสวย เอาไปช่วยกิจการร้านเสริมสวยที่กรุงเทพได้  จากอยู่กันสองคนพี่น้อง มันก็กลายเป็นหัวเดียวกระเทียมลีบ ไม่มีใครจะเป็นเพื่อนเล่นเพื่อนคุยให้ปรึกษาได้ ไอ้เราก็มาแต่งงานมีลูกเล็ก ๆ เหมือนทิ้งเขาให้เป็นหมาหัวเน่าอีก  มันคงคิดว่าใคร ๆ ก็ไม่รัก ไม่เอามั๊ง  สงสารจับใจ  ก็ตอนที่เห็นเดินหอบเสื้อผ้าออกมาจากบ้านยาย  เพื่อตามหาพวกเรา จะมาอยู่กับเราให้ได้  จะรู้ไหมนะว่าแม่หนีหนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้ง  ยิ่งตอนนี้คนในบ้านก็พูดกันแต่เรื่องหนี้สิน มันก็คงคิดเจียมตัวนะ  ถึงไม่ยอมใช้เงินเลย  ไม่ยอมไปเที่ยวเตร่กับใครเขาบ้าง เพื่อน ๆ ต้องเป็นฝ่ายมาขลุกอยู่กับตัวเองถึงบ้านทุกคน ทีวีก็ไม่ลงมาดู เนื้อตัวก็ไม่แต่งไม่รักสวยรักงามเหมือนเด็กสาวคนอื่น อ่านหนังสืออย่างเดียว  ไอ้เราก็ไม่รู้วิธีว่าจะต้องทำยังไง

เก็บคำถามนี้ทดไว้ในใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเลยค่ะ

Post to Facebook

« « Prev : เจ้าเป็นไผ (เขาเล่ากันว่า)

Next : เจ้าเป็นไผ (ฟ้ายังมีฝน) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

41 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 กุมภาพันธ 2009 เวลา 23:13

    โอ๊ย รู้แล้ว ที่โก๊ะอย่างนี้เพราะไม่ได้เรียน ป.3 นั่นเอง

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:52

    ชื่นชมค่ะ มีหลายๆความรู้สึกจากการติดตามอ่าน ทั้งเข้าใจ ทั้งนับถือ ทั้งขอบคุณที่ไว้ใจในการบอกเล่าเรื่องราวเสี้ยวหนึ่งของชีวิตผ่านลานฯ รวมทั้งมีความสุขที่กะอายุครูปูถูกว่าเป็นน้องพี่ ^ ^

    ขอบคุณจริงๆนะคะ ที่บอกเล่าให้เห็นว่าที่มาของความเข้มแข็ง สดใส น่ารักนั้นเกิดจากความมุ่งมั่น อดทน ไม่ยอมแพ้ต่อทุกอุปสรรคที่เข้ามา

  • #3 sompornp ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:55

    อึ้ง!!!
    ทึ่ง!!!
    ไร้คำนิยาม
    รอตอนต่อไปค่ะ

  • #4 khajitf ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2009 เวลา 9:28
    • แงๆๆๆๆๆ
    • ชีวิตเศร้ากว่าการเป็นเด็กวัดและเด็กเลี้ยงวัวอีก
    • รออ่านอีก 300 ตอน
    • อิอิๆๆๆๆๆๆๆๆ
  • #5 mimography ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2009 เวลา 13:05

    เม้นท์เหมือนน้าอึ่งค่ะ..อิอิ
    คนรักกันใจจึงตรงกัน  ฮา…

    รออ่านอีกค่ะ

  • #6 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 กุมภาพันธ 2009 เวลา 18:50

    เก็บคำถามนี้ทดไว้ในใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาค่ะ

    มาช่วยเพิ่มคำถามค่ะน้องปู เผื่อว่าจะทิ้งที่ทดออกไปได้

    ลองทวนความรู้สึกนะวันนี้ดูซิค่ะว่า เรื่องตรงนี้มันเกิดขึ้นเพราะรู้สึกอย่างไร

    “ด้วยอุปนิสัยที่ไม่ยอมใคร  โมโหร้าย   มักใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันแก้ปัญหา……..แต่ก็มีเรื่องจนได้  ทะลึ่งเปิดกระโปรงเพลิน ลืมเงยดูหน้า มาเปิดกระโปรงเราเข้าให้  โกรธมากขาดสติ  ล็อคคอเจ้าหมอนั่น  แล้วลากหัวไปโหม่งกับเสาปูนหลังห้อง  ผลคือเลือดอาบ  ร้องจ๊ากโรงเรียนแทบปริ ไอ่เราตกใจทำไม่ถูก”  ถามตัวเองและกล้าตอบตรงสักหน่อย ด้วยคำถาม why กับคำตอบที่ออกมา ตอบแล้วถามคำว่า why ใหม่กับคำตอบใหม่ที่ออกมา ทำซ้ำสัก 5 รอบกับคำตอบที่ออกมาเรื่อยๆดูหน่อย น่าจะได้ความรู้ให่เกี่ยวกับโลกภายในของคนนะค่ะ

    “ถูกเตะต่อยแบบงง ๆ  พอเริ่มเจ็บก็เริ่มรู้ตัว คว้าแขนเจ้านั่นมางับซะเนื้อแทบหลุดติดปาก เอ็งจะเตะต่อยยังไงข้าก็ไม่ปล่อย  จนลงไปชักดิ้นกระแด่ว ๆ  ร้องยอมแล้ว ๆ ถูกเตะต่อยแบบงง ๆ  พอเริ่มเจ็บก็เริ่มรู้ตัว คว้าแขนเจ้านั่นมางับซะเนื้อแทบหลุดติดปาก เอ็งจะเตะต่อยยังไงข้าก็ไม่ปล่อย  จนลงไปชักดิ้นกระแด่ว ๆ  ร้องยอมแล้ว ๆ” หาคำตอบให้หน่อยว่า “รู้สึกอย่างไรจึงทำให้  คว้าแขนเจ้านั่นมางับซะเนื้อแทบหลุดติดปาก โกรธนะมีแน่ แต่ภายใต้ความโกรธนั้นมีความรู้สึกอย่างอื่นอยู่รึไม่ อย่างไร

    พี่แค่อยากมาแลกเปลี่ยนว่า ทั้งหมดมีความรู้สึกที่เรียกว่า “รัก” และ “กลัว” เกี่ยวพันอยู่ร่วมกันเสมอ  แต่อะไรเกิดก่อนอะไรนั้น เจ้าของความรู้สึกเท่านั้นที่จะตอบได้นะน้องน่ะ มาชวนให้ลองดู เผื่อจะเข้าคำว่า “จิตวิวัฒน์” และ “จิตตปัญญาศึกษา” ดีขึ้นอีกระดับค่ะ

  • #7 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 กุมภาพันธ 2009 เวลา 0:11

    แหม ไอ้ปูลูกพ่อจริงๆ

  • #8 คนไม่มีราก ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 กุมภาพันธ 2009 เวลา 7:38

    มาอ่านต่อค่ะ
    โอ….เจอคุณพ่อครูบาสุทธินันท์ คุยกับลูกปู…ด้วย
    มาถูกทางแล้วค่ะ ครูปู…
    (^__^)

  • #9 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 กุมภาพันธ 2009 เวลา 21:19

    เฮอะๆไอ้เรื่องเขียนบทให้ไม่ต้องแต่งตัวมากเนี่ย ถนัดเหมือนกัน อิอิ

  • #10 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 กุมภาพันธ 2009 เวลา 18:59

    ขอบคุณคุณหมอเบิร์ดมาก ๆ ค่ะที่ให้เกียรติติดตามอ่านบันทึกน้องใหม่อย่างครูปูนะคะ

    ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ ถ้าสังคมเราเต็มไปด้วยคนเปิดใจ คอยรับฟัง คอยจะทำความเข้าใจกันและกันอย่างนี้ สังคมคงน่าอยู่มากเลยนะคะ อย่างน้อยก็สังคมบนลานนี้ก่อนแล้วกันเนอะ
    ขอบคุณค่ะ
    ^_^

    น้าอึ่งอ๊อบ น้องขจิต และน้องมิม รอหน่อยนะ แค่นี้ก็เร่งควันดำแร่ะ เดี๋ยวโดนครูใหญ่ดุ เอ๊ย ตำรวจจับอ่ะ อิอิ

    ขอบคุณค่ะพี่หมอเจ๊ ทำได้บ้างไม่ได้บ้างอ่ะค่ะหนู เฮ้อ

    คนไม่มีรากค่ะ คิดถึงเน่อเจ้า…

    เอ่อ ทั่นอัยการ รำระบำชาวเกาะคะ
    หมายถึง ไม่ต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพง ๆ หายากหน่ะค่ะ
    ไม่ได้หมายความว่า ไม่แต่งตัวเลยนะคะ

    กร๊ากกกกกกก

  • #11 ลานไผเป็นไผ » เจ้าเป็นไผ… สะท้านยุทธจักร (ตอนรวมจอมยุทธ์) ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 กุมภาพันธ 2009 เวลา 22:49

    [...] (ตอนเขาเล่ากันว่า) | เจ้าเป็นไผ (ตอนพอจำได้ว่า) | เจ้าเป็นไผ [...]

  • #12 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:17

    โปรดติดตามตอนปูก้ามใหญ่ ในตอนต่อไป
    ห้ามเผลอเป็นอันขาด
    ไม่อย่างนั้น ปูน้อยหนีบมือ อิอิ

  • #13 www.fpsassist.com.au ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 มิถุนายน 2017 เวลา 12:52

    When someone writes an paragraph he/she maintains the
    plan of a user in his/her mind that how a user can know it.
    Thus that’s why this piece of writing is perfect.
    Thanks!

  • #14 car computer exchange ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 มิถุนายน 2017 เวลา 10:40

    Hi Dear, are you in fact visiting this web site daily, if so
    after that you will without doubt take nice experience.

  • #15 Amie ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มิถุนายน 2017 เวลา 10:10

    Do you have a spam issue on this website; I also am a
    blogger, and I was wondering your situation; we have created some nice procedures and we are looking
    to exchange strategies with other folks, please shoot me
    an email if interested.

  • #16 card reader ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 มิถุนายน 2017 เวลา 10:03

    Thank you, I have just been looking for information approximately this subject for a long
    time and yours is the best I’ve came upon till now.
    But, what concerning the bottom line? Are you certain concerning the
    source?

  • #17 car computer exchange ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 มิถุนายน 2017 เวลา 9:43

    I am really enjoying the theme/design of your web site. Do you ever run into any internet browser compatibility issues?
    A handful of my blog audience have complained about my website not operating correctly
    in Explorer but looks great in Firefox. Do you have any advice to help fix this problem?

  • #18 www.hack-fc.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 มิถุนายน 2017 เวลา 1:00

    Informative article, totally what I was looking for.

  • #19 car computer exchange ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 มิถุนายน 2017 เวลา 22:00

    It’s appropriate time to make some plans for the longer term and
    it is time to be happy. I have learn this post and if I could
    I want to recommend you few interesting issues or advice.
    Perhaps you can write next articles relating to this article.

    I wish to learn more things about it!

  • #20 bengaluruq.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 มิถุนายน 2017 เวลา 11:32

    Nice post. I learn something new and challenging on websites I stumbleupon every day.
    It’s always exciting to read content from other writers and use something from their sites.

  • #21 Bobby ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 มิถุนายน 2017 เวลา 22:36

    Right here is the right web site for anybody who would like to find out about this topic.
    You realize a whole lot its almost tough to argue with you (not that I
    personally will need to…HaHa). You definitely put
    a new spin on a topic that’s been discussed for a long time.
    Wonderful stuff, just great!

  • #22 budget rent a car ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 กรกฏาคม 2017 เวลา 13:12

    Thanks for the auspicious writeup. It in truth used to be
    a amusement account it. Glance complex to more delivered
    agreeable from you! By the way, how could we communicate?

  • #23 Leticia ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 กรกฏาคม 2017 เวลา 7:35

    I think this is among the most important information for me.
    And i am glad reading your article. But wanna remark on some general things, The site
    style is perfect, the articles is really excellent : D. Good job, cheers

  • #24 www.vector-marketing.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 กรกฏาคม 2017 เวลา 18:21

    Greetings! Quick question that’s totally off topic.
    Do you know how to make your site mobile friendly?
    My blog looks weird when browsing from my iphone4.

    I’m trying to find a template or plugin that might be able to fix this
    issue. If you have any recommendations, please
    share. Thank you!

  • #25 Ariane Slinger ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 กรกฏาคม 2017 เวลา 20:06

    Does your blog have a contact page? I’m having a tough time locating it but, I’d like to send you an e-mail.
    I’ve got some creative ideas for your blog you might be interested
    in hearing. Either way, great site and I look forward to
    seeing it develop over time.

  • #26 http://glamurama.uol.com.br/ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 กรกฏาคม 2017 เวลา 15:17

    Thanks on your marvelous posting! I certainly enjoyed reading it, you
    can be a great author. I will be sure to bookmark your blog and may come back sometime soon. I want to encourage continue your great posts, have a nice morning!

  • #27 Eddy ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 สิงหาคม 2017 เวลา 21:16

    Does your site have a contact page? I’m having trouble locating
    it but, I’d like to shoot you an email. I’ve got some ideas for your blog you might be interested in hearing.
    Either way, great website and I look forward to seeing it
    expand over time.

  • #28 Miles ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 สิงหาคม 2017 เวลา 20:14

    Good day! I know this is kind of off topic but I
    was wondering if you knew where I could get a captcha plugin for
    my comment form? I’m using the same blog platform as yours
    and I’m having problems finding one? Thanks a lot!

  • #29 https://globosatplay.globo.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 สิงหาคม 2017 เวลา 9:32

    Why users still use to read news papers when in this technological globe the whole thing
    is existing on net?

  • #30 www.youtube.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 สิงหาคม 2017 เวลา 18:24

    Terrific work! That is the kind of info that are
    supposed to be shared around the net. Disgrace
    on the search engines for now not positioning this submit upper!
    Come on over and consult with my website . Thank you =)

  • #31 Vernell ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 สิงหาคม 2017 เวลา 18:12

    Everyone loves it when people get together and share
    ideas. Great blog, stick with it!

  • #32 James Frazer-Mann ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 สิงหาคม 2017 เวลา 17:35

    This design is wicked! You certainly know how to keep
    a reader amused. Between your wit and your videos, I
    was almost moved to start my own blog (well, almost…HaHa!) Excellent job.
    I really enjoyed what you had to say, and more than that, how you presented it.
    Too cool!

  • #33 suplemen anak ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 สิงหาคม 2017 เวลา 12:32

    Good respond in return of this query with solid arguments and telling everything regarding that.

  • #34 Egli Diana Pinto ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 สิงหาคม 2017 เวลา 4:45

    Pretty nice post. I just stumbled upon your weblog and wished to mention that I’ve truly enjoyed surfing around your weblog posts.
    In any case I will be subscribing on your feed and I hope you write once more soon!

  • #35 http://thetravelstreet.com/component/k2/itemlist/user/884727.html ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 สิงหาคม 2017 เวลา 12:50

    Helpful information. Fortunate me I found your website accidentally, and I’m surprised
    why this coincidence didn’t came about earlier!
    I bookmarked it.

  • #36 Elizbeth ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 สิงหาคม 2017 เวลา 17:40

    These are in fact enormous ideas in on the topic of blogging.
    You have touched some nice points here. Any way keep up wrinting.

  • #37 Margarita ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กันยายน 2017 เวลา 5:02

    Great article, just what I wanted to find.

  • #38 garage door ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กันยายน 2017 เวลา 17:49

    It’s very simple to find out any matter on net as compared to textbooks, as I found this paragraph at
    this web page.

  • #39 Lelio Vieira Carneiro Junior ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กันยายน 2017 เวลา 22:46

    This design is incredible! You definitely know how to keep a reader entertained.
    Between your wit and your videos, I was almost
    moved to start my own blog (well, almost…HaHa!) Great job.
    I really enjoyed what you had to say, and more than that, how you presented
    it. Too cool!

  • #40 Lakeisha ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 กันยายน 2017 เวลา 13:22

    It’s really a nice and helpful piece of information. I’m glad that you simply
    shared this helpful info with us. Please keep us up to date like this.
    Thanks for sharing.

  • #41 door mechanism ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 กันยายน 2017 เวลา 15:40

    I do accept as true with all the ideas you have introduced to your
    post. They’re really convincing and will definitely work.
    Still, the posts are too short for novices. May you please prolong them a bit from next time?
    Thank you for the post.


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.10955190658569 sec
Sidebar: 0.15630722045898 sec