อย่างนี้แล้วยังจะเรียก”แห้ว”กันอีกหรือ?

อ่าน: 1712

โอย… ปวดจี๊ดกับฉายา “แห้ว”   ไม่รู้ผู้ใด๋มายัดเยียดให้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไล่ก็ไม่ไป ราดก็ไม่ลง สลัดก็ม่ายยย…หลุด

พอมานั่งนับนิ้วเข้าจริง ๆ คนหัวฟูวัน ๆ วิ่งวนอยู่แต่กับงานและงาน และงานอย่างครูปู กลับมีโอกาสไปร่วมเฮฯ กับชาวบ้านเขาเหมือนกัน เอาเฉพาะที่ได้ไปเยี่ยมเยียนเรียนรู้ที่สวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน ของพ่อครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์ เมื่อปีที่แล้ว (2552) ก็

ปาเข้าไปตั้ง 7 ครั้งเชียวนา!!!!!!!

ไม่เชื่อ ดูนี่เลยค่ะ

ครั้งแรกในชีวิต

เมื่อวันที่ 7 - 8 ก.พ. 2552   ตอนนักศึกษา ป.โท ของ อ.แป๋ว มานำเสนอกัน

การเดินทางไปสวนป่ามหาชีวาลัยอีสาน หรือชื่อเล่นว่าสวนป่าฯ ของพ่อครูบาครั้งแรกของชีวิต จะว่าถูก ดร.ขจิต ฉุดกระชากลากถู แกมบังคับ+อ้อนวอน+ถากถาง+ท้าทายก็น่าจะใช่    ขึ้นรถทัวร์นครชัยแอร์แล้วต่อด้วยมอเตอร์ไซค์ัรับจ้าง (หลง) เข้าสวนป่า

แถมถูกพ่อครูบาเรียกว่า ครูปูหัวฟู หัวแดง อายไปทั่วทั้งพาราเข้าไปอีก

แต่…มันส์อย่าบอกใครเลย พะย่ะค่ะ อิอิ

นักศึกษา

ต้องขอบคุณน้องชายผู้น่ารักคนนี้ล่ะค่ะ ที่ช่วยเปิดมุมมองของโลกใบเดิม ๆ นี้ให้กว้างขึ้น  ด้วยความเป็นคนดีคนน่ารักของน้องจะฉุดพี่ไปไหนก็ไปด้วยได้อยู่แล้วล่ะ บ่ มี ปัญหา เล่นตัวไปพองามงั้นแหล่ะ :-0  (แหวะ!)

การเดินทางไปสวนป่าฯ ในครั้งนั้นได้รับเกียรติให้ได้รู้จักพ่อครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์  แม่หวี  อ.หลินฮุ่ย  (แวะเยี่ยมบ้านอาจารย์ตอนขากลับ)   ป้าจุ๋ม   พี่ครูคิม   พี่หมอเจ๊   อ.แป๋ว  ป๋า Logos   น้าอึ่งอ๊อบ   ดร.ขจิต  น้องมะเดี่ยว และทีม SCG

เหนือสิ่งอื่นใดได้เห็นวิธีคิด วิธีเรียน วิธีเสาะแสวงหาความรู้อย่างเป็นธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความเป็นกัลยาณมิตร

และได้ทึ่ง และอึ้งกับวิธีคิดและวิถีการเลือกใช้ชีิวิิตของฤาษีอ้น คนกล้าแห่งระเมียรไม้

ด้วยความที่เป็นคนใต้โตมากับเรือกับทะเล คุ้นเคยแต่วิถีชีวิตชาวประมง ไม่เคยรู้เรื่องต้นไม้เลยซักกะปี๊ด

แต่   ผลที่ได้ จากการเดินตามหลังพ่อครูบาไปเรียนรู้การปลูกป่าแค่ชั่วโมงกว่า ๆ  ทำให้เข้าใจและเห็นความสำคัญของต้นไม้ และป่าไม้มากกว่าที่เคยเรียนรู้มาตลอดชีวิตเลยล่ะค่ะ

หลังจากการเดินทางไปสวนป่าฯ เพียงครั้งเดียว ก็เรียงลำดับความต้องการในชีิวิตใหม่ทันที ความรู้เก่าคร่ำครึหรือไอ้ที่คิดว่ารู้แล้ว พอแล้วน่าจะหากินไปได้อีกนาน ไม่เพียงพออีกต่อไป และหากยังปิดกั้นไอ้ที่คิดว่ารู้  ให้แช่แน่นิ่งอยู่ในมุมมืดเหมือนน้ำเน่าตามแหล่งเพาะพันธุ์ยุง   วันนึงคงส่งกลิ่นเหม็นประจานตัวเราอยู่ดี

ทำไมต้องรอกอด ล่ะ

อย่ากระนั้นเลย หาทางไปอีกดีฝ่า เหอ เหอ ^_^

ครั้งที่ 2

วันที่ 27 ก.พ. - 1 มี.ค. 2552 “เฮฯ 7  ตีแตกอีกสาน”

เฮฯ คืออะไร ใครคือชาวเฮ เฮฮาศาสตร์เกี่ยวกับอะไร ไม่รู้ทั้งนั้น คิดแต่ว่าไปก่อน เดี๋ยวค่อยไปเรียนรู้เอาข้างหน้า เป็นไงเป็นกัน กลัวอะไรซะที่ไหนล่ะ ฮ่าๆๆ (หัวเราะทำแมวอะไร?)

กอด

นี่ไง สิ่งที่ได้เรียน และ สิ่งที่ได้รู้

ได้เจอเกือบทุกคนเลยค่ะทีนี้ ทั้งทีม managerroom นำโดย ดร.วภัทร์ ภู่เจริญ ทีม สสสส.1 นำโดยลุงเอกสุดเลิฟของน้องจิ (อิอิ)

เฮฮาศาสตร์


ทีมเฮฮาศาสตร์   หลวงพี่ติ๊ก (ขออนุญาตย้ายสังกัดมาไว้กับเราค่ะ 555…)  อาจารย์หลินฮุ่ย   ป้าจุ๋ม   ลุงแหวง   อ.แฮนดี้   พี่บางทราย  พี่ครูคิม  พี่หมอเจ๊  ท่านอัยการ+พี่แอ๊ด   คุณหมอจอมป่วน  อ.สร้อย   พี่ครูอึ่ง  ป๋าขา    ลุงเปลี่น    น้าอึ่งอ๊อบ    พี่หนิง   พี่แป๊ด  ครูอาราม  ออต  น้องราณี   ดร.ขจิต  น้องเขียว    น้องตาหยูและน้องต่าย   น้องมะเดี่ยว   น้องครูมิม ฯลฯ

(เอ่ยชื่อไม่หมดจะโดนตื้บมั้ยเนี่ยะ)

วาสนาเริ่มเปล่งปลั่งเพราะได้นั่งเบนซ์ไปกลับ นับตั้งแต่ทริปนี้เป็นต้นไป ขอบคุณคร้าบป๋า  :)

ครั้งที่ 3

วันที่ 8 - 9 เม.ย. 2552  นักศึกษา ป.เอก มรภ.สารคาม ของ ดร.ศักดิ์พงศ์

และพี่ครูคิม ที่นำนักเรียนตัวเล็ก ๆ จากโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ไปร่วมเรียนรู้ และค้นหาตัวเอง ได้พบครูน้อยที่ทำวิทยานิพนธ์เรื่องกระบวนการเรียนรู้สไตล์ครูบาสุทธินันท์

เป็นกาฝากเบนซ์ป๋าขาไปกับป้าจุ๋มตาม บันทึกนี้ ค่ะ

ครั้งที่ 4

วันที่ 25 - 27 ก.ค. 2552 เฮฯ ห่วงใย

ได้เจอ อ.สร้อย พี่ครูอึ่ง น้าอึ่งอ๊อบและครูอาราม ทริปนี้ไม่ทำอะไรเลย ยกเว้นทำตัวและทำใจให้เป็นธรรมชาติ แล้วส่งสัญญาณความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีออกไปให้ครูบาและแม่หวีรับทราบตรง ๆ ด้วยความอ่อนน้อม

จึงไม่เขียนบันทึกเพราะกลัวไม่เป็นธรรมชาติ ฮา…

เกาะเบนซ์ป๋าขาไปกับป้าจุ๋มอีกอ่ะ


ครั้งที่ 5

วันที่ 8 - 9 ส.ค. 2552 เฮฯ นักศึกษา Vbac (เกือบได้ระลึกชาติ)

ทริปนี้ท้าน้องครูมิมให้มาเจอกันตัวต่อตัวที่สวนป่า แนะ! ท้าขึ้นวุ๊ยส์ สมใจนึกบางลำพูสิเรา

แถมได้กรี๊ดกับยุทธการยุป้าหวานฉกวีซ่าฉุกเฉิน จากจะเข้าวัดทำบุญกลับตัว 50 เมตรสุดท้ายก่อนแตะขอบสระ เลี้ยวมาสวนป่าฯ หน้าตาเฉยเลย 555… ดู๊ ดู ใจคอป้าหวาน น่ารักจริง ๆ :)

มัวแต่เรียนรู้ไปกับเด็ก ๆ จึงไม่ได้เขียนบันทึกบนลานอีก แต่ไปจัดทำโครงการและถอดบทเรียนกับพวกเด็ก ๆ ที่โรงเรียนแทน พร้อมขยายผลให้กลุ่มอื่นๆ  ได้หมุนเวียนไปเรียนรู้บ้าง  ทริปนี้เหมารถตู้ไปกับเด็ก ๆ แล้วกระโดดไปเกาะเบนซ์ป๋าขากับป้าจุ๋มกลางทาง (Lotus เขาใหญ่) แล้วกลับกับรถตู้พวกเด็ก ๆ อีกครั้ง เลยชวดเฮฯ ระลึกชาติ ไปอย่างเฉียดฉิว

(ดีแล้วล่ะ ชาตินี้ยังไล่กวดชีวิตไม่ค่อยจะทันเลย ถ้ายังจะทะลึ่งเอาชาติที่แล้วมาบวกอีกล่ะก็ ยุ่งตายยยย!)

ครั้งที่ 6

วันที่ 6 - 7 พ.ย. 2552 เฮฯ อยู่ดี ๆ ก็ไป (ดูที่)

แค่เปรยกับป๋าไปว่า อยากไปสวนป่าาาาาาาาาาาาาาา

ป๋าบอก “ก็ลาให้ได้สิ”

เอาวะ ลาก็ลา รุ่งขึ้นทำเรื่องลาทันที แล้วบอกป๋า

“ไปกันเถอะ หลั่น ลัน ล้า….”

ไม่ได้อะไรเลยยกเว้นความมันส์! และความง่วง   ก็มันอยากไปนี่นา… ถามตัวเองอยู่ตลอดว่าวันหลังจะซ่าส์อีกไม๊ ฮึ?

(นั่งเมาท์ไปกับป๋าขาสองคนเพื่อให้รำคาญ จะได้ไม่กล้าง่วง ๆ ฮ่าๆๆ   แล้วไปรับป้าจุ๋มที่ประโคนชัยไปสวนป่ากัน)

ครั้งที่ 7

วันที่ 5 - 7 ธ.ค. 2552 “เฮฯ หายแห้ว” (วันพ่อ)

มื้อค่ำ

ทดลองใช้บริการรถตู้ โหด มันส์ ฮาดี ถึงสวนป่าเอาตี 2 สบาย ๆ สไตล์ตัวเอง คนน้อย (ก็ไปกับเอกจ๋องคนเองอ่ะ) บรรยากาศเงียบ ๆ อยากทำอะไรทำ

อยากจะแอบมุมไหน แอบ

นอนกลิ้งอ่านหนังสือ หลับไปคนเดียว ณ กระท่อมน้อยกลางสวน

อยากจะ คิดอะไร ได้ดั่งใจ

อยากกินอะไร กิน

ไม่ต้องเรื่องมาก

ท่ามาก

ไม่ต้องฟังใครมาก

ไม่ต้องเกรงใจใคร

ไม่ต้องกลัวจะเผลอไปทำอะไรให้ใครหมั่นไส้เข้าอีก อิอิ

ตาม บันทึกนี้ ค่ะ

พักผ่อน

กลับรถทัวร์ถึงเช้าตุ๊ดตรู่ อาบน้ำไปทำงาน แทบพูดกับใครไม่รู้เรื่องเพราะความง่วง ได้แต่เดินอมยิ้มกรุ้มกริ่ม นัยน์ตาเยิ้มด้วยความสงบสุขที่เพิ่งได้รับมาหมาด ๆ ทั้งวัน ^_^


ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปร่วมเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นสรรพวิชาใด ๆ หรือแม้จะไปสวนป่าฯแล้วแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย

แต่การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของจริง แวดล้อมด้วยกัลยาณมิตรที่จริงใจ  ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ  ใจเราจะอ่อนโยนขึ้น วางใจและสามารถปล่อยวางกับสิ่งรอบข้างและธรรมชาติมากขึ้น  กล้ามเนื้อและประสาทสัมผัสต่าง ๆ ที่ต้องขมึงทึงตลอดเวลาเมื่อต้องต่อสู้ หักเหลี่ยมเฉือนคมเพื่อให้ภาระที่มีอยู่ประสบผลสำเร็จสูงสุด ก็ได้รับอนุญาตให้ผ่อนคลาย และพริ้วไหวตามใจต้องการ

แม้จะถึงเวลาที่ต้องกลับมาเผชิญกับภาระหน้าที่ประจำวัน แต่ร่องรอยแห่งความสุข ความสบายใจนั้นได้ประทับอยู่ในความทรงจำ และค่อย ๆ ขึ้นแบบเบ้าหล่อเทคนิคใหม่ ๆ ในชีวิต ที่มีที่ว่างให้หายใจได้โล่งขึ้น พอมองเห็นว่าจริง ๆ มันยังมีระยะกว้าง ๆ ให้เลือกตัดสินใจได้อีกตั้งหลากหลายวิธี  แถมปรับความแรงความนุ่มนวลได้ด้วยนะ

ปรับปุ่ม Volume และปุ่ม speed ของชีวิตลงบ้าง ยิ้มกว้าง ๆ รู้จักสังเกตและชื่นชมกับความงดงามเล็ก ๆ ของธรรมชาติและผู้คนที่ได้เจอระหว่างวันมากขึ้น

เอ… นี่มันศานติในใจที่พี่เบิร์ดเคยบอกเอาไว้หรือเปล่าหว่า ?

ถ้าใช่ ก็เอามันมาระบาดในที่ทำงานบ้างดีกว่านิ ก็มันสบายใจดีนี่นา ลองดูแล้วกัน เริ่มต้นจากยิ้มให้มากขึ้น ปัญหาบางอย่างที่รับไว้ ลองพูดคุย เพิ่มเวลารับฟังให้มากขึ้น

อย่าเร่งร้อนไปตัดสินใครหรือชี้นำอะไรนัก ลองให้เกียรติ ลองให้ความสบายใจ ปัญหาบางอย่างอาจไม่มีอยู่จริง อาจเป็นเพียงความต้องการการเติมเต็มความขาดบางประการ ที่ถูกทำให้ไขว้เขวอยู่นานก็เป็นได้

ในที่ทำงานเลยได้ลือกันสะบัด ว่าเดี๋ยวนี้ใครมีปัญหาอะไร พี่ปูไม่ฟันโชะ ๆ เหมือนเดิม แต่ใจเย็น รับฟังมากขึ้น

และที่ช็อคหลาย ๆ คนคือพี่ปูจะเดินเข้ามากอดเบา ๆ ให้กำลังใจสำหรับคนที่มีปัญหา ทำให้เป็นเรื่องโจษจันกันว่า

ไม่รู้แกคิดอะไรของแก  อบรมอะไรเด็กก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ เห็นเดินอ้อมมากอด เด็กร้องไห้ไม่หยุดเลย ผู้ปกครองก็ร้องตามไปด้วย ไม่รู้มีอะไรกัน  แกเป็นอะไรไม่รู้ ทั้งเด็กทั้งครู เดี๋ยวนี้โดนแกกอดระนาว”

แป่ว!

แต่ผลที่ได้ต่อจากนั้นคือ หลายคนสบายใจมากขึ้น เล่าความคืบหน้าของปัญหาให้ฟังเหมือนมันก็เป็นแค่อะไรที่ก็คงต้องค่อย ๆ แก้กันไป แต่ความขมขื่นและความกดดันลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เหล่านี้คือสิ่งที่ครูปูคิดว่าตัวเอง

“ได้”

จากการให้โอกาสตัวเองเข้ามาร่วมเรียนรู้

ขอบพระคุณทุก ๆ ท่านจากหัวใจค่ะ

^_^

ความตั้งใจเมื่อจะไปไหนกับใคร ๆ

คือ อย่าสร้างเงื่อนไข อย่าเป็นภาระ อย่าบีบคั้น หรือไปคาดหวังอะไรใคร  ทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ เป็นตัวของตัวเอง และเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าต้องให้เกียรติผู้อื่นเสมอ ๆ ให้สมกับเกียรติที่ตัวเองได้รับเช่นกัน

หากผู้ใหญ่ใจดีท่านใดเห็นว่าครูปูควรจะปรับเรื่องใด ก็ยินดีน้อมรับคำแนะนำนะคะ

พูดมากไปงั๊นเอง แต่ไม่ดื้อหรอกค่ะ

(จะมีใครเชื่อบ้างมั้ยคะเนี่ยะ?  :( )

ไม่อยากจะเซดเลยค่ะว่านี่ยังไม่นับ เฮฯ กฐินป้าจุ๋มที่ประโคนชัย กับเฮฯ ร่มธรรม และงานรพีเสวนาอีก 3 ครั้งเลยนา…

เหอ เหอ…

ถ้ายังมีใคร “แห้ว” กว่าครูปูอีกคงต้องเรียกมารับ “มรดกแห้ว” ซะแล้วล่ะค่ะ

ใช่ไหมคะ น้าอึ่งอ๊อบขา………..

เอิ๊กซ์!

:P

Post to Facebook

« « Prev : เฮร่วมใจไปงานบวชเม้ง

Next : วิธีคิดไม่ธรรมดา » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

9 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 มีนาคม 2010 เวลา 20:45

    ถามว่าจะเรียก “แห้ว” ต่อไปหรือ ตอบว่าเรียก ไม่เกี่ยวกับว่าไปสวนป่าบ่อยหรือไม่บ่อย

    ถามว่าใครก็ไม่รู้ ยัดเยียดฉายา “แห้ว” ให้ ถามกลับว่าไม่รู้จริงๆ เหรอ เท่าที่ผมรู้ เค้าไม่ได้ยัดเยียดนะ แค่เรียกเฉยๆ แต่คนอื่นเห็นว่าเหมาะสม จึงเรียกกันต่อๆ มา

  • #2 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 มีนาคม 2010 เวลา 21:26

    น่าจะเรียก โค-ตะ-ระ แห้ว  อิอิ

  • #3 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 มีนาคม 2010 เวลา 21:38
    ป๋าคะ…

    http://www.painaima.com/resources/webboard/wb0509/wb0509_t638_r12757.jpg

    แบร่ !!!!!!!
  • #4 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2010 เวลา 9:22

    เง๊อ!  คุณหมอจอมป่วนขา พูดงี๊ เดี๋ยวน้าอึ่งอ๊อบเสียใจแย่เลย เหอ เหอ :P

  • #5 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2010 เวลา 21:31

    ที่จริงอีกชื่อของแห้วคือ “สมหวัง” นะน้องครูปู เวลาใครเรียกชื่อนี้ ถือซะว่าเขาอวยพรให้็แล้วกันเด้อ…ยิ่งเรียกว่า “โค-ตระ-แห้ว” ยิ่งดีใหญ่…..อิอิ

  • #6 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 มีนาคม 2010 เวลา 10:44

    อืม ชักสนใจแล้วล่ะค่ะ พี่หมอเจ๊ขา อิอิ

    เกิดอยากจะบันทึกการเดินทางไปสวนป่าฯ เมื่อปีที่แล้ว (2552) เก็บไว้น่ะค่ะ
    เพราะเป็นคนความจำสั้น เวลาใครเขาพูดเรื่องย้อนหลังอะไรก็จะนั่งเอ๋ออยู่คนเดียว
    จำผิดจำถูก จำคลาดเคลื่อน มั่วไปหมด อย่ากระนั้นเลย บันทึกเก็บไว้ดีกว่า 
    ตอนนี้กำลังนั่งคิดอยู่ว่า ไปไหนมาแล้วควรเจียดเวลาบันทึกไว้ให้เป็นนิสัย
    จะได้มีหลักฐานให้ย้อนไปดูได้น่ะค่ะ 

    แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ทำงานนี่มีครบนะคะ
    น้องงานสารบรรณต้องมาขอลอกรายงานการประชุมจากหนูประจำ
    แต่ทำไมบนลานนี่บันทึกไม่เป็นประจำก็ไม่รุ้ ต้องปรับหน่อยแล้วค่ะ

    อ้อ หรือพอเข้ามาก็มัวแต่จะไปเจ๊าะแจ๊ะก็ไม่รู้นะคะ อิอิ  อายจัง :P

    (อยู่ที่ใดของประเทศไทยแล้วคะ? ถึงบ้านหรือยังเอ่ย?)

  • #7 freemind ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 สิงหาคม 2010 เวลา 22:19

    ตามมาอ่านจ้ะ
    เห็นด้วยกับพี่หมอเจ๊นะ… แห้วน่ะ…คือ “สมหวัง” นะ

  • #8 mytomtam ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 กรกฏาคม 2012 เวลา 15:37

    มาตามรอยสวนป่าฯ …. จากคุณครูปู
    ขอแบ่งปันไปเก็บไว้บ้างค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

  • #9 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 กรกฏาคม 2012 เวลา 9:44

    แฮ่ ตอบคุณ freemind ช้าไป 2 ปีเอง เลยต้องรีบตอบคุณต๋อมแต๋ม เดี๋ยวจะเลย 2 ปี อิอิ อย่าลืมเขียนบันทึกการเดินทางมาสวนป่า ของตัวเองบ้างนะคะ คุณต๋อมแต๋ม ^^


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.41675496101379 sec
Sidebar: 1.7781620025635 sec