บุพเพสันนิวาส

โดย krupu เมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 9:00 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต, มุมมองของชีวิต #
อ่าน: 1731

ปถุชนยังละกิเลสไม่ได้ เกิดมาก็ย่อมต้องมีความรักทั้งหญิงและชาย พระพุทธเจ้าทรงแสดงเหตุที่ทำให้หญิงชายรู้สึุกรักกันไว้ใน สาเกตชาดก พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ดังนี้

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เหตุไรหนอ เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้พอเห็นกันเข้าก็เฉย ๆ หัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้า จิตก็เลื่อมใส”

“ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑”

“เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ คือน้ำและเปือกตม ฉะนั้น”

บุพเพสันนิวาส คือ การได้เคยอยู่ร่วมกันในอดีตชาติ จนส่งผลให้ได้มาเป็นคู่ครองกันในปัจจุบันซึ่งส่วนใหญ่จะคิดว่าเคยอยู่ร่วมกันเป็นสามีภรรยาเท่านั้น  แต่แท้ที่จริงแล้วบุพเพสันนิวาสหมายถึงการที่อาจจะได้อยู่ร่วมกันในฐานะอื่นก็ได้ เช่น พี่กับน้อง พ่อกับลูก แม่กับลูก เพื่อนกับเพื่อน ครูกับศิษย์ นายกับบ่าว เป็นต้น  การที่มีบุพเพสันนิวาสร่วมกันนี้เมื่อเกิดมาร่วมกัน ก็มักจะสร้างบุญสร้างกุศลร่วมกันมา ทำอะไรตามกัน มีความเห็นสอดคล้องกัน ทำให้อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข

เนื้อคู่ คือ  หญิงและชายที่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยากันมาก่อนในอดีตชาติ

คู่ครอง คือ  หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยากันในชาติปัจจุบัน

คู่กรรม คือ  หญิงและชายที่ใช้ชีวิตร่วมกันเป็นสามีภรรยา แต่มักไม่มีความสุข

เนื่องจากการมาอยู่ร่วมกันนั้นเกิดจากวิบากของกรรมที่ทำร่วมกันหรือวิบากกรรมที่มีต่อกันมาส่งผล เช่น อาจเคยทำบาปร่วมกัน หรือเคยเป็นศัตรูกันมาก่อน เป็นต้น

คู่บารมี คือ เนื้อคู่ที่ได้ติดตามกันมา ส่งเสริมกันและกันในทางที่ดี ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรรยาร่วมกันนับชาติไม่ถ้วน และจะติดตามกันต่อไปจนกว่าจะสามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้ มักใช้คำนี้กับพระโพธิสัตว์ที่บำเพ็ญบารมีกับเนื้อคู่ลำดับ ๑  ที่จะได้เป็นคู่ครองกันในชาติสุดท้าย

เรื่องของ คู่บารมี เป็นคู่สำคัญ เป็นคู่ที่ยาวนานเพราะต้องร่วมกันสร้างบารมีขณะที่ฝ่ายหนึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเนื้อคู่ที่จะเคียงข้างกันไป การเป็นพระโพธิสัตว์นั้นต้องการกำลังใจที่เข้มแข็ง มั่นคง และเสียสละความสุขทั้งปวงเพื่อประโยชน์ของสัตว์โลก พระโพธิสัตว์นั้นต้องใช้เวลายาวนานมากในการสร้างบุญบารมีกว่าที่จะสามารถตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ อย่างเร็วที่สุดก็ต้องใช้เวลาถึง ๒๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัป และอย่างช้าก็เนิ่นนานจนถึง ๘๐ อสงไขยกับเศษแสนมหากัปเลยทีเดียว

คนที่ตั้งใจเป็นคู่บารมีจึงต้องมีความเสียสละและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน บุคคลผู้ปรารถนาเป็นคู่บารมีนั้น จะเป็นผู้ที่ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากที่สุดได้เป็นคู่ครองกันมากที่สุด และเป็นเนื้อคู่ลำดับ ๑ อย่างเที่ยงแท้ การเป็นคู่บารมีนั้นลำบากมากยิ่งนัก เพราะคนเป็นคู่บารมีนั้นจะต้องพบกับสิ่งต่อไปนี้ คือ  ต้องเกิดเป็นผู้หญิงไม่ได้เกิดเป็นผู้ชาย ต้องช่วยพระโพธิสัตว์ทำงานอย่างเต็มกำลัง ในบางชาติอาจต้องร่วมสร้างบารมีกับพระโพธิสัตว์ เช่น ต้องสละชีวิตร่วมกัน ต้องถูกบริจาคลูกหรือตัวเอง เพื่อเสริมบารมีให้พระโพธิสัตว์ เป็นต้น ตราบใดที่พระโพธิัสัตว์ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า คู่บารมีนั้นก็ยังไม่มีโอกาสบรรลุโลกุตรธรรมได้

จาก “หนังสือ…ความจริงเกี่ยวกับความรัก ความโกรธ และความเมตตา

Post to Facebook

« « Prev : ทหารบุกหรือจะบุกทหาร?

Next : หากชีวิตยังปรารถนาจะมีคู่… » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

9 ความคิดเห็น

  • #1 rani ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 15:22

    สาธุ อิอิ
    การไม่มีคู่เป็นลาภอันประเสริฐ (แบบว่าคิดเอง สบาย ๆ  5555+)

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 15:32

    ไม่รู้กี่อสงไขยนะถึงจะมาเจอคนแห้วๆฮาๆ

  • #3 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 16:27

    หึหึหึ เรื่องว่าด้วยความจริงเกี่ยวกับความรัก ความโกรธ และความเมตตา ไหงมีแต่คู่ครองล่ะจ๊ะ อิอิอิ
    (เปิดทางรอพี่สร้อยมากระแอมดีกว่า :) )

  • #4 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 17:17

    สาธุด้วยคนดิ่ น้องราณี เหอ เหอ
    ส่วนพ่อหน่ะไม่ต้องนับอสงไขยแล้ว เพราะเจอเข้าเต็มเปา ฮ่าๆๆๆ :P

    งั๊น หนูตัดคำว่า ความโกรธ และความเมตตาออกก่อน อ.สร้อย จะมาดีฝ่า
    ท่าทางน่าจะปลอดภัยดี เหอ เหอ :P
    (แหม จริง ๆ ก็มีต่อแหล่ะค่ะแต่ขี้เกียจพิมพ์แล้วอ่ะ)

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 17:59

    แอบมาดูคนรอคู่คุยกัน อิอิ

  • #6 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 20:31

    อ้าวถูกพาดพิงซะงั้น

    แหม….ไม่ว่าจะครูปูหรือน้องเบิร์ดนะ..พี่ก็เชียร์ทั้งสองแหล่ะค่ะ…

    อิอิ…ฮิ้ว…

  • #7 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มีนาคม 2010 เวลา 21:33

    เอ๊ะ ท่าจะจริงอย่างทั่้นพี่บางทรายว่าแฮะ เพราะตอนนี้ก็ปาเข้าไป 4 สาวแห้วแล้วอ่ะ
    (#1 , #3 , #4 , #6) กร๊ากกกกกกกกก….
    ไผจะเป็นรายต่อไปน๊อ…
    โอม แห้วจงมา แห้วจงมา แห้วจงมา …. :P

  • #8 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 7:04

    ครูปูเล่นของ?? แบบนี้บรรดาผู้ที่รับประทานแห้วก็ไม่มาหรอก…มีแต่พวกเซียนแห้วถึงจะกล้ามา???? อิอิ

    เรื่องเกี่ยวกับคู่บารมีนี่ไม่เคยอ่านจากไหนค่ะ (เคยอ่านแต่คู่กรรม)  อุ๊ยคิดว่า คนที่จะเป็นคู่กันก็คงจะมีศีลเสมอกัน …ก็ทำให้มีโอกาสและหาโอกาสได้เจอกันในสถานการณ์ที่ร่วมกัน…เช่นเดินทางร่วมกันบ่อยๆ ..มีความคิดความเข้าใจในระดับจิตที่เคียงกัน…ส่งเสริมกันในกิจที่อีกฝ่ายสนใจหรือเจตนา…เอาใจใส่ดูแลอยู่เป็นเพื่อน ยอมสละตัวเอง (คือรวมทั้งเวลา เงินทอง ฯลฯ) เพื่อคนที่รัก ฯลฯ

    การทำอย่างนั้นก็เป็นพลังด้านบวกที่ส่งเสริมให้ได้สร้างบารมีร่วมกันต่อๆ ขึ้นไป…และก็คงได้เป็นคู่บารมีกันหลายภพชาติ…

    ….แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมนะคะว่า ไม่ว่าจะเป็นน้องเบิร์ดหรือครูปูจะเป็นคู่บารมีกับใคร..อุ๊ยก็เชียร์และลุ้นค่ะ….เพราะเรื่องความรักความเมตตาเป็นเรื่องมงคล ใครมีก็สร้างความปิติให้กับคนที่พบเห็นนะคะ

  • #9 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 9:17

    เผอิญอ่านเจอเกี่ยวกับเรื่องนี้เห็นว่าน่าสนใจดีค่ะ  แต่อย่างที่พี่เบิร์ดว่าหน่ะค่ะ เอาชื่อหนังสือมาตั้งเป็นชื่อบันทึกแต่มุมที่นำเสนออาจไม่ตรงทั้งหมดค่ะ กำลังคิดอยู่ว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อบันทึกเป็น “บุพเพสันนิวาส” น่าจะเหมาะนิ อิอิ

    เคยเห็นป๋า comment ในเจ๊าะแจ๊ะครั้งนึงมังค่ะ เรื่องการเป็นคู่กันต้องมีศีลเสมอกัน พออ่านเจอก็เลยสนใจแถมยังได้เห็นภาพของ คู่บุญ-คู่บาปอีกด้วย และองค์ประกอบของการจะเป็นคู่บุญตามที่หนังสือเขียนไว้นั้น
    1. มีศรัทธาไปในแนวทางเดียวกัน
    2. มีศีลอันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน
    3. มีจาคะอันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน
    4. มีปัญญาเสมอกัน

    เรื่องคู่อะไรนี่ ส่วนตัวแล้วหนูเฉย ๆ นะคะ เพราะถือว่าได้มีชีวิตอยู่ในชาตินี้ หน้าที่อะไรที่พึงกระทำ ก็ได้กระทำแล้ว และกำลังกระทำอยู่ เลี้ยงดูพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ เป็นคนดีของสังคม สร้างประโยชน์ให้กับคนรอบข้างและสังคมที่เราอยู่ด้วย ไม่เคยทำร้ายใคร (ก่อน) ที่เหลือก็เป็นกำไรค่ะ ใช้ชีวิตไปฝึกไปในส่วนที่ยังพัฒนาได้ค่ะ

    หากจะเลือกมีคู่คงต้องมีเหตุผล (ดีๆ) พอควร ปูนนี้แล้วก็คงจะไม่วี๊ด วิ่ว… เอามันส์
    หรือเพราะไม่มีอะไรจะทำหรอกนะคะ

    ช่วงนี้มีเหตุให้ใคร่ครวญเรื่องการมีคู่เป็นอย่างยิ่ง เพราะเกิดกรณีตัวอย่างขึ้นอย่างจัง ให้ได้พิจารณาทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น มากกว่าความสุขความสมหวังและจุดสูงสุดของชีวิตอย่างที่สาว ๆ ชอบฝันกันอ่ะค่ะ
    (แค่คำแก้ตัวของคำว่า “เพ้อ” อ่ะค่ะ อิอิ)

    บันทึกที่เกี่ยวเนื่อง
    คู่บาป-คู่บุญ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.048696994781494 sec
Sidebar: 0.080753087997437 sec