เฮฮาศาสตร์???

โดย krupu เมื่อ 4 มกราคม 2011 เวลา 21:00 ในหมวดหมู่ aar, การจัดการความรู้, มุมมองของชีวิต, สังคม, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1791

พักนี้รู้สึกว่าฮอตเหลือเกินมีแต่คนถามถึง หนังสือเจ้าเป็นไผ และ คนนี้ไง’จารย์ปูครูพันธุ์ก๊าก! เมื่อบ่ายมีข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการท่านหนึ่งโทรมาขอบคุณเรื่องหนังสือที่ฝากไปให้อ่าน บอกว่าชอบมาก อยากให้ครูได้อ่านกันเยอะ ๆ

(เกือบจะหลุดปากยุให้ทำโครงการสั่งซื้อแจกครูเสียนี่ แต่สติยังคุมกิเลสได้ทัน ข้าราชการท่านนั้นเลยรอดไป :P)

พออธิบายว่าเป็นผลงานของกลุ่มเฮฮาศาสตร์ ทีนี้ก็เลยถูกถามหนักเข้าไปอีก

“เฮฮาศาสตร์คืออะไร?”

“มีใครอยู่ในสังกัดบ้าง?” (ถามยังกะเป็นค่ายมวยแน่ะเพ่)

“แล้วเขาทำอะไรกันบ้าง?”

คำถามเหล่านี้พอตอบได้ค่ะ แต่พอโดนถามว่า

“เออ ชื่อแปลกดีนะ ทำไมใช้ชื่อเฮฮาศาสตร์ล่ะตั้งใจจะสื่ออะไรเหรอ?”

อืม…

ไอ้จะตอบว่าหนูไม่ได้เป็นคนตั้งนะคะ ไปถามพวกพี่ ๆ บนลานปัญญาเขาดูดิ ก็ใช่ที่

จำได้ว่าพวกเราก็มักถามกันเองอยู่บ่อย ๆ เหมือนกันนี่เนาะว่า

“เฮฮาศาสตร์คืออะไร”

(ถ้าเป็นเจ้าเป็นไผ ๑ edition 1 หน้า 151 จะพิมพ์ว่า “เฮอาศาสตร์คืออะไร“) :)



จริง ๆ ถามกันเองก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ ไม่ว่าเพื่อการแลกเปลี่ยนมุมมองหรือเพื่อทวนสอบความหมาย (เผื่อจะเอาไว้ตอบเวลาโดนถามเหมือนหนู อิอิ) หรือเพื่ออะไรก็แล้วแต่ สำหรับตัวเองมองว่าคนแซ่เฮ” หรือ “ชาวเฮ“  เป็นคนประเภทมันส์ ๆ บรรยากาศภายในกลุ่มจะเป็นกันเอ๊งกันเองวี๊ดวิ่ว เบาสบายแต่จริงใจ ไม่ต้องพกฟอร์ม เป็นสังคมในฝันของผู้ที่อยากจะกระโดดออกนอกกรอบหรือพันธนาการด้านต่าง ๆ ในสังคมปัจจุบัน (ก็ในความเป็นจริงมันยังกระโดดออกไปเต็มตัวไม่ได้นี่นา) ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งได้เห็นภาพการคิดสนุก ๆ การลงขันมือลงขันทุนลงขันใจทำเรื่องดี ๆ สนุก ๆ  พูดคุยกันอย่างสนิทสนม แลกเปลี่ยนเรียนรู้และช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างจริงจังและจริงใจในหมู่คนคิดบวก (เพราะถ้าไม่คิดบวกก็คงจะสนุกไม่ออก ถ้าไม่สนุกก็คงจะไม่มีแรงกระตุ้นให้มารวมกันได้ครั้งแล้วครั้งเล่าแบบที่เป็นอยู่นี่หรอกค่ะ)

แล้วไม่จำเป็นว่าทุกเรื่องที่ทำจะมีต้องมีสาระไปเสียหมดซะหน่อย

ถ้ามีสาระก็ได้สาระ

ถ้าไม่มีสาระก็ยังได้หนุกอยู่ดี ฮี่ๆๆ

จากชิว ๆ เหมือนไม่จำเป็นต้องอธิบายเมื่อครู่ พอมีคำว่า “ศาสตร์” ทีนี้เลยพยายามอธิบายวนไปวนมา วนมาวนไปกันใหญ่ จากท่านั่งท่านอนผึ่งพุงล้อมวงเอกเขนกคุยกันเมื่อครู่ จึงต้องลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิเอามือเชยคาง ขมวดคิ้วนิดนุงแล้วเพ่งพินิจคำศัพท์เพื่อแยกสมาธิแยกสนธิกันเข้าไป

ป๋า Logos ก็เขียนอธิบายลักษณะการรวมตัวของชาวเฮฮาศาสตร์บนลานปัญญาไว้ในคำนำของเจ้าเป็น ไผ ๑ ไว้ 2 หน้า แถมด้วย “กับเฮฮาศาสตร์” ในหน้า 29 อีก 1 หน้าเต็ม ๆ

พ่อครูบาก็อธิบาย “ความเป็นมาเป็นไปของกระบวนการเฮฮาศาสตร์” อีก 4 หน้า ในหน้า 7-10

ต่อด้วยการพยายามบอกผู้อ่านว่า “เฮฮาศาสตร์…เจ้าเป็นไผ” โดยพี่บางทรายอีก 5 หน้าในหน้า 10-15 แถมขมวดให้อีกครึ่งหน้าในหน้า 126

ท่านอัยการชาวเกาะบอกว่า “เฮฮาศาสตร์คือไผ” อีก 1 ย่อหน้าในหน้า 52 

นายสายลม (มะเดี่ยว) บอกเราว่า เฮฮาศาสตร์คืออะไรในหัวใจสายลม ในหน้า 101-102

คุณหมอจอมป่วนอธิบายว่า “เฮอาศาสตร์คืออะไร” ในหน้า 151-152

และปิดท้ายด้วยพี่เบิร์ดที่ขมวดการสอดประสานของชาวเฮใน “ส่งท้ายความสุข” อีกครึ่งหน้าในหน้า 155

ซึ่งตั้งแต่แอบเห็นพี่ ๆ อธิบายกันมาเวลาตอบคำถามใคร ๆ ครูปูว่ามัน “น่าจะใช่” หมดเลยอ่ะ

จึงได้แต่พยักหน้าฮื่อ ๆ เห็นด้วยกับทุกคำนิยามที่ใครต่อใครเคยพยายามอธิบายกันมาแล้ว

ตอบยังไงก็ “โดน”หมดล่ะค่ะ ไม่เสี้ยวนี้ก็เสี้ยวโน้น

คำถามคือ จะนิยามกันไปทำอาไร๊  ใครถามก็ตอบไปตามที่คิดก็แล้วกันเนอะ

เพราะในโลกนี้ก็ยังมีตั้งหลายสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา

แต่รับรู้ได้ด้วยใจ

และสัมผัสได้ในความรู้สึก

ชิมิ ชิมิ

คิดซะอย่างนี้ วันหลังมีใครมาถามจะได้โม้ได้คล่อง ๆ หน่อยอ่ะนะ

คริคริคริ

:P

Post to Facebook

« « Prev : เมื่อครูอังกฤษคิดจะแต่งกลอน ^^

Next : จาก VBAC สู่สุนทราภรณ์ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มกราคม 2011 เวลา 21:24

    ก็มันน่าถามนี่ครับ กลุ่มอาไร๊ ชื่อพิลึก ชื่อไพเราะเพราะพริ้งตั้งร้อย พัน หมื่น ไม่ชื่อ มาตั้งชื่อ เฮฮาศาสตร์ อิอิ
    ชื่อสื่ออยู่ แต่ก็เอาสาระดีกว่า แบบว่า ชื่อนั้นสำคัญไฉน ไปสัมผัสเอาเองอย่าง ครูปูกล่าวนั้นแหละ

    เอ……ว่าแต่ว่าทำไมชื่อ ปู ทำไมชื่อบู๊ด ทำไมชื่อ…..มันก็มีที่มาที่ไปพอสมควรนะ
    ที่หลายคนช่วยกันให้คำอธิบายนั้นก็สมเหตุสมผลอยู่นะครับ ครูปูเน๊าะ

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มกราคม 2011 เวลา 22:35

    ใช่ค่ะ พี่บางทราย เวลาจะโม้เรื่องหนังสือก็จะโดนถามคำถามนี้ทุกที เลยเอามาเล่าต่อกันสนุก ๆ น่ะค่ะ

    จริง ๆ จะตั้งชื่อให้มันเลิศหรูอย่างไร จะเรียกตัวเองกันว่าอย่างไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเราได้ลงมือทำอะไรดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ ควรค่าแก่การมารวมกลุ่มกันมากกว่านะคะ หนูว่า… ^^

  • #3 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 มกราคม 2011 เวลา 23:13

    คำว่า “เฮฮา” กับ “ศาสตร์” ไม่น่าจะรวมกันได้ เพราะคนทั่วไปมักคิดว่าพอเป็นศาสตร์แล้ว จะต้องหน้าดำคร่ำเครียด ฟังคำบรรยายอย่างจดจ่อ แต่เฮฮาศาสตร์ เป็นศาสตร์ของชีวิต ซึ่งเราจะเลือกทางไหน เลือกเรียนรู้อะไร ก็ไม่จำเป็นต้องเครียดนี่ครับ ชิมิ ชิมิ

  • #4 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2011 เวลา 0:09

    มาเติมคำว่า ชิมิ ค่ะ ป้าหวานเพิ่งทราบเลยเห่อ..ฮ่าๆ ตอนแรกก็ยังไม่เข้าใจได้แต่ประมาณๆเอา ตอนนี้เข้าใจแล้ว chimi อ่านว่า ใช่ไหม ก็ได้ แล้วจะอ่านว่า ชิมิ ก็ได้ ชิมิ ชิมิ 5555 เฮ้อ….บ้านเราเนี่ยทันสมัยไม่มีใครเชยเล้ย.ย..ย.ย.ย

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2011 เวลา 16:23

    มาเติม มาเพิ่ม ครับ ผมเห็นด้วยว่า การเป็นศาสตร์นั้นไม่จำเป็นต้องเครียด เรียนรู้แบบสนุกสนานก็มี เช่น ผมเป็นสมาชิก รีดเดอร์ไดเจสมานานนับสิบปี ในนั้นมีสาระมากมาย หนึ่งก็คือ มุมเฮฮา แบบฝรั่งเขา ผมชอบอ่าน และบางครั้งก็ขำไม่ออกเพราะมันขำแบบฝรั่ง บางครั้งก็ก๊ากสส์ลั่นคนเดียว แต่ส่วนใหญ่ ผมคิดว่าน่าจะเกินร้อยละแปดสิบ ขำของเขาให้แง่คิดบางอย่างกับเรานะครับ ไม่ใช่ฮาพี่ไทยส่วนมากออกจะเรดอาร์ไปหน่อย แต่ก็ขำแบบไทยๆเรา ดูเอามัน สนุกไม่เอาสาระก็ได้

    เมื่อกล่าวถึงเฮฮาศาสตร์นั้น ผมก็นึกถึงแบบไม่เครียดแต่มีสาระซ่อนอยู่ น่ะครับ
    แต่อย่างว่านะ แต่ละคนก็มีลีลา ลวดลายของตัวเอง
    อย่างผมเป็นคนไม่มี sense ทางนี้ เขียนอย่างไรก็ไม่ฮา แต่ชอบเกาะกลุ่มไปด้วย อิอิ

  • #6 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มกราคม 2011 เวลา 16:40

    เอ่อ พี่บางทรายคะ หนูก็ไม่ค่อยฮาอ่ะค่ะ ออกแนวเรียบร้อย บอบบาง เขินอายเป็นส่วนใหญ่เสียด้วยสิ เหอ เหอ เหอ :P

    ไอ้ขำแบบไร้สาระเขาก็คงมีวัตถุประสงค์ในการใช้อยู่นะคะ ส่วนตัวเข้าใจว่าเอาไว้ใช้ได้ยามที่ต้องการทลายกำแพงแห่งความเคร่งเครียดหรือเหินห่างลงให้ได้เสียก่อน จึงไม่จำเป็นต้องมีประเด็นอะไร เอาฮาลูกเดียว พอวงสนทนาเผลอหัวเราะเผลอเปิดใจออกมาแล้วทีนี้ก็เสร็จเรา :)

    หลังจากนั้นหากจะขำกันได้นาน ๆ ก็คงต้องมีประเด็นแทรกอยู่ด้วย (ไม่งั้นจะเอาเรื่องอะไรมาพูดคุยกันได้นาน ๆ ล่ะเนอะ) หรือไม่ก็หาเรื่องขำจากประเด็นที่คุยกันอยู่นั่นล่ะค่ะ นั่นแปลว่าถ้าจะคุยกันให้นานก็คงต้องมีประเด็นในการพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองหรือทัศนคติเพื่อการเรียนรู้ซึ่งกันและกันไปด้วย ส่วนความฮาที่จะเกิดขึ้นนั้นเหมือนเป็นสิ่งเพิ่มรสชาติส่งเสริมบรรยากาศการพูดคุยระหว่างกันมังคะ หมายถึงว่าควรมีส่วนที่ 1 และ ถ้าสามารถเพิ่มส่วนที่ 2 เข้าไปอย่างสุภาพและมีศิลปะได้ ก็จะยิ่งดีมั่ก ๆ ใช่ก่อคะ เอ๊ย ชิมิิ ชิมิ ป้าหวานขา ^^


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.041991949081421 sec
Sidebar: 0.078060150146484 sec