คู่บาป-คู่บุญ

โดย krupu เมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 9:00 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต, มุมมองของชีวิต, สื่อ #
อ่าน: 26064

พระพุทธเจ้าตรัสว่าความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากเหตุปัจจัยทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน

ไม่ว่าจะเป็นของเก่าหรือของใหม่ บุญที่สร้าง “คู่บุญ” ขึ้นมาจะเหมือน ๆ กัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้ได้แก่

๑)    มีศรัทธาไปในแนวทางเดียวกัน

เช่น ถือศาสดาองค์เดียวกัน เชื่อหรือไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบากด้วยกัน เชื่อว่าโลกกลมหรือโลกแบนเหมือน ๆ กัน เชื่อแนวทางในการดำรงชีวิตรูปแบบเดียวกัน เป็นต้น  เมื่อศรัทธาไม่ตรงกันก็คุยเรื่องไม่ตรงกัน เมื่อคุยเรื่องไม่ตรงกันก็คุยกันได้ไม่นาน เมื่อคุยกันได้ไม่นานก็เบื่อกันเร็ว อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับทุกรูปนาม ไม่จำเพาะเฉพาะคู่รักเท่านั้น ขนาดเพื่อนกันแต่เชื่อไม่เหมือนกันยังยากที่จะเป็นเพื่อนสนิทกันเลยครับ ศรัทธาที่ร่วมกันปลูกฝังให้มั่นคงย่อมทำหน้าที่สร้างสายตาที่มองไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ก่อความรู้สึกเป็นอื่นจากกัน

๒)    มีศีลอันเป็นเครื่องหอมทางใจเสมอกัน

คือ มีความคิดงดเว้นข้อประพฤติผิดแบบเดียวกัน เป็นเหตุให้ไม่รังเกียจหรือหมั่นไส้กัน พรานหนุ่มกับพรานสาวทนกลิ่นอายฆ่าฟันของกันและกันได้ แต่ให้หมอที่มีรังสีช่วยชีวิตมาเป็นคู่ผัวตัวเมียกับมือปืนร้อยศพที่ทะมึนด้วยรังสีเอาชีวิต อย่างไรก็คงทนกลิ่นอายที่เป็นตรงข้ามของกันและกันไม่ไหว และนั่นก็เช่นเดียวกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเจ้าชู้ ร้อยลิ้นกะลาวน สำส่อนไปเรื่อย โดยไม่สนใจความสกปรกหมกมุ่น ย่อมน่ารังเกียจยิ่งสำหรับคนใจซื่อถือความสะอาดผัวเดียวเมียเดียว ศีลที่ร่วมรักษาให้บริสุทธิ์ดีแล้ว ย่อมทำหน้าที่สร้งความอบอุ่นเชื่อมั่นในกันและกัน สนิทใจ ไว้วางใจกันเป็นมั่นเหมาะ

๓)  มีจาคะอันเป็นวิธีคิดแบ่งปันเสมอกัน

อย่างน้อยต้องเป็นผู้ให้ซึ่งกันและกันในทางใดทางหนึ่ง ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายหนึ่งคิดอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายเอาเปรียบตลอด เช่นอีกฝ่ายสละเงินให้ใช้ อีกฝ่ายสละแรงปรนนิบัติ เป็นต้น  การเอารัดเอาเปรียบเกิดจากจาคะที่ไม่เสมอกันเป็นมูล ยิ่งหากต่างฝ่ายต่างคิดเจือจานคนอื่น เห็นข้าวของอะไรไม่ใช้แล้วก็คิดตรงกันว่าน่าบริจาคแก่คนที่เขาไม่มี อย่างนี้ยิ่งไปกันได้ มีโอกาสร่วมบุญกันบ่อย ๆ ยิ่งให้คนอื่นมากก็ยิ่งได้ความสุขในการสละมาเสริมใยแก้วร้อยสัมพันธ์ให้กันแน่นแฟ้นขึ้น จาคะที่ร่วมกันยินดีโดยพร้อมเพรียงก่อความรู้สึกซึ้งใจอย่างใหญ่ เหมือนอยู่ด้วยกันจะเป็นที่พึ่งให้กัน ปลอดภัยร่วมกัน ประคับประคองกันไม่มีวันล้มพร้อมกัน

๔)  มีปัญญาเสมอกัน

กล่าวทางโลกคือคุยกันรู้เรื่อง กล่าวทางธรรมคือมีระดับการเห็นตามจริงใกล้เคียงกัน หรืออย่างน้อยเป็นไปในทางเดียวกันไม่ใช่พูดคนละภาษา ฝ่ายหนึ่งทำก่อนคิด อีกฝ่ายคิดก่อนทำ หรือฝ่ายหนึ่งเอาอารมณ์พูด อีกฝ่ายพูดด้วยสติปัญญา หรือฝ่ายหนึ่งเห็นชัดว่าอะไร ๆ ไม่เที่ยง ความยึดมั่นถือมั่นเหลือน้อย แต่อีกฝ่ายหนึ่งแค่เรื่องน้อยก็ยึดมั่นถือมั่นเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ก็คงนึกระอาหรือหมั่นไส้ในกันเป็นอย่างยิ่ง ปัญญาที่ร่วมเสริมส่งกันและกันย่อมทำหน้าที่สร้างความร่าเริงในการสนทนา และความไม่พรั่นที่จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ความรักจะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากปัจจัย ทั้งอดีตและปัจจุบันประกอบกัน ถ้าต้องตาเมื่อเห็น ถ้าเย็นใจเมื่อใกล้ นั่นเป็นคะแนนความรู้สึกด้านดีชั้นแรก ซึ่งเป็นผลบุญจากการอยู่ร่วมกันมาก่อนในอดีตชาติ  ต่อเมื่อมีความผูกพันผ่านเหตุการณ์ดีร้ายหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน นั่นเป็นบุญใหม่ที่เกิดจากการเกื้อกูลในชาติปัจจุบัน ตรงนั้นค่อยเป็นคะแนนสะสมในชั้นต่อ ๆ มา

หากในอดีต เคยครองเรือนกับผู้มีบุญเสมอกัน ทั้ง ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา นั้น เรียกคู่ประเภทนี้ว่า “คู่บุญ” ขอเพียงได้มาพบกันอีกในชาติีนี้ ก็จะเกิดแรงดึงดูดที่ก่อนความรู้สึกแสนดีอย่างประหลาด เืหมือนเข้ากันได้ทุกอย่าง เหมือนเห็นกันได้ทุกแง่มุมด้วยความกระจ่าง

นั่นเป็นเพราะ “คู่บุญ“  ประเภทนี้ได้รับความยุติธรรมจากธรรมชาติกรรมวิบาก ซึ่งเป็นความยุติธรรมที่ลึกลับ เพราะนำอดีตชาติมาแสดงให้เห็นเป็นภาพยนตร์ตามโรงไม่ได้  นับตั้งแต่วินาทีแรกที่พบกัน แม้ว่าวิบากเก่าอาจยังผลไม่หมดสิ้น มีแรงหนุนให้อยากคบหา หรือมีความหนุนเนื่องให้เกิดเหตุการณ์ดี ๆ ปัจจัยประกอบดี ๆ ก็ต้องถือว่าทั้งสองต้องเลือกเอาเอง กำหนดเอาเองว่าจะทำปัจจุบันให้เป็นอย่างไร ถางทางอนาคตให้ดีร้ายแค่ไหน จะเลี้ยงความรู้สึกดีต่อกันไว้ได้นั้น บุญเก่าอาจมีส่วนในแง่มุมของการเอื้อปัจจัย แต่ไม่ได้เป็นประกันชัดเจนเหมือนบุญใหม่แน่นอน  ตราบใดที่เรายังมีใจเห็นดี เห็นงามกับกุศลผลบุญของอีกฝ่าย แล้วร่วมกันทำประโยชน์ให้สาธารณชนไม่เลิกรา เมื่อเกิดใหม่ก็ได้อยู่ด้วยกันอีกเสมอไป

ส่วนคู่ที่แตกต่างกันมาก ๆ ใน ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา ความต่างจะดึงดูดกันในระยะแรกเมื่อคบกันไป ถ้าวิธีคิด วิธีใช้ชีิวิตต่างกันมาก ๆ มักก่อปัญหาระหว่างสัมพันธภาพ

พรานหนุ่มกับพรานสาวย่อมทนกลิ่นไอการฆ่าฟัน กลิ่นคาวเลือดสัญลักษณ์นักฆ่าของกันและกันได้ แต่จะให้คุณหมอที่มีรังสีแห่งการช่วยเหลือ มาครองคู่กับมือปืนร้อยศพก็ยากที่จะครองคู่กันได้ยืนยาว คนนึงทำดี อีกคนนึงเห็นเรื่องกรรมวิบากเป็นเรื่องงมงาย ก็รงแต่จะหมั่นไส้ฝ่ายคนดีอยู่ลึก ๆ ถ้าฝ่ายนึงสุขใจกับการให้ ส่วนอีกฝ่ายเป็นคนตระหนี่ มองเรื่องทำทางเป็นของฟุ่มเฟือย อย่างนี้ก็ยากที่จะเข้าคู่กันได้อย่างสนิท เรียกว่าเป็น “คู่บาป” ซึ่งหมายถึงคู่ที่ร่วมทำบาปกันมากกว่าร่วมทำบุญ นั่นเอง

“การพบใครสักคนที่เราถูกใจเขา และเขาก็ถูกใจเรา โดยต่างฝ่ายต่างยังไม่มีเจ้าของ นั่นชี้ให้เห็นชัดว่ายังเหลือเวลาสร้างบุญเพื่ออยู่ร่วมกันในชาตินี้ ด้วยศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา

พูดง่าย ๆ ว่า ถ้ารีบ ต้องทัน! ”

จาก หนังสือ…” วาทะดังตฤณ ฉบับ ความรักหลากสี ” โดย  ” ดังตฤณ

Post to Facebook

« « Prev : หากชีวิตยังปรารถนาจะมีคู่…

Next : เฮฯ หายาย » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

35 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.056192874908447 sec
Sidebar: 0.10065412521362 sec