“เหตุที่ต้องปลูกป่า” จากครูบาสุทธินันท์

โดย krupu เมื่อ 12 กุมภาพันธ 2009 เวลา 20:58 ในหมวดหมู่ aar, การจัดการความรู้, มุมมองของชีวิต, สังคม, สื่อการเรียนรู้, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2392

ต้นไม้แต่ละต้นมีชุดความรู้ของตัวเอง

  • ต้องการการดูแลต่างกัน คุณลักษณะต่างกัน ใช้ทำประโยชน์ต่างกัน


  • การปลูกต้นไม้ต้องใช้ทั้งความรู้+จินตนาการ
  • เกษตรกรจะอยู่ได้ต้องเป็นมืออาชีพไม่ใช่มือสมัครเล่นอีกต่อไป
  • เมืองไทยเป็นพื้นที่ 1 ในไม่ถึง 7% ของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ
  • แสงแดดคือทรัพย์สมบัติที่ประเมินค่ามิได้ ที่หลาย ๆ ประเทศไม่มี

  • การคมนาคมขนส่งที่สะดวก บางครั้งเป็นดาบ 2 คม (ภัยคุกคามจากสินค้าเกษตรนำเข้าจากจีน)
  • เกษตรกรแย่แน่ ถ้ายังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

  • ทำพออยู่ พอกิน เหลือพอขาย เป็นไปไม่ได้แล้ว
  • คนที่อยู่ตรงไหน ต้องมีชุดความรู้ตรงนั้น ไม่ใช่เอามาจาก CP
  • เศรษฐกิจพอเพียงต้องใช้วิธียกระดับแล้วใส่ความรู้เข้าไป
  • ความเคยชินเป็นวิธีการเรียนรู้อย่างหนึ่ง เมื่อใช้เวลาอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ ก็จะรับได้ ก็จะเข้าใจ
  • ชาวบ้านมักคิดว่าอยู่ไม่ได้ เพราะเขาไม่รู้วิธีการบริหารจัดการความรู้มากกว่า
  • คำว่า พืชโตเร็ว ยังต้องตามไปตีความอีกทีว่าเร็วช่วงไหน

  • เคยรู้ไหมว่าต้นยูคาลิปตัสอายุ 30 ปี แปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ขายได้ไม่เกิน 40,000 บาท
  • อีสานน้ำไม่น้อย แต่เพราะดินเป็นดินทรายเก็บน้ำไม่ได้ จึงเป็นความจำเป็นต้องปลูกต้นไม้เพื่อช่วยอุ้มน้ำไว้

ถ้าพื้นที่มันสมบูรณ์ เราไม่จำเป็นต้องปลูกป่า ป่ามันขึ้นเองได้ แต่ตอนนี้ความสมบูรณ์มันหมดไปแล้ว

โจทย์มันเคลื่อนไปแล้ว

Key Word   :   จนคำตอบ จนใจ

Post to Facebook

« « Prev : ทำไมต้องรอกอด

Next : การ์ดวาเลนไทน์จากชายหนุ่ม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กุมภาพันธ 2009 เวลา 21:57

    ต้นไม้เขาอยู่ได้โดยไม่ต้องมีคน เพราะธรรมชาติมีกฏของเขาอยู่
    แต่คนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีป่าไม้ เพราะ 80 % ของการดำรงชีวิตนั้นมีรากมาจากป่า

    ป่าคือทางรอดของมวลมนุษยชาติ

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กุมภาพันธ 2009 เวลา 23:14

    ครูปูต้องสารภาพค่ะ ว่าความรู้เรื่องต้นไม้แทบจะเป็นศูนย์ ยิ่งคำว่า “อีสาน” ก็ไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมการเดินทางเลย นึกภาพแต่ว่ามันต้องแห้งแล้ง เตรียมตัวขุดหน่อไม้ได้เลยเรา แต่พอฟังพ่อครูบา ฯ พูดเรื่องนี้ประมาณชั่วโมงนิด ๆ ทำให้ถึงบางอ้อไปหลายเรื่องเหมือนเห็นภาพวงจรปัญหาเลยค่ะ เลยต้องรีบบันทึกไว้ค่ะ ^_^
     

  • #3 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กุมภาพันธ 2009 เวลา 7:11

    มาดูยายฉิมเก็บปัญญา.. 5555..

  • #4 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กุมภาพันธ 2009 เวลา 10:41

    อิอิ น้าอึ่งอ๊อบใจฮ๊ายมั่ก ๆ ขอบอกเลยค่ะ พี่ครูอึ่งขา ^_^

  • #5 sompornp ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กุมภาพันธ 2009 เวลา 17:30

    ใครบอกว่าพี่อึ่งอ๊อบใจร้ายละก็ “เขียนผิดเขียนใหม่ได้นะ”
    ให้เวลา
    คริคริคริ

    อย่าให้โจรกลับใจ “มีอารมณ์”

    เอาจากตรงโน้น  มาฝากที่นี่ด้วย
    ……

    โจทย์มันเคลื่อนไหว

    ต้องกลับมาที่ใจ ค้นดูว่า “เรา” กำลังเดินทางไปในทิศใด

    เป้าหมายที่เราตั้งหวังไว้อยู่ที่ใด

    เหมือนกันที่คุณคอนฯ บอกว่าเป้าหมายเรา(อาจ)อยู่ที่เดียวกัน แต่ vector อาจต่างกัน ถ้าเทียบกับเราที่มาจากคนละมุมของชีวิต  แต่เราก็สามารถร่วมแรงร่วมใจไปถึงจุดหมายเดียวกันได้ ตามแต่บทบทหน้าที่ของแต่ละคน  การเป็นกัลยาณมิตร จะช่วยเสริมสร้าง และเติมเต็มของแต่ละส่วนได้ “เพียงแต่เราเปิดใจ” เท่านั้น

    การาปลูกป่าก็เช่นกัน ไม่ใช่เหมือนหน้าที่ แต่ก็เป็นหน้าที่

    เหมือนทฤษฎีไร้ระบบ เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ผีเสื้อขยับปีก ยังทำให้เกิดพายุได้อีกฝั่งหนึ่งของทวีปได้

    เด็ดสะกิดใจ : “เรา” ที่อยู่บนโลกคือลมหายใจเดียวกัน

    “เชื่อหรือไม่”

    อิอิอิ

  • #6 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กุมภาพันธ 2009 เวลา 20:54

    โห กลัวโจรกลับใจจะมีอารมณ์ วุ๊ยส์! มิน่า ทำยังไง๊ยังไงน้องมะเดี่ยวก็ไม่ยอมร้องเพลง “พี่สาวครับ” ตามคำขอซักกะที กร๊าก..

  • #7 ลานเรียนชีวิต » อย่างนี้แล้วยังจะเรียก”แห้ว”กันอีกหรือ? ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 มีนาคม 2010 เวลา 15:02

    [...] อย่างนี้แล้วยังจะเรียก”แห้ว”กั


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.55479598045349 sec
Sidebar: 3.957771062851 sec