A52S 2

โดย bangsai เมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 8:18 ในหมวดหมู่ ทุนสังคม, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 303

 

  1. การเป็นเฮฮาศาสตร์แบบไม่มีโครงสร้างในรูปแบบองค์กรทั่วไปนั้น เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในตัวของมันเอง

     


     

  • เราย้อนกลับไปพิจารณาพัฒนาการจากเริ่มต้นจนมาถึงปัจจุบันนั้น เฮฮาศาสตร์เกิดขึ้นและพัฒนามาอย่างไร ความไม่ติดยึดในกฎระเบียบ ข้อบังคับ การมา การไป การเข้าร่วม ไม่เข้าร่วม เป็นอิสระ มิได้อยู่ภายใต้ระเบียบ ข้อบังคับ แต่เป็นใจสั่งมา เป็นสำนึก เป็นมารยาท เป็นวัฒนธรรม หรือเรียกได้ว่าเอาตัวตนมาสัมพันธ์กัน ทั้งหมดนี้คือต้นทุนทางสังคม ชนิดหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบที่เราคุ้นชินกับโครงสร้างที่มีชั้นของตำแหน่ง ส่วนใหญ่เราจึงประทับใจและโหยหา ความสัมพันธ์ระหว่างกันในเงื่อนไขแบบเฮฮาศาสตร์ ที่สลัดหลุด ยศ ตำแหน่งออกไป เหลือเพียงลักษณะทางวัฒนธรรม เช่น พี่ น้อง พ่อ แม่ ฯลฯ ไม่มีเกราะกำแพงขวางกั้น เปิด และเรียบง่าย
  • ลักษณะดังกล่าวนี้จะมีความยืดหยุ่นสูงกว่า ซึ่งผมมองว่าน่าจะส่งผลให้มีการปรับตัวได้สูง หากต้องการการปรับตัว
    แต่สุมเสี่ยงต่อการทำกิจกรรมร่วมกันที่มีความซับซ้อนมาก

     


    เฮฮาศาสตร์ เหมือนเราขึ้นรถลงเรือลำเดียวกัน

     

  • กรณี A52S นั้นบ่งชี้มาให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อกลุ่มมีภารกิจงานที่มีความซับซ้อนที่ต้องการความจัดเจนต่องานนั้นๆ ก็สุ่มเสี่ยงหากกิจกรรมนั้นๆอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดต่างๆ เช่นเวลาที่จำกัด ย้อนไปนึกถึงสังคมดั้งเดิมจะจัดงานใหญ่ เช่นงานศพ หรืองานโกนจุก บวชนาค ในหมู่บ้านนั้น จะมี “แม่งาน” เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ซึ่งก็คือ เจ้าภาพนั่นเองหรือญาติสนิทของเจ้าภาพ ก็จะปรึกษาหารือกันว่างานมีอะไรบ้างที่ต้องทำ ขนาด จำนวน เวลา ฯ จะทำได้อย่างไร ก็ต้องไหว้วานญาติสนิท เพื่อนบ้านที่สนิท หรือ เพื่อนบ้านที่เป็นผู้ชำนาญการในเรื่องนั้นๆ เช่นจะทำขนมหม้อแกงต้องป้าจุ๋ม จะแกงเผ็ดเป็ดย่างต้องแม่สร้อย จะทำห่อหมกต้องแม่เบิร์ด จะจัดอาสนะสำหรับพระมาสวดมาเทศน์ ต้องพ่อเหลียง จะหุงข้าวกระทะใบบัวต้องตาจอมป่วน จะประดิษฐ์ประดอยดอกไม้ถวายพระต้องตาออต เหล่านี้เป็นต้น ก็ไปเชิญมา บอกกล่าวมา หรือบางทีไม่ต้องบอกเขาเหล่านั้นก็มาโดยอัตโนมัติ เพราะในหมู่บ้านไม่มีใครอีกแล้ว.. รู้งาน จิตอาสา เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ โอยรายละเอียดเรื่องนี้มีมากมาย เขียนได้เป็นเล่ม และน่าสนใจมาก…. ดูซิงานที่ซับซ้อนไม่มีองค์กรโครงสร้างก็จัดได้ ทำได้ สำเร็จลงได้ด้วยความเป็นชุมชนแบบหมู่บ้าน แต่เฮฮาศาสตร์เป็นชุมชนแบบไหน..จะจัดงานใหญ่ๆภายใต้รูปแบบกลุ่มเฮฮาศาสตร์ได้อย่างไร


ทุกครั้งที่เฮจัดงาน เราเห็นลูกหลานมาอยู่ร่วมกัน การถ่ายเททุนสังคมเกิดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

  1. ผมคิดว่าทำได้เพราะเราไม่ได้อยู่ในยุคสังคมโบราณ เราก็ดัดแปลงความรู้ความสามารถสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้ เฮฮาศาสตร์เป็นสังคมพิเศษของยุคสมัย เป็น Cyber community เป็นชุมชนเสมือน เราพบปะกันทุกวันบนตัวอักษร แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกันนี้ ไม่เหมือนชุมชนดั้งเดิมจริงที่สัมพันธ์กันที่เขาคลุกคลีกันแบบตัวถึงตัวกันทุกวัน ความสัมพันธ์ระหว่างกันจึงแนบแน่นกว่าหลายเท่าตัว เฮฮาศาสตร์ก็น่าจะพัฒนาไปในทิศทางนั้น

     


     

  2. แต่เฮฮาศาสตร์ยังอยู่ในขั้น Formulate ความเป็นองค์กรตามธรรมชาติ ที่คล้ายคลึงหมู่บ้านที่ค่อยๆปรับความกลมกลืนกันมากขึ้นตามเหตุการณ์ ตามกาลเวลาที่เคลื่อนไปพร้อมกับกิจกรรมที่ทำร่วมกัน สังเกตเวลามีกิจกรรมอะไร พ่อครูบาก็ตีฆ้อง ร้องป่าวทาง blog จะมีนั่นมีนี่เมื่อนั่นเมื่อนี่ ใครว่างก็ยกมือขึ้น ใครปลีกตัวได้ก็ลงชื่อมาร่วมงานกัน แล้วต่างๆก็ค่อยๆเข้ารูปเข้าร่วมมากขึ้น แต่กิจกรรมที่ซับซ้อนเช่นการทำหนังสือเจ้าเป็นใผนั้น เป็นกิจกรรมที่มีรายละเอียดมาก ต้องการความถูกต้อง แม่นยำ ต้องการคนที่มีประสบการณ์มาช่วยกัน ยิ่งมีเวลาที่จำกัดก็ต้องยิ่งต้องการจำนวนคนเป็นทวีคูณ เนื่องจาก เฮฮาศาสตร์ ไม่มีโครงสร้างชั้นตามลำดับทำดีที่สุดก็ประกาศลงใน Blog ดังที่แป๊ดและอึ่งอ๊อบได้ทำไปแล้ว แต่ความเป็นองค์กรหลวมๆ แบบ Cyber ที่ต่างจากชุมชนที่มีหอกระจายข่าว การเข้าถึงข่าวสารด่วนๆนั้นเรายังไม่ได้พิจารณากัน ปล่อยให้เป็นการเข้าถึงผ่านหน้าลานเจ๊าะแจ๊ะ ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ได้เข้ามาสำรวจทุกวันทุกเวลา เพราะภารกิจส่วนตัวนั่นเอง จึงกลายเป็นจุดอ่อนไปทันที และความรู้สึกของแป๊ด อึ่งอ๊อบต่องานที่รับมานั้นกับความรู้สึกของสมาชิกเฮทั่วไปนั้นก็ต่างกัน การ Pay attention จึงไม่ได้กระทำโดยทันทีทันใด หรือ serious กับข่าวสารนั้นเท่าที่ควร บทเรียนนี้จึงชี้มาที่กลุ่มว่า “ต้องทบทวนและหาทางรับมือกับงานในอนาคตนะ”

     

(มีต่อ)

    


10 ความคิดเห็น

  • #1 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 11:53

    ครับพี่บูธ  

    เฮฮาศาสตร์

    โดยชื่อของมันก็แสดงว่าเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนที่ไม่ตึงไม่เข้มงวด ร่าเริง สบายใจ
    เราอาจจะเรียกว่า เป็นการรวมญาติ หรือ การรวมตัวกันของคนร้อยพ่อพันแม่
    ซึ่งอาจจะมีจุดอ่อนหรือจุดแข็งในตัวของมัน
    ความหลากหลายในความรู้ ประสบการณ์ ผ่านขั้นตอนแล้วมารวมตัวกัน ภายใต้จิตสำนึกใกล้เคียงกัน
    จุดมุ่งหมายที่คล้ายคลึงกัน แนวความคิดบ่มเพาะจากขบวนการเคลื่อนไหวถ่ายเทในบล๊อก
    อาจเรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคล้ายดูแล้วหลวมๆแต่แฝงไปด้วยความจริงหลายๆสิ่งในชีวิตสังคมที่อยู่ในทิศทางเดียวกัน  (ดูได้โดยบันทึกในแง่มุมต่างในเบื้องต้น)
    ซึ่งก็คือ จุดอ่อนบางเรื่องในสังคมที่ค่อนข้างอ่อนเปาะ และมีความประสงค์ที่ทุกๆคนมาค้นหาความจริง
    ความหลากหลายนี่เอง คงความเป็นเอกลักษณ์ของ กลุ่ม เฮฮาศาสตร์  ภายใต้การนำของ ครูบา สุทธินันท์
    สภาพการเคลื่อนไหวในปัจจุบัน คงไม่ใช่จะอยู่ในรูปแบบเดิมๆหยาบๆ แต่อาจพัฒนาไปสู่ความละเอียดอ่อนและมีคุณภาพต่อไป ซึ่งเห็นว่ามีความเห็นต่างๆ และมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปบ้าง อย่างช้าๆและมีประสิทธิภาพ  (โดยมีวิวัฒนาการในรูปแบบ เช่น การไปออกบูธ งานอบรม งานบุญ เฮฯย่อย เป็นตัน)

    ขบวนการของเฮฯ คงต้องใช้เวลาและพัฒนาสู่คุณภาพ โดยขบวนการพัฒนาของมันในตัว  อุปสรรคต่างๆได้ก่อขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ได้บั่นทอนความตั้งใจหรือความมุ่งหวังของสมาชิก เฮฯ
    เฮฯพร้อมเสมอในผ่าน ผ่าน และผ่าน อุปสรรคนานัปการในปัจจุบันแม้แต่ในอนาคต
    เฮฯพร้อมที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความหมายและมั่นคง  จากหยาบสู่ความละเอียด

    ขอบคุณมากครับ พี่

  • #2 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 11:59

    รออ่านอย่างใจจดใจจ่อเลยครับ พี่บู้ธ อธิบายได้ชัดเจนมากเลยครับ
    เห็นด้วยทุกประการ
    แม้ความสัมพันธ์ในเบื้องต้นจะเป็นอย่างหลวม แต่ก็เริ่มกระชับจากการได้พบปะแบบเฮฮาศาสตร์ในแต่ละครั้ง
    แม้มันจะไม่ถึงขนาดมีความแน่นแฟ้นแบบชุมชน แต่ก็เริ่มขมวดเกลียวมากขึ้น เนื่องจากแต่ละท่านที่เป็นเจ้ายุทธจักร์ต่างก็มีภาระงานในหน้าที่ที่ต่างหนักหนาสาหัส แม้จะปลีกเวลามาเจ๊าะแจ๊ะกันบ้าง แต่ทุกคนก็คงต้องมีความเครียดสะสมอยู่บ้าง จึงอาจเกิดความหงุดหงิดเป็นครั้งคราว แต่คงไม่ถึงขนาดกับจะขาดวิ่นต่อไม่ติดหรอกนะครับ กรณีนี้เวลาคงเป็นตัวช่วยได้ทางหนึ่ง…

  • #3 ลานเหลียง » Blog Archive » เฮฮาศาสตร์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 12:06

    [...] ครับพี่บูธ   http://lanpanya.com/dongluang/archives/439 [...]

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 17:25

    แหม อาเหลียงและท่านอัยการกล่าวได้ตรงความหมายที่ผมพยายามสื่อครับ

  • #5 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 20:06

    อืม มาแจมด้วยห่อหมกค่ะ 555

    เห็นด้วยว่าโดยส่วนตัวเบิร์ดก็ยังติดคราบไคลของสังคมเมืองจริงๆค่ะ ถ้าไม่ทราบว่า้ต้องการห่อหมกในงาน คงไม่กล้าขันอาสาช่วยในด้านที่พอทำได้ …ซึ่งถ้าเป็นชุมชนข้างนอกคงไม่สนว่าจะช่วยอะไรได้ แต่อยากช่วยอ่ะ ดังนั้นถึงงานนี้ไม่มีห่อหมกก็ช่วยกวนขนมหม้อแกงก็ได้ เป็นความต่างเหมือนกันเนาะคะ แต่ดีใจที่พี่บู๊ทชี้ให้เห็น อิอิอิ

    และพยักหน้าอีกครั้งว่าเราควรทบทวนช่องทางการสื่อสารหลายๆช่องทางเพิ่มขึ้น เช่น โทร. SMS อีเมล์ ซึ่งที่ผ่านมาดูจะไม่ค่อยได้รับการตอบสนองมากนัก และมีผู้รับผิดชอบประสานงานอย่างชัดเจน มีแม่งานในแต่ละครั้งและกองงานเต็มพิกัดตามความสามารถที่พบเห็น…แค่คิดก็สนุกแล้ว ^ ^

    ทีมทำงานครั้งนี้เบิร์ดนับถือใจทุกท่านจริงๆนะคะพี่บู๊ท เพราะมีคนน้อย แต่ละท่านงานตรึม แต่ทำได้เป็นรูปเล่มที่สวยนี่ก็เยี่ยมยอดที่สุดแล้วค่ะ…เมื่อเหนื่อยหนักก็พักก่อน เปลี่ยนมือสอง- สามช่วยหามคอน(ไม่ใช่พี่รุมกอด 555) กันต่อไปเนาะคะ…

  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2009 เวลา 20:50

    แม่เบิร์ดไหน….อ้าวก็แม่เบิร์ดที่ทำห่อหมกอร่อยที่สุดในโลกไง…..อ๋อ….คนสวยๆ เก่งๆคนนั้นน่ะหรือ….อือ..รู้จักครับ  อิอิ ..

    ใช่แล้วครับ แม่เบิร์ด..เฮฮาศาสตร์กำลังขยับไปอีกขั้นหนึ่ง
    พี่เฝ้าสังเกตุการปรับตัวขององค์กร…….. เหมือนกับที่พี่เฝ้ามององค์กรชาวบ้านปรับตัว…..

    เราบ่น  เราหนี  เราส่ายหน้าองค์กรตามรูปแบบ ก็ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซนต์หรอก ส่วนดีก็มีมากมาย ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง แต่ส่วนที่น่าเบื่อที่หยิบเอามาคุยกันเพราะหลายๆท่านอยากจะออกไปข้างนอก(ออกจากราชการ)วันละหลายๆเที่ยว  แต่มองไปแล้ว นึกขึ้นว่า  แล้วตูจะไปทำอะไรนี่…. แล้วก็ก้มหน้าทำงานที่จำเจซ้ำซาก

    องค์กรแบบโครงสร้างที่ดีที่สุดพี่คิดว่าน่าจะเป็นระบบธุรกิจ (ค้านได้นะ)  เพราะเขาพร้อมปรับ เปลี่ยน แปลง แก้ ไข ได้ตลอดเวลา เอาออก เพิ่มตำแหน่งได้ตลอดเมื่อจำเป็นเพื่อเป้าหมายองค์กร และอ่านข่าวเมืองนอกเขาบอกว่า บริษัทไมโครซอฟ ที่ใครต่อใครอยากเข้าไปทำงานนั้น ที่ทำงานมีบาร์ มีที่เคาท์เตอร์บาร์สำหรับเจ้าหน้าที่ออกมาพักผ่อน  ให้เจ้าหน้าที่ทำงาน แต่ 3 ใน 4 เวลา ที่เหลือให้ไปเล่น เนท หรือไปทำอะไรก็ได้  เขาบอกว่าประสิทธิภาพการทำงานมากกว่า ?????!!!!!

    อ่านแล้ว จ๊ากสสสสสส์ เขาพัฒนาองคืกรไปไกลสุดๆ เอาอกเอาใจเจ้าหน้าที่เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน……  แล้วอย่าหวังระบบราชการของเราเลย ชาติหน้าบ่ายๆก็ไม่มีวี่แวว 

    ยกเว้นเอาพ่อครูบาเป็นนายกฯ…อิอิ…

  • #7 handyman ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 สิงหาคม 2009 เวลา 6:12

    สวัสดีครับ
    นอกจากต้องขอบคุณท่านพี่ เจ้าของบันทึกแล้ว  ต้องขอบคุณอาเหลียง ผู้ชี้ทางให้ได้เข้ามาที่นี่  อ่านเรื่องราวที่ตัวผมเองก็คิดอย่างเดียวกัน แต่ไม่อาจร้อยเรียงได้ชัดแจ๋วอย่างนี้ ยิ่งได้อ่านการต่อยอดของทุกท่านข้างบนก็ยิ่งได้มุมมองเพิ่ม
    ขอบคุณมากครับ

  • #8 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 สิงหาคม 2009 เวลา 10:50

    ขอบคุณครับ อ.แฮนดี้

  • #9 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 สิงหาคม 2009 เวลา 15:34

    อุย แล้ว อึ้ง

  • #10 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 สิงหาคม 2009 เวลา 16:29

    หากจะอยากได้หน้าปกหนังสือสวยๆ ออกแบบหนังสือสวยๆก็ต้องตาออตนี่แหละ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.318146944046 sec
Sidebar: 0.499022006989 sec