ไปดูบ้าน

โดย bangsai เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 0:10 ในหมวดหมู่ การบริหารจัดการประเทศ, เรื่องทั่วไป #

เป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยเหมือนอีกหลายคำในช่วงนี้

ที่บ้านขอนแก่นรับญาติมาพักด้วยสองครอบครัว ก็หนีน้ำมานั่นแหละ ครอบครัวผู้เป็นลูกสาวมาดูแลครอบครัวคุณแม่ที่ป่วย ทุกวันเธอก็โทรลงไปกรุงเทพฯถึงสามี ถึงเพื่อนบ้าน ให้ไปดูบ้านแล้วรายงานให้ทราบหน่อย เธอก็ซักไซ้อย่างละเอียดเหมือนอยากจะเห็นเองนั่นแหละ ก็ตัวอยู่ขอนแก่น ใจมันอยู่ที่กรุงเทพฯ เธอบอกว่าเฟอร์นิเจอร์ประเภท Build-in ในห้องรับแขกนั้นพังพินาจ และอื่นๆเพราะตอนหนีมาเก็บของได้ไม่มากนัก…เธอหลับตาทีไรเห็นรายจ่ายจำนวนมากรออยู่ข้างหน้า

เมื่อวันก่อนเธอบอกว่าได้รับ VDO ที่ญาติเดินทางไปดูบ้านแล้วถ่ายส่งมาให้ดู เออ เหมือนไปดูบ้านทางวีดีโอ..


(ขอยืมภาพน้ำท่วมมาประกอบ)

ญาติอีกรายอยู่เสนานิเวศ เป็นหมู่บ้านจัดสรรยุคแรกๆของพื้นที่นี้ เมื่อเวลาผ่านมาถึงปัจจุบันหมู่บ้านกลายเป็นที่ลุ่มเพราะหมู่บ้านที่สร้างภายหลังถมสูงขึ้นกันทั้งนั้น เมื่อฝนตกหน่อยเดียวเสนานิเวศน้ำฝนก็ท่วมทุกที มาคราวนี้มีหรือจะรอด ญาติอพยพไปเช่าที่พักอยู่ใกล้ๆ ทั้งที่หน่วยงานจัดหาที่พักให้ แต่ชอบที่จะอยู่ที่เช่าเอง เพราะต้องการอยู่ใกล้บ้าน เพื่อ “ไปดูบ้าน”

ดูทีวีเห็นหลายต่อหลายคนหนี้น้ำท่วมไปได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องย้อนกลับมาดูบ้าน โดยเฉพาะพี่น้องแถบบางบัวทอง ต้องเช่าเรือไปในราคาขูดรีดคนทุกข์ แต่ก็ยินยอมจ่ายเพราะใจมันอยู่ที่บ้าน ญาติผมที่เสนานิเวศก็เช่นกัน เหมาเรือพายลำหนึ่ง หลายสตางค์ พายเข้าไปในหมูบ้านเพื่อ ดูบ้าน น้ำลึกมาก เข้าไปในบ้าน เห็นแล้วก็น้ำตาตกเอาทีเดียว

พื้นไม้ลอยละล่อง น้ำสีดำและมีกลิ่นเหม็น เธอบอกว่ายังเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมาปุดๆจากพื้นห้องบ้านชั้นล่าง เสียหายหมดสิ้น พยายามทำใจแต่ก็อดเศร้าโศกไม่ได้ วิมานของเธอพังพินาจสิ้น


(ขอยืมภาพน้ำท่วมมาประกอบ)

ได้เห็นภาพบ้านแล้วก็สมใจที่ได้ “ไปดูบ้าน” แต่ก็หดหู่ใจเป็นที่สุด ขากลับออกมาไม่มีแรงพายเรือ พี่ชายต้องลงเดินลุยน้ำจูงเรือออกมา ห้องที่เช่าพักนั้น เช่าเป็นเดือนได้เลย และอาจจะต้องหลังปีใหม่ไปแล้วกว่าจะได้กลับเข้าบ้านจริงๆ เพราะแม้น้ำจะลดลงในวันนี้ แต่การซ่อมแซมนี่ซิ อาจจะใช้เวลามากกว่าเดือน

โดยเฉพาะไม่มีช่างให้จ้างไปซ่อมบ้านน่ะซี

อือ…วันนี้คุณ “ไปดูบ้าน” หรือยัง

« « Prev : หากเป็นนครสวรรค์โมเดล..

Next : ผมเห็นสิ่งที่เกิดจากน้ำท่วม.. » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 0:49

    สำหรับผมแล้ว บ้านเป็นที่ที่ปลอดภัย และสบายใจที่สุดครับ อะไรเกิดกับบ้านคงทำใจได้ลำบากเหมือนกัน เพราะที่บ้านมีทุกอย่างที่ต้องการและเราเป็นตัวของตัวเองที่สุดครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยอยู่นอกบ้านเป็นเวลานานติดต่อกัน สถิติคราวก่อนเกือบ 3 สัปดาห์เมื่อตอนพาพ่อไป รพ.ที่สหรัฐ เกิดฝั่งธน เรียนกรุงเทพ ไม่เรียนเมืองนอก ไม่ชอบเที่ยวต่างประเทศ และเลิกงานก็ตรงกลับบ้านเลย อพยพมาหัวหินครั้งนี้ เป็นสถิติใหม่แล้ว

    บ้านป้าจุ๋มกับบ้านผมยังไม่ท่วมครับ น่าจะรอด เพี้ยง บ้านครูปูมีน้ำมาเยี่ยมเยือน ไม่น่าจะหนัก แต่มีผู้อพยพมาจากที่หนักกว่าดูแลให้อยู่ (และดูแลหมาให้ด้วย) ส่วนเจ้าของบ้านไปเลี้ยงแพะและไปคั้นน้ำเสาวรส

    เรื่องใดที่เกิดแล้ว ก็เกิดไปแล้ว เปลี่ยนแปลงไม่ได้นะครับ ไม่ควรทำใจเพราะจะอึดอัด แต่ควรเข้าใจทั้งเหตุและผล บางทีอาจจะตั้งสติหาทางออกที่ดีที่สุดภายใต้ข้อจำกัดได้ โชคดีนะครับ

  • #2 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 10:14

    บ้านคือวิมานของเราจริงๆ เพราะเราคุ้นชิน แม้ว่าจะเก่า กะดำกะด่าง โทรมๆ มันก็บ้านเรา เราอยู่แล้วสบายใจมีปัญหาอะไรก็แก้ไขกันไป เห็นด้วยเรื่องให้เข้าใจ อิอิ แต่บางคนก็ยากที่จะปรับความคิดความรู้สึก มันเป็นเรื่องความรัก ความผูกพัน และค่าใช้จ่าย แต่การปรับตัวน่าจะช่วยได้นะโดยใช้เวลากับมีคนช่วยแลกเปลี่ยน

  • #3 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 17:34

    กว่าจะเก็บเงินมีบ้านตัวเอง ทุ่มเทกันมากทั้งแรงกายแรงใจ แล้วน้ำก็ท่วมให้เสียหายในระยเวลาอันสั้น เห็นใจจริงเลยค่ะ
    หาเงิน หาช่างมาจัดการอีกไม่ใช่ง่ายเลย

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2011 เวลา 19:11

    คนชั้นกลางกับคนชั้นล่างนั้น ก็มีความทุข์มากเพราะสถานการณ์น้ำท่วม หากมองในแง่บวก มันเป็นการลงโทษจากธรรมชาติที่คนต้องคิดมากขึ้นกว่าการเดินไปตามวิถีวันต่อวันของการทำงานที่ระดมความคิดทั้งหมดไปที่งาน บ้านเพียงเป็นที่ซุกหัวนอน เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงาน และเพื่องานเท่านั้น เพราะหน่วยงานนั้นๆเรียกร้องเช่นนั้น ทุกคนเลยเครียดเพราะปัญหาจากการงาน

    โดยเฉพาะหน่วยงานทางธุรกิจ หากคุณทำไม่ได้ ก็ออกไป มีคนเข้าแถวที่จะมาแทนยาวเหยียด คนที่ดีกว่าคุณกำลังรอคิวก็คงมี
    น้องสร้อย พี่เห็นคนรุ่นใหม่ทำงานกับองค์กรแบบนี้แล้ว เกิดคำถามมากมายว่าชีวิตคืออะไรกันเนี๊ยะ ทุกคนก้มหน้าทำงานเพื่อเงิน แล้วก็เอาเงินมาซื้อๆๆๆๆๆๆ ทุกอย่าง และซื้อมากเกินความจำเป็นของชีวิตมากมายด้วยซี

    เมื่อน้ำท่วมบ้าน ต่างก็ปรับตัวกันมากพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องที่พักอาศัย เพราะงานก็ไม่หยุด หน่วยงานไหนที่มีงบประมาณมาก เช่น ปตท ให้งบประมาณคนที่มีปัญหาที่พักเพราะน้ำท่วมไปเช่าที่พักเหมาจ่ายต่อวันมากกว่าสองพันบาทเลยทีเดียว(ข้อมูลจากเพื่อนที่บุตรเขาทำงานที่นัาน) แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ชั้นล่าง ลำบากสาหัสทีเดียว…

  • #5 ป้าจุ๋ม ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2011 เวลา 22:49

    สวัสดีค่ะคุณบางทราย…

    น้ำท่วมคราวนี้หนักหนาสาหัสทีเดียวค่ะ แต่ละบ้านที่ถูกน้ำท่วมเสียหายมากมาย ผู้คนได้รับความลำบากมาก น่าเห็นใจมากจริงๆค่ะ…ได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้เหตุการณ์ผ่านไปเร็วๆค่ะ

    ช่วงนั้นระหว่างรอน้ำ ดูทีวีฟังข่าวจากรัฐบาลก็ยิ่งเครียด สับสนไปหมด คนประกาศข่าวก็พูดผิดพูดถูก เลยไม่มีใครแน่ใจอะไรได้สักอย่าง รัฐบาลออกข่าวอย่าง ผลเป็นอีกอย่าง….บางหมู่บ้านเพื่อนเล่าให้ฟังว่าเห็นน้ำผุดทางท่อระบายน้ำตอนหัวค่ำก็คิดว่าตอนเช้าค่อยว่ากัน เพราะฟังข่าวจาก รัฐบาลบอกว่า…เอาอยู่…เอาอยู่…เอาอยู่ ที่ไหนได้ตื่นมาตอนเช้าน้ำเข้าห้องรับแขกแล้ว รถจอดอยู่ในโรงรถน้ำถึงขอบหน้าต่างแล้ว มองไปนอกบ้านถนนก็มีแต่น้ำสูงถึงเอวแล้ว…ก็รีบแจวออกจากบ้านแทบไม่ทันค่ะ(ต้องแจวเพราะต้องนั่งเรือออกไปค่ะ)

    ที่บ้านป้าจุ๋มก็เรียกว่าเตรียมพร้อมทีเดียวค่ะ หลังจากหวานใจไปประชุมมาทราบข่าวจากวงในมา ประเมินดูแล้วน้ำมากจริงเป็นที่น่าวิตกยิ่งนัก…หากกรมชลประทานและเทศบาลนครปากเกร็ดเอาไม่อยู่(หรือ…เอาอยู่…แบบรัฐบาล…อิอิ) ระดับน้ำควรจะสูงเท่าใด?

    เมื่อคำนวณเสร็จสรรพ…ประเมินระดับความสูงน้ำที่น่าจะเป็น ก็มาวางแผนใช้กระสอบทรายมาอุดตามท่อระบายน้ำ(กันน้ำผุด)แล้วทำเขื่อนกระสอบทรายตามแนวประตูรั้ว(อันนี้ค่อนข้างsureว่าน่าจะกันน้ำได้ดีทีเดียวค่ะเพราะผู้เชี่ยวชาญการสร้างเขื่อนวางแผนและควบคุมงานเอง พร้อมทั้งมีลูกศิษย์ราว10กว่าคน(เชี่ยวชาญงานเขื่อนทั้งน้านค่ะ)…มารุมกันอุตลุด ลูกทั้ง 3 คนอยู่พร้อม มีแรงงานพม่าอีก 3 แรง เรียกว่าพร้อมทีเดียวค่ะ

    เจ้ากรรมกระสอบทรายช่วงนั้นหายากมากแย่งกันอุตลุดเช่นกัน ก็โชคดีที่มีลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นเจ้าของบ่อทรายเขาทราบข่าวว่าอาจารย์ต้องการกระสอบทรายก็ลัดคิว จัดมาส่งให้หลายร้อยกระสอบ(ขนใส่รถ 6ล้อมา2เที่ยวค่ะ…อิอิ) เรียกว่าอัดกันจนพอใจค่ะ พร้อมตั้งปั๊มไว้ 2 ปั๊มเพื่อสูบน้ำออกหากจะมีซึมเข้ามาบ้าง เรียกว่าพร้อม!!!

    แต่ที่คิดว่าโชคดีที่สุดและดีใจที่สุดเหมือนคุณLogos ค่ะ(เราเป็นชาวปากเกร็ดค่ะ)คือน้ำไม่ท่วมบ้านค่ะ ก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างปกติสุขค่ะ เพราะเทศบาลนครปากเกร็ดเขาเอาอยู่…จริงๆค่ะ ต้องขอขอบคุณและปรบมือให้เทศบาลนครปากเกร็ดและพี่น้องชาวปากเกร็ดที่อยู่อีกฝั่งของแนวกันน้ำค่ะ ขอบคุณจริงๆ ขอให้ผลบุญที่ท่านได้ทำในครั้งนี้ส่งผลให้ชีวิตท่านทั้งหลายมีแต่ความสุขและเจริญรุ่งเรืองในชีวิตตลอดไปค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.31280398368835 sec
Sidebar: 1.1896049976349 sec