หลวงพระบางอีกครั้ง
จะไปไชยบุรี มีหลายทาง แต่ที่นิยมกันคือ บินจากเวียงจัน ไปลงหลวงพระบาง แล้วนั่งรถจากหลวงพระบางไปไชยบุรี เมื่อมีโครงการที่นั่น รถโครงการก็มารับ แล้วก็ปุเลง ขึ้นเขาลงห้วย ฝุ่นตลบ หัวแดงไป และอันตราย อย่างที่เคยเขียนถึงอุบัติเหตุมาแล้วนั่นแหละ เครื่องบินจากเวียงจันไปหลวงพระบางนั้น มีหลายเที่ยวต่อวัน ทุกวัน เป็นเครื่องขนาดกลาง เพราะหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกคนมาเที่ยวมากมายมหาศาล อีกเส้นทางหนึ่งที่ไปไชยบุรีคือ ขึ้นเครื่องตรงจากเวียงจันไปไชยบุรีเลย แต่มีสัปดาห์ละสองเที่ยวคือวันอังคารและวันศุกร์ เท่านั้น เป็นเครื่องบินเล็กมี 11 ที่นั่ง หรือบางวันอาว์เปลี่ยนบอกว่าเป็นเฮลิคอบเตอร์ เสียงดังจนหูอื้อ จริงๆมีรถโดยสารวิ่งตรงเหมือนกันแต่ใช้เวลาทั้งวันและใครที่เมารถละก็หลายคนไม่แนะนำ..


ครั้งที่แล้วผมนั่งเครื่องไปลงที่หลวงพระบางและคอยรถเสีย 2 วันเพราะรถเสียและติดงานจึงมีเวลาท่องหลวงพระบาง ได้รับคำแนะนำจากสนามบินหลวงพระบางให้ไปพักที่ เรือนพักจิดลัดดา ราคาคืนละ 400 บาทห้องเล็กๆพอซุกหัวนอนไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไร สภาพใหม่ เพราะหลวงพระบางมีแต่นักท่องเที่ยว จึงต้องการที่พักมากมาย ใครมีบ้านก็ทำเป็นเรือนพักหมด หาเงินเข้ากระเป๋าดีกว่า ที่พักแบบนี้เป็นพวก Back packer มาพักกัน เจ้าของเดิมมีอาชีพขายทอง พนักงานเป็นอดีตช่างตีทอง พูดภาษาต่างประเทศเป็นไฟทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น ถามว่าไปเรียนที่ไหนมา เขาบอกว่าเรียนจากการคุยแบบหน้าด้านๆเอง



ที่พักแห่งนี้ติดกับภูสี ซึ่งคือวัดภูสี เป็นภูเขาลูกเล็กกลางเมืองหลวงพระบาง อยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวที่เชิญขึ้นไปชมเมืองหลวงพระบางทั้งเมืองและดูพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม นึกถึงดอยสุเทพ แต่ไม่สูงเท่า ภูสีอยู่ตรงหน้าพระราชวังเจ้ามหาชีวิตเลยทีเดียว



ผมชอบเส้นทางเดินขึ้น หากเทียบกับดอยสุเทพแล้วนั้น บันไดเดินขึ้นดอยสุเทพนั้นตรงดิ่ง เลย แต่ที่ภูสีนั้นวนไปมา แบบพยายามค่อยๆลาดชันขึ้นไป ตรงหักศอกก็มีที่พักเหนื่อยเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่จะได้พัก และตลอดเส้นทางเดินจะปกคลุมด้วยต้นจำปี จำปา อายุเป็นร้อยๆปี ช่วงออกดอกนึกซิว่ามันจะหอมแค่ไหนระหว่างเดิน ผมนึกไปถึงปราสาทวัดพูที่จำปาสัก ก็เช่นเดียวกันมีต้นจำปาตลอดเส้นทางเดินขึ้น นึกถึงเพลงนี้



ผมไม่มีรายละเอียดของภูสีแห่งนี้ แต่คิดว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางประเพณีและศาสนาของนครหลวงพระบางแน่นอนเพราะอยู่หน้ามหาราชวัง และดูจากคุณยายที่เอาดอกไม้ ธูปเทียน มาขายเพื่อสักการะ ชุดสักการะนี้ทำแบบฝีมือชาวบ้านที่ประณีต สวยงามบ่งบอกถึงความศรัทธา ที่เอามาขายได้ ผมก็อุดหนุนคุณยาย แปลกที่เขาขายเป็นคู่ไม่ขายเดี่ยว คุณยายก็บอกว่า คนเราต้องมีคู่การถวายความเคารพสักการะก็ควรทำเป็นคู่ ทำพร้อมกัน หรือหากมาคนเดียวก็ถวายเผื่อแก่กัน… ผมไม่คิดเชิงธุรกิจแต่เชื่อในความหมายของท้องถิ่น



อิอิ ใครยังไม่มีคู่ก็ไปหลวงพระบางแล้วไปทำบุญที่นี่เน้อ…อิอิ อาจจะได้คู่เป็นชาวต่างชาติ เพราะมากมายจริงๆ เดินไปทางไหนก็จะชนโดยเฉพาะพวกฝรั่งเศส อาจเพราะลาวและที่นี่เคยเป็นเมืองขึ้นรึเปล่า..เขาเลยตามมาดู…อดีตแผ่นดินในปกครองของเขา..
ฮือ..ไม่อยากคิดมาก เพราะผมไม่ชอบการเป็นเมืองขึ้นใคร….
เพราะนั่นคือผู้รุกราน…
« « Prev : ความสำเร็จและบาดแผลของแม่กำปอง
2 ความคิดเห็น
ลั่นทมคือจำปาลาวใช่มั้ยคะ สวยจัง
ไปหลวงพระบางก็ไม่เคยไปวัดนี้เลยค่ะ พี่บู๊ทบอกอยู่หน้าวังเจ้ามหาชีวิต ฮื้อ! ทำไมคิดไม่ออก คิดออกแต่วัดที่อยู่ใกล้ๆกัน และภาพเจ้ามหาชีวิตที่เหมือนมองตามทุกก้าว (ยังกะโมนาลิซา แต่น่ากลัวกว่าเพราะเป็นผู้ชายและไม่อมยิ้ม) ^ ^
นั่นน่ะสิคะ ทำไมบันไดขึ้นวัดของไทยถึงทำตรงดิ่งขึ้นไปทุกวัดเลย ที่จีนก็เลาะไปตามไหล่เขานะคะ ไม่ชันพุ่งขึ้นฟ้าแบบเรา
แต่ก่อนขึ้นไปฟรี เดี๋ยวนี้เก็บค่าขึ้นไปชมครับ ก็สมควรแล้วเพราะจะได้เอาเงินไปเป็นกองทุนบูรณะ
น้องเบิร์ดจำไม่ได้คงไปเที่ยวมานานแล้วซิ นะ หน้าวังเจ้ามหาชีวิตนั้นปลูกต้นตาลประดับทางเข้า
พี่หละชื่นชมจริงๆ ท่านทรงติดดินมาก ในวังก็มีรูป “ฮีต คอง” ที่ฝาผนังวัง โฮ พี่นึกว่าท่านทรงให้ความสำคัญ ฮีต คอง จริงๆ เสียดายที่เขาไม่อนุญาตถ่ายรูปข้างในวัง