ปายกะสอบ..

โดย bangsai เมื่อ มิถุนายน 29, 2010 เวลา 20:51 ในหมวดหมู่ ชนบท, สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย, เรื่องของชีวิต #
อ่าน: 1998

กระต๊อบสองหลังนี้ต่อเนื่องกัน อยู่ตรงสามแยกบ้านพังแดง บนถนนเปรมพัฒนากับถนน รพช.(เดิม) สร้างมาสองปีแล้ว เจ้าของคือ คุณ “ทราย” อยู่ที่บ้านเปี๊ยด ใกล้อำเภอดงหลวง ห่างจากบ้านพังแดงประมาณ 10 กม.


หนูเห็นว่าที่บ้านพังแดงมีร้านก๊วยเตี๋ยวร้านเดียวในตัวหมู่บ้าน น่าที่จะตั้งได้อีก จึงปรึกษากับสามีอยากมาทำร้านขายก๊วยเตี๋ยว มีเงินในมือแค่หนึ่งพันห้าร้อยบาท ไปกู้เพื่อนบ้านมาสองหมื่นบาท เสียดอกร้อยละสิบ..มาเปิดที่นี่ บางวันก็ขายดี บางวันก็ไม่ได้ ดูร้านในหมู่บ้านซิปิดไปแล้ว..

สามีเธอเป็นช่างไม้ รับจ้างไปเรื่อยๆ หนูมีลูกสองคน คนโตเรียน ม 2 อยู่กรุงเทพฯ กับน้าสาว หนูต้องส่งเงินเขาเดือนละสองพันบาท เหลือยอดอีกครึ่งหนึ่ง ที่ดินตรงนี้เช่าตา..ตอนแรกเขาคิดปีละสองพันบาท หนูต่อรองเขาได้หนึ่งพันบาทต่อปี

พออยู่ได้ เฉลี่ยแล้วหนูมีรายได้วันละ สองถึงสามร้อยบาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นขาจร คนผ่านไปมา ขาประจำก็เป็นเจ้าหน้าที่ อบต.สาวๆ สาม สี่ คนเท่านั้น มีคนมาขอเช่าที่เพิ่มเติมจะเปิดปั้มน้ำมัน แต่ตา..เขาไม่ยอมให้เช่า


ผมยกชามก๊วยเตี๋ยวไปนั่งใกล้ๆ แล้วคุยเรื่องที่ผมสนใจ

ทรายมาอยู่นี่เจอะอะไรดีดีไหม หมายถึงปอบน่ะ..

หนูเข้าใจดี..หนูรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรในหมู่บ้านนี้ เพราะหนูเป็นคนที่อื่นมาอาศัย “หนูก็ทำตัวนอบน้อม ไม่แสดงอาการแข็งกร้าว ใหญ่โตอะไร หนูไม่จำเป็นต้องพกพาวัตถุมงคลป้องกันอะไร แค่ปฏิบัติตัวนอบน้อม ไม่ต่อปากต่อคำอะไรกับใครก็อยู่ได้…

ตอนหนูมาใหม่ๆก็ไปใหว้เจ้าปู่ หัวหมูกับเหล้าและเงินสองร้อยบาท ที่เรียกครอบ

ผมถามเคยพบอะไรพิเศษไหม..ทรายบอกว่า เคย..คืนหนึ่งสามีหนูเมา หนูก็ลุกขึ้นจะไปจ่ายตลาดประมาณตี 4 เอามอเตอร์ไซด์ไปคนเดียว ตรงทางโค้งโน้น หนูพบลูกไฟใหญ่ข้างทาง หนูกลัวมาก เลยไม่ไปจ่ายตลาดเวลาเช้ามืดอีกเลย สว่างแล้วค่อยไป..


อย่างอื่นล่ะ…ผมเซ้าซี้ อยากเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ

อาจารย์..ปีแรกที่หนูมาเปิดร้านน่ะ หนูขายเหล้าด้วย สักพักใหญ่ๆหนูเลิกขายเหล้าเลย เพราะมีคนกินเหล้าแล้วไม่จ่ายเงิน รวมๆสัก ห้า หกพันบาทได้ หนูไม่กล้าทวงเขา กลัวเขาเป็นปอบจะทำใส่หนู…หนูไม่พูด แล้วแต่เขาจะคืนหรือไม่คืน หนูเลยเลิกขายเหล้า ขายแต่ก๊วยเตี๋ยวอย่างเดียว… พออยู่ได้..

สรุป

  • เป็นที่รู้กันว่าบ้านพังแดงมีปอบใหญ่ จำนวนหนึ่ง
  • คนต่างถิ่น หรือคนในหมู่บ้านก็ตาม ควรมีพฤติกรรมทำตัวไม่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ แต่อย่างใด หากทำตัวแตกต่าง ปอบจะแผลงฤทธิ ทำให้เจ็บป่วย ถึงตายได้ มีกรณีตัวอย่างหลายกรณี
  • โดยเฉพาะคนต่างถิ่นต้องทำพิธีครอบเข้าหมู่บ้านเมื่อเข้ามาอยู่ มาทำงาน มาทำมาหากิน และครอบออกหมู่บ้าน เมื่อต้องออกไปจากหมู่บ้าน
  • หากเกิดกรณีที่เป็นผลประโยชน์ขัด เช่น มีคนในหมู่บ้านไม่ให้เงิน กรณีซื้อของ หรือกรณีใช้น้ำแล้วไม่จ่ายค่าน้ำ ค่าสิ่งของ โดยทั่วไปไม่กล้าที่จะไปทวงถาม ปล่อยให้เกิดสถานการณ์คาราคาซังเช่นนั้น…
  • สภาวการณ์นี้ครอบงำหมู่บ้านนี้จนเป็นที่รู้กันโดยทั่วไป
  • ทราย ยืนยันว่า บ้านพังแดงนั้นบางครอบครัวเขามีเงินนะ แต่เขาทำตัวเหมือนไม่มี เพราะเกรงกลัว อิทธิพลปอบ
  • ใครที่พูดจารุนแรงหรือ เด่นเกินไป จะอันตราย

ประเด็น

  • ยอมรับว่าละเลยเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติส่วนนี้ไป โดยไม่ได้นำมาพิจารณาในการดำเนินกิจกรรมต่างๆของพื้นที่ดงหลวงโดยเฉพาะพังแดง
  • เพราะเขาไม่พูดหากไม่ถาม และทุกคนพยายามเก็บปากเก็บคำต่อเรื่องนี้ แม้จะถามก็ตาม จึงมีส่วนทำให้เราไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร เพราะเราไม่คิดว่าจะมีผลต่องาน
  • เรายังขาดข้อมูลลึกๆอีก เช่น กรณีทราย คนที่มากินเหล้าแล้วไม่จ่าย ก็ไม่กล้าไปทวงถาม คำถามคือ คนที่ไม่จ่ายเงินค่าเหล้านั้นไม่ใช่คนเดียว แล้วทุกคนเป็นปอบตัวจริงหรือเปล่าที่มีอิทธิฤทธิ์ดังกล่าวมา หรือมีบางคนลักไก่ ไม่ใช่ปอบ แต่อาศัยอิทธิพลปอบหลอกกินเหล้าฟรี
  • การที่ชาวบ้านเก็บปากเก็บคำ เป็นเรื่องไม่ง่ายที่จะล้วงลึก เพราะใครต่อใครไม่อยากกล่าวถึง หากจะกล่าวก็ไม่หมด เพียงผิวเผิน เหมือนเกรงกลัวอิทธิพล
  • หลายท่านเรียนรู้เรื่อง ปอบ หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ คือระบบควบคุมสังคม ในทางทฤษฎี และกรณีตัวอย่างในหลายแห่ง แต่ที่นี่ บ้านพังแดงอาจจะไม่ใช่

อ้อที่ตั้งชื่อ “ปายกะสอบ” จริงๆก็คือ “ปอบ กะ ทราย” อิอิ

« « Prev : วิถีปอบดงหลวง

Next : ข้าหลวงกับดงหลวง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 มิถุนายน 2010 เวลา 7:27

    อืม อิทธิพลมากจริง ๆ ค่ะ แล้วมีคนที่ประสบความสำเร็จโดยไม่โดนปอบมั่งมั้ยคะพี่บู๊ท

  • #2 freemind ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 มิถุนายน 2010 เวลา 10:37

    ปายกะสอบ… ปอบกับทราย….
    ถ้าไม่อ่านจนจบ คงงง ๆ กับชื่อ…55555…..
    ขอบคุณค่ะ

  • #3 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 มิถุนายน 2010 เวลา 21:45

    น้องเบิร์ด และ Freemind
    เรื่องนี้เป็นความสนใจส่วนตัวของพี่ เพราะตั้งประเด็นไว้มาก และอยากหาคำตอบ แต่ไม่มีเวลาให้เต็มๆ เพราะมีเรื่องอื่นหลายเรื่องต้องทำ เลยข้อมูลยังไม่มากพอ  หากถามว่ามีคนที่ประสบผลสำเร็จบ้างไหม

    • อาจจะเรียกแนวโน้มที่จะไปได้ดี พอมีครับเช่นร้านค้าสองสามร้านก็ดูดี แต่เราไม่ได้เข้าไปถามลึกๆ จริงวๆว่ามีปัญหา อุปสรรคอย่างไรบ้าง และกรณีนายนรินทร์ที่พี่เคนเขียนบันทึกไปที่เปิดร้านขายน้ำมัน และพยายามขยายสินค้าที่ชาวบ้านต้องใช้ทางการเกษตรมากขึ้นทีละอย่างสองอย่าง ดูดี ดูมีแนวโน้มก้าวหน้า  แล้วถามว่ามีปัญหาไหม  ยังไม่ได้ถามเรื่องนี้ว่าตัวเขาเองมีปัญหาไหม
    • วันนี้พี่มีโอกาสคุยกับหัวหน้าทีมซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ปกติพี่จะเขียน KM message แล้วส่งทางอีเมล์ให้เจ้าหน้าที่โครงการ รวมทั้งหัวหน้างานคนนี้ด้วย..ใน KM message จะมีเรื่องนี้อยู่ด้วย หัวหน้างานเขามองทางการบริหารว่า เราน่าที่จะก้าวผ่านเรื่องเหล่านี้ให้ได้ โดยเฉพาะเอาคนรุ่นใหม่ๆขึ้นมาทำงานแทนคนมีอายุเพื่อก้าวไปข้างหน้า ในหลักการนั้นพี่เห็นด้วยอยู่แล้ว และพยายามทำอยู่แล้ว แต่มาสัมผัสประเด็นนี้เข้าก็เลยลองศึกษาลึกๆดูว่ามีผลมากน้อยแค่ไหน ลองสอบถามคนโน้นคนนี้ ฟังดูว่าจริงๆชาวบ้านคิดเรื่องนี้อย่างไร มีอิทธิพลมากแค่ไหนที่เราไม่ได้ให้น้ำหนักมาก่อนหรือเปล่า  หรือเป็นเพียงเหตุผลลมๆแล้งๆที่อ้างกันเท่านั้น หรือมันของจริง
    • แค่ลงมาเอาเฉพาะประเด็นนี้กับชาวบ้านไม่กี่คน ก็ประเมินเบื้องต้นอย่างที่บันทึกมาทั้งหมดว่า ชาวบ้านรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เขาไม่โกหกเราแน่นอน
    • พี่ต้องอุทิศเวลาสำหรับเรื่องนี้และต้องสรุปให้ได้ภายในเร็ววันนี้
    • ขอบคุณครับที่สนใจ ปอบ อิอิ

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.060734033584595 sec
Sidebar: 0.046520948410034 sec