แดงไร้เดียงสา..

โดย bangsai เมื่อ พฤษภาคม 2, 2010 เวลา 17:10 ในหมวดหมู่ ชนบท, สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 1981


เที่ยงวันนั้นผมขับรถออกจากสำนักงานเพื่อไปร้านอาหารมังสวิรัติเจ้าประจำในตัวเมือง ออกประตูสำนักงานก็เห็นรถปิกอัพคันหนึ่งขับผ่านหน้าไป กระบะหลังมีเด็กหญิงสามคนนั่งอยู่ คนหนึ่งถือธงแดง ยกรับลม ธงแดงปลิวไสว


ผมขับรถไปประกบเพื่ออยากดูเธอ ผมยิ้มให้เธอก่อน เธอยิ้มตอบ ดูเหมือนเป็นเด็กขนาดมัธยมต้น เสื้อก็แดง แถมยกธงแดงเฉยเลย เมื่อผมจ้องเธอ เธอชักไม่แน่ใจ ไม่ยิ้มและเอาธงลง เมื่อผมปล่อยให้เธอเลยไปข้างหน้า เธอเอาธงขึ้นอีก..

ผมถ่ายรูปด้วยมือถือ พอดีเห็นมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งข้างหน้าซ้อนสอง ใส่เสื้อแดงโพกผ้าแดง ผมพยายามส่งสัญญาณให้เด็กท้ายกระบะรู้ว่าเธอมีเพื่อนบนถนนด้วย เธอตกใจคงแปรความหมายเป็นอื่น เธอดูสีหน้าตกใจเอาธงลงและทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้..อิอิ

เห็นดังนั้นก็ปล่อยไปไม่เล่นกับเธออีก

ผมเชื่อว่าเธอคงไม่เข้าใจอะไรมากนักว่าธงแดงนั้นมีความหมายอย่างไรบ้าง เสื้อแดงมีความหมายกว้างขวางอย่างไรบ้าง เธออาจจะได้รับข้อมูลจากพ่อแม่ที่บ้าน เพื่อนบ้านและทีวี.. เข้าร่วมโดยไม่เข้าใจ เป็นแนวร่วมโดยบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา


สังคมชนบทมีปรากฏการณ์แบบนี้มากมายนัก

ใครล่ะจะเป็นผู้ไปทำความเข้าใจ และจะมีกระบวนวิธีอย่างไร เขาเหล่านั้นจะเข้าใจไหม หรือไปตอกลิ่มเข้าไปอีก

รัฐจะมีบทบาทอย่างไรต่อปรากฏการณ์เหล่านี้ หรือปล่อยให้ความไร้เดียงสาพัฒนาไปสู่อุดมการณ์..?!

« « Prev : แดงเดือด..

Next : เรื่องของโจ้ย.. » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2010 เวลา 18:45

    มันเป็นโจทย์ให้พวกเราขบคิด
    แค่ปัญหาเฉพาะหน้าพวกเรายังไม่มีคำตอบ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันดี
    แล้วไผ๋จะรับผิดชอบ อบรมสั่งสอนเด็กๆ หรือให้สิ่งที่พวกเราทำเป็นบทเรียนราคาแพงให้พวกเขาเรียนรู้
    ยัง อิอิ ได้

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2010 เวลา 20:40

    เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีเด็กมาทดสอบไอคิวกับน้องนุช อายุประมาณ 4-5 ขวบได้ค่ะพี่บู๊ท มีข้อทดสอบหนึ่งให้จับคู่ร่มสีเขียวเพื่อดูความเข้าใจภาษาและเหตุผลของเด็ก

    เจ้าตัวเล็กนี่ก็ร้องว่าบ่เอาฮ่มเขียว จะเอาฮ่มแดง ๆ ๆ ๆ …!?!
    น้องนุชก็บอกว่าไม่เอากติกานั้น ให้เอากติกาครู ครูให้เลือกร่มสีเขียว…เจ้าตัวน้อยก็ไม่ยอมดิ้นว่าจะเอาร่มแดง ๆ ๆ ๆ !!!

    เกิดอะไรขึ้นกับคนที่นี่ และทำอย่างไรที่จะแก้ไขได้ไม่ให้เป็นรากฐานในสิ่งที่ยังคิดไม่ออกว่าดีหรือไม่ดีในอนาคต…ถอนหายใจยาวอีกทีค่ะ

  • #3 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2010 เวลา 21:00

    เฮียตึ๋งครับ น้องเบิร์ดครับ

    วันก่อนผมเข้าหมู่บ้านผ่านบ้านอดีตผู้นำชุมชนท่านหนึ่งก็ลงแวะเยี่ยมเยือน ทักทาย ตามปกติ เลยถือโอกาสนั่งเกริ่นเรื่องจะหาเวลามาสัมภาษณ์ “มหากาพย์ดงหลวง” ผู้นำท่านนั้นก็ยินดี เรารู้นิสัยท่านดีว่าเป็นคนเช่นไร เป็นประเภทบู้…

    และแน่นอนแดงทั่วตัว.. คุยไปสักพักก็กล่าวว่า ผู้นำต้องเข้มแข็ง จริงจัง แสดงออกมาให้ปรากฏไม่เช่นนั้นนำมวลชนไม่ได้ ดูขวัญชัย ไพรพนาซิ ดูอริสมันต์ซิ  ต้องอย่างนี้ถึงจะเรียกผู้นำ..???!!!!???

    ผมยกมือไหว้แล้วเดินทางกลับที่พักด้วยความคิดไปไกลสุดขอบฟ้าโน้น….

    งานพัฒนาชนบทเราไม่เกี่ยวข้องการเมือง 
    งานพัฒนาคนเราไม่เกี่ยวข้องการเมือง

    แต่การเมืองปนเปื้อนกับงานที่เราทำทุกอย่าง……

  • #4 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2010 เวลา 21:52

    การพัฒนาคงพัฒนาแยกส่วนไม่ได้
    การพัฒนาคงต้องทำไปทุกมิติ  ความรู้  สังคม  การเมือง  ชีวิต  การเรียนรู้ 
    เราคงไม่ตัอสินว่าที่เขาคิด  ถูกหรือผิด ?  หรือเราแน่ใจว่าเราถูก ?
    ขอแต่เพียงเขาคิดเป็น  กล้าคิด  กล้าทำ  ทำไปแล้วรู้ว่าดี  ไม่ดี  ถูกหรือผิด  แล้วแก้ไขเป็น…….
    ที่สำคัญคือ  เขามีโอกาสรับทราบข้อมูล  และมีโอกาสที่จะคิด  ตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2010 เวลา 23:05

    ผมเห็นด้วย และยอมรับในหลักการ แนวทาง ดังกล่าว และเราก็ยึดสิ่งเหล่านี้ในการทำงานครับ

    ในทางปฏิบัตินั้นมีรายละเอียด มากมาย ที่จะเอาหลักการไปปฏิบัติ ดูหลักการไม่ยาก แต่จริงๆไม่ง่าย เช่น การปฏิบัติแบบไม่แยกส่วนลองแปลเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติในเรื่องบางเรื่องนั้น ไม่ง่ายนะครับ หากคนทำงานไม่จัดเจนจริงๆนั้น ยากที่จะเห็นรูปธรรมในหลักการนี้

    คนทำงานมีคุณสมบัติที่ “ไม่จัดเจน” และ target มีภูมิหลัง มีวัฒนธรรม มีค่านิยม มีจุดอ่อนจุดแข็ง บางคน บางกลุ่มมีความสนใจเฉพาะตัวอยู่บ้างแล้ว คนทำงานจึงต้องมีศิลปในการทำงานด้วย

    แน่นอน มิได้หมายความว่าในสาระหนึ่งเรื่องจะต้องมีทุกสาระครบไปหมด แต่หากเกี่ยวข้องก็พยายามกระตุ้นให้คิด คนทำงานตรงนี้ ต้องสุดยอดฝีมือทีเดียวนะครับ งานแต่ละชิ้นก็มีสาระหลัก รอง รองก็มีรอง 1 รอง 2 ฯลฯ ไม่ง่ายนักครับ

    ขอบคุณครับที่ย้ำหลักการ

  • #6 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2010 เวลา 12:14

    ผมไม่สบายใจทุกครั้งที่ในม๊อบมีเด็กเล็ก ไม่ว่าจะม๊อบเหลืองหรือม๊อบแดง เพราะเราปลูกฝังความเกลียดชังผู้ที่มีความคิดไม่เหมือนเราให้กลายเป็นศัตรู โดยเด็กเล็กเหล่านั้นวิเคราะห์ข้อมูลไม่เป็น ที่ภูเก็ตแม้แต่การประกวดดนตรี เด็กคนหนึ่งเพื่อนๆตัวเล็กๆไม่คุยด้วยเพราะพ่อมันเสื้อแดง เพียงแค่นี้ที่ผู้ใหญ่ปลูกฝังเด็กจะทำให้อนาคตชาติเป็นอย่างไร พอเกิดเหตุขึ้นมาเราไม่ยอมโทษตัวเองเรากลับไปโทษคนอื่น ผมอาจจะมองไม่เหมือนคนอื่นที่เห็นว่าต้องให้เด็กไปรับรู้ประชาธิปไตยด้วยตนเอง ซึ่งตรงนั้นไม่เถียงแต่กรณีที่กำลังมีความรุนแรงเกิดขึ้น มีการพูดจาท้าทาย พูดระดมมวลชน มีการชักชวนให้กระทำการรุนแรง ด่าฝ่ายตรงข้ามว่ามันเลวมันชั่ว เด็กยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลอีกด้าน(ซึ่งหากรับรู้ก็ยังไม่ทราบว่าจะวิเคราะห์เป็นหรือไม่) สมควรให้เด็กซึ่งเป็นผ้าขาวซึมซับสิ่งเหล่านี้หรือ พาเด็กไปอยู่ในม๊อบยังสงสัยอยู่ว่าละเมิดสิทธิเด็กไหมครับ
    เมื่อเช้าเห็นแม่รายหนึ่งร้องไห้คร่ำครวญสาปแช่งผู้กระทำให้ตายให้ตายกันทั้งประเทศเพราะลูกถูกกระสุนปืน ว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ไม่ได้ซ้ำเติมเขา แต่…พ่อแม่ก็ไม่ต้องรับผิดชอบเลยหรือที่เอาลูกไปอยู่ในสถานที่อย่างนั้น จะโทษทหารฝ่ายเดียวก็ไม่เต็มปากเพราะทหารก็ถูกกระทำมานาน เกียรติยศศักดิ์ศรีถูกทำลาย ถูกลอบใช้อาวุธสงคราม จะฝ่ายไหนก็เถอะ เขาก็จำเป็นที่จะต้องป้องกันชีวิตเขาเหมือนกัน แล้วไม่รู้เลยหรือว่าสถานการณ์มันอันตราย
    โทษคนอื่นเราเห็นเป็นภูเขา
    โทษของเราเราเห็นเท่าเส้นขน
    ตดคนอื่นเหม็นเบื่อช่างเหลือทน
    ตดของตนถึงเหม็นไม่เป็นไร
    ไม่ได้โทษใคร แต่อยากจะให้เหตุการณ์มันจบลงเร็วๆ เขาหาทางลงให้แล้วก็มาตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมแบบเด็กๆเหมือนไม่อยากให้จบ นี่แหละคนไท..ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย รบกัน ฆ่ากัน แล้วให้คนอื่นมารุกราน แล้วรวมกันสามัคคีกันใหม่..เพื่ออะไร….

  • #7 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2010 เวลา 14:34

    ท่านอัยการครับ
    เรื่องเด็กกับสถานการณ์บ้านเมืองนั้น ผู้ใหญ่บ้านเราไม่ sensitive เรื่องนี้ ปล่อยให้สมองเด็กที่สดใสเสพสิ่งที่ยังไม่ควรเสพเข้าไป อย่างท่านอัยการกล่าว  เอ้า ช่วยกันเท่าที่มีโอกาสนะ

    สงครามกลางเมือง อีกบทเรียนหนึ่งที่คนไทยฆ่ากันเอง
    ถามตัวเองว่าหากเราเป็นผู้รับผิดชอบเราจะทำอย่างไร จัดการรวดเดียวจบ หรือ ผ่อนคลายให้เลิกราไปเอง แต่เอ อย่างไรก็ไม่เลิก ยอมนั่นก็แล้ว ยอมนี่ก็แล้วไม่เลิกซะที อย่างนี้มันต้องลุยแบบให้สูญเสียน้อยที่สุด


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.27744007110596 sec
Sidebar: 0.14873290061951 sec