กระบี่สวยอีกครั้ง..

ไม่มีความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 18 เมษายน 2009 เวลา 22:00 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2293

ผมเอาข้อมูลเกี่ยวกับกระบี่มาฝากกันอีก ยังติดใจความสวยงามของธรรมชาติของกระบี่ ข้อมูลนี้ก็ยืนยันความจริงข้อนี้ครับ

_____________

จังหวัดกระบี่เปิดงานการแข่งขัน ปีนผานานาชาติ 2009 ” Krabi International Rock Climbing 2009″ นักกีฬานานาชาติ กว่า 100 คน จาก 11 ประเทศลงแข่งขัน


วันที่ 17-19 เมษายน 2552 ที่อ่าวต้นไทร ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการเปิดงานการแข่งขัน ปีนผานานาชาติ 2009 หรือ Krabi International Rock Climbing & Thailand Bouldering Asia Cup Fire Contest 2009″ ซึ่งจังหวัดกระบี่ร่วมกับอบจ.กระบี่ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ททท.สำนักงานกระบี่ และชมรมปีนหน้าผาไร่เลย์ ได้ร่วมกันจัดขึ้น

นายชัยวุฒิ พุฒทอง นายกสมาคมปีนหน้าผ้าแห่งประเทศไทย รายงานว่ามีนักปีนผา นักควงไฟทั้งชาวไทยและนานาชาติ จาก 11 ประเทศ ที่ร่วมลงแข่งขัน กว่า 100 คน เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทเป สวีเดน สิงคโปร์ มาเลเซีย เข้าร่วม


งานนี้จัดขึ้นที่อ่าวต้นไทร (ซึ่งเป็นอ่าวที่เฮ 8 ไปจัดที่นั่นด้วย) หาดอ่าวไร่เลย์ และ เกาะปอดะ ต.อ่าวนาง เพื่อส่งเสริมให้กิจกรรมการแข่งขันปีนหน้าผาเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางการท่อง เที่ยวประจำปีของจังหวัดกระบี่ และเป็นการนำเสนอภาพลักษณ์จังหวัดกระบี่ เป็น Rock Climbing Destination ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักปีนหน้าผาว่าหากนึกถึงการปีนผาต้องไปปีนที่ จังหวัดกระบี่ เนื่องจากมีหน้าผาที่สวยงามติดอันดับโลก มีธรรมชาติที่สวยงามและมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวครบครัน มีเส้นทางปีนผากว่า 600 เส้นทาง นักปีนผาสามารถเลือกปีนได้ตามระดับความยากง่าย และความท้าทายที่ต้องการ






ลักษณะเด่น คือเมื่อปีนขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของจังหวัดกระบี่ เช่นภูเขาหินรูปร่างแปลกตาคล้ายรองเท้าบู๊ท เรือสำเภา หัวนก รวมทั้งมองเห็นเกาะต่างๆเช่นเกาะปอดะ เกาะทับ เกาะไก่ ฯลฯ

(ข้อมูลนี้เอามาจาก: http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000043222)


ชื่นชมรูปของน้องฝ้ายและน้องไผ่..

7 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 13 เมษายน 2009 เวลา 22:30 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2042

แสดงความคิดเห็นรูปน้องฝ้ายและของน้องไผ่่ ตามที่น้องหมอตาเสนอครับ

ต้องกล่าวชมว่ารูปสวยทั้งหมดเลย เก่งมาก นี่ขนาดเด็กนะ หากเรียนรู้มากขึ้นอนาคตเป็นมืออาชีพเลยหละ น้องไผ่

ต่อไปนี้เป็นความคิดเห็น: รูปที่ 1ของน้องฝ้าย “รูปฟ้าหลังฝน”นี้ ขออนุญาตให้พ่อสิงห์ป่าสักอธิบายต่อให้น้องไผ่ด้วยนะ

  • ชอบองค์ประกอบรูป เส้นนำสวยตาข้างล่างที่มีเก้าอี้ และชายหาดทรายที่เป็นเส้นนำสายตาได้ดี จังหวะพอดี ที่เด่นคือเส้นนำสายตานี้นำไปสู่เส้นขอบฟ้าสัมผัสน้ำ สวยมาก
  • จากเส้นนำสายตามันเข้าพอดีกับความเข้มของสี จากเข้ม ไปสู่จางลง และจางลงไปเมื่อเป็นเส้นขอบฟ้า

รูปที่ 2 กระบี่ยามเย็น  ของน้องฝ้าย

  • เป็นรูปธรรมดาทั่วไปที่คนถ่ายรูปใหม่ๆมักถ่ายแบบนี้
    ซึ่งเป็นรูปพื้นฐาน
  • ชอบแสงน้ำที่ตัดกับตึกเป็นแถวนั้น ซึ่งเป็นลักษณะที่ทำให้ตึกเด่นขึ้นมา
  • เจ้ารูปที่ขอบล่างซ้ายมาขัดจังหวะๆไปหน่อย แสดงว่าเอารูปสดๆไม่ได้ crop รูปเลย หากเอาออกไปจะดีกว่า
  • หรือหากจะเอารูปล่างซ้ายมือเข้ามาในรูปด้วยก็ต้องรอจังหวะให้เข้ามาในรูปเต็มๆด้วย
  • ได้อารมณ์ดีครับ

รูปที่ 3 มองลอด  ของน้องฝ้าย

  • ส่วนตัวชอบรูปนี้มาก เป็นภาพธรรมชาติที่ให้ความรู้สึกชัดเจนว่าถ้ำนี้มีความหนักแน่นใหญ่โต ให้ความรู้สึกมั่นคง
  • เส้นน้ำกับกลุ่มต้นไม้จากถ้ำทางซ้ายมือวิ่งไปทางขวามือ อยู่ในสัดส่วนที่ชอบ
  • หากจะให้ดีขึ้น น่าจะตั้งกล้องไปทางซ้ายมืออีกหน่อยและให้ภาพขวามือกว้างมากขึ้น ก็จะลดความหนักของถ้ำลงมาบ้างครับ แต่ก็ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของการถ่ายรูปนี้

รูปที่ 4 ภูอาบแสง  ของน้องฝ้าย

  • รูปนี้ก็สวยถูกใจ เด่นก็คือ ภูเขาที่อาบแสง
  • เส้นพื้นหญ้าเขียวสวยสะอาดตารองรับแท่งภูเขา
  • สัดส่วนท้องฟ้ากับสัดส่วนไม่ใช่ท้องฟ้าก็สมส่วนใช้ได้
  • เส้นสายภูเขาวิ่งจากส่วนบนลงต่ำไปสู่สนามหญ้าด้านล่าง

รูปที่ 5 ดอกบัว  ของน้องไผ่

  • ความตั้งใจดี การสร้างแนวคิดดีมาก
  • แนะนำว่า รูปดอกบัวอยู่ตรงกลางรูปมากไป ควรพิจารณาเอาไว้ซ้ายมือ หรือขวามือสักหน่อย
  • แนะนำว่าควรรอให้แมลงหรือมดคลานออกมาให้เต็มตัวหน่อยจะสวย
  • แนะนำว่าภาพแบบนี้ต้องเอาดอกบัวให้คมชัดที่สุด
  • เส้นสายของใบบัวด้านหลังสวยมาก แม้จะเบลอๆก็สวยเพราะเราต้องการให้ดอกบัวเด่น

รูปที่ 6 ปลาลูกโป่ง ของน้องไผ่

  • เป็นรูปธรรมดาที่สวยใช้ได้
  • แต่หากจะสร้างให้เรื่องครบถ้วน background ควรจะให้เห็นบางส่วนของกระชังปลาจะสวยมากครับ
  • ความคมชัดของตัวปลาใช้ได้

รูปที่ 7 ต้นไม้บาทา ของน้องไผ่

  • เป็นรูปที่แปลกตาดี
  • แต่หากจะถ่ายให้เห็นโคนต้นไม่นี้ก็น่าจะดี หรือให้เห็นดินก็จะดี
  • เป็นรูปแปลกที่หายากครับ

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นเล็กๆน้อยๆครับ


เฮ 8 พูดเอง..เออเอง

2 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 12 เมษายน 2009 เวลา 0:27 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2131

ผมเครียดกับสีอื่นๆ จึงหันมาดูรูปดีกว่า

ผมเคยเล่นกล้องกับฟีล์มขาว-ดำมาก่อน และเคยลงทุนล้าง-อัด เอง ในห้องน้ำในห้องพักตั้งแต่หัวค่ำยันสว่าง คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยสัมผัสรูปขาวดำมาก่อน และคุ้นชินกับภาพสีของยุคดิจิตอลมากกว่า

การไปกระบี่คราวนี้ ผมเลยหันมาถ่ายภาพ ขาว-ดำ สลับกับภาพสี

การดูภาพขาว-ดำนั้น ไม่ได้ดูที่ความสวยงาม และองค์ประกอบของภาพเท่านั้น จะดูเส้นสายของภาพ ดูอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อดูรูป ดูจินตนาการของผู้ถ่ายรูป ดูเรื่องราวของภาพนั้นๆ ดู…ฯลฯ…

ดังนั้นแต่ละคนจึงมีความเห็นที่แตกต่างกันเมื่อดูภาพขาว-ดำ

ผมจึงจะพาท่านดูภาพ แบบผมพูดเอง-เออเอง น่ะครับ

ภาพที่ 1

ภาพนี้มุมนี้มีคนถ่ายมาก เพราะเป็นมุมที่สวย เส้นภูเขาลากลงมาจากที่สูงแล้วลงทะเล มีเรือเป็น Subject น้ำเป็น Subject areas หากรูปนี้มีความคมชัด และถ่ายในฤดูกาลต่างๆจากมุมเดียวนี้จะสวยตามฤดูกาลที่น่าสนใจทีเดียวครับ

ภาพที่ 2

ผมเห็นความใหญ่โตมหึมาของขุนเขา แต่สวยที่มีต้นไม้ปกคลุม Shape ทรง Vertical แบบ 90 องศา แปลกตาที่ไม่ค่อยได้เห็นที่ไหนๆบ่อยๆ มีที่นี่แหละ “กระบี่” พิจารณาดูที่ผิวน้ำสัมผัสกับโคนขุนเขาซิ…ขุนเขาที่แกร่งกล้ายังกร่อนลงได้เพราะน้ำทะเลซัดสาดมานานแสนนาน บ่งบอกความหมายอะไรต่อมิอะไรมากมายทีเดียว

ภาพที่ 3

มันเป็นการจงใจที่จะถ่ายภาพนี้ให้เห็นความยิ่งใหญ่และความกระจิดริดของสิ่งมีชีวิตที่มาเกาะอาศัย คือต้นไม้เล็กๆนั่น (ตรงจุด 1 นาฬิกา) เขาไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ว้าเหว่ เหงาหงอย หรือคึกคัก ก็แต่อิงอาศัยธรรมชาติ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยที่เหมาะสม และตั้งอยู่เพราะสภาวะที่เอื้อให้ ดำรงชีวิตตามสภาพของธรรมชาติ เขาไม่ได้อยู่ในป่าใหญ่ ….ใครบางคนในโลกนี้ก็อาจจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้เหมือนกัน..


ภาพที่ 4

ธรรมชาติจัดสรร เส้นสายตาอยู่ที่ผิวน้ำ ลากอารมณ์เราไปสัมผัสภูเขาน้อยใหญ่ ไกลใกล้ เห็นเวลาวิ่งผ่านไปต่อหน้า เห็นเรื่องราวมากมายผ่านบริเวณเหล่านี้ สิ่งที่เห็นวันนี้มิใช่สภาพเดิมแท้ เวลากัดกร่อนเหลือเพียงการดำรงเท่าที่เห็น


ภาพที่ 5

มันไม่มีความสวยงามแห่งภาพเลย สตรีท่านนี้ก็มิใช่สาวงามระดับโลก เธอไม่ใช่มหาเศรษฐี หรือคนมีชื่อเสียงคับโลกจากที่ไหน แต่อารมณ์ของภาพนั้นเธอกำลังคิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือมากกว่า เธอรอคอยอะไรหรือ เธอเหงา ห่วงหาอะไรหรือ


ภาพที่ 6

เธอท่านนี้ก็มิใช่ นาตาลี ที่จักรวาลรู้จักเธอดี แต่สตรีท่านนี้อาจจะเรียก นาตาลีเขียวก็ย่อมได้ เพราะน้ำใจเธอล้นจักรวาร เธอทำงานบริการมิได้หยุดยั้ง เรามิได้เพียงมาดื่มด่ำกับธรรมชาติแห่งกระบี่ แต่เรายังได้ดื่มด่ำกับน้ำใจของชาวกระบี่ ผู้จัด และนาตาลีเขียวท่านนี้


ภาพที่ึ7

มือที่สัมผัสนั้นได้ปล่อยกระแสไฟแห่งเมตตาไปอิ่มเอิบแก่ลูกหลานต่างผิวสีคนนั้น มีคุณค่ามากกว่าคำพูดใดๆ


ภาพที่ 8

มันก็แค่แท่งหินที่มาโด่เด่อยู่กลางทะเล แต่สายตามนุษย์พึงพอใจรูปร่างของเขา ธรรมชาติให้ความบันเทิงใจ ให้พลังบวกแก่เรา และให้มานานแสนนานแล้ว และก็ยังให้ต่อไปแม้ว่าเฮฮาศาสตร์จะหดหายจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม ธรรมชาติให้เรา แล้วเราให้อะไรธรรมชาติบ้างล่ะ หรือเราเป็นเพียงกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่รู้จักเพียงบริโภคเท่านั้น…


ภาพที่ 9

ความขาวบริสุทธิ์และเส้นสายที่โดดเด่นอยู่นั้น เหมือนบ่งบอกให้โลกรู้ว่า ฉันก็มีส่วนที่ทำให้โลกใบใหญ่นี้สวยนะ.. และความสวยนี้เองที่เป็นปัจจัยส่งต่อสายพันธุ์แห่งชีวิตนี้ต่อไปตามกระบวนการ Reproduction


เฮ 8 คนจริงที่ชื่อโสทร(5)

9 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 9 เมษายน 2009 เวลา 12:44 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1432

เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น ผมขออนุญาตโสทรเอาประวัติมาลงที่นี่อีกครั้ง ซึ่งผมเอามาจาก G2K

เขียนบล็อกที่ http://www.bansuanporpeang.com

วันเกิด

  • 1 ​ธ​.​ค​. 2517

การศึกษา

  • ประถมศึกษา​ : ​โรงเรียนบ้านนาละหาน​ ​อ​.​นา​โยง​ ​จ​.​ตรัง
  • มัธยมศึกษา​ : ​โรงเรียนสวัสดิ์รัตนาภิมุข​ ​อ​.​นา​โยง​ ​จ​.​ตรัง​ ​จบปีการศึกษา​ 2535
  • ปริญญาตรี : ​มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์​ ​วิทยา​เขตปัตตานี​ ​คณะศึกษาศาสตร์​ ​วิชา​เอกเทคโนโลยีการศึกษา​ ​วิชา​โทภาษาอังกฤษ​ ​เกียรตินิยมอันดับ​ 2  ​รหัสนักศึกษา​ 3615621 ​จบปีการศึกษา​ 2539 ​ปี​ ​พ​.​ศ​. 2540

การทำ​งาน

  • 1 ​เมษายน​ 2540 -  30 ​มิถุนายน​ 2541
    หมวดคอมพิวเตอร์​ช่วย​สอน​ ​คณะ​แพทยศาสตร์​ ​มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • 1 ​กรกฎาคม​ 2541 - 31 ​มีนาคม​ 2543
    ศูนย์สารสนเทศทางการแพทย์​เพื่อประชาชน​ ​คณะ​แพทยศาสตร์​ ​จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 1 ​เมษายน​ 2543 - 26 ​มกราคม​ 2550
    โครงการวิจัย​ Hospial OS

เกียรติประวัติทางคอมพิวเตอร์

  • 26 กันยายน 2546
    สอบได้ RHCE
  • 12 กุมภาพันธ์ 2549
    รางวัลที่ 3 การแข่งขันระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ระดับประชาชนทั่วไป ประเภทคอมพิวเตอร์ควบคุมและบริการเครือข่าย

ปัจจุบัน

  • เกษตรกรเต็มขั้น
  • ผ่านการอบรมหลักสูตร “การพัฒนากสิกรรมธรรมชาติ สู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง” รุ่นที่ 17 ระหว่างวันที่ 14-18 พฤษภาคม2550 ณ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติทุ่งสง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

http://gotoknow.org/blog/bansuanporpeang/recent-posts


เฮ 8 คนจริงที่ชื่อโสทร(4)

2 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 9 เมษายน 2009 เวลา 12:29 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 994

โสทรอยู่ในครอบครัวชาวสวน ที่เรียบง่ายคุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาวน่ารักมาก ต้อนรับพวกเราด้วยน้ำใจเปี่ยมล้น หมอตามาเยี่ยมหลายครั้งแล้วยืนยันสิ่งมีคุณค่าทางสังคมสิ่งนี้ ผมเองสนับสนุนเต็มที่ต่อความเห็นของหมอตาที่กล่าวกับผมว่า

พี่บู๊ด..การที่พวกเรามาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ มาพบคุณพ่อคุณแม่ มาเรียนรู้ มาศึกษาสิ่งที่น้องโสทรทำนั้น เป็นการสนับสนุนแนวคิดโสทรและเป็นหลักฐานสร้างความเชื่อมั่นให้คุณพ่อคุณแม่ของน้องโสทรว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องแล้ว มีคนมาศึกษา ดูงาน เรียนรู้…

นับวันคุณพ่อคุณแม่ก็เข้าใจและรับได้ที่ลูกชายหันหน้ากลับบ้านมาทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และก็ไม่ได้ทิ้งวิชาชีพที่เรียนมาด้วย….


ผมเห็นด้วย เห็นด้วยอย่างยิ่งที่หมอตากล่าวเช่นนั้น ด้วยเหตุผลนี้ ตอนแรกที่หมอตากล่าวว่าอยากมาจัดเฮฮา 8 ที่นี่ อย่างน้อยสักคืนหนึ่งก่อนที่จะย้ายไปกระบี่ แต่ด้วยสภาพฝนที่เอาแน่นอนไม่ได้ และการเดินทางที่อาจเสียเวลามากไป และอื่นๆ จึงตัดรายการนี้ไป

ดูซิวันที่ 4 เมษายน ยังอุตสาห์พาน้องหนิงและคุณแม่น้องหนิงขับรถมาจากกระบี่เพื่อพาผมไปเยี่ยมน้องโสทร.. ผมซึ้งน้ำใจหมอตายิ่งนัก..

สังคมเฮฮาฯแห่งนี้เติมใจให้แก่กัน งดงามเหลือเกิน….


ผมแอบสังเกตในหลายๆประการต่อโสทร คุณพ่อ คุณแม่และพี่สาวที่มาช่วยทำอาหารเลี้ยงพวกเรา อบอุ่นมากครับ เป็นครอบครัวที่มีความสุขแบบชาวสวน เมื่อผมออกไปข้างนอกบ้าน การสังเกตของผมก็ไปสะดุดที่กระต๊อบหลังเล็กๆหน้าบ้าน

ที่นั่นมีสาวน้อยเธอนั่งพับเพียบเรียบร้อย ทำงานที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กระต็อบมีสภาพง่ายแสนง่าย ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆเลย มีกองหนังสือกองใหญ่

ผมเดินไปดูใกล้ๆแบบเงียบๆเกรงจะไปรบกวนเธอผู้นั้น..


ล้วนเป็นหนังสือเกี่ยวกับโปรแกรมลีนุกซ์ อันเป็นฐานความรู้ของโสทร แสดงว่าโสทรไม่ได้ทิ้งความรู้นี้ ตรงข้าม เขาได้ใช้เวลาส่วนหนึ่งศึกษาเพิ่มเติมความรู้ด้านนี้ไปเรื่อยๆ ตำราเหล่านี้จำนวนมากเป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่มีปัญหาต่อโสทรเพราะเขาเรียนภาษานี้เป็นวิชารองในมหาวิทยาลัย

ย้อนกลับไปที่กระต๊อบหลังนี้ครับ

ห้องเล็กๆด้านขวามือนั่นตอนแรกเราคิดว่าเป็นที่เก็บสิ่งของ แต่ไม่ใช่ครับ นั่นคือห้องศักดิ์สิทธิ์ ห้องเทวดา(ที่อยู่ของผีบ้านผีเรือน) (หากผมเข้าใจผิดขออภัยด้วย เพราะได้ยินโสทรกล่าวกับน้องหมอตา) และที่นี่คือที่ทำงาน ห้องทำงาน สำนักงานของ “Web สวนพอเพียง” และที่นี่คือที่นอนของโสทร มีที่นอน มีมุ้ง มีกองหนังสือมีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะชุดหนึ่ง และแบบโน้ตบุ๊กตัวหนึ่ง มีระบบสายโทรศัพท์ใช้สื่อสาร…


มันเรียบง่าย จนเราคิดไม่ถึง..

แรกๆยังคิดว่าเป็นที่นั่งเล่น.. แต่ไม่ใช่ กระต๊อบหลังคาสังกะสี ไม่มีฝา ปล่อยโล่งๆ แสนจะเรียบง่ายนี้ที่ไม่มีแม้พัดลมสักตัว แต่ที่นี่คือสถานที่ผลิตขุมทรัพย์ปัญญาที่มาจากการทำจริงๆ และได้บอกกล่าวแก่สังคม….


น้องสาวน่ารัก หวาน เรียบร้อย คนนี้เป็นใคร ทำไมมานั่งตรงนี้ ผมไม่บอก ปล่อยให้ทุกท่านหาคำตอบเอง อิอิ


ผมอยากเขียนถึงหนุ่มคนนี้เยอะๆ

เพราะนับถือจิตใจเขาจริงๆ

ความมุ่งมั่นของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจสร้างชีวิตอย่างพอเพียง และสร้างงานที่เป็นประโยชน์ ช่างหายากตามถนนหลวงและซอกตึกในเมือง แต่มีที่สวนแห่งนี้

ที่นั่งเคียงข้างน้องสาวท่านนี้ ผมหลับตาเห็นโสทรนั่งพับเพียบทำงาน แล้วก็ลุกไปดูต้นไม้ที่ปลูก แล้วสลับกลับมานั่งทำงานตรงนี้ ท่ามกลางบรรยากาศสวน

ก่อนผมจะจบบันทึกนี้อย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน

ท่านลองมองลึกเข้าไปในภาพนี้ นี่คือที่ทำงานของโสทร นี่คือที่นอนของโสทร

และที่หัวนอนนั้นมีรูปในหลวงแขวนอยู่ครับ…


เฮ 8 คนจริงที่ชื่อโสทร(3)

1 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 9 เมษายน 2009 เวลา 11:23 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1853

โสทร เป็นคนเอาจริงเอาจัง ประเภทเกาะติดหากไม่ทะลุไม่หยุด ผมมองเห็นอย่างนั้นครับ

เพราะกิจกรรมที่เขาทำนั้น เป็นเรื่องของการลงแรง ใช้เวลา คนหนุ่มปัจจุบันทนไม่ได้หรอกที่จะมาคอยเก็บผลผลิตที่ต้องใช้เวลา ส่วนมากก็ชอบสิ่งที่มีลักษณะคล้ายๆประเภท Fast Food หรือประเภทชอบความสำเร็จรูปต่างๆ ที่ระบบสังคมเมืองหล่อหลอมคนรุ่นใหม่ให้เป็นเช่นนั้นกันทั่วบ้านทั่วเมือง

แต่หนุ่มคนนี้ไม่ใช่…เขาคิด หาข้อมูล ลงมือทำแล้วบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เชื่อลงไปดูที่ “สวนพอเพียง” Web ส่วนตัวของเขาสิครับ…

ผมต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นเตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูง… มิใช่ว่าผมไม่เคยเห็นเตาเผาถ่านแบบนี้ ผมเห็นและทำ และส่งเสริมชาวบ้านที่ดงหลวงทำด้วยเหมือนกัน แต่ของโสทรแตกต่างจากทั่วไป และมีประสิทธิภาพมากกว่าน่ะซี….

ผมเห็นแล้วก็ชื่นชมการดัดแปลงเตา ที่ใช้ช่องเปิดเตาด้านบน มิใช่ด้านข้างที่ผมใช้และที่ทั่วๆไปเขาใช้กัน มันเป็นความชาญฉลาดครับ เมื่อผมเห็นและฟังคำอธิบาย ที่ก่อให้เกิดความสะดวก ประสิทธิภาพมากกว่า ผมก็ร้อง อ๋อ……

โสทรกำลังทดลองเผากะลามะพร้าวที่หาได้ง่ายในสวน และเผาโคนต้นไผ่ตงที่ประสิทธิภาพการเผาทำให้เกิดถ่านประสิทธิภาพสูง และอื่นๆอีก ถ่านที่ได้สีดำก็ไม่ค่อยเปื้อนมือ

สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเผานั้นนอกจากถ่านประสิทธิภาพสูงแล้ว โสทรยังทำน้ำส้มควันไม้อีก ซึ่งเอาไปใช้ในแปลงผักเพื่อป้องกันแมลงต่างๆด้วย

ที่ผมชอบมากคือ โสทรกล่าวว่า ถ่านที่ได้นี้เมื่อเอาไปใช้งานโดยเฉพาะเอาไปปิ้ง ย่าง ก็จะลดการเกิดสาร “โพลีไซคลิค อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน : PHAs” ชนิดหนึ่งที่มาจากควันแล้วไปเกาะอยู่ที่อาหารที่มาปิ้ง ย่าง ซึ่งสารชนิดนั้นจะมีส่วนทำให้เกิดมะเร็ง

น้องหมอตาตั้งคำถามว่ามันลดลงได้อย่างไร โสทรอธิบายถึงกระบวนการเผาถ่านเสียยาวเหยียดตั้งแต่เริ่มต้นจนได้ถ่านที่ลดสาร PHAs
แม้ว่าถ่านที่ผลิตได้ยังไม่ถึงกับออกจำหน่ายให้แม่ค้าย่างอาหารก็ตาม แต่ประโยชน์ที่จะได้รับนั้นเห็นแล้ว และเกิดขึ้นมาแล้ว อาจใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง แม่ค้าย่างอาหารทั้งหลายคงหันมาใช้ถ่านของโสทรกัน และหากร่วมมือกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประชาสัมพันธ์สิ่งนี้ สังคมก็จะได้ประโยชน์ มนุษย์ทั้งหลายก็ได้ประโยชน์…

โสทรยืนยันว่า ผักที่ปลูกนั้นมีทั้งทดลอง ศึกษาและทำเพื่อบริโภคจริง อย่างเขาปลูกผักสลัดก็เพื่อบริโภค แต่คุณพ่อก็เอาไปขายบ้าง โสทรชี้ให้เห็นการปลูกข้าวในกระป๋องใหญ่ที่ดัดแปลงมาจากถังใส่สิ่งของ เขาเฝ้าดูมันเติบโต สังเกต และบันทึกมันไว้ ผมได้เห็นต้นมะฮอกกานี ไผ่ทนแล้ง ข้าวโพด พริก ถั่วพูและถั่วอื่นๆ มะระขี้นก…หากจะนับชนิดพืชที่ปลูกน่าจะหลายสิบชนิด

โสทรยอมรับว่าพืชผักบางชนิดที่ปลูกก็ล้มเหลว ด้วยปัจจัยต่างๆหลายประการ การเพาะปลูกในเงื่อนไขต่างๆนั้นมิใช่ว่าจะสำเร็จไปทุกครั้ง ไม่ใช่.. เมื่อเงื่อนไขหมดไปก็ปลูกใหม่ ทำใหม่ได้… นี่คือความเป็นจริง และยอมรับความเป็นจริง

หากโสทรเป็นเกษตรกร ก็เป็นเกษตรกรยุคใหม่ รุ่นใหม่

หากเขาเป็นหนุ่ม ก็เป็นหนุ่มที่ทำชีวิตให้มีสาระ

หากเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาก็ได้ทำบทบาทของการศึกษา ทดลอง สรุป ทำใหม่ ต่อยอด ยกระดับ..

หากเขาเป็นนักคอมพิวเตอร์ เขาก็ไม่ได้ทิ้งความรู้ที่ร่ำเรียนมา และยังได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้ทั้งงานการเกษตรที่ทำและความรู้พื้นฐานของเขาคือ โปแกรมลีนุกซ์…

หนุ่มคนนี้สังคมไม่พูดถึงไม่ได้ครับ….


เฮ8 คนจริงที่ชื่อโสทร(2)

9 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 7 เมษายน 2009 เวลา 22:50 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1112

ชีวิตก็เร่ร่อนไปทำงานในวิชาชีพนี้อย่างมีความสุข…สมใจตัวเอง สมใจพ่อแม่ พี่น้อง..

อนาคตน่าจะสดใส สำหรับโสทร…..


แต่แล้วโสทรผิดหวังกับวงจรชีวิตในระบบสังคมปัจจุบัน แม้ว่าสถานที่ทำงานจะเป็นสถานที่ที่มีเกียรติ แต่บุคลากรหลายระดับประพฤติตนในทางที่ขัดกับจิตตารมณ์ของโสทร

ไม่ได้ซักไซ้ แต่พอเข้าใจว่าคืออะไร…

แล้วโสทรก็ทนไม่ไหวต่อบุคลากรบางคน ลาออกไปหางานทำใหม่ และก็ไม่ยากอะไรเลยที่จะได้งานใหม่ที่คิดว่ามีเงื่อนไขที่ดี เพราะใกล้บ้านเข้ามาอีก ช่วงเวลาที่ทุ่มเทงานใหม่นั้น สิ่งที่โสทรรังเกียจก็เข้ามาอีก.. มันบาดใจ โสทรทบทวนชีวิตอย่างหนักก่อนตัดสินใจว่า หากจะย้ายงานไปอีกก็คงพบสิ่งเหล่านี้อีก เสียเวลาเปล่า กลับบ้านดีกว่า มีพ่อ มีแม่ มีพี่มีน้อง มีสวนยาง มีที่ดินที่สามารถจะปลูกฝังอะไรก็ได้…


วันที่โสทรหอบกระเป๋าบ่ายหน้ากลับบ้านสวนนั้น เป็นความกล้าหาญยิ่งนัก…

แม้ว่าจะต้องตอบคำถามมากมายของพ่อแม่พี่น้อง

แม้ว่าจะต้องเริ่มต้นชีวิตในแบบใหม่ที่ท้าทายอีกแบบหนึ่ง

แม้ว่าจะต้องฝ่าฟันสายตาเพื่อนบ้านมากมาย


ผมถามโสทรว่า พ่อแม่ว่าไงบ้าง????

พี่… โสทรนิ่งไปพักหนึ่งแล้วกล่าวว่า

พ่อ แม่ผมก็เหมือน พ่อแม่ทั่วไป ที่อยากเห็นลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย ทำงานที่มั่นคงมีเงินเดือน มีความก้าวหน้า….

อุตส่าห์ร่ำเรียนมา แล้วทำไมกลับมาทำสวนเช่นนี้….

ไม่อายเพื่อนบ้านหรือไร…ฯลฯ…..


ผมไม่ทราบว่าโสทรตอบว่าอย่างไร อธิบายพ่อแม่ว่าอย่างไร

แต่ที่ผมสัมผัสได้ คือโสทรปลูก…..ปลูก…. ปลูกพืชที่กินได้สารพัดชนิด

ทำปุ๋ยชีวภาพเอง ทำสารไล่แมลงเอง เผาถ่านแล้วเอาน้ำส้มควันไม้

ทดลองการปลูกพืชสารพัดแบบ ศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้ เผยแพร่….

ช่วงที่เราทานอาหารกลางวันนั้น โสทรกล่าวว่าทุกอย่างที่ทำอาหารวันนี้

คือผักที่ผมปลูกมากับมือทั้งสิ้น..



เฮ 8 คนจริงชื่อโสทร(1)

ไม่มีความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 7 เมษายน 2009 เวลา 20:39 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1363

เช้าวันที่ 4 หลานชายเข้ามาบริการ อาหารการกินมื้อเช้าและกำลังออกปากสอบถามโปรแกรมต่างๆ ซึ่งเขาอาสาจะพาไปโน่นไปนี่ ซึ่งพ่อแม่ลูกเข้าใจความหวังดี แต่ใจจริงอยากจัดการตัวเองมากกว่าจะรบกวนการทำมาค้าขายของหลาน

พอดี sms ของน้องหมอตาเข้ามาบอกว่ากำลังมาหาที่ตรัง มากับน้องหนิงและคุณแม่น้องหนิง เราก็เลยบอกหลานว่าเรามีธุระแล้ว ขอบคุณที่มีน้ำใจ

โทรคุยกับน้องหมอตาบอกว่าจะชวนไปบ้านน้องโสทร…อ้าวก็ตรงใจน่ะซี กำลังหาทางติดต่อเพื่อจะไปเยี่ยม

เราพบกันที่สวนพระยารัษฎานุประดิษฐ์ หรือ คอซิมบี้ ต้นตระกูล ณ ระนอง คนใต้ย่อมรู้จักท่านนี้ดี เป็นคนเอายางพาราเข้ามาเมืองไทย

หมอตาบอกว่านัด คุณอมร blogger G2K ที่สนิมสนมไว้ที่นี่ด้วย อยากชวนไปเยี่ยมโสทรด้วยกัน คุณอมรมาตามนัดแต่เธอติดเช็งเม้งตระกูลไปไม่ได้ แต่ก็พาไปรู้จักสามีและครอบครัวน้องแก้ม ซึ่งน้องแก้มขอไปเยี่ยมโสทรด้วยโดยหอบลูกสาวไปด้วยสองคน


หนุ่มคนนี้ผมต้องกล่าวถึงด้วยความนับถือและศรัทธา ยิ่งเมื่อมาพบ มาเห็น มาสัมผัสชีวิต แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ผมก็ได้ความรู้สึกที่ดีอย่างมหาศาล

จบคณะศึกษาศาสตร์ มอ. เป็นเพื่อนรักกับเม้งของเรา ตอนแรกตั้งใจจะเรียนวิชาการถ่ายรูป ที่เรียกว่า Visual aid แต่ถ่ายเท่าไหร่ก็ไม่ดีสักที เลยเปลี่ยนใจไปสนใจคอมพิวเตอร์ และทุ่มเทให้กับลีนุกซ์ หลังพบว่า เจ้าตัวนี้มันเข้ากันได้ดี การทุ่มเทของหนุ่มคนนี้ก็สำเร็จผล เพราะได้รับในประกาศเกียรติคุณ และรางวัลหลายรายการ โดยเฉพาะจาก redhat ที่โสทรกล่าวว่า ผมเกือบถอดใจแล้ว แต่ก็เอาชนะมันได้ ตอนสอบนั้น เขาทำให้โปรแกรมลีนุกซ์ในเครื่องคอมพัง แล้วให้แก้ไขจนสำเร็จเป็นปกติ แล้วผมทำได้ โสทรกล่าว..


เมื่อเรียนจบก็ได้งานที่เป็นหลักเป็นฐาน มีความมั่นคง และสามารถก้าวหน้าได้ ก็เข้าทำงานในวิชาชีพนี้อย่างมีความสุข…

สมใจตัวเอง

สมใจพ่อแม่ พี่น้อง..


อนาคตน่าจะสดใส สำหรับโสทร…..



เฮ8 ถุงสวย..ผลการพิจารณา

2 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 6 เมษายน 2009 เวลา 23:36 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1402

ผมได้รับการเสนอให้ร่วมทีมพิจารณาการวาดรูปลงข้างถุง ซึ่งมีอาเหลียง สิงห์ป่าสัก และ…

จัดทำแบบง่ายๆ โดยเอาผลงานมาวางไว้แล้วร่วมกันพิจารณาแล้วลงมติ

ผลการพิจารณารูปวาดที่ข้างถุง

สำหรับรุ่นเล็กผลมีดังนี้

ชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ลักษณะเด่น

น้องไผ่ รูปที่วาดบ่งบอกความสามัคคี ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกลุ่มคน สังคม ประเทศ
น้องเอมมี่ เด็กเพียงอายุไม่กี่ขวบ
แต่จินตนาการลึกล้ำเกินวัย
น้องนีน่า วิถีชีวิตที่งดงามนั้นต้องประกอบด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ น้องนีน่าเน้นภาพที่บ่งบอกถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรมของสังคมไทย
น้องโยโย่ ชีวิตคนเราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีป่าไม้และสิ่งแวดล้อม การดำรงอยู่จึงสมควรที่คนเราจะต้องอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้

สำหรับรุ่นกลางผลมีดังนี้

ชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ลักษณะเด่น

น้องฝ้าย สังคมจะเกิดพลังได้ต้องมีการรวมใจ ร่วมใจ เพื่อนำพลังไปสร้างสรรค์สังคม
น้องโบ กระบี่มีเอกลักษณะที่น่าสนใจจำนวนมาก แค่สัมผัสเราก็พบเอกลักษณ์ที่ประทับใจเสียแล้ว
น้องจิ เธอผู้นี้มีความถนัดในการสร้างสัญลักษณ์ต่างๆออกมาให้มีความหมาย ความเข้าใจได้อย่างไม่ซับซ้อนมากนัก
น้องอ้าย ครั้งแรกที่ใครๆมากระบี่ก็ต้องกล่าวเหมือนกันว่า ภูเขาสวย ธรรมชาติดี ต้นไม้เขียวขจีไปหมด จึงเป็นที่ยอมรับกันว่า สถานที่แห่งนี้ เป็นความประทับใจทุกคนที่มาเยือน

สำหรับรุ่นใหญ่ผลมีดังนี้

ชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน

ลักษณะเด่น

โกเหลียง คนอะไรก็ไม่รู้แต่งเนื้อแต่งตัวจ๊าบซะไม่เมี๊ยะ แต่ตรงข้ามท่านผู้นี้มีความซาบซึ้งต่อวัฒนธรรมไทยยิ่งนัก
พ่อครูบาฯ ผลึกชีวิตของท่านนั้นหากจะดึงเอาออกมาบันทึกคงไม่มีวันจบสิ้น ผลึกของท่านจึงออกมาในรูปของมุมสะท้อนสังคมแห่งการปลดปล่อย
ท่านอัยการ สถานที่พำนักของท่านคือชาวเกาะ ที่เน้นนักหนาเรื่องความเป็นธรรมชาติเดิมๆ แต่ก็ต้องสู้รบปรบมือกับการทำลายล้างธรรมชาติ ท่านจึงเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

ผลงานทั้งหมดไม่ได้เรียงลำดับตามการพิจารณาตัดสิน


เฮ8 เพื่อนรัก…2

8 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 6 เมษายน 2009 เวลา 9:43 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2325

ท่านอัยการเสนอให้ผมส่งรูปเข้าประกวดด้วย

ผมเปลี่ยนใจครับ จากการที่จะไม่ส่งเข้าประกวดเป็นการส่งเข้าประกวด

แต่คงแปลกกว่าคนอื่นๆเพราะเป็นภาพขาวดำครับ

ภาพนี้ถ่ายเช้าก่อนที่เราจะเดินทางลงเรือไป… รอเรืออยู่

น้องจิน้องอ้ายเขาสนิทสนมกันก่อนแล้ว โบเป็นหน้าใหม่เข้ามา

แต่ความสามารถของน้องจิ ก็สร้างความสัมพันธ์อย่างสนิทสนมเพียงข้ามวันเท่านั้นเอง

คุณพ่อคุณแม่น้องโบก็แปลกใจและดีใจที่สุดที่โบเปลี่ยนไปทางที่ดี จากเก็บตัวเงียบๆมาเป็นร่าเริง

และหัวเราะ สนุกกับเพื่อน

ผมชอบรูปนี้เพราะจิคว้าแขนโบมารัดและเกาะเกี่ยวไปด้วยกันพร้อมกับน้องอ้าย

เป็นมิตรภาพดูแล้วรู้สึกดีจริงๆ ดีจริงๆ เลยเถิดไปถึงการคิดถึงภาคใต้ เสื้อแดงเสื้อเหลือง

หากมาเกาะแขนกันอย่างนี้เราเป็นสุข สังคมเป็นสุข ประเทศเป็นสุข โลกสงบ สันติ

ความสามารถของจิ น่าถอดรหัส…

ขอชมน้องโบ แม้ว่าจะเขินเล็กๆ แต่โบก็รับลูกด้วย

จนมิตรภาพสานต่อกันเป็นเพื่อนรักกัน

ผมเชื่อว่าความเป็นเพื่อนรักถูกก่อฐานขึ้นมาแล้ว

นี่คือแรงเกาะเกี่ยวทางสังคมที่อยู่บนฐานสันติสุข

แรงเกาะเกี่ยวบนฐานความเป็นเพื่อน มิตรภาพ….

ดูเฮครั้งต่อๆไปซิครับ…

ผมตั้งชื่อรูปนี้ว่า “เพื่อนรัก”

ผมพิมพ์ Post รูปนี้ขณะนั่งในรถกลับกรุงเทพฯ ขอนแก่น

คนข้างกายขับรถอยู่ครับ


เฮ8 … มือซน..

4 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 4 เมษายน 2009 เวลา 0:00 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 2263

ภาพนี้เอามาฝากเฮียตึ๋ง…..

อย่าคิดมาก ก็แค่รูปปั้นอิอิ

(เป็นรูปปั้นเด็กที่น้ำพุร้อนกระบี่)


เฮ8 กลับบ้าน

1 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 3 เมษายน 2009 เวลา 21:05 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1280

เฮ…ญาติลานเดินทางกลับถึงบ้านกันเกือบหมดแล้ว

เหลือแต่เรา…ยังอยู่ที่ตรังอยู่เลย


เฮ8 รำพึง….

1 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 3 เมษายน 2009 เวลา 6:09 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1428

ระหว่างการเดินทางกลับบ้านของมดชาวเฮแปด ได้ยินเสียงเขาคุยกันว่า…

เฮ้..เผื่อน..

ไปเฮแปดคร่าวนี้ หนุ๊กอีแหล่ว..

สูว่ามาย….


เฮ8 มนต์ดำ..

1 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 3 เมษายน 2009 เวลา 1:07 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1375

ผมชอบสีดำ
เลยลองใช้ภาพขาวดำ


เตรียมตัวรับฝรั่ง หรือนักท่องเที่ยว


เมื่อเรา Zoom เข้าใกล้ก็เห็นในสิ่งที่มองด้วยตาไม่เห็น


อาชีพรับคนเข้า เอาคนออก


ชอบ….


นกฝูงใหญ่บินเหนืออ่าวที่เราไปรวมกันอยู่ที่นั่น


ชอบแสงสะท้อนกระทบผิวน้ำ…สวย..

ปากถ้ำ….



Main: 0.12007999420166 sec
Sidebar: 0.062608003616333 sec