กล้วยน้ำว้าลูกละ 6 บาท

โดย bangsai เมื่อ 5 เมษายน 2011 เวลา 22:06 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 540

ผมเป็นคนชอบกินกล้วยทุกชนิดตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่หวีละ 3 บาท 5 บาท จนปัจจุบัน 25-45 บาทเข้าไปแล้ว ผมเองพบกล้วยน้ำว้าลูกละ 6 บาทกว่า

เช้าวันนั้นผมต้องไปจอดรถข้างๆโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพราะเอารถเข้าไปข้างในบริเวณที่จอดรถไม่ได้ นั่งอยู่ในรถคอยการนัดหมาย สายตาก็สาดส่องไป กลัวตำรวจจะมาจับจอดผิดที่

สายตาที่สาดไปส่วนหนึ่งก็เพื่อดูวิถีชีวิตคนเดินริมถนนในเมืองหลวง ผมพบพ่อค้าขายกล้วยปิ้งคนนี้ครับ มีกล้วยห่ามๆในกระจาด มีสาแหรกมีคานหาม มีเก้าอี้ ผมนึกถึงชนบทภาคกลาง ผมเคยหาบกระจาดในสาแหรกแบบนี้มาแล้วสมัยเด็กๆ เช่น หาบข้าวปลาอาหารไปทำบุญที่วัด หาบผลผลิตจากสวนกลับบ้าน หาบแตงโมไปขายที่ตลาดวิเศษชัยชาญ…. และร่วมกับชาวบ้านไปหาบข้าวเปลือกให้วัดยามออกไปแผ่บุญเพื่อทอดผ้าป่าเอาเงินไปซ่อมแซมโบสถ์ เด็กหนุ่มสมัยนั้นรู้สึกอายๆวัยรุ่นสาวๆเหมือนกัน อิอิ..


ผมจำความรู้สึกบนบ่าได้ดีว่ามันเจ็บแค่ไหน จากบ้านไปที่นาระยะทาง 5 กิโลเมตร ที่หาบข้าวปลูกไปให้พ่อทำการหว่านลงนา สัมผัสที่ผ่านมายังรู้สึกแม้นานแค่ไหน มันไม่เลือนหายไป เพราะเป็นความรู้สึกด้านใน ไม่เพียงความรู้สึกทางกายเท่านั้น

ผมไม่กล้าลงไปคุยกับพ่อค้าขายกล้วยปิ้งหน้าโรงพยาบาลแห่งนั้น ผมแอบนั่งดูพฤติกรรมท่านนานนับชั่วโมงทีเดียว มีคนเดินผ่านไปมามากมาย คนแล้วคนเล่า ชาย หญิง คนเฒ่าคนหนุ่มสาว เขาเหล่านั้นเป็นคนเดินถนนที่มาขึ้นรถเมล์ใกล้ๆ หรือมาคอยแท็กซี่ หรือบางคนก็มาว่าจ้างมอเตอร์ไซด์ที่ตรงนั้นมีวินอยู่ มีรถสัก 4-5 คัน เดี๋ยวออก เดี๋ยวออก บ้างก็มาลง บ้างก็ไปที่อื่น


ก็มีคนแวะมาซื้อกล้วยปิ้งบ่อยๆ ผมถือว่าขายดี ส่วนใหญ่เป็นสตรี ผมพยายามดูว่าเขาขายอย่างไร ผมไม่ได้ยินเขาพูดกันแต่พอเดาได้ว่า พ่อค้าจะถามว่าเอากล้วยแบบไหนแบบเกรียม หรือแบบร้อนๆที่เพิ่งกลับไปมา หรือเอาทับชุบน้ำชุบกล้วยที่หั่นเป็น คำ คำ ไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนมากซื้อเป็นลูกๆที่ไม่ได้ทับ และเอาแบบเกรียมๆหน่อย 3 ลูก 20 บาท!!!!! ลูกละ 6 บาทกว่า !!!!!! พ่อค้าเอามือหยิบใส่ถุงพลาสติกใส แล้วเอาใส่ถุงหิ้วอีกชั้นหนึ่ง เมื่อรับแบ้งค์ 20 มาแล้วก็เอาไปแตะๆ กล้วยที่ปิ้งอยู่นั้นเหมือนแม่ค้าทั่วไปที่ทำเช่นนั้นยามเช้าๆ นัยว่าขอให้วันนี้ขายดี ขายดี หมดเร็วๆ.

ช่วงที่ผมนั่งดูนั้น 9 โมงกว่าแล้ว กล้วยที่เอามาปิ้งหมดไป 3 หวีแล้ว

ผมไม่วิเคราะห์ในมุมกล้วยปิ้งนี้ไม่สะอาด ทั้งกระบวนวิธีปิ้ง การหยิบจับ การย่างที่รบควัน.. แต่ผมขอมองในมุมอาชีพผู้ชายที่มาใช้เวลาทั้งวันทำหน้าที่ ทำอาชีพที่บริสุทธิ์ ริมถนน ท่ามกลางอากาศที่มีมลภาวะมากมาย ยามจะเข้าห้องน้ำ ยามจะกินข้าว กินน้ำ ไปทำธุระส่วนตัว รายได้ต่อวันมีความหมายมาก ไม่รู้กี่คนที่อยู่ที่บ้าน ไม่รู้ว่าภาระครอบครัวเขาอาจจะมีลูกที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ที่ไหนสักแห่ง.. ที่บ้านอาจจะมีคนป่วยนอนคอยรายได้ไปรักษาก็ได้

ที่ทำงานของท่านผู้นี้คือริมถนน ขายสิ่งบริโภคให้กับคนกลุ่มหนึ่งในสังคม หากฝนตกมาเขาคงไม่ได้ขาย วันไหนๆที่ร้อนจัดๆล่ะ…

ในสภาเขาพูดถึงเรื่องอะไรกัน

ท่านผู้มีตำแหน่งสูงๆ มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคม ยืดคออยู่ในห้องที่หรู อาหารหนึ่งมื้อของท่านอาจจะมีราคาสูงกว่ารายได้ของชายท่านนี้ทั้งเดือน ท่านอาจจะเคยเดินผ่านชายผู้ขายกล้วยปิ้งท่านนี้…. ขณะที่สมองท่านคิดเรื่องพัฒนากรุงเทพฯ เมืองไทยให้ศิวิไลซ์..

ทุกคนก็ทำหน้าที่ของท่านไป

ชายท่านนี้ก็ขายกล้วยปิ้งไป วันแล้ววันเล่า จนกว่าจะหมดแรง…..

งานพัฒนาเพื่อใครกัน…. เขามองเห็นคนกลุ่มนี้ไหม..??

 


 

« « Prev : เนื่องมาจากสารคดีฉบับเดือนมีนาคม…

Next : ดำหัวอุ้ย.. » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

56 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.070208072662354 sec
Sidebar: 0.073981046676636 sec