วิถี วัฒนธรรม ท้องถิ่น

โดย bangsai เมื่อ 8 กุมภาพันธ 2010 เวลา 23:59 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #

ชีวิตสองข้างทางที่ผมใช้ชีวิตขับรถไป-มา มุกดาหารกับขอนแก่นนั้น เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลจริงๆ ปีนี้หนาวไม่มาก ยังไม่ทันใส่เสื้อกันหนาวแบบหนาๆเลยก็เข้าสู่ความร้อนซะแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเมือง สองข้างทางเป็นทุ่งนาดูแห้งแล้ง มีแต่ตอซังข้าว บางแห่งไถกลบ บางแห่งยังทิ้งไว้เฉยๆ ดีที่ปีนี้ยังไม่เห็นการเผาตอซัง นี่คงเป็นผลของการรณรงค์ของทางราชการ ขอชื่นชมที่ประสบผลสำเร็จ…


สายตาผมไปเห็นคนนั่งอยู่กลางทุ่งนา เป็นผู้สูงอายุ นั่งขุดอะไรอยู่ แต่ผมเดาในใจออกก่อนแล้วว่าเขาทำอะไร ผมหยุดรถแล้วเดินลงไปคุยด้วย


นอกจากคุณยายผู้สูงอายุสองท่านแล้วก็มีเด็กน้อยด้วย คนที่คลุกคลีกับชนบทอีสานไม่บอกก็ทราบว่าทำอะไร หาสัตว์ที่อยู่ใต้ตอซังข้าวใต้ผิวดินทุ่งนานั่นแหละครับ

คุณยายครับ รู้ได้อย่างไรว่าทุ่งนานี้มีหอย

เอ้า..ก็แค่เอาเสียม “สัก” ไปสองสามที โน่นนี่ หากโดนวัตถุแกร๊กกร๊าก ก็ใช่เลยแถวนี้มีหอยแน่นอน นี่คือประสบการณ์แห่งวิถีชีวิต


มีหอยจูบเป็นส่วนมาก นอกนั้นก็หอยเชอรี่ที่ฝังตัวลงดินหลังน้ำในนาแห้ง การฝังตัวลงดินก็เพื่อรอฤดูฝน หรือน้ำใหม่ที่จะมาในช่วงการผลิตใหม่ นอกนี้ก็มีปูนา หนู… ล้วนเป็นอาหารพื้นบ้าน เอาไปอ่อม แกงกับหน่อไม้ ฯลฯ…


คุณยายครับ เด็กรุ่นหลังเขากินแบบนี้เหมือนยายหรือเปล่าครับ

โอย..มีหรือมันจะไม่กิน ลูกหลานกลับมาจากกรุงเทพฯต่างก็วิ่งหาอาหารพื้นบ้านอย่างนี้กันทั้งนั้น ผัก หญ้า ปลา เนื้อ ในตลาดมันไม่ถูกปาก สู้แบบนี้ไม่ได้


นี่คือความชอบ ที่เป็นวัฒนธรรม ที่เป็นวัฒนธรรมการบริโภคของท้องถิ่น ของภูมิภาค

ก็ดูซิครับ เด็กคนนี้มาคลุกคลีกับคุณยายตั้งแต่เล็กขนาดนี้ มีหรือจะไม่ซึมซับวิถีท้องทุ่งติดตัวไปจนเติบโต

นี่คือวิถี

นี่คือวัฒนธรรม

นี่คือท้องถิ่น



6 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กุมภาพันธ 2010 เวลา 4:20

    โห ขุดถึงกำพืดอีสานเลยนะนี่
    อาหารอย่างนี้ คนไม่เคยลิ้มลอง ไม่รู้หรอกว่ามันอร่อยยังไง
    ดีที่พระเจ้าให้ความยุติธรรม มอบความอร่อยให้ทุกคน
    ถึงจะชอบผิดแผกแตกต่างกัน ก็ไม่ต่างในความรู้สึก
    บางทีแกงหอยถูกปากชาวบ้านมากกว่าสะเต๊กที่ไม่เคยกิน
    ชอบเรื่องนี้มาก ขอบอก
    โดยเฉพาะอีตอนจอดรถลงไปถาม
    น่าจะเป็นวิธีเรียนรู้ถึงปลายเสียมที่จุดหาหอย ..

  • #2 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กุมภาพันธ 2010 เวลา 9:30

    ผม ชอบมากครับ นั่งคุยกับคุณยายตั้งนานก่อนจากลา เห็นวิธีการขุด เห็นวิธีการเก็บ ขณะเดียวกันก็สอนลูปหลานตัวน้อยๆนั้นไปด้วย สุดยอดจริงๆ
    นี่คือห้องเรียนชีวิต ท้องนาคือห้องเีรียน
    นี่คือทุนทางสังคมที่ถ่ายทอดจากรุ่นคุณยายสู่หลานเหลน ด้วยทำให้ดู สัมผัสด้วยใจรับรู้ด้วยมือ
    นี่คืออาหารที่หาได้รอบตัว
    นี่คือสิ่งแวดล้อมที่อยากจะกินแซบก็ต้องรักษา
    นี่คือวิถีพื้นบ้าน ชีวิต วัฒนธรรม
    ชอบจริงๆครับ

    อยากเขียนยาวๆ แต่เดี๋ยวรบกวนเวลาอ่านของคนอื่น เลยเอาสั้นๆครับพ่อครูบาฯ

  • #3 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กุมภาพันธ 2010 เวลา 10:27

    วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เป็นเสน่ห์ของท้องถิ่น ความรู้ทางธรรมชาติ เข้าใจกฏเกณฑ์ ของธรรมชาติ ก็ได้ผลตอบแทนทางธรรมชาติค่ะ

  • #4 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กุมภาพันธ 2010 เวลา 11:14

    ไม่เคยเสียเวลาในการอ่านบันทึกหรือคอมเม้นต์ของพี่บู๊ดแม้แต่น้อยเลยค่ะ
    จะรออ่านอีกอ่ะ เบิร์ดชอบสายตาที่เด็กมองและเฝ้าเรียนรู้จังเลยค่ะ

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กุมภาพันธ 2010 เวลา 22:18

    ใช่ครับอาม่า ผมไม่เคยไปนั่งเอาเสียมแคะเอาหอยออกจากผิวดินท้องนา เห็นแล้วก็อยากรู้เรื่องจึงเข้าไปถ่มไถ่ คุณยายน่ารักมากครับ เป็นผู้ใหญ่ที่ยิ้มแย้ม ต้นรับและอายุมากจนาดนั้นยังใช้เวลาที่มีเพื่อครอบครัว ลูกหลาน อะไรที่ทำได้ก็ทำไม่ได้นั่งคอยให้ลูกหลานมาปรนนิบัติ พัดวี ปกติชาวบ้านเป็นคนทำงาน ก็ทำไปจนขยับร่างกายไม่ไหว

    คุณยายนั่งเอาเสียมแซะหอย อย่างกับนั่งบนเสื่อที่ปูนั่งในบ้านเรือน หลายเล็กๆก็น่ารัก มาอยู่กัยย่ากับยาย สนุกตามประสาเด็กๆ แต่ก้เรียนรู้ ซึมซับชีวิตไปโดยไม่ต้องเข้าห้องเรียน เพราะมันเป็นวิถีนะครับอาม่า

  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 กุมภาพันธ 2010 เวลา 22:26

    ขอบคุณครับน้องเบิร์ด คอยมาเติมใจให้ตลอดเลยนะ ขอบคุณครับ
    มีสองเหตุผลที่ไม่ได้เขียนยาวๆ เพราะงานล้นมือ และเกรงใจผู้อ่านด้วยน่ะ อิอิ จริงๆ
    รูปในสต๊อกมาเยอะที่เตรียมไว้เขียนเรื่อง แต่ต้องเก็บไว้ก่อน ค่อยทะยอยเอามา

    พี่ชอบที่จะเห็นรูปแล้วคิดอะไร รู้สึกอะไร ได้อารมณ์อะไร ก็เอามาเขียนลงไป
    เหมือนสมัยก่อนที่ยังไม่มีกล้องดิจิตอล ก้เสียเงินไปเยอะกับกล้องที่ต้องล้างฟีล์ม
    ได้รูปมาแล้วก็เก็บเป็นหมวดหมฤู่ไว้ หรือคัดเอาไปใส่สมุดอัลบัม

    แต่นานๆมาดูก็นึกไม่ออกว่า เอรูปนี้ที่ไหน เมื่อไหร่ เพราะอะไร โอกาสไหน…
    เลยต้องใช้วิธี เอารูปที่ชอบมาติดกระดาษ A4 แล้วก็ดู ดู คิดอะไร ฯลฯ แล้วก้เขียนลงไปใต้รูปนั้นๆ
    ทั้งที่ทำด้วยลายมือและพิมพ์ แล้วเก็บเข้าแฟ้มไว้ นานๆมาดูก็ เข้าท่าดีเพราะมีเรื่องราวอธิบายไว้

    เอ..เป็นคนแบบไหนเนี่ยะ เพ้อฝัน ฤา

    อิอิ..


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.237353086472 sec
Sidebar: 0.418684005737 sec