“ดาวเหนือ” แห่งวัดป่าอาชาทอง เชียงราย

โดย bangsai เมื่อ พฤศจิกายน 6, 2008 เวลา 22:13 ในหมวดหมู่ สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 808

พระอาจารย์ เจ้าอาวาสวัดป่าอาชาทอง

คืนนี้พักผ่อนตัวเอง  วางงาน แล้วมาดู UBC ซึ่งนานๆจะมาดูที โดยบังเอิญไปดูช่อง 46 พบรายการที่กำลังบรรยายประวัติของพระขี่ม้า ที่ประหลาด ที่เชียงราย ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ เฮฯหกจะแวะไปใส่บาตร (จริงป๊ะ)

ผมคว้ากล้องมาถ่ายรูปท่านจากหน้าจอ ทีวีเป็นร้อยๆ แต่พอจะใช้ได้ไม่กี่ภาพ ตามที่คัดมา

เป็นการดีที่ได้รู้จักท่านก่อนที่จะมีโอกาสมาพื้นที่นี้ในเฮฯหก เป็นการดีมากๆ

“ม้า” สัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้

พระ เณร วัดนี้มีความสามารถในการขี่ม้า

พระอาจารย์ท่านสอนเณรในการขี่ม้า คุ้นชินกับม้า

พระอาจารย์มีอดีตเป็นนักมวยชื่อดัง จึงมีความสามารถทางการต่อยมวย และตั้งค่ายมวยที่วัดนี้ด้วย

ความสามารถเชิงมวยของท่านเคยสามารถเอาชนะกลุ่มพ่อค้ายาบ้าจำนวนหลายคนมาแล้วในอดีต

เด็กคนนี้มาอยู่กับพระอาจารย์ ซึ่งกว่าจะละทิ้งความเป็นเด็กและมาอยู่ในโอวาทของท่านได้ ท่านใช้เวลานานพอสมควรที่ให้เด็กได้ปรับตัว  เมื่อเห็นว่าจะสั่งสอนหลักธรรมได้แล้วก็นำมาสอนเรื่องการนั่งสมาธิ

ดูรายกา่รนี้แล้วเห็นความตั้งใจท่าน และศรัทธาท่านที่ใช้ธรรมสร้างคนใหม่ตั้งแต่เด็กขึ้นมา

นี่คือ เด็กชาย “ดาวเหนือ” ที่ต่อมาบวชเป็นสามเณร “ดาวเหนือ” เด็กคนนี้มาจากบ้านหัวแม่คำ ผมประทับใจวิธีการอบรมเด็กของท่าน ท่านเข้าใจธรรมชาติเด็กและขั้นตอนที่ควรจะอบรมกับเด็กที่ยังไม่สามารถใช้เหตุผลอย่างผู้ใหญ่ได้  ท่านให้เด็กทำอะไรตามใจ เช่นชอบต่อยมวยก็ให้ไปต่อยมวย ท่านก็สอนให้จนสามารถชนะการต่อยมวย  แล้วเด็กคนนี้ก็หมดพยศแล้วก็ก้าวเข้ามาอยู่ในร่มของศาสนาเต็มตัว

ผมไม่สามารถบรรยายเรื่องราวทั้งหมดได้ แต่เอาภาพมาให้ท่านได้ดู เพื่อเป็นการกระตุ้น เฮหกก็แล้วกันครับ


10 ความคิดเห็น

  • #1 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2008 เวลา 23:29

    ต่างคน ต่างวิถึ แต่ก็คงจะพบกันที่จุดเดียวกันถ้าตั้งใจ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 2:33

    แหม เสียดายแทนคนที่ไม่ได้อ่านเรื่องนี้

  • #3 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 6:32

    แม่นแล้ว เราจะไปใส่บาตรท่านในเช้าวันที่ ๗ ค่ะ เพราะคืนวันที่ ๖ พักที่ณัฐิพลรีสอร์ทใกล้กับวัดของท่าน ใครใคร่ตื่น ตื่นไปใส่บาตร ส่วนใครตื่นไม่ได้เก๊าะนอนรอคนไปวัดกลับมาแล้วกัน อิอิอิ ( พี่จ่าเจ้าของรถเช่าบอกว่าออกซักตีห้าครึ่งค่ะ )

    ท่านเป็นนักบุญแห่งขุนเขา เป็นธรรมทูตของไทย และเป็นผู้พิทักษ์ชายแดนไทยองค์สำคัญอีกองค์หนึ่งค่ะ

    ม้าของท่านได้รับพระราชทานชื่อจากองค์สมเด็จพระสังฆราช ท่านเคยถูกทำร้ายจากพ่อค้ายาเสพติดชายแดน ถูกขโมยม้าไปฆ่ากินแต่ท่านก็ไม่ท้อ เล่าลือกันในหมู่ทหารว่าบารมีของท่านหยุดช้างตกมันได้ เพราะมีคนเห็นกับตาทำให้ชนเผ่าต่างๆนับถือท่านมาก และเขาเหล่านี้ได้เป็นผู้ช่วยดูแลชายแดนให้กับเราอีกแรงหนึ่ง

    พี่บางทรายเยี่ยมมากค่ะที่นำเรื่องราวของท่านมาถ่ายทอดให้ได้รับทราบ..ซาลาเปาน้อยขอคารวะด้วยใจ เพราะช่วยโยนตัวกวนให้แย้ว อิอิอิ

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:06

    เฮียตึ๋งครับ กล่าวได้ถูกใจจริงครับ

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:23

    ท่านครูบาครับ

    สารคดีเรื่องนี้เอาเด็กที่ชื่อดาวเหนือเป็นตัวเดินเรื่อง ทำได้ดีครับ เด็กเกเรมาก พ่อแม่เอาไม่อยู่ เลยมาถวายให้พระอาจารย์ ตอนแรกเด็กไม่ยอมไปวัด พระอาจารย์ก็ออกอุบาย เอาเณรที่วัดซึ่งอายุไล่เรียงกันมาตีสนิท จนกลายเป็นเพื่อนกันแล้วพระอาจา่รย์ก็มาถามว่าจะไปอยู่วัดไหม เด็กถึงยอมไป

    เมื่อไปวัดแล้วพระอาจารย์ท่านก็ปล่อยให้เล่นอย่างเด็กๆ อยากทำอะไรก็ทำ อยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน ภายใต้สภาพวัด เมื่อเวลาผ่านไปก็ค่อยๆจัดระบบ ค่อยๆทำโดยใช้เวลา ใช้เวลา….ท่านพระอาจารย์ท่านใช้ความรักเข้ามา ไม่ดุด่าว่ากล่าว แต่สอน แนะนำ เมื่อพระเณรอื่นๆม่ระบบที่ชัดเจน เด็กดาวเหนือก็อยู่ในสภาพที่ต้องคล้อยตาม

    ในที่สุดเมื่อพระอาจารย์เห็นว่า เอาเข้าระบบเต็มตัวได้แล้ว ก็ออกปากชวนบวชเณร เด็กชายดาวเหนือก็อยู่หมัดเลยทีนี้ ตลอดเวลาท่านให้ความรัก ความสนิทสนม และค่อนข้างอิสระพอสมควร แล้วในที่สุดหมดพยศด้วยอุบายพระอาจารย์

    ท่านเก่งมากจริงๆครับ ในทีวีดูแล้วพระเณรวัดนี้มีแต่เด็กๆ ตอนที่ท่านเริ่มสอนจะให้เด็กดาวเหนือขี่ม้าเป็น ท่านให้เณรที่สนิทขับดาวเหนือจูงม้ามาให้ดาวเหนือและพากันไปเล่นกับม้า ลูบหัวลูบตัวม้า จนกระทั่งจูบม้า น่ารักจริงๆจนม้ากับดาวเหนือคุ้นเคยกันดีแล้วจึงเริ่มสอนขี่ม้า ท่านเอาใจใส่ และเปี่ยมด้วยความรักที่มีต่อสัตว์และเด็กที่พยศอย่างดาวเหนือ

    โห….ดูท่านสร้างเด็กสร้างคนแล้วนึกถึงระบบโรงเรียน นึกถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงลูก….. นี่ท่านอยู่กลางป่าเขายังประเสริฐเช่นนี้ คนในเมืองที่มากไปด้วยเทคโนโลยี แต่กระด้างกว่า..

    ขอบคุณครับท่านครูบาครับ

    (วันเสาร์-อาทิตย์ผมไม่ได้ลงมากรุงเทพฯนะครับ เพราะต้องไปงานเกษียณอายุราชการของดร.ปรีชา อุยตระกูลที่โคราชครับรักใคร่กันมากขาดไม่ได้ครับ)

  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:32

    น้องแก้มยุ้ยครับ

    เป็นบุญของเราที่จะมีโอกาสได้ทำบุญกับท่านครับ
    โบราณท่านว่า การได้พบปะกับผู้ถือศีลยิ่งได้ร่วมทำบุญกับผู้ถือศีลยิ่งเป็นมงคลอย่างหนึ่งครับ
    อย่างน้อยที่สุดที่เราได้ทันทีคือการอิ่มเอิบในการกระทำ….
    ใจเป็นใหญ่ เมื่อใจอิ่ม สิ่งดีดีก็ตามมามากมายครับ…

    มันเป็นการบังเอิญจริงๆที่มาดูทีวีช่องนี้ ปกติพี่จะดูกีฬาหรือหนังดีดีสักเรื่อง
    แต่ไม่รู้อะไรพามาดูช่องนี้….เลยได้เรื่องเลย อิอิ..

    มันเป็นการสวิงอารมณ์ความรู้สึกจากเรื่องดครียดๆทางการบ้านการเมืองมาสู่ความร่มเย็น
    ช่วยให้ใจเรามีสติขึ้นมาบ้างนะครับ

    แล้วเจอะกันครับ

  • #7 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 12:17

    สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อชีวิตค่ะ มนุษย์มีแกนสมองตั้งจากกับผิวโลก จึงแลาดในการปรับตัวและใช้ชีวิต สารคดี เรื่องมีมีมานานแล้วค่ะ ยิ่งตอน ททท. โปรโมทการม่องเที่ยว ก็เป็นอันซีนไทยแลนด์ค่ะ เป็นสัจธรรม ธรรมชาติที่งดงามค่ะ

  • #8 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2008 เวลา 13:24

    จริงครับพี่หลิน ธรรมชาติมีอิทธิพบต่อชีวิตมากเลย กล่อมเกลาให้อ่อนน้อม หากเรียนรู้ธรรมชาติมากๆแล้วน้อมนำเอามาใส่ชีวิตเราก็จะดีมากเลยนะครับ คนในเมืองห่างไกลธรรมชาติ เห็นแต่คนและการรุกไปข้างหน้า จนมองไม่เห็นความสวยของธรรมชาติ และความจริงของธรรม

    คนโบราณจึงนิยมปลูกต้นไม้กัน
    ขอบคุณมากครับพี่หลินครับ

  • #9 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 12:34

    ตามมาอ่านค่ะ ได้เห็นโลกกว้างขึ้นอีก ^^ ขอบคุณค่ะพี่

  • #10 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 15:37

    ขอบคุณน้องอึ่งครับ ยิ่งคิดถึงท่านแม้จะไม่เคยรู้จักท่านแต่ก็ศรัทธาท่านที่ท่านพยายามสร้างเด็กให้เป็นคนที่มีธรรมครอบครองใจครับน้องอึ่ง…


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.26974606514 sec
Sidebar: 0.142313957214 sec