แด่น้องผู้หิวโหย..

โดย bangsai เมื่อ กรกฏาคม 2, 2009 เวลา 13:20 ในหมวดหมู่ ชนบท, สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 336

เมื่อเรามาถึงดงหลวง จังหวัดมุกดาหารใหม่ๆ เราตื่นเต้นที่จะพบกับชนเผ่าที่เราไม่คุ้นเคยมาก่อน ด้วยนิสัยคนทำงานชุมชนก็ตระเวนหาข้อมูลเกี่ยวกับชนเผ่ากะโซ่ ทั้งจากการบอกเล่า และเอกสารเท่าที่จะหามาได้ ชิ้นสำคัญก็เป็น เอกสารจากสำนักวัฒนธรรมของจังหวัดฯ และบันทึกสหายใหญ่ พคท. สมัยที่อยู่ป่าดงหลวง

ส่วนใหญ่คำบอกเล่าของทางข้าราชการก็จะมอง กะโซ่ ในแง่ต่ำต้อย ด้อยการศึกษา สกปรก นับถือผี พัฒนาไม่ขึ้น ล้าหลัง นิยมขึ้นภูเขา ฯลฯ ราชการจึงระดมทรัพยากรเข้าไปฟื้นฟู รวมทั้งมีโครงการพระราชดำริอยู่ที่นั่นด้วย

เมื่อเราเข้าไปครั้งแรกๆ ในหัวก็จะมีข้อมูลเหล่านั้นเต็มไปหมด จึงพยายามพิสูจน์ว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่มากน้อยแค่ไหน ฯ และคิดต่อไปว่า โครงการที่เราเข้ามารับผิดชอบนั้นจะทำให้เขาพัฒนาขึ้นได้อย่างไรบ้างภายใต้กรอบภารกิจที่ถูกกำหนดมาแล้วตามระบบ

มีสิ่งสะดุดใจหลายประเด็นที่เราพยายามควานหารอยเชื่อมการเข้าถึง เข้าใจและพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เช่น การยกหมู่บ้านเข้าป่า ทั้งตำบล และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ออกมาจากป่า การนับถือผี รูปรอยของการปรับตัว มุมสะท้อนกลับของสหายนำในป่าที่ว่าเป็นพวกวีระชนเอกชน ฯ


เมื่อเราใช้กระบวนการ PRA (Participatory Rapid Appraisal)ศึกษาชุมชนอย่างละเอียด ปัญหาใหญ่ที่เราพบประการหนึ่งก็คือ การขาดแคลนข้าวสำหรับบริโภค เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า หลายครอบครัวขาดแคลนมากกว่า 4 เดือนโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่เป็นรอยต่อของ “ข้าวเก่าหมด ข้าวใหม่ยังไม่ออก”

ปัญหานี้ในอดีต เกิดขบวนการเข้าป่าหาของป่าไปแลกข้าวตามหมู่บ้านรอบๆเทือกเขาภูพาน ตั้งแต่ อ.นาแก ไปจนถึง อ.เขาวง อ.คำชะอี เรื่องราวการหาของป่าแลกข้าวก็พิลึกกึกกือมากมาย….


แม้กระทั่งวันนี้การขาดแคลนข้าวจะลดลงแต่ก็ยังมีภาพสะเทือนใจให้ได้พบเห็นกัน
ในภาพนี้ พ่อแม่ต้องออกไปทำมาหากิน ส่วนใหญ่คือเข้าป่าไปหาพืช สัตว์ต่างๆมาประกอบอาหารไปวันวัน หรือหากโชคดีก็ได้สัตว์มีราคาก็ขายเอาเงินมาซื้อข้าวกิน พี่ต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆเล็ก…


ที่ผ่านมาการแก้ไขของชาวกะโซ่คือ การเข้าป่าไปหาสัตว์ ทั้งกิน ขาย การรับจ้างต่างๆในไร่นาซึ่งก็ไม่ค่อยจะมีการจ้าง การส่งลูกไปทำงานในเมืองแล้วส่งเงินมาทางบ้าน เคยมีการตั้งธนาคารข้าวแต่พบว่าชาวบ้านจะไม่นิยมบริโภคข้าวที่เก็บไว้นานๆ จะเอาข้าวไปขายแล้วเอาเงินมาให้กู้แก้ปัญหาอีกที..???


กิจกรรมการเพิ่มผลผลิตข้าวจึงถูกระดมความรู้ความสามารถเข้ามามากขึ้น และกระบวนการจัดการอื่นๆก็ตามมา แม้จะไม่ราบรื่นนักแต่ก็ได้พยายามทำกันเต็มกำลัง

เพื่อนร่วมงานจับภาพนี้ได้ พี่กำลังตำมะขามสดกับกะปิให้น้องเล็กสองคนกินเป็นมื้อกลางวัน….???

นับวันผมน้ำหนักลดลงไปเรื่อยๆแล้วครับ….


7 ความคิดเห็น

  • #1 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 กรกฏาคม 2009 เวลา 13:44

    สะเทือนใจจริงๆค่ะ  สภาพแบบนี้จะมีกี่ครอบครัว จะยาวนานเท่าใด
    ไม่ทราบว่า  การเข้าไปช่วยทำได้เพียงใดแล้วคะ พี่บางทราย

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 0:36

    น่าคิด

  • #3 แป๋ว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 12:12

    ต่างกับคนในเมืองที่กินทิ้งกินขว้างกันอยู่นะคะ

  • #4 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 17:16

    นึกถึงเผือก มัน กลอยค่ะพี่บู๊ท และน่าคิดต่ออีกเยอะเลยตั้งแต่การไม่นิยมกินข้าวที่เก็บไว้นานๆ งั้นนำมาแปรรูปเก็บไว้เหมือนเสบียงสมัยก่อนจะเป็นยังไงน้อ ที่นำข้าวมาคั่วคลุกเกลือ น้ำตาล งาใส่กระบอกไม้ไผ่ใช้เป็นเสบียงติดตัวยามเดินทางออกรบทัพจับศึกนู่นน่ะค่ะ

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 21:50

    ป้าหวานครับพบกันวันที่ 6 ที่พูลแมนนะครับ

  • #6 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 21:51

    ความจริงเรื่องนี้ราชการเข้าไปแก้ปัญหามานานก่อนผม
    เมื่อทางผมเข้ามาก็หลงทางอยู่พักใหญ่ครับ

  • #7 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กรกฏาคม 2009 เวลา 21:53

    พี่กำลังจะจัด community dialogue หัวข้อเรื่องนี้ เพื่อดูมุมมองของชาวบ้านอีกครั้งครับ คงมีทางออก แต่หากไม่เข้ากรอบโครงการก็ต้องดิ้นไปดึง MGO อื่นเข้ามา หรือราชการที่ยังสนใจปัญหานี้ครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
เพื่อป้องกันสแปมกรุณาป้อนรหัสคำในภาพด้วยครับ คลิกบนภาพเพื่อฟังเีสียงของรหัสคำ
คลิกเพื่อฟังเสียงของรหัสป้องกันสแปม


Main: 0.283231973648 sec
Sidebar: 0.328990936279 sec