ไปเที่ยวพม่ามา

โดย bangsai เมื่อ เมษายน 9, 2012 เวลา 9:27 ในหมวดหมู่ สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย, อาเซี่ยน #
อ่าน: 1699

ไปเที่ยวพม่ามาครับ (เมื่อวันที่ 5-8 อาว์เปลี่ยนอยากไปแต่ติดงาน) ผมมีประสบการณ์ไปเที่ยวนครวัด สิบสองปันนา หลวงพระบาง สิงค์โปร์ มาเลเซียมาแล้ว ผมประทับใจนครวัด และหลวงพระบางมากมาย ไม่ใช่เพราะความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้าง และความสวยงามเท่านั้น แต่การอ่านหนังสือไปก่อน ประกอบกับไกด์ดีดีแบบสุดยอดนั้น เงินที่เสียไปไม่เสียดายเลยครับ อิ่มเอมกับสาระที่ได้ หลังจากนั้นจะไปเที่ยวไหนก็จะหาหนังสือมาอ่านๆ และค่อนข้างคัดเลือกบริษัททัวร์มาก และเน้นให้ทัวร์จัดไกด์ดีดีมาให้เรา เพราะเรามิใช่เที่ยวเพียงได้เห็น เพียงได้ไปเท่านั้น แต่เราต้องการรู้เรื่องเชิงประวัติศาสตร์อย่างละเอียดอีกด้วย

ก่อนไปผมก็แจ้ง บริษัททัวร์ ให้จัดสิ่งที่เราต้องการให้ และก็สมหวังครับ

แต่ไปพม่าคราวนี้ ผมไม่มีเวลาอ่านหนังสือไปก่อน งานล้นมือเลยหวังพึ่งไกด์ของบริษัทที่จัดให้ และก็ไม่ผิดหว้งต้องชมเชยบริษัททัวร์ที่ตอบสนองเราได้พึงพอใจ


ล่าม/มัคคุเทสก์: คุณโจ เป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยย่างกุ้งภาควิชาเคมี ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะถูกทหารสั่งปิดตาย แล้วคุณโจก็เข้ามาเรียนในประเทศไทย ภาษาไทยและกลับไปเป็นมัคคุเทสก์ภาษาไทย โดยเป็น Freelance บริษัทไหนเรียกใช้ก็ไป และทราบว่าเคยรับใช้ผู้หลักผู้ใหญ่เมืองไทยที่ไปพม่ามาแล้วหลายคน สมัยที่คุณโจเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยนั้นเป็นนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญคนหนึ่ง และเกือบเอาชีวิตไปทิ้งกลางถนนเพราะเป็นผู้นำขึ้นไฮปาร์ค นำขบวนนักศึกษา และเผชิญหน้าทหารที่จัดการเด็ดขาดกับขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเฉพาะนักศึกษา เขาเป็นคนชื่นชม นางอองซาน ซู จี มาก พ่อเขาเป็นมอญ แม่เป็นชนเผ่าพม่า ยากจนจึงไปอยู่กับญาติที่พอจะส่งเสียเขาเรียนได้ พี่ชายเป็นนักฟิสิกส์ เขาเลยมาเป็นนักเคมี ประกอบแบตเตอรรี่ใช้เองมาแล้ว ระเบิดนั้นง่ายมากเขาว่า โจยังบอกว่า อนาคตหากสังคมพม่าไม่ดีขึ้นเขาจะเล่นการเมืองต่อไป โจ ล่ามเมียนมาท่านนี้น่าสนใจมากครับ ติดตามต่อไปว่าอนาคตเขาจะเป็นนักธุรกิจใหญ่หรือเป็นนักการเมือง

การที่โจ เป็นอดีต Activist มาก่อนเขาจึงเป็นมัคคุเทสก์ที่ไม่ใช่รู้เรื่องเชิงประวัติศาสตร์ของประเทศและสถานที่ที่เราไปชมเท่านั้น เขายังเอามาผูกพันกับพัฒนาการทางการเมืองของประเทศได้ ทำให้เรารู้เรื่องลึกซึ้งมากกว่าปกติ โจออกจะสนใจการเมืองมาก ตลอดเวลาที่เขายืนบรรยายสถานที่ที่เราจะไปชมนั้น นอกจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์จะคล่องปรื๊อแล้ว เขายังสอดแทรกมุมทางการเมืองเขาไปด้วย จนเราเคลิ้มไปเลย


เขาเป็นคนรักชาติ และมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมชาติที่เป็นคนยากจน ทุกครั้งที่เขามีโอกาส เขาจะช่วยคนพม่าที่มาขายสินค้าข้างรถทัวร์ให้ โดยการหยิบเอาสินค้านั้นมาอธิบายว่า มันคืออะไร ทำมาจากกอะไร มีความหมายว่าอย่างไร และเขาให้ข้อมูลตรงไปตรงมาโดยหลายครั้งเขาเทียบเคียงว่า ของกินชิ้นนี้เทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันในประเทศไทยไม่ได้เลย แต่หากทุกท่านมีจิตเมตตาช่วยซื้อเพื่อให้ชาวบ้านเหล่านี้มีชีวิตอยู่ได้ ก็เป็นพระคุณ ทั้งๆที่เราเดินผ่านคนขายมาแล้ว เมื่อโจพูดเช่นนั้นเราก็อดที่จะควักเงินจั๊ดมาจ่ายซื้อสินค้าไม่ได้ด้วยความเห็นใจ สงสาร และช่วยเหลือกัน

ประวัติคุณโจนั้นคล้ายๆภูมิหลังผมจึงซักถามหลายเรื่องถึงขบวนการนักศึกษาของเมียนมา เขาบอกว่าไม่มีพรรคการเมืองอยู่ข้างหลังเพราะเมียนมาไม่มีพรรคการเมือง มีแต่ทหารปกครองตลอดมายาวนาน และคู่คิดของนักศึกษาคืออาจารย์ในมหาวิทยาลัยนั่นเอง หลังจากที่ทหารสั่งปิดตายมหาวิทยาลัยย่างกุ้ง นักศึกษา อาจารย์ไปไหนกันหมด เขาบอกว่า นักศึกษาหลายคนที่ไม่เด่นดังก็ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอื่นๆในประเทศ คนที่เด่นดังก็อพยพไปต่างประเทศเลย ที่สำคัญคือประเทศไทย อาจารย์ดังๆหลายท่านมาอยู่ที่ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนต่างๆ หรือไปประเทศทางยุโรป ทั้งหมดนิยม ออง ซาน ซู จี และหวังว่าสักวันหนึ่งนางจะขึ้นมาปกครองประเทศ และนางเคยประกาศไว้ว่าเมื่อใดที่นางขึ้นมาก็จะเปิดมหาวิทยาลัยย่างกุ้งใหม่….

จากความรู้ที่โจมีอยู่ ท่าทีที่นอบน้อม และมีความเชื่อมั่น ความคิดเห็นทางการเมือง ความสามารถทางภาษา และอื่นๆ โดยเฉพาะสำนึกแห่งบ้านเมือง ผมคิดว่า ล่ามคนนี้อนาคตของเขาไม่ใช่ล่ามแล้วหละครับ…

« « Prev : คำถามถึงสวนป่าที่เฮฮาเก้า…

Next : ประวัติศาสตร์ไทย Myanmar version » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 เมษายน 2012 เวลา 10:08

    อ่านบันทึกนี้ไปก็แอบคิดว่าอดีตนักศึกษาที่เคยมีส่วนในการเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบนี้ต้องทำให้พี่บางทรายของเราสนใจแน่ ๆ เพราะประวัติของพี่บางทรายที่ปรากฎในไผ ๑ ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
    และแล้วบันทึกนี้ก็ขมวดลงตรงความสนใจในตัวบุคคลคนนี้จริง ๆ ด้วย

    ซึ่งเป็นข้อคิดเดียวกับที่หนูได้รับจากพี่บางทรายตอน เฮเก้า ที่สวนป่าที่ผ่านมานะคะ ว่าสิ่งต่าง ๆ เกิดจากเหตุ มีที่ไปที่มา คนที่ทำให้เกิดขึ้น คิดอะไร เชื่ออย่างไร จึงทำเช่นนั้น และนั่นเป็นต้นเหตุที่แท้ที่ทำให้เขาสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้น ไกด์ท่านนี้ก็เช่นกันเนาะคะ

    ขอบพระคุณที่แบ่งปันแง่คิดที่น่าสนใจให้กับพวกเราเสมอ ๆ นะคะ

  • #2 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 เมษายน 2012 เวลา 10:36

    พี่ชอบ และชื่นชมโจ มัคคุเทสก์ท่านนี้มาก เขาเป็นคนที่ทำให้เราต้องย้อนมามองตัวเอง ประเทศเรา สังคมเราเหมือนกันครับ บันทึกตอนต่อไปคงมีโอกาสได้เล่าเรื่องเหล่านี้ครับน้องปู พี่คิดว่าตลอดเส้นทางเดินชีวิตเรามีอะไรมากมายที่เตือนสติเราตลอดเวลา หากเราสำเหนียกนะ เมียนม่าเทียบกับไทยไม่ได้เลยในแง่ความเจริญ และความเป็นสากล แต่ตรงกันข้าม เราเองก็เทียบไม่ได้เลยต่อความศรัทธาต่อศาสนาของพลเมืองของเขา และการน้อมนำหลักศาสนาเข้ามาในจิตใจ ความใกล้ชิดศาสนา และหันหน้าเข้าวัดมากกว่าจะไปเดินห้าง….(แต่อนาคตเป็นสิ่งต้องดูกันต่อไป..)

  • #3 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 เมษายน 2012 เวลา 23:02

    ผมคิด เขียน มานาน ว่า สฤษดิ์ ธนะร้ชต์ ของเรา เผด็จการสุด ๆ แต่ คือผู้สร้าง ดร.ป๋วย ให้เป็นวีรบุรุษปชต. ในวันนี้ แถมสร้าง มอ. มข. มช. มหาลัยภูมิภาคอีกมากหลาย

    แต่วันนี้ คนไทยเราด่าสฤษดิ์มาก หาว่าเผด็จการเลวร้าย และ สรรเสิรญ ป๋วย มากเหลือเกิน (เว่อ ผสม โง่ หรือปล่าว)

    ส่วนผม ก็เพี้ยนเดิมๆ ไม่ด่าสฤษดิ์มากเท่าตนอื่น และก็ไม่ชม ป๋วยเท่าคนอื่นด้วยแหละเด๊อ

    ผมยังชม จอมพล ปอ. และ หลวงวิจิตรฯ อีกด้วยนะ (ไดโนฯ ตัวจริงเลยนะเรา)

    ส่วนอานันท์ ที่คนชมกันเกร่อ ผมกลับเห็นว่า เป็นคนที่ทำความเลวร้ายให้สังคมไทยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย (โพสต์เก่าๆ ของผม ลองหาอ่านดูนะครับ) เป็นทุนนิยมสามานย์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าสฤษดิ์ ถนอม ประภาสน์ รวมกัน

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 เมษายน 2012 เวลา 23:21

    อาจารย์ทวิชครับผมเองก็เชื่อเช่นนั้นว่า ผมมีความดีอยู่บ้าง ความเลวก็แยะ ฮิตเลอร์สั่งฆ่าคนมากมายมหาศาล แต่มุมดีของเขาก็มี ขึ้นกับว่าจะเอาส่วนไหนมาพูดกัน มาสร้างภาพกัน มาโฆษณากัน เพราะตามหลักการตลาดนั้นสร้างภาพมุมบวกไว้ คนก็ไม่เห็นมุมลบ การชั่งน้ำหนักคุณค่าของคนนั้น เป็นเรื่องยากนะครับเพราะเรามองไม่เห็นอีกมุมหนึ่งของคนคนนั้น หากไม่มีการขุดมาตีแผ่ คนเราธรรมดาก็เป็นเทวดาไปเลยนะครับ เพราะการยิบยกด้านเดียวมากล่าวถึง…

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 เมษายน 2012 เวลา 21:36

    คืองี้ครับ ผมมีประสบการณ์เที่ยวนครวัดแล้วประทับใจบริษัททัวร์มาก โดยเฉพาะไกด์ เขามีความรู้มากจริงๆ เขาบรรยายจนไกด์ท้องถิ่นเดินตามและจดบันทึกข้อมูล ความรู้ที่ไกด์ไทยบรรยายนครวัดนครธมครับ อาจเป็นเพราะคณะชุดนั้นเป็นท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยท่านก่อน และท่านปัจจุบันซึ่งตอนนั้นยังอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพฯ ทั้งที่ผมอ่านหนังสือนครวัดนครธมไปหลายเล่มทั้งเชิงการท่องเที่ยว และประวัติศาสตร์จริงๆ ไกด์ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยโดยเฉพาะงานเชิงศิลปกรรมประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับพัฒนาการของประวัติศาสตร์ สุดยอดจริงๆ เลยติดจะซื้อทัวร์ไปเที่ยวไหน ก็อยากได้ไกด์ดีดีครับ โชคดีที่บริษัททัวร์สามารถจัดหาไกด์ โจมาให้ได้ ถูกใจเราจริงๆ ผมแอบถามเขาว่าเขาสังกัดบริษัทไหน เขาตอบว่าเป็น Freelance แต่ก็ทำกับบริษัทที่ผมใช้บริการนี้บ่อยๆครับ

    ผมเพิ่งทราบว่าเมียนมานั้นมีทรัพยากรมากมาย ป่ายังมีมากมายแม้ว่าอังกฤษจะตัดไปมากแล้วก็ตาม มีแก๊ส มีน้ำมัน มีเหมืองทอง มีเหมืองหยก และเป็นอาเซียนประเทศเดียวที่มีหิมะ เพราะมีพื้นที่ตอนเหนือรัฐกะฉิ่นนั้นติดภูเขาหิมาลัย คิดดูว่า โอกาสการพัฒนาเขามีมากมายและมีโอกาสแซงหลายประเทศแม้แต่ไทยเราเอง

    ปีหน้าเขาจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์ และเป็นเลขาธิการอาเซี่ยน เมียนมามาแล้ว……..พี่ไทยยังทะเลาะกันเล้ยยยยยย


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.063107013702393 sec
Sidebar: 0.034128904342651 sec