ทุนสังคมสร้างได้

ไม่มีความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 21 เมษายน 2009 เวลา 17:42 ในหมวดหมู่ ทุนสังคม #
อ่าน: 1951

เมื่อผมมาทำงานที่ขอนแก่นใหม่ๆสัก 20 ปีที่แล้ว เราไปเช่าบ้านกันอยู่ในหมู่บ้านไทยประสิทธิ์ประกันภัย ติดถนนสายหลักมิตรภาพ ด้านหลังหมู่บ้านติดกับชุมชนสามเหลี่ยม เดี๋ยวนี้หมู่บ้านนี้ก็ยังมีอยู่ สมัยนั้นมีคุณอภิชาต ทองอยู่ พี่บำรุง บุญปัญญาไปเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆกัน….

ผมทำงานกับ USAID ที่ท่าพระ ขอนแก่น คุณอภิชาตทำงานกับ Redd Barna ที่เมืองพล พี่เปี๊ยกก็เป็นที่ปรึกษา Foster Parent Plan เมื่อนักพัฒนามาอยู่ใกล้ๆกันก็ระเบิดเถิดเทิง จะอะไรล่ะ ตกเย็นก็ตั้งวงกินเหล้าแล้วก็คุยกันสารพัดเรื่อง ต่างก็งัดแนวคิดต่างๆมาแลกเปลี่ยนกัน….

ในหมู่บ้านจัดสรรที่เราอยู่นั้นก็มีสารพัดครอบครัวทั้งพ่อค้า ข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ เอกชน ครอบครัวเหล่านี้ก็มีลูกหลานกัน เมื่อรวมๆกันทั้งหมู่บ้านก็มากพอสมควร หลังหมู่บ้านเป็นที่โล่ง ป่าละเมาะเล็กๆขึ้นเต็ม ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร..

ในหมู่บ้านนั้นมีครอบครัวหนึ่งเป็นครู ดูเหมือนจะอยู่ในเขตเทศบาล เป็นครูพละ ระหว่างนั่งโซ้ยเหล้าเย็นวันหนึ่งเราก็คุยกันว่า เด็กๆในหมู่บ้านมีเยอะ น่ากลัว น่าเป็นห่วงเรื่องยาเสพติด เด็กเหล่านี้พ่อแม่ทำงาน ออกจากบ้าน บางครอบครัวกว่าจะกลับมาก็เย็นค่ำ ไม่มีใครอยู่กับเด็ก พวกเราน่าจะหากิจกรรมสำหรับเด็กทำกัน ..อภิชาตปรึกษากับพวกเรา

พวกเราเห็นด้วย ในฐานะที่อภิชาตเป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชนบทที่เมืองพลควบคุมงบประมาณพัฒนาชนบทจึงเจียดงบประมาณมาก้อนหนึ่งก็ไม่มากเท่าไหร่นัก พวกขี้เหล้าคุยกันไปซดเหล้ากันไปว่าจะทำอะไรดี ในที่สุดก็มาลงที่ว่า เรามีครูพละในหมู่บ้าน น่าที่จะให้ครูสอนเรื่องฟุตบอลอย่างถูกวิธีกับเด็กๆ คุณอภิชาตจะสนับสนุนอุปกรณ์กีฬาชนิดนี้ให้…

ครูพละท่านนั้นเห็นด้วยและยินดีสอนเด็กโดยไม่คิดค่าจ้างอะไร… พื้นที่ว่างหลังหมู่บ้านจึงเกิดการพัฒนาเป็นสนามฟุตบอลแบบง่ายๆ อภิชาต ผม พี่เปี๊ยกและเพื่อนๆคนอื่นก็ไปขออนุญาตผู้ปกครองเด็กๆตามบ้านต่างๆในหมู่บ้านนั้นว่าจะเอาเด็กไปสอนฟุตบอลให้… ผู้ปกครองทุกคนก็เห็นด้วยและสนับสนุน…

หนึ่งเดือนผ่านไปทีมฟุตบอลเด็กของหมู่บ้านก็เกิดขึ้น เด็กๆชอบ และสนุก บางคนมานั่งรอทุกเย็นเพื่อจะมาเล่น มาฝึกฟุตบอล เด็กเหล่านี้ก็มาจากโรงเรียนต่างๆ ทั้งจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น โรงเรียนวัด โรงเรียนเทศบาล โรงเรียนเอกชน แล้วแต่ครอบครัวเขาจะเอาบุตรไปเข้าเรียนที่ไหน แต่ทีมฟุตบอลเด็กเกิดขึ้นในนามของชุมชน

เมื่อทีมฟุตบอลมีแล้วการฝึกแบบมาตรฐานก็เกิดขึ้นแล้ว การฝึกฝนก็ผ่านเวลาไปนานพอสมควร ต่างก็อยากประลองฝีมือการแข่งกับทีมฟุตบอลเด็กจากที่อื่นๆ ในฐานะที่ครูพละมีเครือข่ายครูพละอยู่ในจังหวัดจึงเกิดการติดต่อประลองฝีมือกันขึ้น…

พ่อแม่เด็กๆต่างก็ก้าวออกมาสนับสนุน และเห็นว่ากิจกรรมนี้น่าชื่นชมที่เด็กมีกิจกรรมที่ผู้ใหญ่คอยดูแล ต่างสบายใจ สนับสนุน เอาน้ำเอาท่ามาให้เด็ก ลงขันกันตัดเสื้อทีมให้เด็ก เพิ่มเติมอุปกรณ์กีฬา พ่อแม่เด็กก็ถือโอกาสพบปะกัน แทนที่จะมุดหัวในบ้านใครบ้านมัน ก็ออกมาคุยกัน สมาคมกัน แลกเปลี่ยนต่างๆนานา….สารพัดที่จะเกิดประโยชน์กระทบกว้างขวางออกไป

ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ทีมฟุตบอลเด็กของชุมชนออกไปแข่งขันกับทีมอื่นๆ ก็มีแพ้บ้างชนะบ้าง แต่จำนวนครั้งที่ชนะจะมีมากกว่า ก็เป็นที่ปลื้มอกปลื้มใจของชุมชน พ่อแม่ คุณครูพละท่านนั้นก็อุทิศเวลาให้เต็มที่…. ชื่อเสียงของทีมฟุตบอลเด็กชุมชนนี้ก็ระบือไปถึงจังหวัดใกล้เคียง โรงเรียนรอบนอก กลายเป็นเรื่องเป็นราวที่ผู้ใหญ่ต่างก้าวเข้ามาสมาคมมากขึ้นเพื่อเติมเต็มให้เด็กๆ ให้คุณครู ให้กับกิจกรรมนี้…..

ประเด็นที่เห็น

  • ทุนสังคมสร้างได้
  • เริ่มจากเล็กไปสู่ใหญ่
  • เริ่มจากค้นหาศักยภาพในชุมชนแล้วผลักดันให้ศักยภาพนั้นแสดงพลังออกมา
  • สังคมมีจุดเชื่อมต่างๆอยู่แล้ว เมื่อกิจกรรมทำดี ย่อมส่งผลสะเทือนที่ดีไปเขย่าให้เครือข่ายธรรมชาติที่มีศักยภาพข้างเคียงมาร่วมพลังด้วยเป็นทวีคูณ
  • เราเติมคุณค่าดีดีของความเป็นคนลงไปในกลุ่มเด็กเหล่านั้นได้ระหว่างที่เขามาฝึกฝนฟุตบอล ทั้งครูพละที่รับบทใหญ่เป็นพระเอก และเราที่เป็นพี่เลี้ยง และพ่อแม่เด็กๆที่ก้าวออกกมาสนับสนุน
  • การสร้างทุนสังคมต้องมีการเริ่มต้นและผลักดันให้ขยายออกไปทั้งโดยธรรมชาติและสร้างขึ้นมาเพิ่มเติม
  • จากกีฬา สู่การให้คุณค่าทางจริยธรรม กฎ กติกาในการเล่นกีฬา การปฏิบัติตัวต่อเพื่อน ต่อผู้ใหญ่ ต่อคู่ต่อสู้ในเกม
  • จากกีฬา เอาสารพัดเรื่องดีดีมาเติมในจิตใจแก่เด็กได้ตามโอกาส เงื่อนไขมากมาย มากมาย…
  • แล้วเด็กเหล่านี้โตขึ้นจะมีประสบการณ์ชีวิตที่ดีดีต่อไป เป็นการสร้างสมทุนชีวิตที่เป็นภายในให้แก่เขา…


ปัจจุบันคุณอภิชาตเป็นผู้อำนวยการมูลนิธิสวัสดีที่กรุงเทพฯ เป็นอดีตกรรมการ TV สทท. และล่าสุดเป็นผู้จัดรายการสั้นๆแนะนำหนังสือดีดีใน สทท. (ช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม)จากรูปจะเห็นว่าเชิญวิศิษฐ์ วังวิญญูเจ้ายุทธจักร voice dialogue เป็นที่ปรึกษาร่วมกับ สถาพร ศรีสัจจังจาก มอ. เพื่อนรักผมอีกเช่นกันตั้งแต่ มช.สมัย 14 ตุลา เจ้าของโศลกดำตัวจริงที่โด่งดังในสมัยนั้น


ปัจจุบันที่บำรุง บุญปัญญา หรือพี่เปี๊ยกก็เป็นนักพัฒนาอิสระ ที่ยังแรงไม่หยุดกำลังตกผลึกความคิดจะออกหนังสือเล่มใหม่ออกมา และให้ความสนใจเรื่องของวัฒนธรรมชุมชนเป็นที่ยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Social Spiritual พี่เปี๊ยกประจำที่บ้านบรรพชน กลางเมืองขอนแก่น


น้ำตา..เนื่องมาจากพี่เปี๊ยก..

16 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ 2 มีนาคม 2009 เวลา 1:29 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 2493

ผมเอาเรื่องพี่เปี๊ยกมาเขียนหน่อย..

พี่เปี๊ยกไม่มีรายได้อะไร เพราะไม่มีงานประจำอย่างเราๆท่านๆ…แล้วมีชีวิตอยู่อย่างไร..?

ก็น้องๆที่แวะเวียนไปหาพี่เปี๊ยกก็ช่วยสนับสนุนกันตามกำลังบ้าง..

การเชิญพี่เปี๊ยกเป็นที่ปรึกษางานโน่นนี่ก็พอมีค่าตอบแทนบ้าง ซึ่งก็ไม่แน่นอน..

ดูการใช้ชีวิตของพี่เปี๊ยกแล้วทุกท่านคงเดาออกนะครับว่าเรียบง่ายเสียจน..

ในคราวที่น้องๆรวบรวมบทความของพี่เปี๊ยกรวมเล่มเรื่องวัฒนธรรมชุมชนนั้น

ก็มอบให้พี่มาจำนวนหนึ่งเพื่อให้ไปจำหน่ายเอาเอง ได้เงินมาก็เป็นของพี่เปี๊ยกเอง

การมาสวนป่าคราวนี้ก็เช่นกัน….พี่เปี๊ยกบอกผมว่า บู๊ด..เอาหนังสือไปขายบ้างได้ไหม..

ผมก็ว่าได้ เดี๋ยวผมจัดการให้พี่เอาหนังสือมาให้ผม..

น้องๆที่ขอนแก่นก็รวบรวมหนังสือให้ได้มานิดหน่อยเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน..

น้องขจิต และน้องมะเดี่ยว ช่วยจัดการให้..

หลังการพูดเสร็จ หนังสือขายหมดเกลี้ยงเลย.. ไม่พอเสียด้วยซ้ำไปเพราะหลวงพี่ติ๊กสนใจก็หมดเสียแล้ว

ผมบอกหลวงพี่ว่าผมจะเอาไปถวายเองที่วัดสระเกศ

เพราะวันจันทร์ผมมีประชุมที่กรุงเทพฯจะหาเวลาแวะไปกราบท่าน

ช่วงที่ทุกคนเดินทางไปทานอาหารกลางวัน มีบางท่านมาซื้อหนังสือจากเดี่ยวจนหมดนั้น ต่างก็ยื่นหนังสือให้พี่เปี๊ยกเซนต์

แต่พี่เปี๊ยกให้มากกว่าลายเซ็น คือเขียนกลอนให้ด้วย

พี่จะมองหน้าท่านนั้นแล้วซักถามเรื่องส่วนตัวสักสองสามคำถาม

จากนั้นก็ตั้งสติ แล้วก็ “จารบทกลอน” สดๆลงไป…

เมื่อถึงคราวคุณสุภาพสตรีท่านที่ยืนตรงกลางเอาหนังสือให้พี่เปี๊ยกจาร

ใช้เวลาไม่นานนัก…

เมื่อเสร็จเธอก็รับมาแล้วก็อ่าน..อ่าน..ให้เพื่อนฟังด้วย..

เมื่ออ่านจบ เธอน้ำตาไหลออกมาครับ จนเธอต้องลุกเดินออกไป..

คุณสุภาพบุรุษท่านที่ยืนข้างกายนั้น เดินตามไปพร้อมกับน้ำตาไหลรินออกมาด้วย..

อยากทราบว่าบทกลอนบทนั้นว่าอย่างไร..

ขอให้ท่านไปถามสุภาพสตรีท่านนั้นเถิดครับ….

ผมเชื่อว่าเธอยินดีที่จะกล่าวถึงครับ…..



Main: 0.053167104721069 sec
Sidebar: 0.063535928726196 sec