หลักการ “สองสูง”

8 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 22, 2009 เวลา 22:31 ในหมวดหมู่ สังคม บ้านเมือง ประชาธิปไตย #
อ่าน: 1718

นักธุกิจยักษ์ใหญ่ของประเทศนี้

เสนอ “หลักการสองสูง”

ซึ่ง  บำรุง บุญปัญญา วิเคราะห์ว่า นี่คือหายนะใหม่ของเกษตรกรไทย

อยากทรายรายละเอียด และต้องการแลกเปลี่ยน

ไปสวนป่า 28 ก.พ. นี้  …ซิครับ..


รอยเท้า…2

4 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 17, 2009 เวลา 0:17 ในหมวดหมู่ เรื่องของชีวิต #
อ่าน: 2863

สายวันนั้น น้องเอก คุณพ่อของแม่ชีน้อยป่านแวะมาหาที่สำนักงานมุกดาหาร
ตามประสาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ มีอะไรก็คุยเปิดอกกัน


ทราบว่าตั้งแต่บุตรสาวเสียชีวิตความอาลัยอาวรณ์ยังมีมากมาย

เพื่อนสาวคนหนึ่งรับอาสาจะเขียนหนังสือให้
โดยจะรวบรวมข้อมูลจากทุกคนที่มี

เอกบอกว่าตอนนี้ เพื่อนคนนึ้ขึ้นไปอยู่ที่บน “ภูไม้ฮาว”
ผมจึงตั้งใจจะไปเยี่ยมเธอที่ภูไม้ฮาว

ภูไม้ฮาวคือชื่อดอย หรือ ภู ที่เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์

สถานที่แห่งนี้เป็นที่สุดท้ายที่แม่ชีน้อยป่านอาศัยอยู่และเสียชีวิตที่นี่


เพื่อนคนนี้ต้องการอารมณ์ความรู้สึกจริงๆจึงขึ้นภูไม้ฮาวไปนอนในสถานที่ที่แม่ชีน้อยป่านเคยนอน เคยนั่งเคยอาศัยก่อนเสียชีวิต
แล้วถือโอกาสปฏิบัติธรรมด้วย




ผมจอดรถที่ตีนภูแล้วค่อยๆเดินขึ้นไปแบบไม่เร่งรีบ ดูธรรมชาติของภูไม้ฮาวซึ่งผมมาเยือนเป็นครั้งที่สามแล้ว ครั้งนี้พบชาวบ้านมาช่วยพระอาจารย์พัฒนาทางเดินให้ปลอดภัย ซ่อมแซมระบบประปา โดยทั้งหมดนั้นมาออกแรงตามความศรัทธาที่มีต่อพระอาจารย์

เมื่อเดินขึ้นไปถึงศาลาหลังแรกก็เห็นพระอาจารย์ กำลังพูดคุยกับชาวบ้านอยู่ ผมเดินเข้าไป พระอาจารย์ก็ยิ้มรับพร้อมเชิญให้ขึ้นไปกินน้ำเย็นๆก่อน ผมก้มกราบพระอาจารย์ แม้อายุเลยหกสิบไปแล้วแต่ดูยังสดใส สมกับผู้ปฏิบัติธรรมจริงๆ

ต่างซักถาม ตอบคำถามกันพอสมควรแล้วผมก็ขออนุญาตไปพบน้องสาวคนนั้นที่ขึ้นมาปฏิบัติธรรม พระอาจารย์ก็ชี้ให้ไปที่กุฏิหลังขาวโน้นนน พร้อมกับบอกให้คนพาไป…

เธอชื่อ “เงาศิลป์” เก๋ ไหมล่ะชื่อเธอ รีบเดินออกมาหาผมอย่างดีใจ หลังจากคุยกันแล้วเธอก็บอกว่า ช่างเป็นธรรมจัดสรรจริงๆ หนูกำลังต้องการเข้าขอนแก่น พี่มาวันนี้ หนูก็จะติดรถไปขอนแก่นด้วย…… เธอขอเวลาจัดการเรื่องส่วนตัวและภาระที่นี่ให้เรียบร้อยก่อน…

ผมก็เลยเดินชมบริเวณสำนักสงฆ์ไปทั่ว สวยมากครับ สงบ ธรรมชาติ เดิมๆ น่าจะเป็นสถานที่บำเพ็ญธรรมนั้นดีแล้ว ลมพัดเอื่อยๆกำลังสบาย ผมถือโอกาสเก็บรูปมามากมาย

และหนึ่งในนั้นคือ สถานที่พักและปฏิบัติธรรมคือทางเดินจงกรมของผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ทราบว่ายามค่ำคืนสถานที่สงบ บรรยากาศเงียบ อากาศโดยรอบเอื้อ มีพระอาจารย์คอยแนะนำ ตอบปัญหาการปฏิบัติธรรม….

นอกจากเธอแล้วยังมีแม่ชีสาวอีกหลายท่าน แม่ชีอายุเลยกลางคนไปแล้วก็หลายท่าน
แต่ละคนมีทุกข์มาทั้งนั้น ทั้งใจ ทั้งกาย ต่างก็มาหาที่พึ่ง สำนักสงฆ์ พระอาจารย์ครรชิตแห่งภูไม้ฮาว


บนทางเดินนี้ไม่ใช่แคทวอล์ค แต่เป็นทางเดินจงกรมของสตรีสาวหลายท่านที่มาบวชเป็นแม่ชีผ้าขาวที่มุ่งมั่นมาที่นี่ แต่เท้าบนทางเดินนี้ไม่ได้ใส่ส้นสูง หรือรองเท้าแพงระยับของยี่ห้อใดๆ

เธอเปลือยเท้าเปล่า เดินจงกรมยามเวลากลางคืนที่สงบ


ใช่ครับ รูปรอยเท้านี้คือ รอยเท้าของสตรีผู้ปฏิบัติธรรม เป็นรอยเท้าจงกรม ตรงจุดที่ต้องหมุนตัวกลับพอดี

นี่คือ รอยเท้าผู้ปฏิบัติธรรมครับ…


รอยเท้า..1

3 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 15, 2009 เวลา 1:33 ในหมวดหมู่ เรื่องของชีวิต #
อ่าน: 1869

รอยเท้าใคร..

ทำไมมาอยู่ตรงนี้…

มีวัตถุประสงค์อะไร..

เป็นเท้าผู้หญิงหรือผู้ชาย…

(แล้วจะเฉลยทีหลัง)


เย้..งานเสร็จแล้ว

4 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 5, 2009 เวลา 2:17 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 1814

เย้….งานเสร็จแล้ว  น้องๆนั่งหลับกันแล้ว อิอิ


ข้อเสนอต่อ DfC

6 ความคิดเห็น โดย bangsai เมื่อ กุมภาพันธ 3, 2009 เวลา 10:42 ในหมวดหมู่ เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1593

สมัยที่ทำงานกับโครงการไทยเนเทอร์แลนด์ ชื่อ โครงการการจัดการน้ำในระดับไร่นา ที่เขื่อนลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น ผมทำหน้าที่เป็น ฝ่ายสังคม ที่คอยสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เจ้าหน้าที่สนามในการปฏิบัติงาน เสริมผู้เชี่ยวชาญด้านฝึกอบรม ที่ทำหน้าที่ไปสำรวจ Training Needs Assessment (TNA) แล้วก็จัดกระบวนการฝึกอบรมขึ้น ซึ่งก็มักจะเป็นรูปแบบเดิมๆ คือเป็น formal training

เมื่อผมลงสนามพบว่าน้องๆในสนามที่ได้รับความรู้มาแล้วนั้น มีหลายอย่างที่ต้องเติมเต็ม และขยายความ สาระที่พูดกันในห้องประชุม หลายคนมีคำถาม หลายคนไม่เข้าใจ หลายคนเบลอๆ

นี่เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดการบันทึกของผมครั้งแรกขึ้น เป็นบันทึกที่เกิดจากปรากฏการณ์ดังกล่าว เมื่อผมพบก็หยิบประเด็นนั้นมาบันทึกขยายความแล้วทำสำเนาส่งให้ทุกคน นอกจากนี้ก็เป็นแบบ F2F คุยกัน แลกเปลี่ยนกัน และอาจจะเป็น Micro group discussion แค่สองสามคนก็ตั้งวงแบบไม่เป็นทางการคุยกัน ยืนคุยกันบ้าง ร้านอาหารบ้าง นั่งริมคันนาบ้าง เติมเต็มกันทันที เพื่อให้น้องๆอิ่มในข้อสงสัย ขัดข้อง

ซึ่งประเด็นทั้งหมดนั้นเราเองก็ไม่รอบรู้ไปทั้งหมด ประเด็นไหนที่ไม่แจ้งก็ไปค้นหามาแล้วเติมเต็มในรูปของบันทึกแล้วสำเนาแจกให้ทุกคนได้เรียนรู้ด้วย บันทึกนี้เป็นหลัก หยิบทุกประเด็นมาบันทึกแล้วกระจายไป ทำเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 บันทึก

องค์ความรู้ที่เติมเต็มนี้ เมื่อสิ้นปีรวมเล่มได้เลยครับ จัดหมวดหมู่และเพิ่มเติมส่วนที่ไม่ครบถ้วนลงไป ก็เป็นสิ่งที่อาจเรียกว่า KM ได้แบบ Field practice และเป็นประโยชน์มากสำหรับน้องๆที่ถือว่าเป็นมือใหม่ในการเข้ามาทำงานกับชาวบ้านในสาระ การจัดการน้ำในระดับไร่นา

ในทำนองเดียวกัน ผมติดตามทุกท่านที่ทำเรื่อง Dialogue for Consciousness (DfC) เห็นพลัง เห็นความก้าวหน้า เห็นปิติ เห็นประโยชน์ และชื่นชมที่ทุกท่านต่างหยิบฉวยสิ่งที่เป็นประโยชน์จากเฮฮาศาสตร์นี้ จาก Lanpanya นี้ไปใช้

ผมใคร่เสนอแนะว่า ทุกท่านที่เข้ามาร่วมในกระบวนการ ย่อมได้ปิติ ย่อมมีพลัง ย่อมกระหายที่จะหยิบฉวยความรู้ที่เสพเข้าไปนั้นไปดัดแปลงใช้ในงาน ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีกว่าให้เกิดขึ้นกับความรับผิดชอบ

แต่น่าที่จะเกิด ประเด็นปัญหาที่อยากแลกเปลี่ยน ถามไถ่ ต้องการเติมเต็ม ขยายความ แต่อาจจะยังไม่มีช่องทางที่จะทำเช่นนั้น เพราะไม่ได้ถูกจัดการวางช่องทางไว้ ข้อเสนอผมก็คือ

· เชิญท่านเหล่านั้นเข้ามาในลาน แล้วเปิด ลาน เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเติมเต็ม ขยายความกันต่อไปให้กว้างขวาง นอกจากผู้จัดการเป็นผู้แลกเปลี่ยนแล้ว ท่านอื่นๆที่มีประสบการณ์ก็จะได้เพิ่มเติมแลกเปลี่ยนไปอีกด้วย

· หากท่านเหล่านั้นไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะเข้า ลาน ได้ ผู้จัดต้องบอกกล่าวว่าขอให้ส่งประเด็นมาที่ผู้จัดแล้วผู้จัดจะแลกเปลี่ยนเป็นบันทึก แล้วส่งคืนไปให้ พร้อมๆอาจจะสำเนาให้เพื่อนคนอื่นๆรับรู้ด้วย(อย่างที่ผมทำ)

· จัดทีมงานเยี่ยมเยือนตามวาระโอกาสอย่างไม่เป็นทางการ เอาขนมไปฝาก เอาเอกสารติดมือไป.. เพื่อ ทำ Follow up และใช้โอกาสนั้นสอบถาม แลกเปลี่ยน เป็นแบบ DfC follow up ….แล้วอย่าลืมเก็บประเด็นนั้น สาระที่แลกเปลี่ยนกันนั้นมาบันทึกแล้วทำสำเนาให้ทุกคนเพื่อเรียนรู้ร่วมกันด้วย

· ใช้เครื่องมือสื่อสารอื่นๆ มือถือ โทรศัพท์สายตรง จดหมาย ..ฯลฯ เพื่อเปิดช่องให้มีการสื่อสารต่อเนื่องระหว่างกัน

· ทั้งหมดนี้เป็นเชิงรับ แต่พิจารณาการทำเชิงรุกด้วยนะครับ เช่น

· ผู้จัดตั้งประเด็นแล้วแลกเปลี่ยนไม่เป็นทางการ การตั้งประเด็น การตั้งคำถาม เป็นการกระตุ้นให้คิด ให้ควานหาความเป็นจริง แต่ทั้งนี้ควรพิจารณาความเหมาะสมรอบด้านด้วย

· การทบทวนสาระที่ใช้ในการ DfC ที่ผ่านมาโดยการขยายความในประเด็นต่างๆลงไป โดยไม่รอคำถาม แต่ประเด็นนั้นต้องผ่านการประเมินแล้วว่าเหมาะสม เกิดประโยชน์จริง…..

· นำตัวอย่างความสำเร็จ หรือความก้าวหน้าของเพื่อนไปเล่าสู่กันฟัง…

· ฯลฯ..

สิ่งเหล่านี้คือ กระบวนการที่ทำต่อเนื่องภายหลังกระบวนการ DfC ครับ

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด อิอิ..



Main: 0.028151988983154 sec
Sidebar: 0.027720212936401 sec