เสียงดังทำไม
อ่าน: 1166ดูเหมือนในทุกพื้นที่ที่ได้ไปสัมผัส มีความรุนแรงในครอบครัวเป็นพื้นฐานในชีวิตประจำวันอยู่มากมาย แล้วก็มีบางสิ่งบางอย่างของอารมณ์พื้นฐานที่ก่อตัวเป็นน้ำแข็งใต้น้ำคอยเซาะฝั่งแห่งความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนให้พังภิณท์
เฮ้อ…หรือว่านี่คือเหตุ เล็กๆแห่งความขัดแย้งที่หยั่งรากและสร้างลำต้นที่มีดอกผลบานปลายจนเป็นเรื่องใหญ่ในสังคม?????????????????
(ยกมาจากบันทึกในลานเจ๊าะแจ๊ะ)
วันนี้มีอีเมล์ฉบับหนึ่งส่งบทความมาให้อ่าน เป็นบทความที่อ่านแล้วน่าสนใจไม่เบา เรื่องราวที่ส่งมาให้อ่านเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ที่ผู้ใหญ่กับเด็กมีต่อ กันที่ชี้มุมมองให้เห็นว่าพฤติกรรมลบของผู้ใหญ่ที่เกิดขึ้น สามารถส่งผลให้เด็ก “ชอบ” และ “เสพติด” พฤติกรรมลบนั้นได้
แล้วในที่สุดก็ฝังรากจนกลายเป็นต้นกำเนิดแห่งความรุนแรงที่ส่งผลต่อครอบ ครัวและสังคมได้ อันเนื่องมาจากการสะสมประสบการณ์คุ้นชินในรูปแบบนี้ จนเกิดความเข้าใจไปว่าเรื่องเยี่ยงนี้เป็นความธรรมดาๆ
บทความนี้อธิบายว่าการเสพติดเกิดขึ้นมาจากเด็กแปรเปลี่ยนความเข้าใจไปว่า ลักษณะพฤติกรรมลบนั้นๆ คือช่องทางเดียวที่ทำให้เขาเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ได้
บทความเล่า้ให้ฟังว่า เมื่อไปชวนให้เด็กๆคุย เด็กๆบอกว่า ผู้ใหญ่บ่นเรื่อง “ตะโกน” และ “มองหน้า” มากที่สุด ไม่ว่าเด็กๆเหล่านั้นจะเป็นเด็กเล็กแค่วัย ๓ ปีหรือว่าเขาเป็นเด็กโตที่มีอายุวัยรุ่น ๑๘ ปีแล้ว
เชื่อไหมที่จะบอกว่า เมื่อสังเกตพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้ พวกเขาต่างล้วนมีพฤติกรรมชอบ “มองหน้า” และ “ตะโกน” บ่อยๆเมื่อเขาต้องการให้ผู้ใหญ่สนใจเชื่อมความสัมพันธ์กับตัวเขา
บทความสะกิดใจให้สนใจพลังแห่งศรัทธาที่มีต่อพฤติกรรม “ตะโกน” แล้วชวนให้ย้อนดูตัวไม่เบา
สังเกตเห็นความต่างอะไรหรือเปล่าเมื่อคุยกับเด็ก การคุยที่อยากให้เด็กได้รับรู้ เกิดขึ้นบ่อยกับพฤติกรรมแบบไหน คุยกันด้วยเสียงเบาๆได้ หรือต้องใช้เสียงพูดที่ดังหรือบางครั้งต้อง “ตะโกน” ใส่เด็ก
หลังจากคุยกับเด็กอย่างนั้น ตัวเราเองมีศรัทธาอย่างไรกับสิ่งที่เด็กสนองตอบกลับมา
บทความได้บอกเล่าว่า “มีผู้ใหญ่ที่น้อยกว่าน้อย รู้สึกดีกับสิ่งที่เด็กสนองตอบแก่ตน” เป็นอีกมุมที่สะกิดให้ย้อนดูตัวเช่นกัน
หากสัมผัสความรู้สึกว่าเด็กต้าน แล้วอยากเปลี่ยนให้เด็กยอมตาม บทความมีคำแนะนำ แต่ว่าก่อนทำตามคำแนะนำเขาชวนให้ถามใจดูก่อนว่าอยากเห็นเด็กมีพฤติกรรมเชิงบวกมากกว่านี้หรือเปล่า
การถามใจให้ทำอย่างนี้ค่ะ
“ในใจจริงของคุณ คุณรู้สึกจริงอย่างไรกับกรณีของเด็กคนนี้”
“คุณเชื่อศรัทธาตัวเองแค่ไหนว่าคุณสามารถทำให้เด็กคนนี้ดีขึ้นกว่านี้ได้”
“คุณอยากให้ประสบการณ์ความสัมพันธ์ของคุณกับเด็กคนนี้เป็นอย่างไรต่อไป”
ถามใจหลายรอบๆนะคะ จนเมื่อคำตอบสุดท้ายออกมากระจ่างชัดแก่ใจแล้ว ก็จะได้คำตอบของการลงมือทำต่อไปโผล่ขึ้นมาเอง
ส่่วนใครที่อยากเรียนรู้ว่า คำตอบจากคนอื่นที่มีประสบการณ์มาก่อน เขาทำอย่างไร ขอชวนไปดูเรื่องเล่าเร้าพลังด้วยกัน
แล้วถ้าหากอยากจะอ่านรายละอียดความคิดเบื้องหลังก็เชิญได้ตามสะดวกเช่นกัน
บันทึกเรื่องนี้ไว้เพื่อชวนให้ช่วยกันลดทอนความรุนแรงเล็กๆที่เป็นพื้นฐานอยู่ในชีวิตประจำวันทุกวันเหล่านี้ให้ลดลงไปๆ โดยเริ่มที่ความสัมพันธ์ที่มีต่อตัวเองก่อน เมื่อจะมีความสัมพันธ์ไม่ว่ากับคนวัยใดค่ะ
แค่นี้ก็ช่วยสังคมกันได้ไม่เบาแล้ว แค่นี้ก็ช่วยให้ความอบอุ่นในครอบครัวได้คืนมาแล้ว
ไม่เชื่อให้ลองดู ยิ่งเชื่อยิ่งลองบ่อยนะคะ ชวนเรียนรู้และนำไปใช้ให้ตรงจริตของตัวกันค่ะ
ความคิดเห็นสำหรับ "เสียงดังทำไม"