กรรมของใครกัน

โดย สาวตา เมื่อ 7 มกราคม 2009 เวลา 23:47 ในหมวดหมู่ เล่าสู่กันฟัง #
อ่าน: 1296

วันนี้แวะไปโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้เป็นศูนย์เด็กเล็กระดับประเทศในระดับชมเชย ที่มีครูคนหนึ่งเคยมาเป็นลูกศิษย์และเธอเอ่ยความในใจขอให้ช่วยให้การปรึกษาหลักสูตรการพัฒนาพัฒนาการเด็กให้โตสมวัยที่เธอรับผิดชอบ โอ้เอ้ศาลารายวนอยู่กับเรื่องอื่น จนกระทั่งนึกขึ้นได้ว่ารับปากไว้  วันนี้จึงแวะไปเพื่อถามไถ่ความตั้งใจเธอว่า “เอาจริง” รึเปล่า

เข้าไปแล้วไม่เสียเที่ยวเปล่า ได้เรื่องมาหลายเรื่องให้เชื่อมโยงต่อ ได้รู้ว่าการพัฒนาโรงเรียนในปีการศึกษาต่อไปผู้บริหารและครูวางทิศทางเดินหน้าการพัฒนาต่อ ได้รู้ใจว่าความรักต่อเด็กมีอยู่ในใจของครูน้อยที่เป็นผู้ปฏิบัติมากกว่าผู้บริหารโรงเรียนซะอีก นี่เป็นหนึ่งในรูปแบบของเหยื่อเชิงระบบที่แลกเปลี่ยนกับน้องสร้อยไว้  มองเห็นว่าผู้บริหารเป็นเหยื่อของระบบประเมินนะซี กะปิออกฤทธิ์อีกแล้วนี่ทำเอาไม่สบายใจไปเลย

มีคำถามจากผู้บริหารถามหาว่า มีเครื่องมือกลั่นกรองอะไรไหมที่จะคัดเอาเด็กที่ด้อยโอกาสทางด้านพฤติกรรมออกไปจากกลุ่มที่มาสมัครเป็นนักเรียนใหม่ เธออยากจะคัดเพื่อให้โรงเรียนลดภาระและทำงานให้ง่าย เหตุผลที่บอกเธอบอกว่าครูมีน้อย ดูแลไม่ทัน ฟังแล้วฉันใจแป้ว นี่โรงเรียนนะ เหตุไฉนจึงรังเกียจเด็กที่ควรต้องรับการพัฒนาการเรียนรู้เล่า  การพูดคุยแลกเปลี่ยนทำให้ฉันรับรู้ว่า ผู้บริหารกลัวเรื่องผลงานภาพรวมจะไม่ผ่านกะปิ กลัวงานยากไปซะงั้น แถมยังห่วงชื่อเสียงโรงเรียนอีกต่างหาก เฮ้อ! กรรมของใครกันละนี่

ความรู้สึกที่มีต่อเรื่องความไม่ยุติธรรมที่อยู่ในความคิดผู้บริหารเมื่อได้ฟังแล้ว ทำให้ฉันโพล่งบอกไปตรงๆว่า อาจารย์อย่าทำ ทำลงไปแล้วอาจารย์ระวัง ผู้ปกครองเด็กฟ้องศาลปกครองเอาได้ ในฐานที่อาจารย์เลือกปฏิบัติ ริดรอนสิทธิการเข้าศึกษาของเด็กที่มา  ทำเอาผู้บริหารจ๋อยไปเลย เอากะหมอซี ไม่ดีใจหรอกค่ะที่ทำให้เธอจ๋อยลงไปได้ หนักใจแทนในเรื่องของความคิดซะมากกว่า

หากว่ามองผิวเผินดูเหมือนจะจริงที่ครูพูดว่าครูจะมีภาระมากขึ้นหากนำเด็กที่ด้อยโอกาสทางด้านพฤติกรรมมาปนเรียนกับเด็กที่พัฒนาการเร็วกว่า หากแต่ว่าลึกลงไปแล้วฉันคิดว่ากลับไม่ใช่เรื่องทำไม่ได้ ด้วยว่าที่โรงเรียนนี้สอนเด็กปฐมวัย การเริ่มต้นของเด็กที่มีพฤติกรรมช้ากว่า สามารถใช้หลักสูตรของเด็กปฐมวัยช่วย เด็กรอบข้างที่เร็วกว่าจะช่วยให้เขาเก่งขึ้น หากว่าครูเข้าใจความเป็นเด็กและจัดบทเรียนที่สามารถให้เด็กเขาช่วยกัน 

ความคิดนี้อาจผิดหรือถูก ฉันไม่รู้หรอก เพียงแต่ฉันเชื่อมั่นอยู่ว่า มีทางทำได้ ขอเพียงแต่ความรู้ที่มีเป็นแก่นแท้จริง เรื่องเรียนรู้ของผู้เรียนย่อมตามกันทัน สำคัญที่คนใส่บทเรียนให้เด็กตะหาก บังเอิญที่ผู้บริหารปลีกตัวไปชั่วขณะ ฉันจึงมีโอกาสได้คุยกับครูน้อยที่สนิทสนมมาก่อนต่อไป ครูคนนี้มีฐานความรู้จากสาธารณสุขมาก่อน ก่อนมาเป็นครูเธอเคยเป็นอสม.รุ่นแรกๆที่แม้ขณะนี้ไฟจิตอาสานั้นยังไม่มอดไปจากใจ เธอเงียบฟังระหว่างฉันคุยกับผู้บริหาร เรื่องแลกเปลี่ยนทำให้เธอเข้าใจเธอทำอะไรได้ในการสานต่อเรื่องนี้ สุดท้ายที่สรุปกันคือ ให้ฉันมาช่วยสอนครู เพื่อจะให้รู้ว่าครูจะกลั่นกรองเด็กส่งเยียวยาให้เร็วได้อย่างไร  จะไม่มีการให้เครื่องมือเพื่อมาใช้สำหรับทำร้ายเด็ก คือสิ่งที่บอกไปตรงๆ  ใช้คำพูดอย่างนี้จริงๆนะขอบอก ใครว่าดุก็ยอมรับว่าวันนี้ดุไปแล้ว

ฉันทำความเข้าใจเรื่องของเด็กที่มีพฤติกรรมแปลกๆไว้ก่อนว่าเขามิใช่คนป่วย ดังนั้นที่เขามาพบเรานั้นจึงมิใช่เพื่อรักษา หากแต่มาพบเพื่อให้พ่อแม่ได้มาพบเราให้เราได้สอนวิธีเยียวยาให้ เพราะเด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่เป็นกลุ่มพิเศษที่จะปล่อยให้พ่อแม่ดูแลสะเปะสะปะลองไปเรื่อยอย่างพ่อแม่เด็กทั่วไปไม่ได้เพราะเด็กจะไร้โอกาสที่จะเป็นเด็กทั่วไปซะเลย

ครูน้อยที่ได้คุยด้วยนี้มิใช่คนที่ฉันตั้งใจไปพบหรอก คนที่อยากมาพบคือครูน้อยอีกคน ฉันจึงถามไถ่ว่าเธออยู่ไหนจนได้พูดคุยกับเธอ เธอชื่อครูเปิ้ลค่ะ มีเรื่องหนึ่งที่ข้องใจอยู่และติดตัวมา นั่นคือเรื่องประเมินของครูในเรื่องผลการสอนเด็กเล็กปฐมวัย ครูที่นี่ใช้การสอนแบบครูท่องบ่นให้นักเรียนฟังแล้วว่าตาม แล้วบอกว่าประเมินโดยป้อนคำถามให้เด็กตอบให้ฟัง ฉันบอกครูเปิ้ลไปว่าน่าฉงนสำหรับการตอบนะครูนะ เด็กเขาสื่อยังไม่เก่งสักกะหน่อย ครูรู้ได้ยังไงว่าที่เด็กตอบนะเด็กเขารู้ ทำเอาครูเปิ้ลเธออึ้งไป ตอบไม่ได้แฮะ ฉันแวบนึกถึงเรื่องวันหนึ่งที่ได้ไปเยี่ยมโรงเรียนมงคลวิทยา ครูอึ่งเคยคุยให้ฟังเรื่องของเด็กว่าเด็กใช้ภาพสื่อสิ่งที่รู้อยู่ในสมอง สิ่งที่สื่อมันบอกได้ว่าคนไหนรู้แค่ไหนด้วยนะ ฉันจึงแนะนำครูเปิ้ลไปว่า ครูลองใช้วิธีไม่ถามดูหน่อยไหม ลองให้เด็กสะท้อนผ่านภาพสัญลักษณ์ออกมาดู แล้วครูลองวิเคราะห์ดูต่อว่าครูเรียนรู้อะไรจากมันในประเด็นความรู้ของเด็ก

ก่อนจากกันเราตกลงกันว่า ครูสองคนที่ได้มาพบกันในวันนี้ ยินดีที่จะให้ฉันเข้ามายุ่งเกี่ยว มาเชื่อมโยงเพื่อเติมเต็มมุมที่พร่องของเด็กน้อย โดยตั้งต้นกันที่เรื่องของพัฒนาครูกันก่อน ได้แนวร่วมครูน้อยที่เต็มใจมา 3 คน เธอยินดีให้เวลาว่างสำหรับกิจกรรมร่วมกันตอนเย็นตามแนวทางที่ฉันเสนอความคิดออกไปให้ฟัง  ดีใจนะที่วันนี้ปักธงแรกลงได้สำเร็จ ธงต่อไปรอลุ้นว่าเมื่อไรเธอจะเริ่ม ตีระฆังส่งเสียงมาเมื่อไรละก็ เป็นอันว่าปักธงอันที่สองได้ทันที ทีนี้ก็จะปักธงต่อไปได้อีกเรื่อยๆ ตามแต่โจทย์ที่เกิดขึ้นมาระหว่างทาง

แนวทางที่เสนอความคิดออกไปนั้น คือ ขอชวนครูฝึกหัดกระบวนการสนทนากันก่อน แล้วหลังการสนทนาก็มาถอดบทเรียนร่วมกันว่าเรียนรู้อะไร รู้สึกอย่างไรกับมัน  ครูยื่นโจทย์ที่สนใจมาให้แล้ว ฉันจึงไม่ลังเลที่จะหยิบมันมาใช้เป็นตัวกวนโยนกลับให้ครูเรียนรู้ เริ่มเมื่อไร เรียนรู้อะไรมาบ้าง จะนำมาเขียนเล่าสู่กันฟังต่อไป  สัญญาค่ะ

« « Prev : เจ้ามีที่มาอย่างไร(15)

Next : เจ้ามีที่มาอย่างไร(16) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "กรรมของใครกัน"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.10847902297974 sec
Sidebar: 0.61900401115417 sec