สวนป่า 4-9 พ.ค. 2553 ตอนที่ 1. สมหวังดั่งตั้งใจ…อิอิ

โดย ป้าจุ๋ม เมื่อ 18 พฤษภาคม 2010 เวลา 17:02 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 6108

การมาสวนป่าของป้าจุ๋มในครั้งนี้ (4-9 พ.ค.)ต้องขอบอกว่าได้มีการวางแผนล่วงหน้านานพอสมควรและเป็นความตั้งใจอย่างยิ่งว่าต้องมาให้ได้ค่ะ ได้มีการลงบันทึกไว้ในปฏิทินตัวหนาชัดเจนว่าขอเก็บช่วงเวลาวันที่ 1-10 พ.ค. 2553ไว้มาสวนป่าค่ะ(เก็บเวลาไว้เผื่อหลายวันหน่อยเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด เนื่องจากกำหนดการไม่นิ่งสักที) พอใกล้วันจริงทำท่าจะมีปัญหาเกือบจะไม่ลงตัวค่ะ เพราะการมาสวนป่าของป้าจุ๋มในระยะหลังนี้ส่วนใหญ่จะขออาศัยติดรถคุณLogos(คุณตฤณ)มาตลอดค่ะ เดิมมีแผนจะมากันบ่ายวันที่ 3 พ.ค. แต่ป้าจุ๋มติดไปต่างจังหวัดกับหวานใจตั้งแต่วันที่ 1-3 พ.ค.ซึ่งเดิมจะกลับวันที่ 3พ.ค.ค่ะ ก็ทำให้กลุ้มใจนิดหน่อย แต่คิดว่าคงจะมาทันเพราะอยู่แค่หัวหินนี่เอง (ไม่รู้หละออกvisaให้มาสวนป่าแล้วก็ต้องทำเวลาให้ได้…อิอิ)  แต่ด้วยความโชคดีของป้าจุ๋มค่ะทำให้ทุกอย่างราบรื่นและลงตัว  หวานใจป้าจุ๋มเกิดเปลี่ยนใจกลับบ่ายวันที่2 พ.ค. และคุณLogosก็เปลี่ยนกำหนดการจากเดิม วันที่3 บ่ายเป็นวันที่4 ก็เลยสบายๆค่ะ…ก็ตกลงกันว่าวันที่ 4 พ.ค.พร้อมเมื่อไหร่ก็ออกเดินทางเลยไม่ต้องเร่งรีบ แต่ก็คิดว่าไม่ควรเกินบ่ายโมง…ดังนั้นวันที่ 4 พ.ค.ก็มาถึงสวนป่าแบบสบายๆถึงก่อนทีมเมืองละปูนประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ

สำหรับสวนป่านั้นป้าจุ๋มได้มีโอกาสมาหลายปีแล้ว เลยจำไม่ได้ว่าการมากี่ครั้งแล้วและครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว การมาสวนป่าแต่ละครั้งก็ได้พบและเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างไม่เคยซ้ำกันเลยค่ะ  ก็ชีวิตมีให้ไว้เรียนรู้มิใช่หรือ ก็จะเรียนรู้ไปเรื่อยๆค่ะ  ความจริงแล้วเมื่อพูดถึงการเรียนรู้นั้นคนเราไม่ว่าจะไปไหนๆก็เรียนรู้ได้ตลอดเวลา  การเรียนรู้แต่ละครั้งล้วนมีคุณค่า เพราะคิดว่าการเรียนรู้มักทำให้คนฉลาดขึ้นเสมอค่ะ มีคำพูดโบราณกล่าวว่า “แต่ก่อนๆคนเรายังโง่” แต่สำหรับป้าจุ๋มก็จะมีคำพูดติดตัวเองไว้เหมือนกันว่า ” แต่ก่อนๆคนเรายังโง่ แต่เดี๋ยวนี้ตัวเองก็ยังโง่อยู่ค่ะ…อิอิ” เพราะฉะนั้นก็จะขอเรียนรู้ไปเรื่อยๆค่ะ 

แล้วทำไมหนาจึงได้ใจจดใจจ่อนักหนากับการมาสวนป่าในครั้งนี้นัก  จะบอกให้ก็ได้ค่ะ เหตุผลหลักๆก็มีดังนี้ค่ะ

1.เป็นเหตุผลที่น่ามาเป็นที่สุดค่ะ  เนื่องจากได้เคยคุยกับน้องครูอึ่ง(ผอ.ดวงพร เลาหกุล แห่งโรงเรียนมงคลวิทยา จ.ลำพูน เธอได้เล่าให้ฟังว่าว่ามาครั้งนี้จะได้พบกับท่านรศ.ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว ซึ่งเป็นอาจารย์ที่น้องครูอึ่งเคารพรักและศรัทธาในตัวท่านมาก แค่นั้นไม่พอยังส่งหนังสือที่ได้จัดพิมพ์ในโอกาสครบรอบ 60 ปีของท่านมาให้ป้าจุ๋มได้อ่านอีก 2 เล่มค่ะ คือ 1. กระแสธารแห่งชีวิต และ2. ชีวิต…ความงาม…ความจริง หลังอ่านหนังสือแล้ว…คิดว่าอย่างไรเสียโอกาสดีๆอย่างนี้คงพลาดไม่ได้แน่ๆค่ะ ต้องขอขอบคุณน้องครูอึ่งมาณ. ที่นี้อีกครั้งด้วยค่ะ โดยได้ส่งหนังสือผ่านมาทางคุณLogos (บรุษไปรษณีย์กิตติมศักดิ์ของชาวลานฯค่ะ) และคุณLogosเองก็ได้นำมาส่งให้ถึงบ้านเลยค่ะ ต้องขอให้ได้รับคำขอบคุณจากป้าจุ๋มอีกครั้งด้วยเช่นกันค่ะ.

2.ก็จะไม่ให้ใจจดใจจ่อได้อย่างไร เมื่อทราบว่าจะมีพี่น้องชาวลานฯมากันหลายคน และล้วนเป็นคนที่เราคิดถึงทั้งนั้นค่ะ โดยเฉพาะครั้งนี้มีสัญญาใจกับอุ๊ยสร้อย(ดร.จันทรรัตน์)ว่าจะมาทำจานบินไส้ซอสขาวให้กิน รับปากแล้วต้องทำค่ะ ก็เลยทำมาเผื่อท่านอื่นๆด้วยค่ะ ก็ดีใจค่ะ ขายดีหมดเกลี้ยงเลย…วันหลังๆมีแฟนๆเรียกร้องอีกแต่ไส้ที่เตรียมมาจากกรุงเทพฯหมดแล้วเลย   ต้องออกไปหาซื้อแฮมและcheeseมาทำเป็นแซนวิชแฮมcheeseแทนก็ขายดีเช่นเดิมค่ะ

และ 3.ก็ไม่ได้มาสวนป่านานแล้ว จากเดิมที่เคยมาเป็นระยะๆ เมื่อไม่ได้มานานก็คิดถึงค่ะ  การมาสวนป่าของป้าจุ๋มครั้งแรกนั้นด้วยการนำของเพื่อนร่วมรุ่นในสมัยมัธยมต้น(ป้าจุ๋มเรียนมัธยมต้นที่อ.สตึกค่ะและเป็นเพื่อนเรียนร่วมชั้นเดียวกันกับครูบาด้วยค่ะ…ป้าจุ๋มมาอยู่อ.สตึก 3 ปี ตอนนั้นคุณพ่อป้าจุ๋มเป็นปลัดอำเภอย้ายมาทำงานที่นั่นค่ะ หลังจบมัธยมต้นป้าจุ๋มไม่เคยมาสตึกอีกเลยเป็นเวลาราวๆ40 ปี(นานโข…)   จนกระทั่งเพื่อนร่วมรุ่นของเราคนหนึ่งได้กลับมาเป็นผอ.โรงเรียนที่เราเคยเรียนจึงคิดชวนเพื่อนๆมาทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษากัน จึงได้กลับมาพบกันอีกครั้งค่ะ หลังทอดผ้าป่าเพื่อนๆก็ชวนกันมาที่สวนป่ากัน โดยเล่าว่ามาดูซิเพื่อนเราทำอะไรอยู่(หมายถึงครูบาค่ะ)  และครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ป้าจุ๋มได้เข้ามาสวนป่าค่ะ

 เมื่อมาเห็นก็ทึ่งค่ะในความพิเศษหลายๆอย่างที่ทุกท่านคงจะได้สัมผัสกันแล้ว  ในช่วงนั้นก็ประทับใจและได้ตั้งใจไว้เลยว่าจะมีอะไรไหมที่เราจะมาช่วยที่นี่ได้บ้าง แต่ดูจากความสามารถของตัวเองแล้วก็คงเป็นได้แค่Jigsaw ตัวเล็กตัวหนึ่งเท่านั้นกระมังที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มบางสิ่งบางอย่างให้ที่นี่ได้ เพื่อให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นค่ะ หลังจากที่พูดคุยกับครูบาพอคลำทางถูกว่าเราน่าจะทำอะไรได้บ้าง ก็คิดวางแผนแล้วก็เริ่มเลย แต่ก็ทำได้เท่าที่เห็นค่ะไม่มากมายอะไรอย่างที่บอกว่าทำตามกำลัง  ก็ทำไงได้ละคะกำลังมีแค่นี้ก็เป็นได้เพียงแค่Jigsawชิ้นเล็กๆชิ้นหนึ่งในภาพรวมสวนป่าเท่านั้น  แต่ก็คิดว่าตัวเองได้ทำเต็มกำลังแล้ว  ก็ดีใจที่ได้ทำไป  มาคิดถึงตอนนี้ก็อดทึ่งตัวเองไม่ได้เหมือนกันค่ะว่าบางอย่างทำได้อย่างไร???งงเหมือนกัน…แต่ทำไปแล้วค่ะ

ขอยกตัวอย่าง เช่นจากไม่เคยขับรถทางไกลคนเดียวก็ได้ทำและทำได้ …อิอิ ทำหลายครั้งด้วย  เช่น กท.-สวนป่า(นี่บ่อยค่ะ ตอนนั้นความที่เป็นห่วงสุขภาพครูบามากด้วย บางครั้งแค่ครูบาโทรฯมาบอกว่าท้องผูกมาเกือบเดือนแล้ว…เท่านั้นป้าจุ๋มเผ่นเลย ไปถึงคืนนั้นเลยบังคับกินสมุนไพรระบายท้องทันที พอเช้ามาก็ระบายโล่งไปเลย…OK ป้าจุ๋มกลับก็มี)  หรือ ขับระยะทางกท.-ขอนแก่น ขอนแก่น-มหาสารคาม-สตึกคนเดียวในวันเดียว เพียงเพื่อไปขนต้นพันธุ์และเมล็ดพันธุ์เอกมหาชัยมาส่งเสริมให้ปลูกที่สวนป่าแห่งนี้เพื่อให้ได้ทันใจ(ครูบา) อยากรีบปลูกเพื่อให้ต้นไม้โตเร็วๆค่ะ (เรื่องการขับรถทางไกลความจริงทางบ้านเคยห้ามไว้แต่แอบทำค่ะ…แรกๆที่บ้านเข้าใจผิดคิดว่าขับรถมาจอดไว้ที่ทำงาน แต่ตอนหลังทราบก็จะแกมขอร้องว่าหากไม่จำเป็นก็ขอร้องเถอะน๊ะ เพราะเป็นห่วง…ก็เลยค่อยๆวางมือไปค่ะ   และระยะหลังนี้ก็โชคดีค่ะได้อาศัยรถคุณLogosมาแทนค่ะ  )

นอกจากหาสมุนไพรมาถ่ายท้องครูบาแล้วก็พยายามหาสมุนไพรต่างๆที่กำลังhotๆในช่วงเวลานั้นมาปลูกไว้เพื่อให้มีความหลากหลายในสวนป่า(ช่วงนั้นกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรพอดีค่ะ)… รวมทั้งด้านสุขภาพของท่านครูบาก็พยายาม…หาทางช่วยกันประคับประคองซึ่งช่วยได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็ได้ทำเต็มที่…จนกระทั่งวันหนึ่งครูบาคงประทับใจในความพยายามและเห็นความเมามันของป้าจุ๋มกระมังคะเลยตั้งสมญานามให้ว่าเป็น “ป้าแห่งชาติ”บ้างและต่อมาก็อุปโลกให้เป็น“เพื่อนบุญธรรม” บ้างแล้วแต่จะคิดได้ ก็ไม่ว่ากัน แต่ตอนนั้นก็รู้สึกเหมือนกันว่าได้รับการยกย่องมากเกินไปหรือเปล่า???ค่ะ…เพราะจากประสพการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนโตเคยเห็นอะไรที่ดูหวือหวามากๆ …มักจะขาดความยั่งยืนค่ะ…โดยเฉพาะหากความหวือหวานี้จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามอารมณ์และจินตนาการ…การไปสวนป่าในครั้งนี้บรรยากาศทำให้นึกถึงความทรงจำในอดีต…ก็เลยเขียนมาเล่าให้ฟังเฉยๆค่ะ ซึ่งคิดว่าหลายท่านคงยังไม่เคยทราบค่ะ

 ”The Seasons Change” โลกก็หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูกาลค่ะ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ขอให้ผ่านไปตามธรรมชาติ…ในชีวิตของป้าจุ๋มที่ผ่านมาไม่ว่าจะทำอะไร มักจะคิดแล้วว่าอยากทำและทำได้โดยไม่เบียดเบียนตัวเองและคนใกล้ตัว และทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองได้ตัดสินใจทำลงไปนั้นมักจะคิดดีแล้วและทำด้วยความเต็มใจเสมอ และที่สำคัญคือหากตัวเองได้ทำอะไรไปแล้วหากคิดว่าดีแล้วก็ไม่เคยเสียใจค่ะ เพราะสิ่งที่ได้รับหลังจากการทำก็คือความสบายใจค่ะและก็มีความสุขใจที่ได้ทำก็พอแล้วและทุกอย่างก็ผ่านไป…

ปล.ใคร่ขออนุญาตฝากบอกและยืนยันตอนนี้ด้วยว่า…ครูบาได้คู่ชีวิตที่มีความอดทนและดีเหลือเกินค่ะ…แม่หวีมีจิตใจดีและกว้างเยี่ยงมหาสมุทร ก็อยากให้ครูบารักและถนอมดวงใจน้อยๆแต่ยิ่งใหญ่ดวงนี้ไว้ตราบนานเท่านานค่ะ…ท้ายที่สุดแล้วชีวิตคนเราก็จะมีคู่ชีวิตเรานี่แหละที่จะคอยอยู่ดูแลกันจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต…ขออนุญาตใช้สิทธิ์ในฐานะเพื่อนบุญธรรมเตือนใจกันนิดหน่อยคงไม่ว่ากันนะคะ

แค่ 3 เหตุผลข้างต้นนี้ก็น่าจะมากเกินพอแล้วสำหรับการมาสวนป่าในครั้งนี้ค่ะ

เขียนมาตั้งยาวอ่านมาตั้งนานเอ๊ะแล้วมัน “สมหวังดั่งตั้งใจ…อิอิ”อย่างไรกันเนี่ย!!! รอตอนต่อไปดีไหมคะ??? อ๋อคงไม่ได้กระมัง หากไม่มีตอนต่อไปหัวข้อนี้คงไม่สมบูรณ์ค่ะ

ความ “สมหวังดั่งตั้งใจ…อิอิ” คงต้องแบ่งเป็นข้อๆเพราะเกรงจะสับสนค่ะ เพราะสมหวังหลายอย่างเหลือเกินค่ะ ดังนี้

สมหวังที่1. ก็คือได้พบท่านอาจารย์โสรีช์ โพธิแก้ว และเพื่อนรักวัยเดียวกัน(นับว่าเป็นสว.ทีมใหญ่เลยค่ะ)

ซ้ายสุดสว.พรพรรณ สว.โสรีช์ สว.ป้าจุ๋ม และสว.ไพลิน

ท่านสว.โสรีช์นั้นอย่างที่บอกในตอนต้นว่าน้องครูอึ่งได้เล่าให้ฟังพร้อมทั้งได้อ่านหนังสือของท่านแล้ว…ตอนแรกก็จินตนาว่าอาจารย์เป็นคนใจดีและมีเมตตาแน่ๆ(จากหนังสือและน้องครูอึ่งพูดถึงค่ะ) แต่เนื่องจากเป็นอาจารย์ทางด้านจิตวิทยาทำให้ป้าจุ๋มเกร็งน้อยๆว่าน่าจะมีเคร่งขรึม จริงจัง และอาจมีseriousเล็กน้อย…อิอิ แต่พอพบตัวจริงก็ถูกตามที่คิดไว้ช่วงต้น คือใจดี มีเมตตา ความจริงจังมีนะคะแต่ความจริงจังของท่านมีศิลปะเหลือเกิน(ชั้นเซียนเหยียบเมฆเลยเชียวค่ะ)ทำให้ผู้เรียนรู้ได้รับไปแบบธรรมชาติมากๆค่ะ แต่ความเคร่งขรึมและseriousนั้นจินตนาการไว้ผิดหมดเลยค่ะ(ขออภัยด้วยค่ะ) ที่สังเกตเห็นคือความรักความผูกพันระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์ดูเหมือนเป็นพ่อ-ลูกมากกว่าค่ะ อาจารย์ก็มีความรักห่วงใยให้ลูกศิษย์และลูกศิษย์ก็รับทราบความรู้สึกนั้น ป้าจุ๋มสัมผัสได้และก็ประทับใจมากค่ะ จำชื่อหนูเหมี่ยวได้เป็นคนแรกเลยเพราะเป็นคนที่คอยมาปรนนิบัติอาจารย์อย่างธรรมชาติเสมือนลูกสาวดูแลพ่อ เป็นภาพที่น่ารักมากค่ะ ป้าจุ๋มอยากเรียกคุณครูมากกว่า(ป้าจุ๋มซึ้งใจและเคารพคำว่าคุณครูค่ะ) เพราะคำว่าครู สมัยป้าจุ๋มเป็นเด็กนั้นคือผู้ที่ตั้งใจสอนลูกศิษย์ด้วยความทุ่มเททั้งกายใจ…นอกจากนี้ท่านอาจารย์โสรีช์ท่านยังเป็นคนร่าเริง เป็นกันเอง มีความสามารถพิเศษคือเล่นกีตาร์เก่ง ร้องเพลงเก่ง แต่งเพลงเก่ง   โอ้โห!!!อันนี้รวมๆแล้วพูดได้คำเดียวว่าซู๊ดยอด ค่ะ    ป้าจุ๋มขอคาวะและชื่นชมอาจารย์ด้วยความจริงใจค่ะ และดีใจมากที่ได้มีโอกาสได้พบท่านค่ะ  และขอขอบคุณน้องครูอึ่ง(เป็นหัวหลัก…อิอิ)และน้องสร้อย(หัวตอ…)ค่ะ ที่ได้เหน็ดเหนื่อยในการช่วยกันประสานงานให้การไปสวนป่าในครั้งนี้สำเร็จด้วยดียิ่งค่ะ

ไปสวนป่าคราวนี้ป้าจุ๋มได้มีโอกาสพักห้องเดียวกันกับสว.พรพรรณและสว.ไพลินค่ะ หลังจากคุยกันไปมาก็ทราบว่าเอ…เราวัยเดียวกันนี่นา มิน่าเล่าพอป้าจุ๋มเปิดKaraOKไม่ว่าเพลงอะไรก็จะชอบเหมือนกัน ช่วยกันร้องช่วยกันหาเพลงจนตี 1 กว่าๆไม่รู้ตัว ก็ต้องขออภัยห้องข้างๆย้อนหลังด้วยนะคะหากเสียงเพลงที่บรรดาสว.ครวญ(คราง)เป็นการรบกวนท่านค่ะ

หลังจากที่เรากิน-นอน-ทำกิจกรรมร่วมกัน 2-3 วันนั้น ป้าจุ๋มก็ได้รู้จักสว.พรพรรณและสว.ไพลินดีขึ้นมาก ก็จะขอเล่าว่ามีความประทับใจกับสว.ทั้งสองท่านมากค่ะ ท่านสว.พรพรรณนั้นเธอดูจะเป็นหญิงงาม เงียบๆเรียบร้อย จิตใจดี สุขุม เป็นตัวของตัวเองและมีน้ำใจมากค่ะ มีความสบายใจที่ได้อยู่ใกล้และพูดคุยด้วยค่ะ ป้าจุ๋มดีใจที่ได้พบค่ะ รู้สึกรักและประทับใจค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ ป้าจุ๋มจะจดจำความรู้สึกดีๆนี้ไว้และจะระลึกถึงตลอดไปค่ะ

สำหรับท่านสว..ไพลินนั้นก็ยิ่งประทับใจค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้นานๆจะเห็นคุณครูที่เป็นครูทั้งจิตวิญญาณเช่นนี้ (ส่วนมากจะเห็นคนรับจ้างสอนหนังสือเสียมากค่ะ) ป้าจุ๋มขอเรียกว่าคุณครูไพลินผู้ยิ่งใหญ่ค่ะ ท่านได้ทุ่มเทชีวิตกับการเรียนการสอนอย่างตั้งใจ เรียกว่าทุกลมหายใจท่านนั้นนึกถึงแต่ลูกศิษย์ ไปต่างประเทศกลับมาเขียนหนังสือเล่าให้ฟัง กลัวลูกศิษย์ไม่ได้ความรู้เท่าที่ควรก็มีวิธีการเล่าสอดแทรกเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เพิ่มไปอีก(เรียกว่ามีกุสโลบายที่แยบยลมากน๊ะคุณครู) ส่วนอื่นๆก็จะมีความประทับใจเช่นเดียวกับท่านสว.พรพรรณค่ะ เอ…หรือว่าสาวละปูนเป็นแบบนี้กันหมดหนอ…น้องครูอึ่งที่ป้าจุ๋มรู้จักก็เป็นสาวละปูน ป้าจุ๋มก็หลงรักเช่นเดียวกัน ดูจะเป็นคนเงียบๆเรียบร้อยไม่ค่อยพูดแต่ โอ้โห…เวลาพูดทีนี้ สะกดคนฟังได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว ป้าจุ๋มต้องมนต์เสน่ห์สาวละปูนอย่างนี้คงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนเสียแล้ว…อิอิ เขากล่าวว่านอนละปูน 1 คืนอายุยืน…ปี คงต้องไปพิสูจน์ค่ะ

 สมหวังที่2.ได้พบพี่น้องชาวลานฯมากันมากมายได้กอด ได้คุยกัน มีอะไรแบ่งปันกันจนหายคิดถึงเลยค่ะ

                       (สมหวังดั่งตั้งใจ…อิอิ ตอนสมหวังที่ 2-3-4-5จะมีตอนต่อไปค่ะ cooming soon !!!)

 

« « Prev : กลับบ้านเรา รักรออยู่…

Next : Quilt…คลายเครียด » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

251 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.79022407531738 sec
Sidebar: 0.70086789131165 sec