จะดูแลขวัญคนอื่น ก็ต้องรักษาขวัญตัวเองให้มั่นไว้

อ่าน: 1204

บันทึกนี้ขอเล่าเรื่องวงจรชีวิตของคนไข้ฉุกเฉินที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด แล้วเกิดอาการไม่คาดฝัน ที่มีเรื่องทำให้หมอรุ่นลูกขวัญเสียให้ฟัง

คนไข้อยู่ในวัยกลางคน เวลาที่เคยมาให้รักษามักจะเป็นช่วงเย็นบ้าง กลางคืนบ้าง ดึกบ้าง บ้านไม่ได้อยู่ใกล้รพ. แต่อยู่ในอีกอำเภอซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 20 นาที

อาการที่มักจะทำให้ต้องมาให้รักษา คือ อาการหายใจไม่ทัน หายใจไม่ออก ครั้งล่าที่มาหา ก็เช่นกัน หายใจไม่ไหว ชวนคุยก็เอาแต่เงียบ รุกหนักเข้าก็ส่งสัญญาณให้รู้ว่าเหนื่อยจนพูดไม่ไหว

ค่าความดันเลือดที่บันทึกไว้บอกว่า บางครั้งที่เหนื่อย ความดันเลือดสูงขึ้นปรี๊ด ไม่สามารถบอกได้เลยว่า ความดันเลือดจริงๆตอนไม่เหนื่อยมีสูงบ้างมั๊ย ส่วนใหญ่มาเมื่อเหนื่อยจนหายใจไม่ไหว เวลาไม่เหนื่อยมาบ้างเมื่อนัด ค่าความดันเลือดเวลาไม่เหนื่อยไม่ถือว่าสูง

ประสบการณ์ที่ได้ฟัง ได้อ่าน ชวนให้นึกถึงจังหวะเต้นรำ ที่บางจังหวะมีเร็ว ช้า อ้อยอิ่ง พัก หมุนรอบ บางจังหวะถ้ามีเผลอ ก็ต้องตั้งท่าเต้นใหม่ หรือบาดเจ็บของคู่เต้น

เมื่อไปดูจังหวะเหล่านี้ในบันทึกคนไข้ จังหวะกิน จังหวะทำงาน จังหวะเดินทาง จังหวะออกกำลังกาย จังหวะกินยาหรือใช้ยา ก็รู้ว่ามีรายละเอียดให้หมอใช้ทำความเข้าใจวงจรชีวิตของคนไข้ได้น้อยกว่าน้อย น้อยแม้แต่จังหวะกินยา-ใช้ยา

คนที่รู้ดี รู้มากที่สุดก็คือ เจ้าของชีวิตนั่นแล

บันทึกประวัติของจังหวะชีวิตกินยาของคนไข้รายนี้มีเพียง ได้ยาไปจากรพ.ชื่ออะไรบ้าง รู้เวลาว่าเคยความสัมพันธ์ระหว่างหมอกับคนไข้แต่ละครั้ง หนักไปที่เวลาเย็นย่ำค่ำ บ่อยครั้งค่อนไปทางดึก เป็นช่วงวงจรชีวิตของเขาที่รวนหนักทุกครั้งไป

รวนมาทีไรก็ต้องให้อยู่ใกล้ๆ ดีขึ้นจึงให้ผละไป กลับมาใหม่ให้เห็นหน้าเพียงปีละครั้ง

ปะหน้ากันล่าสุดมีเรื่องไม่คาดฝัน เกิดเรื่องรีบด่วนของการยื้อชีวิต เพราะมาหาเมื่อวงจรชีวิตรวนหนัก และยิ่งหนักขึ้นในยามค่อนรุ่ง

ระหว่างลงมือช่วย คนไข้ไม่มีแรงพูดตอบคำถาม น้องหมอจึงขอให้ญาติตอบแทน  มือช่วยยื้อชีวิตไป ปากถามไป แล้วก็เจอเรื่องสะเทือนขวัญ

ญาติตอบกลับด้วยถ้อยปรามาส  “ไม่รู้ว่าคนไข้เป็นโรคอะไร มารักษาทำไม หน้าตาเป็นเด็กละอ่อน ไม่มีฝีมือ แล้วบังอาจมารักษาคนไข้ได้ยังไง……”

ทำงานไป รักษาขวัญตนไป ยิ่งคนไข้จากไป ขวัญยิ่งเสียเพิ่ม  ญาติชี้หน้าด่าว่า ไม่สบตา ไม่ให้โอกาสอ้าปากบอกสิ่งที่กระทำ ความตั้งใจ

บ่ายของวัน น้องหมอก็พาตัวมาขอเวลาคุย  “ผมมีอะไรปรึกษาพี่” เมื่อคำพูดหลุดปาก ความอึดอัดระบายออกเหมือนน้ำไหลบ่า

หมอรุ่นลูกและรุ่นน้องท้าทายหมอแก่ๆที่อยู่ทำงานในรพ.แห่งนี้มานานยิ่งนัก  มีเรื่องราวของความไม่เข้าใจกันปนอยู่

ก็รับรู้ภาพรวมอยู่หลายด้าน รวมทั้งข้อจำกัดด้านกำลังคนที่เป็นเหตุร่วมส่วนหนึ่ง  จะประคองขวัญน้องต่อยังไง ไม่ให้บานปลาย ดูท่าคราวนี้ ขวัญเสียมาก ที่มาหาก็พกพาความหวังมาเต็มเปี่ยม ว่าคนแก่ตรงหน้าช่วยได้

นิสัยวินิจฉัยที่เคยชินละมั๊ง ทำให้ลงมือ ฟัง ฟัง ฟัง แล้วก็ชวนคนตรงหน้าวินิจฉัยอารมณ์ไปด้วยคำถามว่า “รู้สึกยังไง”  ได้ผลแฮะ  คำตอบคือ “กลัวและโกรธ”

สะท้อนไห้รู้ว่าได้ยินสิ่งที่สื่อมา “รู้ละว่าโกรธ โกรธแล้วอยากทำอะไรละ”   มีตอบหลุดออกมาในเชิงปรึกษา “ผมอยากฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท”

อืม คนรุ่นลูกอยากเล่นแรง เอาไงดี  ไม่ห้ามปรามแต่บอกไปว่า “ที่กลัวจะโดนทำร้าย ไม่เกิดหรอก ไม่เคยมีมาก่อน ประกันได้เต็มปากคนใต้แม้จะดุ ก็ไม่เคยเกิดมาก่อน ถ้าจะมีก็แค่ขู่เอาเงินหรือฟ้อง”

ถามว่าบ้านคนไข้อยู่ที่ไหน ไม่ได้คำตอบ  จึงคุยต่อให้รู้ว่าเข้าใจความรู้สึก แล้วเอ่ยบอก

“ขอแชร์ไอเดียเรื่องที่จะทำ พี่ไม่ห้าม แต่อยากบอกว่าทำแล้วจะยิ่งยุ่ง สิ่งที่กลัวอยู่จะเกิด จะทำก็ได้ มีสิทธิตัดสินใจ ไม่ได้บอกให้เชื่อ แค่อยากให้ถามตัวเองและมีสติ ก่อนทำจริง”

2 ชั่วโมงที่ “ให้เวลาคุย”  คนพี่ผ่อนคลาย ยิ้มพอใจ  คนคราวลูกสงบ อารมณ์คับข้องยังมีเหลือและอ่อนลง บอกต่อก่อนจากกันว่า

“เวลาหนูคับข้องใจส่งเสียงมา พี่่จะไปด้อมๆมองๆ  ช่วยปลดเงื่อนได้ ก็จะทำไปเงียบๆ  นอกเวลาถ้าพี่รักษาการ เจอเรื่องอย่างวันนี้ ส่งเสียงได้ทุกเวลา โทรศัพท์บ้าน มือถือมีไว้ให้แล้ว วันนี้เรื่องยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะพี่จะส่งต่อให้ผู้บริหาร  ให้น้องเตรียมตัวเผชิญกับอารมณ์ตัวไว้ เพราะจะมีอีกหลายคนมาชวนคุย  อารมณ์วันนี้สบายขึ้นจะขุ่นใหม่เป็นระลอก หมดคนกวนต่อเมื่อน้องเจอพี่ผอก. ที่มาบอกวันนี้ พี่เห็นจุดอ่อนของรพ. เยอะเลย ขอบใจมากที่ช่วยทำให้เห็น รับปากไม่ได้ว่าจะแก้ได้หมด แต่แก้แน่ๆทันทีกับตรงนี้……”

แค่นี้เอง ความคับข้องใจก็ถูกวางทิ้งไว้  ความพอใจถูกหยิบพกไป

ประกันได้เลยว่า โจทย์ใหม่ที่แอบหยอดไว้ให้กลับไปทำ “เพิ่มทักษะการสื่อสารในช่วงวิกฤติให้กับตัวเอง”ติดหัวกลับไป

ขอบคุณพี่น้องชาวเฮ ที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลง ฝีมือทำงานเปลี่ยนไป ฝีปากเจรจาพัฒนาขึ้น

สงสัยกับคำปรามาสของญาติคนไข้  จึงไปขอบันทึกประวัติมาดู อ้าว นี่ไง ญาติโกรธตรง “จำไม่ได้” นี่เอง

โธ่ๆๆๆจะแก้ได้ยังไงละนี่  ต้องเรียกหาโดราเอมอนมาช่วยซะละมั๊ง แท๊บเล็ตน่าจะช่วยไม่ได้

25 มีนาคม 2555

« « Prev : ในความเบื่อ มีเรื่องดีๆซ่อนอยู่มากมาย แค่มองหาก็จะเจอ

Next : นอกจากดูแลขวัญให้มั่น ก็ยังต้องดูแลใจให้ผ่อง จึงจะดูแลใจคนอื่นได้ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1 ความคิดเห็น

  • #1 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 25 มีนาคม 2012 เวลา 22:50

    เจอคล้ายๆกันนี้ค่ะแต่เป็นกรณีของคนที่คิดว่ามีอำนาจเหนือทำกับคนที่ตัวเองคิดว่าอยู่ใต้อำนาจ
    วันพฤหัสนี้เองที่เจอ เรื่องเล่าๆๆ แบบอัดอั้นของศิษย์เก่าที่เดินมาเจอกันกลางทาง

    ความเป็นครูกับศิษย์มั้ง เขาเลยเดินมาขอให้ช่วยทางใจ

    ถามเขาคล้ายๆนี้ว่า รู้สึกอย่างไร ก็ได้คำตอบว่ากลัวและโกรธ

    ******

    เรื่องการใช้อารมณ์และโกรธกันเพราะคาดหวังผิดๆ เจอบ่อยมากๆๆ เลยค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.05864691734314 sec
Sidebar: 0.25702309608459 sec