Q ที่เท่าไร

โดย สาวตา เมื่อ 8 เมษายน 2009 เวลา 21:27 ในหมวดหมู่ ประสบการณ์ชีวิต, เล่าสู่กันฟัง #
อ่าน: 1486

ณ ห้วงเวลาแห่งการมีวิถีร่วมกันเมื่อคราที่ชาวเฮฮาศาสตร์บางส่วนได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนถึงบ้านที่กระบี่นั้น ถือเป็นวาระหนึ่งที่ประทับตรึงตราอยู่ในความทรงจำอย่างลึกซึ้ง 

รู้สึกดีใจกับการเป็นเจ้าบ้านและเจ้าภาพที่ได้ทำให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆทายาทชาวเฮฯที่จะเติบใหญ่ไปในกาลข้างหน้าต่อเรื่องราวของการแสดงความคิดเห็นของผู้เป็นรุ่นเดอะกว่าในเรื่องของการให้ค่าต่อภาพวาดบนแผ่นผ้าที่ได้เย็บมาให้แล้วเสร็จเป็นถุงพร้อมใช้งาน

ผู้คนส่วนใหญ่เมื่อเติบใหญ่จนเป็นรุ่นเดอะแล้วมักจะลืมความรู้สึกของตนเมื่อยามเป็นเด็กต่อคำตัดสินของผู้ใหญ่ของตนแล้วทั้งสิ้น เมื่อลืมไปแล้วก็ย่อมจะไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กจึงไม่ยอมแสดงออกอย่างที่คนรุ่นเดอะต้องการ และลืมไปด้วยว่าเคยมีความรู้สึกอย่างไรต่อคนที่แสดงออกในแง่ชื่นชมหรือติติงที่มีต่อตน

จะเชื่อรึไม่ถ้าบอกว่า การแสดงออกของคนรุ่นเดอะมีผลมากๆต่อการแสดงออกในทุกๆด้านของเด็ก และสั่งสมการตัดสินใจในตัวเด็กในเรื่องความหลงติด กับวิธีเติมเต็มความอิ่มในใจของตนด้วยการทำให้ผู้ใหญ่กว่าพอใจ

การหลงติดอยู่ในความชื่นชมที่ถูกมอบให้จากผู้ใหญ่เช่นนี้ทำให้เด็กหลงลืมความรู้สึกสำคัญที่มีต่อตัวเอง นั่นคือ ความรู้สึกดีๆต่อตัวเองไปได้สิ้นเชิง

เด็กคนไหนที่ผูกความอิ่มใจของตนไว้ที่ความพอใจของผู้อื่นมักจะมีความเครียดแฝงอยู่ตลอดเวลา และภาพที่แสดงออกของเขาที่ผู้ใหญ่ได้เห็นก็จะเป็นการพร้อมที่จะเข้าสู่สนามแข่งขัน พร้อมจะทำอะไรให้ผู้ใหญ่พอใจตลอดเวลา แล้วหากเด็กคนไหนพร้อมที่จะเดินหน้าไปสู่สถานะเยี่ยงนี้ ผู้ใหญ่ที่หนุนอยู่ข้างหลังก็จะพอใจยิ่ง

เด็กคนไหนที่รู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับความอิ่มเต็มในใจด้วยวิธีการทำอะไรตามที่ผู้ใหญ่ชี้ทิศ ก็มีความเครียดแฝงอยู่เช่นกัน เป็นความเครียดที่เกิดจากความไม่มั่นใจต่อสถานะของตนในสายตาผู้ใหญ่นั่นเอง

บันทึกนี้เขียนขึ้นจากข้อสังเกตที่ได้เห็นเด็กๆที่มาร่วมในงานเฮฮาศาสตร์ 8  ทั้งในกลุ่มของผู้เหย้าและผู้เยือน ทิ้งร่องรอยไว้เป็นคำถามที่รอหาคำตอบต่อไปว่าในฐานะที่เป็นรุ่นเดอะด้วยเขาเหมือนกัน ควรจะให้ใจและหล่อเลี้ยงใจเด็กที่มีโอกาสผ่านเข้ามาให้ดูแลให้เหมาะควรอย่างไร เด็กจึงจะอิ่มเต็มและเข้าใจตัวเอง รับรู้ว่าความสุขที่แท้ของเขาในใจนั้นคืออะไร ความพอในแง่ความสุขที่แท้ของชีวิตคืออะไร  ด้วยนั่นมันคือวัยวุฒิที่จะตามมาเมื่อเขาเติบโตขึ้นต่อๆมานะเอง

ขอบคุณบันทึกนี้ที่ทำให้ฉันตัดสินใจเขียนบันทึกความบทนี้ขึ้นมาเพื่อเตือนตัวเองว่า ณ วันนี้ที่เรียนรู้ว่า ความพอในใจของผู้คนทุกวัยย่อมมาจากคำตัดสินของผู้นั้น และการวัดความพอในใจนั้นมันสั่งสมมาตั้งแต่เมื่อเกิดมาจากท้องแม่แล้ว ส่วนคุณค่าสุทธิของมันจะออกมาเป็นค่าเท่าไร ปฏิสัมพันธ์ที่ผู้ใหญ่กว่ามีต่อและปฏิกิริยาของใจที่รับรู้ทุกข์สุขนั่นแหละคือตัวหล่อเลี้ยงสะสมให้เกิดมูลค่าสุทธิ ซึ่งมันจะมีค่าที่เปลี่ยนไปตามกาล คุณค่าสุทธินี้จะสร้างความมั่นคงให้ใจผู้คนก็ต่อเมื่อผู้คนซื่อตรงต่อใจของตนเองเป็น กล้ายอมรับการตัดสินที่ตัวเองให้ค่าตัวเองได้

ในความเป็นเจ้าภาพที่ได้ถือสิทธิเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กไปนั้น ฉันแค่ขอกติกาในเรื่องความเท่าเทียมของเขาจากผู้ใหญ่ ทำไปเพื่อทำให้เกิดกติกาวัดตัวเองของเด็กให้เกิดขึ้นพร้อมกันไปกับผู้ใหญ่  คุณค่าที่ฉันอยากให้เด็กลุ้นต่อมูลค่าสุทธินั้นมันเป็นการรับรู้การยอมรับที่ผู้ใหญ่ที่รักของเขาได้ให้ค่ากับมันในฐานะที่ตัวเด็กเป็นตัวของเขาเอง มิใช่การให้ค่าในเชิงเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น ผู้ใหญ่จะรู้มั๊ยนะว่าการให้คุณค่าในเชิงเปรียบเทียบกับคนอื่นมันทอนความสามารถตามธรรมชาติของเขาไปโดยไม่ตั้งใจ และมันสะสมผลติดไปนับแต่ผู้ใหญ่เริ่มลงมือทำลงไปแล้ว 

ขอบคุณพี่บางทรายที่เข้าใจการให้คุณค่านี้ และช่วยหนุนเสริมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่า ภาพวาดที่เด็กได้ผลิตกันขึ้นมานั้น มันสื่อความหมายที่พี่เข้าใจอย่างไรบ้าง และนั่นคือคุณค่าที่ผู้ใหญ่ได้มอบให้เด็กๆที่เขาได้รับรู้ตัวเองว่าเขาได้รับการยอมรับอะไรบ้างแล้ว

ขอบคุณคนชอบไอติมและซูกัส ที่รับปากจะหารางวัลมาให้กับเด็กๆ ในความเป็นเด็กและหัวหน้าเด็ก ฉันคาดหวังว่ารางวัลนั้นจะช่วยหนุนเสริมให้เด็กยังคงคุณค่าแห่งตนไว้อย่างภาคภูมิสมตัวนะค่ะ

ขอบคุณน้องเขียวผู้น่ารักที่ช่วยจัดหาจนได้ถุงผ้าเหล่านี้มา ขอบคุณในน้ำใจใสซื่อที่ได้มอบให้ตลอดมา ใจที่ให้ใจต่อกันทำให้เรามีความเท่าเทียมกันนะน้องเอ๋ย รักษามันไว้นะน้อง

ขอบคุณน้องฑูรที่ช่วยหาสีเขียนผ้ามาให้ได้ทันใจพลัน ว่องไวไม่สมกับหุ่นเลยครับท่าน

ขอบคุณพ่อ-แม่-อาของเด็กๆที่ให้โอกาสเด็กๆได้มาร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนกับผู้ใหญ่ ร่วมเติบโตและก้าวเดินไปด้วยกัน

ขอบคุณผู้อยู่เบื้องหลังอีกหลายคน ที่คอยเฝ้ามองและเอาใจลุ้นช่วย ตามติดตลอดเวลา

ขอบคุณเจ้าของสถานที่ที่เอื้อและเกื้อกูลให้ใช้สถานที่อย่างใจกว้างนัก

ขอบคุณอาเหลียง พี่เหลียง ที่ร่วมด้วยช่วยกันจนกิจกรรมผ่านและจบลงอย่างงดงามยิ่ง

ขอบคุณน้องพยาบาลคนสวยที่ช่วยส่งถุงผ้ามาสู่มือเขียวได้ทันเวลา

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณทุกๆมือ ทุกๆใจ ที่มีส่วนร่วมให้เกิดห้วงเวลาและความรู้ที่นำพาผู้คนให้ได้มีชะตาต้องกัน

 

ขอบคุณผู้คนที่สอนให้รู้จักความหมายของคำว่า “เท่าเทียม” และ คุณค่าที่ซ่อนอยู่ของมัน

 

8 เมษายน 2552

 

 

 

« « Prev : ขอใช้สิทธิหน่อย

Next : มุมที่ไม่ธรรมดาของสิ่งใกล้ตัว » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 จันทรรัตน์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 เมษายน 2009 เวลา 22:48

    พี่ตาคะ…สะกิดใจค่ะ

    เด็กๆก็เหมือนผู้ใหญ่ด้วยนะคะคือต้องการคนชอบพอมากกว่าเกลียดชัง
    แต่เด็กๆมีทางเลือกน้อยกว่าเพราะว่ายังต้องพึ่งพาพึ่งพิงคนอื่น

    ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองในฐานะของผู้ใหญ่เลยต้องให้โอกาสเด็กๆ ได้ทำอย่างไม่รู้สึกว่า เรื่องที่อยากลองทำนั้นต้องถูกใจผู้ใหญ่ตลอดเวลา ผู้ใหญ่ต้องวางความชอบของตัวเองลงก่อนแล้วปล่อยให้เด็กได้ตัดสินใจลองทำ และลองไม่ทำ ดูบ้าง

    ผู้ใหญ่(แบบอุ๊ย)ก็จะได้มีความสุขกับการมองเห็นธรรมชาติที่แท้จริงในตัวเด็กนะคะ

    ….บันทึกนี้อ่านความตกผลึกของพี่ตานะคะ…

  • #2 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 เมษายน 2009 เวลา 9:23

    เป็นกิจกรรมที่ิออกแบบประเภทกระบี่อยู่ที่ใจ  ไร้กระบวนท่า  ซู๊ดยอด  อิอิ

  • #3 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 เมษายน 2009 เวลา 14:37

    เด็กๆ เปรียบประดุจมณีอันล้ำค่า ต่างที่จะถูกจัดวางให้ถูกที่ ถูกทาง ถูกเวลา ในแต่ละช่วงวัยที่เหมาะ อย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง อยากให้เด็กๆ มีความสุขมีอิสระในความคิดปราศจากการครอบงำของผู้ใหญ่ ปล่อยให้เขาแสดงออกถึงพลังที่มีอยู่(พรสวรรค์ที่สร้างสรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด)ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ ทุกคนล้วนมีความสามารถที่แตกต่างกัน ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน แต่นำมาให้แต่ละคนได้พินิจพิจารณา ชื่นชมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันจะทำให้เด็กๆ เริ่มหัดคิดหัดเข้าใจความนึกคิดของผู้อื่น รับฟังความคิดที่แตกต่างกันได้ ภาพๆ เดียวอาจมองได้หลายๆ มุมมอง และหลากหลายมิติ มุมมองของผู้ใหญ่อาจต่างไปจากมุมมองของเด็ก หรือเด็กอาจมองเหมือนผู้ใหญ่ได้ ให้มองความหลากหลายคือความจริงของชีวิต ที่งดงามตามธรรมชาติจัดสรรค่ะ

  • #4 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 เมษายน 2009 เวลา 19:56

    #1 อุ๊ยจ๋า…อิอิ….สะกิดใจอารายยยยยยยยยยยยยยยยยย….รึ

  • #5 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 เมษายน 2009 เวลา 19:57

    #2 พี่ตึ๋งเจ้าขา คิดถึงงงงงงงง…..จริงๆนะ……มีกระบวนท่า….แปลว่าติดกรอบ…รึปล่าววววววววววววววว…อิอิ

  • #6 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 เมษายน 2009 เวลา 20:00

    #3 สาธุค่ะ ได้เรียนรู้จากพี่ใหญ่อย่างพี่หลินฮุ่ยอย่างงี้…….ดีใจค่ะ…..

    ขออีกๆๆๆๆๆ…..ค่ะ….แม่ยกขา…..ยาวๆ…เยอะๆ…ดีออกค่ะ….

    มีความลับที่จะกระซิบกลางอากาศ……..นี่ก็เป็นวิธีสร้างเสริมสุขภาพนะค่ะพี่

  • #7 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 เมษายน 2009 เวลา 12:09

    มาร่วมชื่นชมครับ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.041184902191162 sec
Sidebar: 0.160560131073 sec