อนาคตชาติไทย ๒๐ ปีจากนี้…ไม่ต้องเป็นโหรก็ทำนายได้แม่น

โดย withwit เมื่อ 28 January 2011 เวลา 7:42 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1193

 

อนาคตชาติไทย ๒๐ ปีจากนี้…ไม่ต้องเป็นโหรก็ทำนายได้แม่น

 

ผมขอทำนายว่า ถ้าเราไม่ออกแรงทำอะไรเลยเพื่อเบี่ยงเบนทิศทางที่สังคมไทยกำลังพุ่งทะยานไปในวันนี้ ..สังคมไทยอีก ๒๐ ปีจากนี้จะมีลักษณะดังนี้คือ

 

  • 1. ชนบทจะว่างเปล่า เพราะคนในชนบทจะอพยพไปขายแรงงานเป็นขี้ข้าเขาในนิคมอุตสาหกรรมริมทะเลและปริมณฑลกันหมด
  • 2. จากที่เคยมีบ้านหลังใหญ่ ที่ดิน ๑๐ ไร่ เป็นเจ้าของกิจการ จะกลายไปเป็นลูกจ้างเขา อยู่ห้องเช่าเท่ารูหนู ซื้ออาหารถุงกินทุกวัน ท่ามกลางน้ำครำเน่าเหม็น
  • 3. ชีวิตของคนงานส่วนใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมก็จะเหมือนเดิมๆ คือ ค่าแรงต่ำ
    คุณภาพชีวิตต่ำ
  • 4. นายทุนจะกว้านซื้อที่ดินในชนบทเสียหมดในราคาต่ำ (เพราะเกษตรกรทิ้งไร่นา
    หมดสิ้น) แล้วจัดทำเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องจักรทุ่นแรง วิถีชีวิตอันสวยงามในอดีตที่พึ่งตนเอง จะหายไปหมดสิ้น กลายเป็นพึ่งเครื่องจักร พึ่งทุน เงินกู้สารพัดประชานิยมจากนักการเมืองที่หวังคะแนนเสียง
  • 5. พอเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก (ซึ่งขอทำนายด้วยว่ามันจะเกิดขึ้นแน่ๆ เป็นระลอก) พวกนายทุนต่างชาติถอนทุนหมด แล้วพวกพนักงานลูกจ้างที่หลงโง่ไปแล้ว ที่แสนหิวโหยจะไปปล้นเอาที่ดินคืน เกิดโกลาหลทั่วทุกหย่อมหญ้า แผ่นดินจะ “ลุกเป็นไฟ” (ไม่ใช่ในแนวคิดแต่ไฟจริงๆที่จับต้องได้)
  • 6. ดังนั้นก่อนยุบสภา หรือ หมดวาระรัฐบาล ผมใคร่ขอเสนอให้ฉวยโอกาสออก. “พรบ. เพื่อความมั่นคงแห่งฐานรากของสังคมไทย” เพราะถ้าไม่รีบทำและปล่อยให้สังคมดำเนินไปแบบนี้ผมเชื่อว่าสังคมไทยจะพังครืนในเวลาไม่นานเกินกว่า ๒๐ ปี ชาติไทยเราอาจไม่มีโอกาสนี้อีกแล้ว

 

ขอวิงวอนมายังท่านสส. สว. ผู้รักชาติทั้งหลาย โปรดเข้าชื่อกันเสนอพรบ.นี้ด้วยเถิด เพราะรอให้รัฐบาลทำคงไม่ไหวแล้ว เพราะรัฐบาลตอนนี้  (และทุกตอนที่ผ่านมาในรอบ ๔๐ ปี) เล่นแต่การเมืองจนมองไม่เห็นหัวประชาชนแล้ว อย่าว่าแต่อนาคตของชาติอีก ๒๐ ปี

พรบ. ที่เสนอนี้จะประกันว่าจะมีองค์กรรับผิดชอบ และจะมีงบประมาณผูกพันเป็นเวลาประมาณ
๒๐ ปี หลักการของพรบ.คือ

1)   จัดตั้งโรงงานเกษตรอุตสาหกรรมในทุกพื้นที่อบต. โดยโรงงานนี้ต้องมีขนาดที่ใช้
กำลังคนงานอย่างน้อย 5% ของประชากรในพื้นที่
 
2)   ทุนที่ใช้ในการจัดตั้งนี้ให้ระดมมาจากประชาชนในตำบล อำเภอ หรือ จังหวัดนั้นๆ  
โดยรัฐบาลจะปล่อยกู้แบบดอกเบี้ยต่ำเท่าอัตราเงินเฟ้อเป็นเวลา ๒๐ ปี โดยยอดกู้นี้คิดตามสัดส่วนประชากร

3)   ใช้ระบบแบ่งปันผลกำไรตามยอดการลงทุน ทั้งนี้แรงงานทุกคนก็ให้มีส่วนเป็นเจ้า
ของโรงงานด้วย สัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนด (นี่จะเป็นการเอาข้อดีของทุนนิยมมาผสมกับ
ระบบคอมมูนของคอมมิวนิสต์)

4)   ให้มีหน่วยงานกลางระดับสำนักงานแห่งชาติ เพื่อกำกับดูแลกิจการนี้ และมีงบ
ประมาณผูกพันปีละ 10% ของงบประมาณ เป็นเวลา ๒๐ ปี  หน่วยงานต้องดูแลให้มีการผลิตที่
สมดุล ไม่ซ้ำซ้อนกันมากเกินไป มีเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม   และต้องหาตลาดรองรับ
การผลิตด้วย

5)   จัดให้มีร้านค้าปลีก (ห้างสรรพสินค้า) ขนาดใหญ่ในทุก อบต. เป็นอย่างน้อย โดย
ร้านค้านี้ใช้นโยบายการก่อตั้ง การบริหาร เช่นเดียวกับโรงงานอุตสาหกรรมดังกล่าว นอกจากนี้
จัดให้มีโกดังและระบบรับส่งสินค้าร่วมกันเป็นเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อระบายสินค้าซึ่งกันและ
กัน ที่เหลือส่งขายต่างประเทศ (ร้านค้านี้จะเป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้เงินไทยไหลออกนอกผ่านร้าน
ค้าปลีกรายใหญ่จากต่างชาติเสียหมด ยังช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในประเทศ และสร้างงานเพิ่ม
ขึ้นอีกด้วย)

6)   โรงงานอื่นใดนอกจากนี้ ที่จะก่อตั้งในพื้นที่ใดทั่วประเทศจะต้องวิเคราะห์ว่าใน
พื้นที่ “อำเภอ” นั้นมีแรงงานคนในอำเภอรองรับได้เพียงพอ (วิธีนี้จะบังคับโดยปริยายให้โรง
งานขยายออกมาสู่ชนบท เพราะ “ระยอง” ไม่มีแรงงานในพื้นที่รองรับแล้ว ซึ่งจะช่วยกระจาย
ความเจริญไปสู่ชนบทโดยปริยาย คนทำงานไม่ต้องทิ้งถิ่นอีกด้วย)

หากใช้วิธี “สามประสาน” แบบที่ว่านี้สังคมไทยในชนบทจะเข้มแข็ง มีรายได้ดี มีคุณภาพชีวิตที่
ดี ประชาชนไม่ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ไปขายแรงงานที่อื่นห่างไกล  ชาติไทยเราจะมีรายได้
ประชาชาติเพิ่มอีก 10 เท่า จากการที่เพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตรก่อนส่งออกไปขายตปท.
แบบดิบๆเหมือนที่ผ่านมา  รัฐก็จะมีรายได้จากการเก็บภาษีมากขึ้นประมาณ 20 เท่า (ไม่ใช่
10 เท่านะ)  ก็รวยกันหมดทุกฝ่าย เงินลงทุน 10% เป็นเวลา 20 ปีกลายเป็นขี้ปะติ๋วไปเลย

ทางเลือกอื่นคือล่มสลายตามที่ทำนาย หากไม่เชื่อก็คอยดู และรอรับคำสาปแช่งจากลูกหลาน
ในอนาคตได้เลย

…ทวิช จิตรสมบูรณ์  (๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓)

« « Prev : ขอม สยาม เขมร …ทฤษฎีใหม่

Next : ขอมสยามเขมร..(๒)..หลักฐานเพิ่มเติม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 January 2011 เวลา 6:49 pm

    มันต้องใช้เวลาถึง ๒๐ ปีเทียวหรือคะอาจารย์เบิิร์ดว่าตอนนี้ก็ละม้ายๆคำทำนายแล้วนา

    โรงงานเกษตรอุตสาหกรรมคือการทำให้เราเป็น NAIC (New Agriculture Industrialized Country) ??

    เห็นด้วยว่าเราควรเพิ่มมูลค่าการผลิต ยกตัวเองจากผู้ผลิตขั้นต้นให้กลายเป็นผู้แปรรูป ตามพรบ.ของอาจารย์ครอบคลุมการกระจายสินค้าและการขนส่ง แต่มีความจำเป็นในการจัดโซนนิ่งด้วยหรือเปล่าคะ เบิร์ดนึกถึงโอทอปของเราที่มีน้ำพริกมากมายซ้ำๆ ข้าวเกรียบ ผลไม้แช่อิ่ม สบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ฯลฯ โดยขาดความหลากหลายน่ะค่ะ

    การมี”หน่วยงานกลางดูแล” ร่วมนั้นมันจะได้ผลดีเหรอคะ เพราะที่ผ่านมาเรามี”หน่วยงาน”มากเกินพอเลยนะคะ

  • #2 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 January 2011 เวลา 7:06 pm

    หน่วยงานกลางต้องมีครับ ไม่งั้นก็จะเป็นน้ำพริก เสื่อกระจูด ซ้ำๆ หน่วยงานนี้ต้องจัดการให้เกิดบูรณาการสินค้า (เสริมกันไม่ใช่ซ้ำกันมากไป) และต้องหาตลาด หาเทคโนโลยีมาช่วย ครับ

    หน่วยงานกลางนั้นผมว่ามันดีที่สุด เสียแต่ว่าที่ผ่านมามันบริหารด้วยคนที่มักไม่ค่อยดี ไปจนถึงเลวที่สุด


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.12824106216431 sec
Sidebar: 0.066552877426147 sec