ทำไมฝรั่งเจริญกว่าไทย (ตอนที่ ๔)

โดย withwit เมื่อ 31 January 2011 เวลา 6:16 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1459

ทำไมฝรั่งเจริญกว่าไทย (ตอนที่ ๔)

 

การเมืองถือเป็นต้นธารแห่งกระแสการพัฒนาประเทศ จึงถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญ

 

ผมเห็นว่าฝรั่งเขามีระบบการเมืองที่สอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนในชาติ คือระบอบประชาธิปไตยแบบของเขา ส่วนไทยเรามีระบบการเมืองที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะของสังคมไทย เพราะไปลอกฝรั่งมาทั้งดุ้น มันก็เลยมีต้นธารที่ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่ความเจริญได้

 

ว่าไปแล้วญี่ปุ่น เกาหลีก็ลอกฝรั่งมาเหมือนกัน ทั้งที่ลักษณะสังคมญี่ปุ่นเกาหลีก็เป็นสังคมแนวดิ่ง (มีชนชั้น เล่นพวก) ไม่ต่างจากไทย แต่ทำไมเขาเจริญล่ะ คำตอบคือเขามีวินัยเป็นปัจจัยแย้ง ก็ทำให้เจริญได้ ถ้าเขามีระบบการเมืองที่สอดคล้องกว่านี้จะยิ่งเจริญกว่านี้เสียอีก  ส่วนไทยเราไม่มีปัจจัยวินัย ก็เลยได้แค่นี้

 

ประชาธิปไตยแบบตะวันตก (ปชต.ตต.) นั้น เวลาเขาโหวตกันในรัฐสภาโดยเฉลี่ยแล้ว สส. พรรคฝ่ายค้านจะโหวตให้ญัตติของรัฐบาลประมาณ 25% นั่นเทียว (และในทางตรงข้ามก็เช่นกัน) หลักฐานมีให้เห็นว่าเมื่อตอนนาย จอห์น แมคเคน ลงสมัครรับเลือกเป็น ปธด.สหรัฐแข่งกับนายโอบามา นั้น นายโอบามา ได้หาเสียงโจมตีว่านายแมคเคนไม่ใช่นักปชต. เพราะประวัติการโหวตอันยาวนานของนายแมคเคนนั้นระบุว่ายกมือโหวตให้พรรคตรงข้าม (คือเดโมแครต) เพียง 10% ของการโหวตทั้งหมดเท่านั้น

 

โห..ตั้ง ” 10% ”  เขาก็หาว่าแย่แล้ว …แล้วหันมาดูนักการเมืองไทยสิ ยกมือให้พรรคตรงข้ามเท่าไร คำตอบคือ “0%” ครับ แล้วแบบนี้มันจะเป็นปชต. ได้อย่างไร อย่างนี้มัน พรรคาธิปไตย ชัดๆ

 

สรุปคือฝรั่งโหวตตามสำนึกแห่งความถูกต้องของปัจเจก ส่วนเราโหวตตามหัวหน้าสั่ง ผมได้เขียนบทความมานับร้อยในบริบทที่ต่างกันว่า ระบบปชต.ตต.นี้ใช้กับประเทศไทยไม่ได้ดีหรอก ขืนใช้ต่อไปก็จะยิ่งทำให้ประเทศตกต่ำไปเรื่อยๆ ไม่มีทางพัฒนาให้เจริญทันฝรั่งได้

 

ที่ระบบนี้มันเหมาะกับตะวันตกเพราะมันเป็นการวิวัฒนาการมาตามขั้นตอน มีการปรับย่อยๆมาเรื่อยๆ ตามการบีบคั้นของลักษณะนิสัยและบริบทประจำชาตินั้น ดังจะเห็นว่าปชต. ตะวันตกในแต่ละประเทศไม่เหมือนกันเลย ส่วนของเราไปลอกอังกฤษมา ตอนหลังก็ไปลอกเยอรมันมาผสมบ้าง โดยไม่เคยมองบริบทของตัวเองเลยว่า..

 

ว่า..นิสัยคนไทยไม่ได้เป็นปัจเจกชนแบบฝรั่ง (ที่ทำให้เขาโหวตกันตามจิตสำนึกของปัจเจก ไม่ต้องฟังเสียงหัวหน้าพรรคมากนัก)  ส่วนของเราโหวตตามหน.พรรค ถ้าหน.พรรคเป็นคนดีก็ดีไป แต่ถ้าเป็นคนเลวล่ะ (และส่วนใหญ่ก็เป็นคน…ซะด้วยสิ)

 

ดังนั้นถ้าจะให้ต้นธาร ของเราดี ผมว่าคนไทยเราต้องผนึกกำลังกันมาปรับใหญ่ระบบการเมืองไทยให้ได้ ให้มันเข้ากับนิสัยอำนาจนิยม หรือ กลุ่มนิยม ของเรา ไม่เช่นนั้นก็ต้องปรับนิสัยคนไทยให้เป็นปัจเจกนิยมแบบฝรั่ง ซึ่งผมว่ามันยาก มันต้องใช้เวลานานมาก แล้วก็ไม่รู้ว่าลึกๆ แล้ว ไอ้ปัจเจกที่ว่านี้มันดีไหม แต่ถ้าดีจริงก็คงต้องใช้เวลานับพันปีกว่าจะปรับได้ ซึ่งสังคมไทยคงล่มสลายจากระบบการเมืองปัจจุบันนี้เสียก่อนเป็นแน่

ในบทความอันหลากหลายในอดีต ผมได้เสนอระบบทางเลือกไว้นับสิบ วันนี้จะลองเสนอสักหนึ่งคือ ให้สส.ที่มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ในการบัญญัติกฎหมายเท่านั้น แต่อำนาจาบริหาร (คือคณะรัฐมนตรี) นั้นให้มาจากการคัดสรรมาจากสภาปัญญาแห่งชาติ  ซึ่งสภานี้มีสมาชิกประมาณ 500 คน ที่คัดสรรมาจากประชาชนทั้งประเทศ ที่ได้รับการเสนอชื่อตามที่กำหนด แล้วมีคณะกรรมการกลางทำหน้าที่เลือก คกก.กลางนี้อาจให้เป็นราชบัณฑิตก็ได้

 

ถ้าสร้างระบบคัดสรรให้ดีสภาปัญญานี้จะเป็นที่รวมของบุคคลที่มีความรู้ มีความเก่ง มีความดี 500 คนแรกของประเทศไทย ในทุกสาขาวิชาชีพ แล้วเราก็มีกลไกอีกต่อมาคัดสรรเอาประมาณ 35 คนไปเป็น ครม. ซึ่งเลือกคนหนึ่งเป็นนายก ครม.  ส่วน 465 ท่านที่เหลือก็ให้เป็น สว. คอยกลั่นกรองกฎหมายที่มาจาก สส.

 

ถ้าทำแบบนี้เราก็จะได้กฎหมายที่สะท้อนความต้องการของประชาชนโดยรวม  ที่ยังมีการกลั่นกรองจากสว. ที่ไร้ผลประโยชน์ตนและพวก  และได้นักบริหารที่มีความรู้สูงสุด เก่งที่สุด ดีที่สุด เข้าไปวางนโยบายและทำการบริหารประเทศ มีการถ่วงดุลที่ดี

 

เป็นต้นธารการเมืองที่ปราศจากอิทธิพลของกลุ่มผลประโยชน์ และยังเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ตามแบบของเรา (ที่ไม่ต้องลอกฝรั่งทั้งดุ้น)  เพราะสมาชิก 500 ท่านนี้ เท่ากับว่าได้รับเลือกมาจากประชาชนนั่นเอง แต่เลือกด้วยใจไม่ใช่เลือกด้วยเงิน และยังมีการตรวจสอบในขั้นสองด้วยว่า เก่งจริง ดีจริงนะ ไม่ใช่ว่ามีเงินก็ซื้อตำแหน่งเข้ามาได้กันโครมๆ

 

ส่วนสส. นั้นเลือกโดยตรงจาก ปชช. แต่พอกำหนดว่าเป็นผู้บริหารไม่ได้ ก็จะค่อยๆขจัดนักธุรกิจการเมืองให้หมดไป เราก็จะได้สส.ดีๆ มีความรู้มากขึ้น ก็ยิ่งเสริมการเมืองให้ดีขึ้นไปอีก

 

ถ้าปรับระบบให้ สส. ดี สว. ดี ครม.ดี แล้วประเทศไทยจะไม่ดีหรือครับ…แต่ก่อนอื่นต้องเลิกบูชาปชต.ตต.เสียทีว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

 

..ทวิช จิตรสมบูรณ์  (๒๖ กย. ๕๓)

« « Prev : คนไทยมาจากไหนกันแน่..ทฤษฏีกลางเก่ากลางใหม่

Next : ประชาธิปไตย+ทุนนิยม = หายนะ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 February 2011 เวลา 8:40 am

    เดินเข้ามานั่งขัดสมาธิพร้อมลากหมอนมาด้วยเพื่อจะคุยอย่างสบายอารมณ์ค่ะ

    เบิร์ดสงสัยว่า”การคัดเลือกสภาปัญญาแห่งชาติ”นั้นใครเป็นคนคัดเลือกคะ ปชช.ได้รับการเสนอชื่อบนเงื่อนไขอะไร และใช้ราชบัณฑิตกลั่นกรองนั้นพอหรือ?

    เคยฟังคุณตาเล่าถึงการเลือกกำนัน ผญบ.หรือผู้นำชุมชนในอดีต พบว่าไม่มีการเสนอตัวเพื่อ”แข่งขัน” แต่ใช้ผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน พูดคุยกันเพื่อคัดเลือกคนที่เหมาะสม โดยอาศัยหลักเป็นคนดี เข้ากับทุกคนได้ ไม่มีประวัติด่างพร้อย (โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะรู้จักกันหมดตั้งแต่ต้นตระกูล และเห็นการเติบโต การใช้ชีวิต เรียกว่าทุกอย่างอยู่ในสายตา) เมื่อได้ตัวคนแล้วก็ทาบทาม เพื่อรับตำแหน่ง ซึ่งปกครองแบบนี้ไม่มีปัญหาเลย ผู้นำชุมชนยุคก่อนๆจึงเป็นที่เคารพนับถือมาก (อาจรวมถึง”กษัตริย์”โบราณด้วยมั้งคะ แต่คงมีคุณสมบัติที่จำเป็นในการนำกลุ่มชนและรักษาขอบเขตเพิ่มเติมเพราะการเป็นชนเผ่า ไม่น่าจะต้องมีเลือกตั้ง)

    พอการปกครองเปลี่ยน มีการ”เลือกตั้ง”เข้ามา ก็เกิดการนำเสนอนโยบาย การแข่งขัน(ที่คิดว่าเป็นธรรม แต่จริงหรือ?) และเบิร์ดคิดเล่นๆเองว่าการแข่งขัน ทำให้เกิดการเกทับบลั๊ฟแหลก จนแบ่งฝักฝ่ายในที่สุด เราคงยังไม่เข้าใจ”สาระ”พอเหมือนอย่างที่อาจารย์ชวนคุยมาหลายตอน จึงติดอยู่ที่รูปแบบ และฮือกันเป็นพักๆ (และพรรคๆ) ตามแต่ใครจะดึงเหตุการณ์ขึ้นมาเป็นคราวๆไป

    เราอาจเคารพการ”นำเข้า” ไม่ว่าจะเป็นของใครก็ตาม รวมทั้งการ”นำเข้า”จากคนในประเทศเราด้วย แต่เราลืมว่าแม้แต่ประเทศที่เป็น”ต้นแบบ”ประชาธิปไตย ตัวเขาเองก็ยังไม่นิ่ง สาระและหลักการก็ยังไม่สมบูรณ์เหมือนกัน มีการปรับเปลี่ยน ปรับแก้ตลอดเวลา แล้วเราเอาความไม่สมบูรณ์มาเป็นกรอบในการก้าวเดินเพื่ออะไร

    เพื่อหนับหนุนการคุยกันในการหา”สาระ”ของประชาธิปไตย อาจารย์คิดว่าประชาธิปไตยคืออะไรคะ และ”หลักสำคัญของประชาธิปไตย”คืออะไร

  • #2 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 February 2011 เวลา 5:14 pm

    แหมเล่นใช้มุกผมมาเหน็บผมซะแล่ว

    ปชต.คืออะไรมันมีนิยามอยู่แล้วไปหาดูที่ไหนก็ได้ คล้ายๆกัน แต่ผมว่าปชต.ทีแท้จริงคือ อะไรก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่ ทำให้ไพร่ฟ้าหน้าใส ดังนั้น เผด็จการก็เป็นประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์ก็เป็นประชาธิปไตย (เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว..โอยชื่อยาวอิ๊บ)

    หลักการสำคัญของปชต. คือ ทำให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนส่วนน้อยครับ ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ (ฟังยากนะ และค้านกับนิยามข้างบนด้วย)

    ห้ามถามต่อนะ ไปคิดเฉลยเอาเอง …ไปละ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.089160919189453 sec
Sidebar: 0.0080840587615967 sec