ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ยังต่ำเกินไปมาก

โดย withwit เมื่อ 13 July 2011 เวลา 5:10 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 2202

ในประดานโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้น มีอยู่อย่างเดียวที่ผมพอเห็นด้วย คือ นโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แม้มันจะเป็นเพียงนโยบายประชานิยมตื้นๆก็ตามที

 

ถ้ารัฐไม่เก่งจริง หรือไม่รับผิดชอบ การขึ้นค่าแรงอาจยิ่งทำให้แรงงานจนลงด้วยซ้ำไป (ถ้าราคาสินค้ามันขึ้นแซงหน้า โดยเฉพาะในประเทศไทยที่การแข่งขันเสรียังอ่อนแอมาก)

 

ใจจริงผมอยากให้ขึ้นเป็น 1000 บาทด้วยซ้ำไป  (ณ วันนี้ กรกฎาคม พศ. ๒๕๕๔)

 

ผมคำนวณได้ว่าถ้าค่าแรงขั้นต่ำ 1000 บาท แล้วสามารถคุมราคาก๋วยเตี๋ยวไว้ได้ที่ชามละ 50 บาท ประเทศไทยจะพัฒนาอย่างรวดเร็วในเชิงเศรษฐกิจ นายทุน ภาคอุตสาหกรรมจะรวยขึ้นสองเท่าทันที รวมทั้งคนขายก๋วยเตี๋ยว ช่างตัดผม  

 

ผมจะลองแจงการคำนวณให้ดูนะครับ สมมติว่าก๋วยเตี่ยวชามละเฉลี่ย 30 บาทในวันนี้  ในจำนวนนี้เป็นค่าแรงเสีย 10% หรือ 3 บาท (ค่าแรงไทยต่ำมาก ถ้าเป็นในอารยประเทศจะเป็นประมาณ 30%) กำไร 10 บาท ที่เหลือ 17 บาทเป็นค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าร้าน ค่าติดสินบทเจ้าพนักงาน (ที่ไปตั้งแผงลอยบนฟุตบาท) 

 

ถ้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 200 เป็น 1000 บาท ค่าแรงเพิ่ม 5 เท่า ดังนั้นก๋วยเตี๋ยว 1 ชามจะมีค่าแรง 15 บาท ค่าวัตถุดิบและอื่นๆ จะเป็น 25 บาท (เพราะมีค่าแรงอยู่ในนั้นด้วย 10%)  ถ้าคงกำไรไว้ 10 บาทเท่าเดิม ก็จะได้ก๋วยเตี๋ยวราคา 50 บาท

 

กำไร 10 บาทเท่าเดิมนี้ยังเป็นธรรมอยู่ เพราะแม่ค้าจะขายก๋วยเตี๋ยวได้มากขึ้น 3 เท่า เนื่องจากเมื่อก่อนคนมีกำลังซื้อก๋วยเตี๋ยวแค่วันละ 200 หาร 30 หรือ 6.7 ชามเท่านั้น แต่บัดนี้คนมีกำลังซื้อก๋วยเตี๋ยวถึงวันละ 20 ชาม มากขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า ก็น่าเชื่อได้ว่าก๋วยเตี๋ยวจะขายดีขึ้น 3 เท่า แม่ค้าจะกำไรเพิ่ม 3 เท่า ทั้งที่กำไรต่อชามเท่าเดิม

 

นอกจากนี้แม่ค้าจะจ้างคนงานเพิ่ม 3 เท่าด้วย คนก็มีงานทำมากขึ้น และเป็นงานที่มีรายได้ดีเสียด้วย

 

ที่มาของสูตรการขึ้นค่าแรงเป็น 1000 บาทนี้ก็เพื่อให้ซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 20 ชามพอดีนี่แหละครับ ผมสร้างโจทย์คณิตศาสตร์แล้วคำนวณตัวเลขนี้ออกมา  ตัวเลข 20 เท่านี้ไม่ได้มาจากทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ในตำราหรอกครับ แต่มาจากการสำรวจของผมเองที่พบว่าประเทศอารยทั้งหลายทั้งสหรัฐ ยุโรป มีค่าแรงขั้นต่ำที่ซื้ออาหารหนึ่งมื้อได้ประมาณ  20 มื้อพอดี จึงคิดว่านี่มันน่าเชื่อถือกว่าตำราเสียอีก เพราะอารยประเทศพวกนี้เขาลองผิดลองถูกมาเป็นร้อยปี สร้างหลักฐานให้เราเห็นเป็นรูปธรรม เป็นสูตรสำเร็จที่ตรงกันทุกประเทศอยู่แล้ว

 

ในการขึ้นค่าแรงนี้ รัฐบาลจะเก็บภาษีได้มากกว่าเดิมมากหลาย น่าจะประมาณ 5 เท่า เพราะเดิมแรงงาน 20 ล้านคนไม่เสียภาษีเงินได้ บัดนี้รายได้เกินระดับเสียภาษีแล้ว รัฐจะมีฐานภาษีใหม่ 20 ล้านคน อีกทั้งผู้ประกอบการทั้งหมดมีรายได้มากขึ้น 3 เท่า ก็ได้ภาษีการค้ามากขึ้นมหาศาล ยังภาษีค้าปลีกที่จะมากขึ้นอีก 5 เท่า (จากกำลังซื้อทีเพิ่มขึ้น 5 เท่า) ความจริงจะมากกว่า 5 เท่าด้วยซ้ำไปเพราะมันมีตัวคูณทางเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอีกหลายต่อ

 

ที่น่าสังเกตคือ คราวนี้ค่าแรงในก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม คือ 15 บาท คิดได้เป็น 30% ของราคาสินค้าพอดี ซึ่งเท่าๆกับระดับอารยประเทศ นี่คือจุดค่าแรงยุติธรรม ไม่ถูกหรือแพงเกินไป  ถ้าค่าแรงแพงกว่านี้การค้าขายและระดับเศรษฐกิจจะเริ่มลดลง (การลดลงนี้อธิบายยาก มันเกี่ยวกับการสัมพันธ์แบบไม่เป็นเชิงเส้นของกำไรการค้าและค่าแรง)

 

 ดังนั้นมันมีจุดหนึ่งที่เป็นจุดที่ค่าแรงดีที่สุด ที่จะทำให้ทุกฝ่ายวินวินวิน (ยกเว้นสิ่งแวดล้อม ฮา)  สำหรับประเทศไทยเรา ณ ตอนนี้ก็อยู่ประมาณ 1000 นี่แหละ แต่รัฐบาลต้องเก่ง ต้องทำให้ก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ชามละ 50 บาทได้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้พรวดไปที่ 150 บาท

 

ส่วนพวกโรงงานอุตสาหกรรมก็จะได้รับผลดีเช่นเดียวกัน เพราะพอพนักงานมีรายได้มากขึ้น เขาก็จะอุปโภคสินค้าที่ผลิตจากโรงงานมากขึ้น เช่น พนักงานโรงงานผลิตรองเท้า ก็ไปซื้อมอเตอร์ไซค์มากขึ้น พนักงานโรงงานมอเตอร์ไซค์ก็ไปซื้อโทรทัศน์มากขึ้น พึ่งพากันเป็นร่างแหแบบนี้ สุดท้ายคือเจ้าของโรงงานได้กำไรสุทธิมากขึ้น 3 เท่า ทั้งที่ต้องจ่ายค่าแรงมากขึ้น 5 เท่า  (เหมือนแม่ค้าก๋วยเตี๋ยว)

 

การที่สภาอุตสาหกรรมไทยออกมาโจมตีว่าที่รัฐบาลนั้นเป็นเพราะ 1) ยังไม่เข้าใจในประเด็นที่ได้กล่าวไปแล้วว่าพวกตนจะได้กำไรมากกว่าเดิมสามเท่า  2) สภาฯถูกพวกนักลงทุนต่างชาติหลอกให้มาพูดแทน 3) พูดเองด้วยใจจริงเพราะเกรงไปว่านักลงทุนต่างชาติที่โรงงานพวกตนหากินร่วมอยู่ด้วยจะถอนทุนไปที่อื่นหมด …ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่งก็ถือว่าเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทั้งหมด

 

ข้อ 1) ได้เฉลยไปแล้ว ข้อ 2) ไม่ต้องกลัวต่างชาติถอนทุน ยิ่งถอนยิ่งดี นักลงทุนไทย (พวกสภาฯคุณนั่นแหละ) จะได้มีช่องว่างในการลงทุนมากขึ้น (ไม่ต้องไปแข่งกะไอ้พวกนี้) ช่องว่างที่ว่ามาจากไหน ก็จากกำลังซื้อที่มากขึ้นประมาณ 3 เท่านะซี่ ดังนั้นโรงงานใหม่ๆ จะผุดขึ้นมาทำกำไรได้อีกมาก  ข้อ 3)  อนุโลมใช้คำตอบตามข้อ 2)

 

ไอ้ฝรั่งพวกนี้มันไม่โง่หรอก การขึ้นค่าแรงจาก 200 เป็น 1000 ผมว่าต่างชาติจะมาลงทุนมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เพราะพวกนี้มันไม่โง่คิดชั้นเดียวเหมือนสภาอุตฯไทยหรอก ไม่เช่นนั้นญี่ปุ่นมันจะไปลงทุนในสหรัฐฯมากมหาศาลที่สุดในโลกหรือ ทั้งที่ค่าแรงวันละ 5000 บาท ค่าสวัสดิการอีก 20%

 

โรงงานไทยที่จะกระทบมากที่สุดคือ โรงงานสัญชาติไทยจริงๆ (ที่ไม่ใช่นอมินีให้ต่างชาติ) ที่ผลิตสินค้าส่งออกนอกเป็นหลักหรือทั้งหมด อีกทั้งเป็นโรงงานที่ใช้แรงงานมาก (labor intensive) ซึ่งรัฐบาลต้องช่วยเหลือ เช่น สินค้าหัตถกรรมส่งออก ดอกไม้ประดิษฐ์

 

ที่เดือดร้อนคือสินค้าส่งออกจะมีราคาแพงขึ้น อาจทำให้แข่งขันสู้คู่แข่งจากประเทศอื่นไม่ได้ แต่เนื่องจากโรงงานเหล่านี้มียอดขายน้อยมากเมื่อเทียบกับ GDP ของประเทศ อีกทั้งรัฐเก็บภาษีได้มากกว่าเดิม 5 เท่า ก็เอาเงินมาเยียวยาจุดนี้ได้สบายมาก

 …ทวิช จิตรสมบูรณ์ (๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔)

« « Prev : ห่วงโซ่อาหาร (ทางปัญญา)

Next : ลดพื้นที่ทำไร่นา..เพิ่มพื้นที่ป่าไม้แบบค่อยเป็นค่อยไป » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 July 2011 เวลา 5:31 pm

    ปัญหาที่น่าถามต่อคือ แรงงานขั้นต่ำเพิ่ม 5 เท่า “ความสุข” (นิยามแบบพื้นๆ ไม่ต้องลึกซึ้ง) จะเพิ่มกี่เท่า..ถ้าตอบว่า 5 เท่าก็ ……ผิดนะคร๊าบบ

    ผมว่าน่าจะ 20 เท่านะ เรียกว่าได้มาตรฐานโลกเลยแหละ ยกเว้นยังเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศแพงไม่ได้เท่านั้นเอง

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 July 2011 เวลา 6:10 pm

    มันยังมีมุมอื่นอีกนะคะ เช่นแรงงานต่างด้าวจะเข้ามาหรือเปล่า และถ้าขึ้นเฉพาะไทย ต่างชาติไม่ขึ้นผิดอนุสัญญาแรงงานหรือเปล่า และถ้าไม่ขึ้นให้ต่างด้าว นายทุนจะจ้างคนไทยหรือต่างด้าว?

    นอกจากนี้แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวที่อาจารย์ว่า จะต้องจ้างลูกจ้างในราคาวันละเท่าไร? วันละ 1000 ต่อคนด้วยหรือเปล่า? แถมอีกอัน จะดีกว่ามั้ยถ้าเชื่อมโรงงานให้ไปอยู่ที่หมู่บ้าน(แบบแผนพัฒนาของอาจารย์ไงคะ ทำอุนสาหกรรมเกษตร) โดยที่ค่าแรงวันละ 250 แต่มีที่ทำกิน มีน้ำ ไฟ ทาง แปรรูปการเกษตรหรือจัดสรรที่ดินให้คนที่เป็นแรงงานให้เขาอยู่กินในบ้านของเขาได้ สวัสดิการพื้นฐานที่จำเป็นแก่ชีวิตมีพอ ทำไมต้องมีแค่ขึ้นค่าแรงและควบคุมราคาสินค้าอย่างเดียว?

  • #3 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 July 2011 เวลา 7:52 pm

    ที่ท่านน้ำฟ้าว่ามามันเรื่องไมโครนะครับ ก็ต้องว่ากันไป ปรับกันไปให้เข้ากันได้ในที่สุด

    ส่วนทีผมว่ามามันเรื่องมาโครครับ

    เขามีสมาคมแรงงานระหว่างประเทศอยู่ครับ พวกนี้ฝรั่งเป็นใหญ่ เขาอยากให้เราขึ้นค่าแรงจะตายไป เขาเชื่อว่านายทุนเขาจะได้ไม่มาลงทุนในเรา (แต่ทำทีเป็นสงสารเราแบบพกมีดเหน็บไว้ข้างหลัง)

    แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวก็ต้องขึ้นแรงงาน 1000 ด้วยครับ จากเดิมชามละ 3 บาท ให้เป็น ชามละ 15 ไงครับ

    โรงงานไปอยู่หมู่บ้านก็ต้องให้ 1000 ด้วยครับ ถ้า 250 ก็ยังจนเหมือนเดิม นี่ว่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ทุนนิยมนะครับ ที่จิตวิญญาณมีค่าเป็นศูนย์

    โตโยต้าไปอยู่ บ้านนอก tennessee of usa ก็ต้องให้วันละประมาณ 5000 บาทต่อคนครับ

  • #4 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 July 2011 เวลา 11:10 pm

    เห็นด้วยกับอาจารย์นะคะเรื่องขึ้นค่าแรง ส่วนมุมมองต่อรัฐบาลนี้ก็เห็นด้วยว่าหน่อมแน้มไปหน่อยที่ขึ้นแค่ 300 บาทต่อวัน เพราะค่าลงทุนเพิ่มขึ้นนิดเดียวเอง เติมเศษเงินเองมั๊งสำหรับนายทุน

    วันนี้โลกมันทำตามๆกันไปเหมือนกันหมดในเรื่องแรงงาน คือ ส่งออกแรงงานไปหาเงินจากกระเป๋าประเทศอื่นแล้ว ส่งเงินกลับมาที่ประเทศตน ไปแล้วก็เสียคน รังเกียจบ้านตัวเองไม่ยอมกลับ ไปตั้งรกรากใหม่ของเป็นคนชาติใหม่ซะงั้น ทำไปทำมาคนที่เหลืออยู่ก็มีแต่คนมาจากประเทศอื่น

    พม่า ลาว เขมร ไทย เหมือนกันหมดแล้ว ที่คนในประเทศเดิมหดลงๆ เมื่อไรที่บ้านเมืองเดิมยังเหมือนเดิมก็ไม่กลับ มันเหมือนการอพยพไปเรื่อยที่ประวัติศาสตร์เล่าเรื่องภูเขาอัลไตไว้เลย

    เพิ่มค่าแรงให้สูงเพื่อดึงคนไว้ไม่ให้ทิ้งถิ่น เป็นอะไรที่หนับหนุนค่ะอาจารย์ โดยเฉพาะค่าแรงสำหรับงานพื้นฐานควรจะได้สูงพอๆกับคนทำงานใน office เพราะว่านั่นคือฐานที่รองรับสังคมไว้ให้ยั่งยืน วันนี้ฐานแรงงานเหล่านี้หายไปหมดแล้ว และต้องพึ่งพาแทบทั้งหมด ไม่พึ่งพาแรงงานนอกประเทศ ก็พึ่งพาเครื่องมือจากนอกประเทศ อนาคตเหมือนคนแขนขาดขาขาดแล้วละคะ ถ้าไม่แก้ไขซะก่อน

  • #5 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 July 2011 เวลา 11:35 pm

    หมอเจ๊ครับ ในอารยประเทศ คนจบม ๖ มีเงินเดือนที่อายุเท่ากัน ต่างจากปริญญาเอกไม่เกิน 2 เท่า แต่มีอายุการทำงานมากกว่า 9 ปี มีเงินสะสมสำรองเลี้ยงชีพไม่ต่างกันมากนัก ดังนั้นใน usa ยุโรป ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็น victim of her own success กล่าวคือ ไม่ค่อยมีคนเรียนปริญญาเอก ต้องเอาทุนไปล่อให้คนทั่วโลกมาเรียน รวมทั้งไทย มีทุนฟอร์ด ร้อคกี้เฟลเลอร์ ฟุลไบรท์ สารพัด จากนั้นใครเก่งๆหัวดีๆ มันก็ล่อให้อยู่ต่อ

    ส่วนไอ้เราก็เห่อกันหนักหนา ใครไปเรียนไอ้ทุนพวกนี้ก็แทบกราบไหว้เป็นเทพเจ้า ทั้งที่เป็นเพียวพวก “สอบเก่ง” ที่ถูกพวกฝรั่งหลอกไปแด็กซืเท่านั้น ส่วนพวกหัวดีอย่างครูบา ไม่มีโอกาสได้ไปกะเขาหรอก (แหม..ยอลับหลังอีกแล้ว)

    การเพิ่มค่าแรงแบบที่ผมเสนอมานี้ มันจะช่วยลดช่องว่าง ม ๖ กับ ม. ๒๒ ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ผมว่ามันไม่มีใครกล้าทำหรอก ..ยกเว้นปฏิวัติ แล้วตั้งผมเป็น นรม. ห้าหกเจ็ด

  • #6 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 July 2011 เวลา 11:46 pm

    คิดถึงกรณีที่ท่านน้ำฟ้าว่ามา ..เรื่องแรงงานต่างชาติทะลัก

    เรื่องนายทุนจะถอนหนีไปต่างชาตินั้น ถ้าจริงผมจะอนุโมทนา มันจะได้ถอนไปตั้งที่พม่า ลาว เขมรให้หมด พวกนั้นก็ไม่ต้องหนีมาหางานในไทย สาธุ สาธุ

    แต่ผมว่ามันจะยิ่งมาลงทุนในไทยมากขึ้น มันไม่ถอนหรอกครับ และ ม่าน ลาว เขมร จะยิ่งทะลักเข้ามา หางานทำ ที่ได้ค่าแรงแสนสูง (แต่ยังต่ำกว่าเมกาอีก 5 เท่า)

    ซึ่งผมว่าเป็นบุญประเทศไทยนะ ที่เนื้อหอมปานนั้น สมัยก่อนต้องไปทำสงครามกวาดต้อน เสียเลือดเนื้อท้งสองฝ่าย สมัยนี้สมัครใจมาอยู่ มามะ มาเล้ย เข้ามาให้เต็มประเทศเลย สามจังหวัดภาคใต้ด้วย เอาระเบิดมาถล่มโรงงานให้พินาศ มันจะได้สมดุล

    ผมได้เคยเขียนไว้แล้ว (แต่อาจลบไปแล้วว่า) อยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ไร้พรมแดน ที่ใครอยากมาอยู่ มา ไม่ต้องมีวีซ่า พาสปอร์ตบ้าๆ ที่เป็นแนวคิดกีดกันของฝรั่ง โดยเฉพาะไอ้เศษฝรั่ง และอังกริด ที่มันไปย่ำยี่เขาไว้หมด มันเข้าประเทศเขาได้หมด ด้วยอำนาจปืน จับคนไปเป็นขี้ข้า เป็นทาส แต่ตอนนี้คนเขาจะอาสาไปเป็นขี้ข้ารับใช้มัน โดยมันไม่ต้องเสียกระสุนสักนัด มันกลับไม่ยอม ไอ้พวกนี้มันโง่ไหม

    ตอบ..โง่ที่สุด..ไม่งั้นมันครองโลกไม่ได้หรอก เพราะโลกย่อมถูกครองด้วยคนโง่เสมอ

    ไม่เชื่อลบหลู่ได้เสมอ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.083542108535767 sec
Sidebar: 0.0087969303131104 sec