ปีนโตรีสอร์ท

อ่าน: 181

มาเมืองเหนือเที่ยวนี้พักที่ “ปืนโตรีสอร์ท” นอนแล้วอุ่นใจเป็นบ้า เพราะนอนกับปืนลูกซองแฝดถึง 2 กระบอก เลยไม่ได้ไปนอนยืิืดอายุที่เมืองละปูน  “พัก 1 คืนอายุยืนไป 1 ปี” กินอิ่มนอนอุ่นสบาย ๆ อากาศกำลังดี นั่งบันทึก-อ่านบันทึก ดึกมาก็ร่วงผลอย..จิตใจล่องไปข้ามฝันไปในถิ่นที่เคยประทับใจ  ปลายเดือนหน้าจะได้มาเยือนอีกครั้งหนึ่ง พันธกิจเที่ยวนี้นอกจากจะมาสำรวจ พบปะเครือญาติเพื่อขอความกรุณาช่วยเตรียมงานบางอย่างล่วงหน้า ล้วนแต่เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ  เมื่อวานลงเครื่องมาจะขอเปลี่ยนตั๋วกลับไฟล์เที่ยงวันที่ 1 สายการบินอีแร้งแก่ก็คิดราคาตั๋วแพงเหลือใจ เลยตัดสินใจกลับตามกำหนดเดิม ข้อดีคือจะได้เจออุ้ยด้วย กำลังคึดฮอดอย่างแรง อีกทั้งจะไปถ่ายรูปต้นจันท์ยักษ์ที่เมืองลำปูน ..จึงสบายๆอยู่ไหนก็อยู่ได้ถ้าไม่อยู่ใกล้คนหลายใจ

อ่านต่อ »


ติดแหง่ก 5 ชั่วโมงสุดโหด

อ่าน: 230

เมื่อวานนี้ ช่วงสาย ๆ พระอาจารย์ Handy มารับไปเที่ยวบ้านหม้อ ย่านคลองถม อุตลุดหลายอย่าง ฝนตก ม๊อบปิดถนน ทำให้รถติดไปทั่วย่านนี้ หลุดออกมาได้ เอารถยนต์ไปจอดที่อาคารฝากรถ แล้วเราก็เดิน ๆ..ไปชมสินค้าที่หลากหลายละลานตา ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่วันหยุดซึ่งจะเป็นที่รู้กันว่าจะมีสินค้าทุกระดับมาวางเกลื่อน แต่มาวันปกติเราก็ไปดูของในห้างอมรเป็นส่วนใหญ่ อมรนั้นเป็นเจ้าพ่อของสินค้าต้นทางที่ต้องบอกว่ามหาศาล มีทุกอย่างให้เลือกไม่อั้น ส่วนมากเราจะเดินดูเครื่องมือการเกษตร ผมอยากจะได้กรรไกรตัดไม้ อุปกรณ์ระบบน้ำ ไปเจอปั๊มน้ำซัมเมิร์ทที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (สูบน้ำบาดาลได้เหมือนปั๊มบาดาลไฟฟ้า) แต่ที่น่าสนใจคือปั๊มที่ว่านี้ ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แต่ราคาโหดไปหน่อย ประมาณ 60,000 บาท รับประกัน 3 ปี ก็ดู ๆ ไว้ละครับ ถ้าไฟฟ้ามีปัญหาในอนาคต เราก็ยังมีทางเลือก พระอาจารย์Handy เป็นขาใหญ่ย่านนี้อยู่แล้ว พาเดินฉับ ๆขึ้นตึกโน้นไปตึกนี้ มุดตึก ออกตึก ขึ้นลงบันไดเลื่อนเป็นว่าเล่น ยังพาไปชิมอาหารที่แปลกพิเศษมีชื่อของย่านนี้ คล้าย ๆ ขาหมู ถามครูปูเขาเรียกว่า ปอเปี๊ยะขาหมู เจ้าเก่าที่ลือลั่นมานาน .. อร่อยสมคำเล่าลือแต่ไขมันสะท้านพุงแน่ อิ่มแล้วก็เดินต่อ สินค้าที่นี่ถ้ารู้จักเลือกจะได้ของดีของถูกเหลือเชื่อเลยละครับ เราแยกกันประมาณบ่าย 3 โมง พระอาจารย์มาส่งผมที่โรงแรม

(ปอเปี๊ยะสะท้านพุง)

อ่านต่อ »


คนไม่มีไฟ

อ่าน: 252

ผมเกิดมาทันสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนที่ญี่ปุ่นยกธงขาว ทั่วโลกอยู่ในยุคข้าวยากหมากแพง แต่คนที่อาศัยอยู่ในป่าดงดอยก็คงไม่กระไรนัก เพราะเคยชินจนปรับตัวเป็นปกติ แต่คนที่อยู่ในหมู่บ้านต้องแบ่งสันปันส่วนสิ่งของที่จำเป็น ความเป็นพี่น้องในวัฒนธรรมก็พอเกลี่ยความต้องการให้กันได้ อีกส่วนหนึ่งยุคนั้นคนไทยพึ่งตัวเองเป็นส่วนใหญ่ได้แทบทั้งหมด เสียดาย..ทำไมไม่ทำสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้ จอมพล ป. ยังเคยรณรงค์ให้ปลูกผักสวนครัว ชูเรื่องในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรา อุดมสมบูรณ์ ..

วิถีไทยสมัยที่ผมเป็นเด็ก ๆ ชาวบ้านจะยกเรือนสูง ด้านล่างทำเป็นคอกวัวควาย กลางคืนก็จุดไฟไล่ยุง ควันก็คงจะฟุ้งขึ้นไปบนเรือนเป็นครั้งคราว ถ้ามองเรื่องการอนามัยคงจะไม่ดีนัก เหตุผลสำคัญชาวบ้านอาจจะมองเรื่องความปลอดภัยจากโจรขโมยวัวควาย แถมยังประหยัดด้วย เพราะไม่ต้องไปทำคอกอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่าเรือนแบบทูอินวันได้ไหม? แต่ที่แน่ๆชาวบ้านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องเชื้อเพลิง พึ่งสติปัญญาตนเอง

อ่านต่อ »


คนเผาถ่าน

อ่าน: 231

(สารภาพบาปด้วยการปลูกป่าไม้อย่างที่เห็น)

สมัยที่มาอยู่สวนป่ายุคบุกเบิกนั้น ถ้าวันไหนออกไปเดินตอนเช้าตรู่ก็จะเปียกชื้นเย็นจากน้ำค้างโดนเสื้อผ้า แต่สมัยนี้ไม่มีแล้ว น้ำค้างหายไปพร้อม ๆ กับป่าไม้ ใบหญ้าจึงเหี่ยวสลดไม่สดชื่นเหมือนยามเช้าตรู่สมัยก่อน ที่สวนป่านอกจากกรณีขาดแคลนน้ำแล้ว เรื่องเชื้อเพลิงก็มีวิวัฒนาการ ชาวสวนยังใช้ก้อนเส้า 3 ขาตั้งเป็นเตาฟืน ใช้หม้อดินเป็นภาชนะหลัก ถึงก้นหม้อจะดำอย่างธรรมชาติของเตา แต่ข้าวข้างในสุกหอมกรุ่น

อากาศยามเช้านั้นเย็นนัก นอนฟังเสียงน้ำค้างหยดเปาะแปะทั้งคืน ด้วยความเย็นเฉียบทำให้ไม่อยากตื่น นอนคุดคู้อยู่ในผ้าผวยจนแดดออก ถ้าตื่นสายเกินไป ยายจะปลุกขึ้นมากินน้ำข้าวใส่เกลือปะแล่ม ๆ หนาว ๆ ได้เครื่องดื่มอุ่นอร่อยมันพิเศษจริง ๆ นะครับ จำได้มาจนเท่าทุกวันนี้ น้ำข้าวจากข้าวไร่ที่ตำด้วยครก ที่เราเรียกว่าข้าวซ้อมมือนั่นแหละ คนอยู่ในป่าไม่มีโรงสีที่ไหนนี่ครับ แต่ก็ได้ข้าวที่มีคุณภาพสุดยอดโดยไม่รู้ตัว ไม่ต้องมาคุยเรื่องข้าวอินทรีย์ให้เมื่อยตุ้ม เพราะสมัยนั้นปุ๋ยเคมียาฆ่าแมลงเป็นยังไงไม่รู้จัก ..

อ่านต่อ »


ความมั่นยืนในหัวใจ

อ่าน: 341

(ตัดต้นไม้ 2 ต้น ขยายพื้นที่ปลูกผักให้โปร่งขึ้น)

สังคมมนุษย์โลกมีมุมมองออกจากความต้องการของตนเองเป็นที่ตั้ง น้อยนักที่จะมองความมั่นคงความยั่งยืนในภาพรวม ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าต้องเอาเรื่องปากท้องของตนเองให้รอดก่อน แต่กิเลสไม่เข้าใครออกใคร พอมีเงินความคิดก็เปลี่บน อำนาจเงินชักจูงให้ไปสู่อำนาจอื่นกลายเป็นกิเลสกองใหม่ที่ใหญ่และบ้าคลั่งยิ่ง ๆ ขึ้นไป ความละโมบทรัพยากรของโลกที่เป็นส่วนรวมของมนุษย์ทุกคนมาเป็นของส่วนตัว สมัยนี้เขายกย่องด้วยนะว่าเป็นคนเก่งมีความสามารถ ที่ดึงตัวเองไปยืนแถวหน้ายิ้มระรื่นว่าข้าแน่ ข้าเนียน ข้าโกงเก่ง เป็นตัวอย่างให้แมลงเม่าบินตามไปเป็นฝูง เมื่อมันเป็นกระแสเถื่อนที่มอมเมาคนยุคใหม่ ใคร ๆ ก็ตะเกียกตะกายเอาแบบอย่าง โลกใบนี้จึงเต็มไปด้วยศาสตร์งูกินหาง ที่สอนวิชาบูด ๆ เบี้ยว ๆ โดยแม่ปูขาเป๋ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลองตรองดูเถิดว่าสังคมมนุษยชาติจะอยู่โดยไม่ย่ำยีธรรมชาติได้อย่างไร ?

อ่านต่อ »



Main: 0.0968449115753 sec
Sidebar: 1.01036691666 sec