ไข่…ยา…ไข่เน่า

อ่าน: 2900

เมื่อต้นเดือนนี้ มีข่าวฮือฮาเกี่ยวกับไข่ๆในหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นเรื่องคิดนอกกรอบของเจ้ากระทรวงฯที่ชวนชาวบ้านให้หันมาดูแลตัวเองเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับหนึ่งในปัจจัย ๔  ข่าวที่ว่านี้คือเรื่องของการให้งบประมาณมาซื้อไข่แจกชาวบ้าน โดยมีข้อแม้ว่าให้นำยาเก่าที่ค้างในบ้านมาแลก เวลาที่ให้เริ่มงานกำหนดช่วงระหว่าง ๒-๖ กรกฎาคม และติดตามผลในวันที่ ๙ ก.ค.

การติดตามพบว่า ๓ อันดับแรกของยายอดฮิตที่อยู่ในครัวเรือนเป็นยารักษาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และยาลดไขมันในเลือดคิดราคาเทียบเป็นเงินแล้ว เหมือนประชาชนคืนเงินให้รัฐมาไม่ต่ำกว่า ๔๐ ล้านบาท นี่ไม่นับราคายาตัวอื่นๆอย่างเช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดลดไข้ และอื่นๆอีก ๑๗ ล้านบาท

ยาทั้งหมดนี้ไม่ได้เอามาใช้ต่อหรอก จะนำไปเผาทิ้งที่โรงงานแถบอยุธยา อุแม่เจ้า รวมๆแล้วราคาเงินที่หายไปกลายเป็นยาเก่าๆยอดนี้นำมารวมกัน สร้างเครื่องมือแพทย์ช่วยคนได้หลายชิ้นเลย เสียดายเงินที่เผาทิ้งจริงๆ

งานนี้ยังมีต่อ ขยายผลดำเนินการในกทม.และภูมิภาคระหว่างวันที่ ๒๓-๒๖ กค.นี้ต่อไป ให้งบจังหวัดละแสนบาท โครงการนี้เมื่อแล้วเสร็จ ก็จะรู้กันว่า ประชาชีชาวไทยใช้ยาเปลืองกับยาอะไร เปลี่ยนเงินสดเป็นเงินกงเต๊กไปเท่าไรต่อครัวเรือน

วันนี้ก็ได้ข่าวของเด็กจำนวนเกินร้อยท้องเสียเฉียบพลันในโรงเรียนที่เชียงใหม่ เกิดภายหลังกินไข่ จำได้ว่าเคยเขียนเล่าเรื่องสิ่งมีชีวิตก่อโรคทางเดินอาหารไว้ แต่ไม่ได้เล่าว่าจะดูแลตัวเองได้ยังไงให้ไม่เผลอหยิบเชื้อพวกนี้เข้าปาก  ข่าวนี้ทำให้นึกขึ้นได้ว่า ถ้าพอมีความรู้พอให้ใช้ตรวจไข่ก็พอจะพาตัวหลีกห่างโรคที่เกิดจากไข่ได้พอสมควร

ที่จริงไข่ที่ก่อปัญหาโรคทางเดินอาหาร จะมีคุณสมบัติหลัก ๓ อย่าง หนึ่งคือ อายุเกินกิน อีกหนึ่ง คือ สะอาดไม่พอ สุดท้ายคือ ความร้อนในการปรุงไม่พอฆ่าเชื้อโรค

จะรู้ว่าไข่อายุเกินกินหรือเปล่า แม่ครัวเขาใช้หลักดูการลอยน้ำ ลองเอาไข่ ๓ ใบลอยน้ำในถ้วยก้นลึก จะพบปรากฏการณ์ ๔ แบบ หนึ่งจมนอนก้น สองเอียงตัว สามตั้งตรง สี่ลอยน้ำ  เรียงลำดับอายุไข่ที่ลอยน้ำแล้วพบ ๔ แบบนี้ บอกได้เลยว่าแบบที่สามและสี่อายุอาจจะเกินกิน อายุนับแต่ออกจากท้องแม่เกิน ๑๐ วันแล้ว มีโอกาสจู๊ดๆได้หากปรุงไม่ดีหรืออาจจะเป็นไข่เน่า

ไข่อายุเอ๊าะที่สุด ใหม่สดหอมอร่อยปาก เป็นไข่ที่จมนอนก้น อายุมากขึ้นอีกหน่อยคือไข่ที่เอียงตัว อายุของมันอยู่ราว ๓-๔ วันหลังออกจากท้องแม่

ความสะอาดไม่พอของไข่ พินิจเปลือกไข่ดู มีรอยเปื้อนให้ระวังจู๊ดๆไว้หน่อย รอยเปื้อนสำคัญๆก็เป็นขี้ไก่ นี่แหละตัวนำโรคชั้นดี

เปลือกผิวที่มีจุดเทาๆด่างๆหรือมีจุดดำ เป็นไข่ที่ชวนสงสัยเรื่องความหมดอายุ

กรณีนำไข่ไปลอยน้ำเพื่อหาอายุไข่ แนะนำว่าให้ทำตอนที่จะนำมาปรุงกิน ไข่ที่โดนน้ำแล้วนำเก็บ เป็นไข่ที่สามารถก่อโรค โดยเฉพาะเปียกเพราะล้าง การล้างทำลายสารหุ้มเปลือกที่ธรรมชาติเคลือบไว้กันซึมเพื่อป้องกันเนื้อไข่ภายในเปลือกจากสิ่งแปลกปลอม

ถ้าจำเป็นต้องล้างเพื่อเก็บ มีวิธีช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากสารหุ้มเปลือกผิวหลุดไปกับน้ำได้ ด้วยการเคลือบเนย หรือน้ำมันหรือพาราฟินไว้  วิธีนี้ไประกันการเสียของไข่หลังล้างได้มากน้อยแค่ไหน ยังไม่มีคำตอบชัดๆ รู้แต่ว่าเก็บไข่ได้นานขึ้น

การดูเปลือกไข่ พอบอกได้ว่า ใหม่สด สะอาด หรือไม่ ไข่ที่มีเปลือกนวล มีผงคล้ายๆแป้งติดผิว หรือมีผิวไม่ลื่น จับแล้วรู้สึกสากมือ มีอายุน้อยกว่าไข่ผิวลื่น จะเป็นไข่ดี ไข่เสียก็ให้ดูีสีเปลือกอย่างที่เล่าไว้แล้ว

อีกวิธีหนึ่งที่ใช้ตรวจสอบอายุไข่ คือ การจับไข่เขย่า ไข่ใบไหน เขย่าแล้วรู้สึกว่าข้างในขลุกขลิก ไข่ใบนั้นมีอายุนานแล้ว อาจจะเป็นไข่เน่าได้

วิธีส่องไข่ด้วยแสงก็พอจะช่วยให้ดูอายุไข่ได้ ยกไข่ขึ้นหาแหล่งแสง ดูเงาทึบในไข่ ใบไหนมีร่องรอยของช่องอากาศในไข่มาก ไข่ใบนั้นอายุมากแล้ว

ใช้แดดตรวจดูได้ด้วย ส่องไข่กับแดด ดูสีแดงที่กระจายตัว ใบไหนสีแดงเป็นสีคล้ำๆ ไข่ใบนั้นอายุนานแล้ว

การชั่งน้ำหนักก็ช่วยแยกอายุไข่ได้ ไข่ที่หนักกว่าเป็นไข่ที่มีอายุสดใหม่กว่า

เรื่องที่เล่าไว้ข้างบน ใช้ได้เมื่อไข่ยังเป็นไข่ดิบ ส่วนถ้าเป็นไข่สุกแล้ว มีวิธีช่วยให้พอตรวจสอบได้ว่าไข่ใบนั้นปรุงสุกแค่ไหน ด้วยการปั่นไข่ให้หมุนบนพื้นเหมือนปั่นเหรียญ  ไข่ใบไหนที่หมุนเร็วกว่าเป็นไข่ที่สุกกว่า ไข่ใบไหนที่หมุนช้าที่สุดเป็นไข่ดิบที่สุด

วิธีสำรวจดูภายนอกของไข่สุกพอจะใช้การดูสีคล้ำๆจุดด่างๆเทาๆดำๆของเปลือกดูว่าดีหรือเสียได้

สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องของการดมกลิ่น ใบไหนปอกแล้วมีกลิ่น ไข่ขาว ไข่แดงมีสีแปลกๆ ไข่ใบนั้นน่าจะเสีย

ไข่ปั่นกลิ้งยังไงตามไปดูได้ค่ะ

๙ กค. ๒๕๕๕

« « Prev : ต้นไม้แห่งความหลัง

Next : เขาว่าต้นนี้ฤทธิ์แก้ปวดแรง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 กรกฏาคม 2012 เวลา 3:46 (เช้า)

    สงสัยนะครับ ทำไมโรงพยาบาลไม่เลี้ยงไก่ไข่เองล่ะครับ อาหารปลอดภัยสำหรับคนไข้และบุคลากรของโรงพยาบาลเองด้วย

  • #2 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 กรกฏาคม 2012 เวลา 8:23 (เช้า)

    เขตแดนในรั้วโรงพยาบาลถือเป็นเขตปลอดสัตว์นำโรค การเลี้ยงสัตว์ใดๆในเขตรพ.จึงเป็นสิ่งที่ควรละไป แหล่งอาหารปลอดภัยอย่างน้องว่าจำเป็นต้องพึ่งพาเครือข่ายเกษตรกร ซึ่งก็ต้องไปสร้างสัมพันธ์อย่างที่เบิร์ดเขาทำให้เห็นโน่นแหละ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.036906003952026 sec
Sidebar: 0.17204904556274 sec