เบาหวานกับการป้องกันโรคแถม

โดย สาวตา เมื่อ 14 มกราคม 2009 เวลา 21:14 (เย็น) ในหมวดหมู่ ชีวิต สุขภาพ, เบาหวาน #
อ่าน: 2825

วันนี้อีกเช่นกันที่ออกไปทำงานกับทีมสาธารณสุขอำเภอมาครึ่งวัน แล้วได้ยินข่าวของผู้ที่คุ้นเคยกับคุณสามีว่าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่ตับ ถามไปถึงประวัติการเจ็บป่วยปรากฎว่า คนตายนะเป็นเบาหวานด้วยนะ แวบหนึ่งที่ผ่านเข้ามานึกไปถึงครูบาเลยเชียว ก่อนที่จะลืมก็เลยมาบอกเพิ่มให้อ้ายเปลี่ยนพิจารณาเรื่องที่จะเสนอนี้  ที่มาเสนอนี้มิใช่ว่า คนเป็นเบาหวานจะเป็นมะเร็งตับทุกคนนะค่ะ และที่แวบนึกครูบานั้นก็มิใช่เรื่องของมะเร็งเช่นกัน หากแต่ที่นึกถึงนะเพราะว่า คนตายนะเขาติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีก่อนเป็นมะเร็งค่ะ ซึ่งเมื่อรู้ว่าติดเชื้อเขาก็รักษาตัวอย่างที่ครูบาได้รับการดูแลอย่างดีไปแล้วนะแหละ หากแต่ว่าภูมิคุ้มกันเขาไม่เต็มที่จากการมีเบาหวานอยู่กับตัว ร่างกายจึงไม่สามารถเอาชนะโรคนี้ได้อย่างที่คาดหวัง อีกทั้งพี่มองเห็นว่ามีวิธีป้องกันโรคในผู้ใหญ่ได้ด้วยวัคซีน จึงยกเรื่องมาแนะนำเป็นข้อเสนอให้อ้ายเปลี่ยนใคร่ครวญดูค่ะ

อันว่าไวรัสตับอักเสบนะมีวัคซีนป้องกันได้อย่างน้อย 2 ตัว นั่นคือ เอ และ บี  และ บี คือ ตัวร้ายที่ทำให้ป่วย-ตายด้วยโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง เบาะน้องๆก็เป็นตับแข็งเมื่อวัยล่วงเข้าสู่จุดที่อวัยวะเสื่อมตามอายุที่มันมี  และไอ้เจ้าบีนี่นะมีวัคซีนที่ให้แล้วเพิ่มภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันไม่ให้ติดมันมาได้  ทั้งคู่ติดต่อทางอาหารการกินที่ไม่สะอาดเพียงพอได้ บังเอิญว่าอ้ายเปลี่ยนอยู่ในพื้นที่ซึ่งน่าจะด้อยเรื่องของการสุขาภิบาล ทั้งเรื่องน้ำและอาหารนะค่ะ  หากว่ามีกำลังจึงควรที่จะไปตรวจเพิ่มว่ามีภูมิคุ้มกันอยู่รึไม่ ถ้าหากว่าไม่มี พิจารณาดูหน่อยฉีดวัคซีนป้องกันไว้ดีมั๊ย

ให้เพิ่มการป้องกันวิธีอื่นด้วยคือ ดูแลความสะอาดของมือก่อนหยิบอาหารเข้าปากด้วยการล้างมือก่อนอาหารค่ะ จัดการภาชนะสำหรับการกินที่มีเป้นประจำของตัวเองและไว้ใจได้ในเรื่องการทำความสะอาด  สำหรับน้ำที่ดื่มนั้น ขอให้เลือกต้มน้ำไปดื่มนะค่ะ น้ำกรองแบบอาร์โอฆ่าเชื้อโรคไม่ได้อย่างที่เข้าใจนะค่ะ เพราะว่าน้ำอาร์โอนะมันแค่ผ่านแสงยูวี แล้วเจ้าแสงยูวีนะมันฆ่าเชื้อได้หมดก็ต่อเมื่อมีระยะห่างในระยะหนึ่งฟุตเองแหละ เพียงแต่ว่ามันสะอาดในแง่ของการสุขาภิบาลแค่นั้น เดี่ญวนี้กระทรวงสาธารณสุขจึงหันมาจัดการเรื่องเหล่านี้เข้มข้นขึ้น  ปลอดภัยไว้ก่อนนะค่ะอ้ายเรื่องน้ำดื่มน้ำกินและความสะอาดภาชนะ  ถ้าหากอยู่ในที่มีข้อจำกัดในเรื่องของการจัดการในเรื่องเหล่านี้และต้องเสี่ยงเอา พิจารณาทางเลือกเพิ่มภูมิต้านทานให้ตัวเองไว้ก่อนก็ดีนะค่ะถ้ามีกำลัง

อีกโรคที่เวลาอยู่ในดินแดนที่ด้อยเรื่องของสาธารณสุขที่ขอให้ระวัง คือ เรื่องเข้าใกล้คนที่มีอาการไอเรื้อรังและผอม ก็ด้วยเหตุที่ว่าคนๆนั้นอาจกำลังเป็นวัณโรคที่สามารถส่งผ่านเชื่อมาให้ติดได้  ถ้าหากเป็นไปได้อ้ายอย่าลืมขอตรวจภาพรังสีปอดปีละครั้งนะค่ะ  เดี๋ยวนี้เมืองไทยพบบ่อยว่าคนไข้ที่เป็นเบาหวานนะติดวัณโรคด้วย  โรคนี้มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ก็จริงนะค่ะ แต่ว่าเขาใช้แต่กับเด็ก ไม่ใคร่ที่จะใช้กับผู้ใหญ่ เนื่องจากว่าไม่ใคร่ได้ผลเท่าไรนัก วิธีที่ป้องกันชะงัด เขาให้หลบหลีกแหล่งแพร่เชื้อและออกกำลังกายไว้ให้แข็งแรงค่ะ

อีกโรคที่ป้องกันได้ และสามารถหาวัคซีนป้องกันได้แล้ว ซึ่งพี่ขอแนะนำไว้ให้ไปหาฉีด ถ้าเป็นไปได้ นั่นคือ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ค่ะ สามารถขอฉีดได้ในช่วงที่กระทรวงสาธารณสุขจัดยามาให้ ซึ่งนี่ก็เป็นช่วงใกล้กับเวลาที่จะได้ยามาแล้ว ขอจองวัคซีนได้โดยแวะไปขึ้นทะเบียนขอฉีดเอาไว้ที่ร.พ.ในพื้นที่ที่อ้ายมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ อย่างนี้ได้ยาฉีดฟรีไม่ต้องเสียเงิน ที่ให้จองเพราะว่ากระทรวงฯให้ยาตามกำลังเงินที่มีซื้อแจกมาค่ะ  ยานี้กระทรวงฯจัดมาให้ใช้กับกลุ่มเสี่ยงอย่างเช่น คนไข้เบาหวาน หอบหืด เด็กที่หอบบ่อย และหากว่ามียาพอก็ให้ผู้สูงอายุทั่วไปด้วย

ถ้าหากจะไม่ใช่สิทธิกับยาที่กระทรวงฯให้มา อ้ายเปลี่ยนสามารถติดต่อถามตามคลินิคหรือร.พ.ใหญ่ได้ค่ะ หนุนให้หาฉีดนะค่ะ เพราะว่าช่วยให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วยเรื่องหวัดธรรมดาด้วย และยังทำให้ปลอดภัยจากไข้หวัดนกที่มีโอกาสเสี่ยงในพื้นที่ลาวด้วยค่ะ

พูดถึงการตรวจรังสีปอด ก็เลยจะบอกว่า ที่กระบี่นะ เขาเจาะเลือดเพื่อตรวจดูตับว่าทำงานดีไหมให้คนไข้ด้วยนะค่ะ ดูเพื่อจะประเมินต่อว่า ผลของยาที่ให้หากไม่ได้ผลนะมีผลร่วมจากตับทำงานไม่ดีรึเปล่า ก็ยาเบาหวานที่กินนะจะออกฤทธิ์มันต้องไปที่ตับให้ตับเปลี่ยนร่างทางเคมีให้ก่อนค่ะ ถ้าตับทำงานไม่ดียาก็ลดฝีมือที่จะจัดการช่วยรักษาโรคให้  หากว่าอ้ายไปปรึกษาหมอแล้วลองปรึกษาดูว่าตรวจเช็คให้ได้มั๊ยนะค่ะ ไม่ต้องตรวจบ่อยค่ะ แค่ปีละครั้งหรือสองครั้งก็พอ

มีโรคอีกอย่างที่หากอ้ายสามารถฉีดวัคซีนป้องกันก็ดี นั่นคือ โรคอีสุกอีใสค่ะ แต่ว่าไม่ต้องฉีดนะค่ะหากเมื่ออ้ายเป็นเด็กอ้ายเป็นโรคมาแล้ว  เพราะว่าคนที่เคยเป็นมาแล้วมาฉีดวัคซีนก็ไม่ช่วยอะไรในเรื่องของการเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายค่ะ

ด้วยว่าชีวิตของอ้ายนั้นส่วนใหญ่เดินอยู่ในพื้นที่ขรุขระ ดังนั้นจึงมีโอกาสมากที่ฝ่าเท้าอ้ายจะมีรอยแตก ตาปลา รอยด้าน หรือ แผล ขอเตือนเอาไว้นะว่า เวลาที่ไปหาหมอให้อ้ายบอกหมอขอให้ช่วยจัดการให้ซะนะค่ะ เพราะว่าเจ้ารอยพวกนี้เป็นตำแหน่งที่ผิวหนังมันมีภูมิต้านทานไม่ดี แถมยังเป็นรอยเปิดที่ทำให้เชื้อโรคต่างๆเข้าไปในร่างกายได้ แล้วผลบานปลายทำให้คนไข้เบาหวานหลายคนต้องเสียขาไปมีเยอะเลยค่ะ  (ไม่ได้ขู่นะค่ะ เรื่องจริงค่ะ เรื่องจริง)

อ้ายลองตรวจตัวเองดูว่าเส้นประสาทที่เท้าทำงานดีไหม ด้วยการวางกระดาษบนพื้นแล้วลองใช้นิ้วเท้า(เท่านั้น) ฉีกกระดาษให้ขาดเป็นชิ้นเล็กๆดูค่ะ  ถ้าหากว่าทำได้ดี แปลว่า ถึงแม้จะมีอาการชาอย่างที่เป็นมาก่อน เส้นประสาทก็ยังดีอยู่ หากว่าทำได้ไม่ดี ให้อ้ายฝึกทำทุกวันๆ นะค่ะ นะค่ะ ทำเพื่อจะช่วยปลุกให้เส้นประสาทมันตื่น และให้เลือดมาเลี้ยงปลายเท้าเพิ่มขึ้นๆ  ถ้าหากว่ามีเวลา ให้นวดฝ่าเท้า ทุกวันๆด้วย เพื่อกระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงเท้าเยอะๆ จะได้ช่วยลดการเกิดหนังแข็ง หนังแตก ตาปลา และรอยปริของหนังที่มันเกิดขึ้นแล้วและป้องกันให้ไม่เกิดได้ด้วย

ถ้าหากขี้เกียจนวดเท้าก็มีทางเลือกค่ะ ถ้าที่ทำงานอ้ายมีกะลามะพร้าว เอามาเลยนะค่ะ ขัดด้วยกระดาษทรายให้ด้านเปลือกนอกของมันหมดขน แล้วนำกะลามาเรียงคว่ำบนกระดานหรือบนพื้นดินก็ได้ ถ้าบนกระดานก็ให้ยึดด้วยกาวดีกว่าตะปู (ตะปูมีรอยคม ถ้าตอกไม่ดี) เรียงปูแบบปูกระเบื้องเลยนะค่ะ แล้วทุกๆวันที่มีเวลาช่วงไหนก็ได้ ขึ้นไปเดินเล่นบนกะลานี้แหละ ตัวโยกไปโยกมาก็ช่างมัน เดินไปเดินมาสักครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ยิ่งมีเด็กๆยิ่งดี ชวนมาเล่นด้วยเพลินๆ เดี๋ยวเดียวครบเวลา ทำแค่นี้ได้ถึงสองเด้งเลยนะค่ะ  ได้ทั้งออกกำลังกายและนวดเท้าให้เลือดลมเดินดี ที่กระบี่นะมีบ้านอสม.พี่ จัดที่อย่างนี้ไว้ในชุมชน คนแก่คนเฒ่า คนเบาหวานไปเดินกัน จนเปลือกกะลามันแผลบเลย

นอกจากจะใช้กะลา อ้ายยังจำที่เราไปเจียงฮายได้ไหม ที่บ้านอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ยิ่งใหญ่ อาจารย์ของพี่บางทรายนะอ้าย เห็นหินที่กองไว้มั๊ยค่ะ นั่นนะมีความหมายในเชิงสุขภาพเลยค่ะ นำมาใช้ปูทางเดิน เดินไปก็ได้ผลเท่ากับการนวดเท้า แถมมาด้วยได้ความเย็นจากหินที่ช่วยผ่องถ่ายความร้อนจากพลังงานส่วนเกินแลกออกไปด้วย  สบายเท้าเลยแหละ เพียงแต่ก่อนขึ้นไปเดินบนทางอย่างนี้ ให้ระวังใครจะทิ้งก้นบุหรี่หรือของแหลมไว้ให้ตำเท้าได้เท่านั้นแหละค่ะ นอกนั้นนะดีแท้ๆ นี่แหละอาวุธที่ธรรมชาติให้มาละค่ะ เดินแล้วก็ไปนั่งฉีกกระดาษแข่งกับเด็ก สนุกออกค่ะพี่ เด็กๆจะได้ใช้จินตนาการและถอดบทเรียนรู้ความสนุกในเรื่องแปลกที่ไม่ใคร่ใช้มาเล่นกัน

อีกเรื่องที่เกือบลืมถาม นั่นคือ เรื่องของการตรวจตาประจำปี อ้ายบอกแต่ว่าหมอตรวจเลือดให้ พี่เดาว่าอ้ายเปลี่ยนเป็นเบาหวานมาหลายปีใช่เปล่าค่ะอ้าย ถ้าหากไม่เคยตรวจตาให้ไปตรวจด้วยนะอ้ายคนดี ตรวจดูว่าเส้นเลือดจอตามีอะไรไหมที่จะต้องป้องกันการเสื่อมจากเบาหวานขึ้นตา

ส่วนเรื่องสุดท้ายวันนี้ ก็คงจะมีเรื่องของเหงือกและฟัน เรื่องสำคัญที่ห้ามละเลยด้วยนะค่ะ หากว่ามีฟันผุอยู่ให้ไปหาหมอฟันจัดการซะนะค่ะ  ส่วนเรื่องของเหงือกนั้น ให้ระวังการแปรงฟันที่จะทำให้เกิดแผลได้ แล้วก็อย่าลืมไปที่หมอฟันให้เขาขูดหินปูนออกเพื่อกันเหงือกอักเสบให้ด้วย  ส่วนเรื่องแปรงฟันเป็นนิสัยคงไม่ต้องบอกกันก็ได้มังค่ะ มันป้องกันเรื่องเหงือกอักเสบได้ หากว่าเหงือกดี ฟันก็ไม่ผุด้วยค่ะ

โอ้โห นี่พี่เขียนอะไรเยอะแยะมากมายออกไปนะนี่ อ้านเปลี่ยนอย่าเพิ่งใจฝ่อ ทั้งหมดที่บอกนะมันเป็นการป้องกันโรคไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนที่ร้ายๆอ่ะค่ะ บอกมาเพื่อการพิจารณาตัดสินได้ตามความเหมาะสมที่อ้ายใคร่ครวญว่ามันดีกับตัวเองนะค่ะ

ส่วนเรื่องที่ค้างเอาไว้เรื่องออกกำลังกายนั้นจะช้าหน่อยนะค่ะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ สู้ นะค่ะ

« « Prev : เบาหวานกับการปรับตัวเรื่องอาหารการกิน

Next : เบาหวานกับการดูแลช่องปาก » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

7 ความคิดเห็น

  • #1 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 มกราคม 2009 เวลา 22:48 (เย็น)

    ฉีดไวรัสอักเสบบี ม่ายช่ายวัคซีนตอนอยู่ทำงานโรงบาลแล้วครับพี่ตาสองสามเข็ม
    ปีก่อนที่บริษัทเขาให้ไปตรวจดูพบว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วครับ

    ส่วนเรื่องเหงือกเรื่องฟัน แม่หมอทายแม่นอีกแล้ว
    ปีก่อนไปรักษาที่คลีนิค(ที่ดีที่สุดในขอนแก่น) อาจารย์ท่านแบ่งออกเป็นหกครั้งแนะครับ ขูดๆผ่าๆเอาออกไปหลายซี่ สุดท้ายก็ผ่าเข้าไปขูดรักษาไม่ได้หมดเพราะทำน้ำตาลให้ต่ำกว่าร้อยห้าสิบบ่ได้ โทษตัวเองนี่แหละ เลยรักษาได้ไม่ครบกระบวนการ อาจารย์ท่านเกรงว่าแผลจะไม่หาย เคยลองซี่หนึ่งต้องใช้เวลานานกว่าแผลที่เหงือกจะหาย ตอนนี้ต้องรักษาตามอาการ
    เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงในการกินผักสดด้วยครับ ต้องซื้อเครื่องบดเครืองปั่นมาไว้(แต่ก็ติดที่ขี้เกียจทำอีก) หาข้ออ้างมาแก้ตัวว่าทำไมชอบกินแป้งกินเค้กนักนั่นแหละครับ 
    ขอบคุณครับ

  • #2 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มกราคม 2009 เวลา 7:33 (เช้า)

    ช่วงไหนจะไปทำฟัน ควรขอหมอที่ดูแลเบาหวานให้สั่งยาฉีดคุมเบาหวานให้นะค่ะ จะได้คุมน้ำตาลได้เร็วค่ะ

  • #3 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มกราคม 2009 เวลา 10:34 (เช้า)

    สาวตา  ครับ

    ผมมีข้อข้องใจเรื่องนึง คือ ถ้าเราฉีดแต่วัคซีน  ฉีดกันทุกเรื่อง มันไม่มีผลต่อร่างกายหรือครับ 

    ขอบคุณมากครับ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มกราคม 2009 เวลา 10:56 (เช้า)

    อ่านแล้ว อิอิ มาก

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มกราคม 2009 เวลา 20:48 (เย็น)

    หมอสาวตาแนะนำเปลี่ยน

    แต่คนอื่นได้ความรู้ไปด้วย

    เยี่ยม…

  • #6 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 มกราคม 2009 เวลา 0:31 (เช้า)

    - ฉีดไวรัสอักเสบบี ม่ายช่ายวัคซีนตอนอยู่ทำงานโรงบาลแล้วครับพี่ตาสองสามเข็ม
    ปีก่อนที่บริษัทเขาให้ไปตรวจดูพบว่ามีภูมิคุ้มกันแล้วครับ…..OK…ผ่าน…ครบ 5 ปีแล้วกระตุ้นภูมิอีกทีก็ดีนะถ้ามีกำลังทรัพย์ นับ 5 ปี จากเข็มสุดท้าย (เข็มสาม)ค่ะ….ไวรัสอักเสบบีนะแหละ วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีค่า

    - เรื่องเหงือกเรื่องฟัน ขูดๆผ่าๆเอาออกไปหลายซี่ สุดท้ายก็ผ่าเข้าไปขูดรักษาไม่ได้หมด…..แปลว่า ยังเหลือตอผุๆอยู่รึ….มีอีกวิธี ขอให้หมอฟันช่วยใช้ฟลูออไรด์ทาเคลือบกันซี่อื่นๆไปพลางๆ + แปรงฟันหลังกินอาหารมื้อหลักทุกครั้ง + ใช้ฟรอสต์ทุกครั้งหลังกินอาหาร + รีบปรึกษาหมอฟันเรื่องให้ยาปฏิชีวนะให้ถ้ายังไม่ถอนฟันผุออกแล้วมีเหงือกอักเสบ(ดูจากกลิ่นปากได้ค่ะว่ามีการติดเชื้อมั๊ย อีตรงที่เหงือกอักเสบนะ)……นี้คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุมน้ำตาลในเลือดไม่ลงค่ะ 

    - เคยลองซี่หนึ่งต้องใช้เวลานานกว่าแผลที่เหงือกจะหาย…….สงสัยว่าไม่ได้ยาปฏิชีวนะหรือไร หรือว่าอ้ายถอนแล้ววางใจว่าไม่เป็นไร จึงไม่ไปปรึกษาขอยาปฏิชีวนะมากิน

    - อ้ายเคยตรวจตารึยัง ถ้ายังจะนัดหมอตาทางนี้ให้ช่วยตรวจให้ด้วยเลย

  • #7 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 มกราคม 2009 เวลา 0:41 (เช้า)

    ที่พี่เหลียงถามว่า ถ้าเราฉีดแต่วัคซีน  ฉีดกันทุกเรื่อง มันไม่มีผลต่อร่างกายหรือ

    คำตอบคือว่า ผลกับร่างกายนะมีอยู่ เรื่องดี คือ สิ่งที่ใส่เข้าไป…ไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิต้านทานที่ต้านโรคที่เกิดจากเชื้อตามธรรมชาติเอาไว้ก่อนหน้า……พอรับเชื้อธรรมชาติเข้าไปจริงๆ….ภูมิจะขึ้นมาคุ้มกันได้ทันเวลาค่ะ

    ส่วนผลเสียนะ มีเรื่องของการแพ้สารเคมีที่เป็นส่วนผสมเพื่อให้ส่วนสำคัญที่จะไปกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นสามารถคงตัวอยู่ได้….อันนี้สำหรับคนทั่วไปค่ะ

    สำหรับคนที่ภูมิคุ้มกันแยะมากๆ มีผลเสียตรงที่ ให้เข้าไปแล้วอาจจะเกิดผลจากเชื้อในวัคซีนค่ะ เพราะว่าวัคซีนบางชนิดเป็นเชื้อโรคที่ทำให้อ่อนแอลงแล้วฉีดเข้าไปให้ร่างกายทำความรู้จักและจัดการค่ะ

    เรื่องมันยาว ขอต๊ะพี่ไว้ก่อนนะค่ะ จะค่อยๆเรียบเรียงออกมาให้เข้าใจกลไกของมันง่ายๆเป็นบันทึกอีกเรื่องละกันค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.069309234619141 sec
Sidebar: 0.095932960510254 sec