ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาวเกาะ๒)

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2008 เวลา 8:07 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 1529

โปรดเถิดดวงใจ

ตอนยังเล็ก แม่เล่าให้ฟังว่าผมกินนมแม่ตั้งหลายเดือนไม่ยอมทิ้งนมแม่ จนแม่ทนไม่ไหวแสบหัวนมไปหมดเลยต้องซื้อนมกระป๋องให้ทาน แถมตอนนอนต้องเปิดแผ่นเสียงให้ฟังด้วยนะ (พ่อชอบของทันสมัยมาก สมัยนั้นบ้านเรามีแผ่นเสียงเป็นบ้านแรก แผ่นเสียงขนาด ๗๒ รอบ ต่อมาเป็นขนาด ๕๔ รอบ แล้วมาเป็น ๓๓ รอบ) ผมมีเพลงโปรด คือโปรดเถิดดวงใจ เวลาจะนอนต้องกล่อมด้วยเพลงนี้เท่านั้น เพราะคนร้องชื่อทูล ทองใจ คนฟังชื่อ ฑูร ทองตัน ฮ่าๆๆ

สมัยเป็นนักเรียน ได้เป็นหัวหน้าชั้นมาตั้งแต่ชั้น ป.๕ จนจบ ม.ศ.๕ มีเป็นรองหัวหน้าชั้นก็ตอน ม.ศ.๔ เข้าไปใหม่ๆมีแต่ผู้หญิง พวกผู้หญิงก็เลยเลือกผู้หญิงเป็นหัวหน้า และได้รับเลือกเป็นหัวหน้าตอน ม.ศ.๕ และเป็นรองประธานนักเรียน การที่เราได้เป็นหัวหน้าอยู่บ่อยๆมันสั่งสมประสบการณ์ให้เราต้องเป็นผู้นำมาโดยตลอด เพราะมันจะเพาะเชื้อของความมั่นใจให้กับเราเรื่อยๆ และสิ่งที่ไม่ดีจะตามมาคือการเอาแต่ใจตัวเป็นใหญ่ ซึ่งเราต้องรู้จักระมัดระวังตนเองอยู่เสมอ….

สมัยเด็กซนมาก จนถึงขนาดแม่ลงโทษด้วยการจับมัดกับต้นมะกอก เอาสำลีอุดหู อุดจมูก ให้หายใจทางปาก แล้วสอยรังมดแดงมาสุมที่ขา โอ้..แม่เจ้า…. เข็ดเขี้ยวไปนาน กลายเป็นเด็กเรียบร้อยเหมือนผ้าพับได้สักสองสามอาทิตย์ อิอิ ถามแม่ว่าทำไมทำอย่างนั้น แม่บอกว่าปากมันหุบได้ หูกับจมูกหุบเองไม่ได้ ถ้ามดเข้าไปจะแก้ไขไม่ได้ แต่ถ้ามัวแต่อ้าปากมดมันก็เข้าปากเรายังกัด ยังถ่ม ยังถุยมันได้ อิอิ แถมแม่บอกว่า ถ้าไม่ได้รังมดแดง แกจะได้เป็นอัยการใหญ่โตยังงี้เรอะ…อิอิ จริงครับแม่….แต่ครอบครัวผมทุกครั้งที่มีการตีจะมีการทบทวนเหตุการณ์กันก่อนว่าไปทำอะไรมา ผิดไหม แล้วจึงจะลงโทษ ดังนั้นจึงไม่มีใครหนีเวลาถูกลงโทษ

<

โตเป็นหนุ่มขึ้นมาเห็นเพื่อนเล่นกีตาร์ เคยขอยืมเพื่อนมาหัดเล่น อยากได้มากแต่ไม่รู้จะทำยังไง เอาไม้กวาดมาทำกีตาร์เล่นเพลงสากลบ้าง ลูกทุ่งบ้าง ตามเสียงเทป บางทีก็เอามาทำเบส พ่อคงทนดูไม่ได้ก็แอบไปซื้อกีต้าร์มาให้ตัวนึงเป็นกีต้าร์คลาสสิค แต่เราก็ไม่รู้จักเพียงสงสัยว่าทำไมกีตาร์เพื่อนคอเล็กของเราทำไมคอใหญ่ ฮ่าๆๆ ในที่สุดก็เล่นกีตาร์เท่ห์มาก สาวกรี๊ดสลบเวลาเล่นดนตรีร้องเพลง เริ่มร้องเพลงเล่นดนตรีด้วยเพลงสากล ต่อมาเวลาไปเล่นในวงก็ไปร้องเพลงลูกกรุง เล่นไปเล่นมาจึงรู้ว่าจริงๆแล้วชอบเพลงลูกทุ่ง ฮ่าๆ ตอนเล่นดนตรีก็มีเรื่องมันๆ เวลานักร้องกิตติมศักดิ์ขึ้นมาร้องเพลง มักไม่ค่อยรู้จักชื่อเพลง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขอร้องเพลงดาว ถามว่าขึ้นยังไง แกก็ตอบว่าขึ้นด้วย ดาวววว…แต่เราไม่รู้ว่าดาวไหน หัวหน้าวงก็ขึ้นจังหวะออฟบิท คนรุ่นผมจะรู้จักเพลงนี้ดี ดาว…ดาวดวงหนึ่งซึ่งสุดโสภี..ดาวประดับในดวงฤดี..(เพลงเร็ว). ดนตรีขึ้นอินโทรเสร็จ กลองส่งจังหวะให้นักร้อง หัวหน้าพยักหน้าให้นักร้อง แกก็ร้อง ฮือ ฮือ ฮือ…..โอ้…..ดาว…ไร้ราคีคาว….(ของสุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเป็นเพลงช้า) นักดนตรีแทบจะไม่ต้องเป่ากันเลยหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง..

สมัยเป็นนักเรียนอยู่อำนวยศิลป์ เพื่อนๆซื้อสลากเป็นแผงมาขาย ได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำ เราอยากได้มั่งก็ฝากเพื่อนซื้อเอามาขาย รู้ว่าผิดระเบียบโรงเรียนแต่ก็ยังฝ่าฝืนเพราะจะได้มีเงินซื้อลูกชิ้นปิ้งกินเพิ่ม วันนั้นใส่ไว้ในกระเป๋าเรียน มีชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะ เพื่อนก็เอาไปเล่นกัน ผมเห็นว่ามันไม่ใช่เวลาพักก็ไม่เอาออกมาขาย แต่เพื่อนเอาไปขาย จนถูกครูจับได้ก็เลยถูกทำโทษ คราวนี้เพื่อนมันซัดว่าของหัวหน้าก็มี ครูก็ถามว่าว่าไงหัวหน้ามีกับเขาไหม ผมก็ปฏิเสธว่าไม่มีแต่เพื่อนมันก็บอกครูว่าค้นในกระเป๋าเลย อยู่ในกระเป๋า ครูหันมามองหน้าผมซึ่งตอนนั้นซีดเป็นไก่ต้ม ครูบอกว่าครูเชื่อในเกียรติของหัวหน้าไม่ค้น ไม่ว่าอะไร ผมรู้ว่าครูรู้ แต่ครูให้เกียรติเรา ครูสอนว่าอย่าเล่นการพนันเพราะการพนันไม่ดี จะทำให้เราฉิบหาย ตั้งแต่วันนั้นผมเลิกซื้อสลากมาขาย เลิกทำผิดระเบียบของโรงเรียนอย่างเด็ดขาด และมันส่งผลมาถึงการทำงานที่ให้อภัยคนมาโดยตลอด เพราะคนเราผิดพลาดกันได้ แต่ก็ไม่ควรทำความผิดซ้ำ เพราะถ้าทำซ้ำผมไม่ยอม ใครมาขอก็ไม่ยอมช่วยเป็นอันขาดเพราะถือว่าเขารู้แล้ว มันได้โอกาสแล้ว ยังทำอีก

ตอนอยู่อำนวยศิลป์ อยากหาเงินซื้อของเล่นไปฝากน้องก่อนกลับบ้านตอนปิดเทอม ก็เลยสมัครไปขายสลากกาชาดแต่งชุดลูกเสือไปขายได้มา ๒๐๐ กว่าบาท ซื้อปืนของเล่นอย่างดีให้น้อง ๑ กระบอก ภูมิใจมากๆที่หาเงินซื้อของเล่นให้น้องได้ น้องคนนี้เป็นลูกของอา ชอบเล่นปืนมาก อาก็มีปืนหลายกระบอก ต่อมาน้องคนนี้ได้เป็นตำรวจ และตายด้วยอาวุธปืนของลูกน้อง รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ซื้อปืนเด็กเล่นให้น้องเพราะเราก็เป็นผู้สนับสนุนให้น้องเล่นปืนคนหนึ่ง ต่อมาเมื่อมีโอกาสเขียนบทความจึงได้เขียนเรื่อง “ปืน อาวุธที่ควรมีไว้ในบ้าน?” ต่อต้านแม้กระทั่งปืนเด็กเล่น ลูกผมก็ไม่ให้เล่นปืนของเล่นอีกเลย

สิ่งที่เห็นชินตาเมื่ออยู่กับพ่อแม่ก็คือ พ่อมักไปช่วยงานสังคมไม่ขาด เป็นสมาชิกสโมสรไลออนส์พังงา คบค้าสมาคมกับข้าราชการ เพราะเรามีสินค้าที่ขายกับส่วนราชการ และเห็นข้าราชการที่ชอบเอารัดเอาเปรียบพ่อค้า ทำให้คิดว่า สักวันหนึ่งเมื่อเราจบการศึกษาถ้าจะรับราชการจะไม่รับราชการในตำแหน่งเล็ก แต่จะใหญ่ทีเดียวเพื่อให้ข้าราชการเหล่านั้นเกรงใจไม่กล้ารังแกพ่อเรา มีทางเลือกอยู่สองทาง ไม่เป็นผู้พิพากษาก็เป็นอัยการ แต่อัยการสอบก่อน แต่ตอนนั้นเป็นทนายก่อนประมาณสามปี จึงสอบเข้ารับราชการเป็นอัยการ และไม่มีใครกล้ามายุ่งกับพ่ออีก

แม่เป็นคนมีนิสัยสนุกสนาน อารมณ์ดี เวลาโมโหพวกเราจะโดนเรียงเป็นลูกระนาด ดังนั้น เวลาแม่ทำโทษน้องเราต้องไม่โผล่ไปให้เห็นหน้า ไม่งั้นจะถูกหางเลขไปด้วย เช่น กำลังทำโทษน้องอยู่ เราไปยืนดูน้องด้วยความสะใจ กำลังด่าน้องอยู่ดีๆ ก็จะแว๊บมา “บัณฑูร ก็เหมือนกัน วันก่อน…ทำอย่างนั้นอย่างนี้” .จ๊าก…ก็คราวนี้ผมไม่ได้ทำผิดด้วยอ่ะ แม่….คราวนี้ไม่ได้ทำแต่วันก่อนแกทำฉันยังไม่ได้คิดบัญชี ไปโน่น…. อิอิ แม่จะมีเพื่อนมาก เวลามีงานศพ งานบุญ สิ่งที่เราเห็นเจนตาก็คือแม่จะถือมีดห่อกระดาษไปวัดที่เขามีงานหรือบ้านงานศพ ไปช่วยอยู่ในครัว แล้วแม่ก็จะเล่านิทานทะลึ่งให้บรรดาแม่ครัวฟัง ผมติดมาจากแม่…อิอิ

ผมชอบงานศิลปะ ตอนเด็กๆอยู่ชั้นประถม ๔ ชอบเอากระดาษมาวาดรูป ผมรู้สึกว่ารูปมิตร ชัยบัญชา ที่สวมหน้ากากอินทรีแดงวาดง่ายมาก วาดยังไงก็เหมือน วาดแจกเพื่อนยังได้เลย ผมยังจำความรู้สึกว่า “ตูวาดเหมือน”ได้เลย ถ้าไม่รู้ว่าผมวาดเหมือนยังไง ก็วาดแบบนี้แหละ ผมว่ามันเหมือนจริงๆ ง่ายมาก พอโตขึ้นมา ถามตัวเองว่า “เอ็งรู้สึกได้ไงว่าเหมือนวะ..” อิอิ

ผมอยากจะเรียนเพาะช่าง แต่พ่อไม่ชอบเพราะมองไม่เห็นอนาคตว่าจบมาแล้วจะทำอะไรกิน เหมือนกับเล่นดนตรีสมัยนั้นก็คือพวกเต้นกินรำกินไม่มีอนาคต แต่พอมาถึงน้องชาย(โกไข่)ผมผลักดันพ่อได้สำเร็จให้น้องได้เรียนในสิ่งที่เขาชอบ และเขาก็ก้าวหน้าในวิชาชีพของเขามาโดยตลอด เขาเป็นครูก็เพราะเขาเรียนดนตรีมาและเข้าถึงมันจริงๆ ขนาดเขาจบปริญญาตรี แต่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเชิญเขาไปเป็นอาจารย์พิเศษให้เขาเขียนหลักสูตรเองได้เลย ทุกวันนี้พ่อก็จะภาคภูมิใจในตัวน้องมาก ถ้าน้องมาเล่นคอนเสิร์ตแถวบ้านพ่อจะไปดูเสมอ…

ถอดบทเรียนชีวิต

๑.การให้เด็กฟังเพลงตั้งแต่เล็กๆ และเป็นเพลงไพเราะจะทำให้เขาเติบโตเป็นคนอารมณ์ดี คิดในแง่บวก
๒.การมีอำนาจจะทำให้คนเหลิงในอำนาจ ควรที่คนมีอำนาจจะต้องทบทวนตัวเองอยู่เสมอ เรามักจะเห็นคนเป็นยักษ์มารเมื่อขึ้นสู่อำนาจเสมอ เพราะเขาไม่รู้จักมองดูตัวเอง
๓.จะให้ลูกเติบโตอย่างมีเหตุผล การลงโทษลูกก็ต้องมีเหตุผลให้เขารู้ว่าเพราะเขาทำผิดเขาจึงต้องถูกลงโทษ
๔.คนเล่นดนตรีจะเป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวง่าย จึงควรจะต้องมีสติกำกับเพราะความสนุกสนานเช่นนั้นไม่ยั่งยืน
๕.ดนตรีใช้กล่อมเกลาคนให้มีความสุขและระบายความทุกข์ได้ถ้าใช้เป็น อย่าใช้เสียงเพลงทับถมความทุกข์ที่มี
๖.คนเราไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิด ดังนั้นหากอภัยให้เขาได้อภัยให้เขาเถอะเพราะถ้าเขาสำนึกเขาจะเป็นคนดีได้เหมือนกัน
๗.สิ่งที่เรียกว่าอาวุธไม่ควรสะสมไว้ในบ้าน เพราะอาวุธมันไม่มีอะไรดีเลยมีแต่ใช้ฆ่าประหัตประหารกัน
๘.คนเป็นพ่อแม่ถ้าไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ลูกก็มีความสุขและจะทำให้เขาพัฒนาศักยภาพเขาได้อย่างเต็มที่
๙.พ่อแม่อารมณ์ดี ลูกจะอารมณ์ดี และมองโลกในแง่ดี
๑๐.อย่าไปยัดเยียดสิ่งที่พ่อแม่อยากเป็นให้ลูก ให้เขาได้เป็นตามที่เขาต้องการ
เห็นไหมผมบอกแล้วว่าให้เล่าแล้วมันยาว…ดูๆไปผมยังมองไม่เห็นตอนจบเลยนะเนี่ย..ฮ่าๆๆ

Post to Twitter Post to Facebook

« « Prev : ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาวเกาะ)

Next : ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาวเกาะ๓) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2008 เวลา 17:37

    น่ารักจังค่ะ เบิร์ดเห็นด้วยกับการลงโทษว่าควรจะระงับอารมณ์ก่อนและไล่เรียงความผิดเพื่อให้รู้ถึงโทษานุโทษว่าเพราะเหตุใด ก่อนจะลงโทษ

    และการมัดกับต้นมะกอกนี่สร้างสรรค์มากเลยค่ะ ^ ^

  • #2 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2008 เวลา 20:54

    สวัสดีครับน้องเบิร์ด
    การลงโทษของแม่สร้างสรรค์มาก อิอิ ก้านมะยมงี้ ด้ามไม้ปัดขนไก่งี้ พ่อเป็นผู้จัดการร้านซิงเกอร์มีอะไหล่จักรเย็บผ้าขาย สายพานจักรที่เป็นหนังกลมๆก็โดนมาแล้ว อิอิ

  • #3 หมอเจ๊ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2008 เวลา 18:06

    จะมาบอกว่าไม่แข่ง ไม่แข่ง ในเรื่องการเขียนนะน้อง  ต่างคนต่างเขียนกันไป แบ่งปันสิ่งที่อยากจะให้นะค่ะ 
    สิ่งที่เขียนนี่ดีแล้ว อ่านแล้วรู้ว่าผู้ใหญ่ในรุ่นพ่อแม่เราคิดยังไง จะได้ถอดใจตัวเองดูให้รู้จริง  ว่าเมื่อมาเป็นพ่อแม่คนแล้ว  เรามีคิดต่างคิดเหมือนอยู่ในมุมใดกันบ้าง อะไรที่เคยติดข้อง ก็จะเริ่มเห็นปมของมัน จนสามารถแก้ปมมันได้  ส่วนตัวเราก็จะคลายให้ปมนั้นไม่เป็นปมอีกต่อไปค่ะ

  • #4 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2008 เวลา 20:51

    พี่ตาครับ การถ่ายทอดเรื่องราวของผม ผมสนุกเมื่อได้นึกถึงความหลัง และเขียนไปมันก็หลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ พอเขียนมากเข้ามันก็กลายเป็นโอ้อวด แต่มันยังไม่อยากจบเพราะมีเรื่องจะถ่ายทอดอีก เลยไม่รู้เอาไงดี อิอิ แต่จะเขียนเก็บไว้ในเรื่องการทำงาน การสู้ชีวิตตอนไอเอ็มเอฟ การทำขนมขายหารายได้ขณะเป็็นอัยการ อาชีพที่เขาว่าสามารถ make money ได้มากมาย แต่ผมแบกถุงถั่วลิสงให้คุณแอ๊ดเพื่อทำขนมขายในขณะเป็นอัยการจังหวัดเยาวชนฯอย่างมีความสุข
    แต่การเป็นพ่อเป็นแม่ คนที่ยังไม่ได้เป็นพ่อเป็นแม่จริงไม่รู้หรอกว่าความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกมากมายขนาดไหน ผมพยายามไม่สร้างปมให้ลูกแก้ครับ อิอิ

  • #5 ลานไผเป็นไผ » เจ้าเป็นไผ… สะท้านยุทธจักร(ตอนรวมจอมยุทธ์) ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 กุมภาพันธ 2009 เวลา 13:29

    [...] ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาว… [...]

  • #6 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 กุมภาพันธ 2009 เวลา 19:01

    นึกถึงไม้ดัดค่ะ ต้องถูกถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูแล และ ดัด ถึงได้งามเป็นรูปเป็นร่างถึงทุกวันนี้ค่ะ ^_^


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.096458196640015 sec
Sidebar: 0.10271382331848 sec