เฮฮาศาสตร์(ห้วยขาแข้ง)๓

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 15 ธันวาคม 2013 เวลา 17:02 ในหมวดหมู่ เฮสิบห้วยขาแข้ง, เฮฮาศาสตร์ #
อ่าน: 1275

เล่าต่อนะครับ…ออกเดินทางยังไม่ทันถึงไหนเลย พอถึงบริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก็เห็นละมั่ง กวาง นอนเล่นใต้ร่มไม้ใกล้บ้านพักหลายตัว อาจารย์ปอหยุดรถ แล้วผมกับอาจารย์ปอลงไปถ่ายรูปกันหลายรูป พยายามจะให้ไม่เห็นศาลพระภูมิก็ติดราวตากผ้า ฮา…หลบราวตากผ้าก็ติดรถยนต์ ฮา…หลบรถยนต์ก็ติดบ้านพัก เอาว่าจะหามุมถ่ายแบบเนียนๆยากมาก อิอิ เพราะสัตว์ที่นี่มันคุ้นเพราะคนไม่ทำร้ายมันนั่นเอง…

เราเดินทางกันต่อถึงวัดท่าซุง เป็นวัดที่อลังการงานสร้างมาก พื้นที่นับร้อยไร่ เราเห็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่ยิ่งใหญ่ เห็นโรงทานขนาดใหญ่ เห็นห้องน้ำจำนวนมาก เห็นวิหารแก้ว วิหารทอง ในบริเวณวัดถ้าเดินชมทุกจุดรับรองลิ้นห้อย หายสงสัยว่าทำไมจึงมีรถบริการชมรอบวัด ขนาดเราได้ดูไม่กี่จุดก็เห็นความงาม เห็นความศรัทธาของญาติโยมที่ทำบุญอุทิศถวายวัด ไหว้พระกันแล้ว เราก็ไปกันที่วัดอุโบสถาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีภาพเขียนโบราณงดงามมาก ได้ชมแล้วรู้สึกประทับใจในความเป็นไทย รู้สึกถึงความศรัทธาของศิลปิน เราเดินชมความงามในบริเวณวัดอย่างสุขใจ นี่เป็นกิจกรรมหนึ่งของชาวเฮฮาศาสตร์เราไปที่ไหน เจ้าภาพก็จะพาเราไปไหว้พระ ไปดูศิลปะ ไปดูธรรมชาติ ซึ่งล้วนแต่เป็นของชอบของพวกเราขาวเฮทั้งหลาย

เราออกจากวัดก็ไปขึ้นเขาสะแกกรังไปชมพระอาทิตย์ตก ชมวิวเมืองอุทัยธานี ไหว้พระอนุสาวรีย์พระบิดารัชกาลที่ ๑ และจุดโคมลอย ลอยโรคภัยไข้เจ็บ ลุ้นกันทุกโคม อิอิ

ลงจากเขาสะแกกรัง เราไปทานอาหารกันที่ร้านทูซิท To Sit ไปถึงที่ร้านเจอหมอป่วนกับแม่นุ รออยู่แล้วก็เลยจัดมหกรรมกอดกันในร้าน เฮฮาปาร์ตี้กัน และที่นี่เราได้พบขาใหญ่แห่งห้วยขาแข้ง พี่สมพงษ์ สุทธิวงษ์ ท่านมาเล่าความเป็นมาว่าทำไมถึงต้องมาทำงานนี้ ซึ่งพวกเราได้เขียนเล่ากันแล้ว ผมขอผ่าน และเราได้พบท่าน ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. ซึ่งท่านได้มาพบปะพูดคุยเป็นกันเองกับพวกเรา

อาหารที่อร่อยดี ทานข้าวกันแล้วนอกจากขาใหญ่จะมาเล่าเรื่องราวหนหลังให้พวกเราฟังแล้ว ท่านยังเล่าให้ฟังว่าปัจจุบันทำอะไรอยู่ และที่ท่านกำลังผลักดันอีกเรื่องหนึ่งในขณะนี้ก็คือการปลูกพืชไร้สารพิษ และท่านกำลังโปรโมทข้าวไรซ์เบอร์รี่กับข้าวหินเหล็ก ขายแพคละ ๙๕ บาท รวมค่าส่งเพื่อให้พวกเราสั่งซื้อและส่งทางไปรษณีย์ ท่านอยากรู้ว่ามันจะถึงไหม พวกเราสั่งกันคนละโลสองโล อยากลองดูว่าไปรษณีย์ไทยจะส่งของให้เราได้ไหม ถ้าส่งได้เราจะได้ช่วยกันอุดหนุนของดีทมีคุณภาพ เพราะตามห้างขายข้าวไรซ์เบอร์รี่กล่อง ๑ กิโล ราคา ๑๒๕ บาท

เรากลับถึงที่พักก็ดึกแล้ว แยกย้ายกันเข้านอน ตื่นเช้าขึ้นมาผมอดที่จะถามอาจารย์ปอไม่ได้ว่าเมื่อคืนผมละเมออีกไหม อาจารย์ปอบอกว่าละเมอแต่พูดภาษาใต้สั่งงานอะไรบ้างไม่รู้พูดฟังไม่ทัน ฮา…เฮ้อ…ดีนะที่ไม่มีกิ๊กเกิ๊กกับเขา ไม่งั้นละยุ่ง ฮา….
รุ่งเช้าเราถูกกำหนดให้รีบตื่นรีบทานอาหารเช้าเพราะเราจะต้องเดินทางไกลหน่อย ผมกับอาจารย์ปอแพ็คกระเป๋ากันเรียบร้อยเอาขึ้นรถไว้เลย เพราะตอนเย็นเราต้องกลับกรุงเทพฯ อาจารย์ปอมีนัด ผมต้องกลับเพื่อไปร่วมงานแต่งงานหลานที่ตะกั่วป่า

เราออกเดินทางจากอ่างเก็บน้ำทับเสลาไปอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ไปถึงเราเห็นคนจำนวนไม่น้อยกำลังเก็บเต้นท์ ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าที่ช่องเย็นคงจะหาที่จอดรถยาก จากที่เราตั้งใจว่าจะขึ้นไปช่องเย็น ผมกับอาจารย์ปอจะร่ำลาแยกย้ายกับชาวเฮเมื่อออกจากช่องเย็นแล้ว ก็เลยตัดสินไปว่าออกจากอุทยานแล้วเราจะไปลานนกยูงและสถานที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ แล้วจะแยกย้ายกันที่นี่

เราเข้าห้องประชุมของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เพื่อพบกับอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ และดร.สมิทธ์ ตุงคะสมิต มาเล่าให้พวกเราฟังถึงการต่อสู้เพื่อคัดค้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ที่อ้างว่าเพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งไม่เป็นความจริง ทั้งโครงการนี้เคยมีการสำรวจแล้วว่าตำแหน่งที่หากจะสร้างน่าจะเป็นที่เขาชนกันซึ่งสร้างเขื่อนที่มีความยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร แต่หากจะสร้าง ณ ตำแหน่งที่กำหนดจะเป็นเขื่อนขนาด ๘๐๐ เมตร แต่นั่นแหละการสร้างเขื่อนห่งนี้มีเบื้องหลังมากมาย เราได้ฟังเรื่องราวจาก ผัดไท (นามสมมุติในเฟสบุ้ค) มาเล่าให้เราฟังถึงการพยายามคัดค้าน การถูกข่มขู่ การถูกทำลายป้าย ระหว่างทางมายังอุทยานเราก็เห็นการคัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำ มันเกิดอะไรขึ้น

จากสองตามที่พวกเรามองเห็นความอุดมสมบูรณ์ของป่า ทั้งเรื่องราวของห้วยขาแข้ง เรื่องราวของป่าอุทยานแม่วงก์ แม่เรวา กับภาพจำลองของ ดร.สมพร ช่วยอารีย์หรือ ดร.เม้ง ของพวกเราที่นำความลาดเอียงของพื้นที่มาจำลองภาพว่าถ้ากั้นเขื่อนแล้วน้ำล้นออกจากเขื่อนน้ำจะไหลไปทางทิศใด บ่งบอกให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่ามันใช่ภาพอย่างที่ฝ่ายต้องการสร้างเขื่อนบอกพวกเราเลย แถมเวลารับฟังความคิดเห็นจากการประชาพิจารณ์ก็ไม่ตรงไปตรงมา เกณฑ์คนจากพื้นที่ไม่ถูกน้ำท่วมให้เข้าห้องประชุม ฝ่ายที่คัดค้านจะถูกกีดกันไม่ให้เข้าห้องประชุมทุกรูปแบบ ทั้งๆที่ลงชื่อจองเข้าร่วมประชาพิจารณ์แล้ว แสดงบัตรก็แล้วยังต้องเอาสำเนาบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน และไม่มีบริการเครื่องถ่ายไว้ให้ด้วย ถ้าภาครัฐทำอะไรไม่ตรงไปตรงมากก็จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต
ท่านลองนึกภาพตามผมนะครับ ผืนป่าอันเป็นมรดกโลกที่มีสรรพสัตว์น้อยใหญ่ ป่าไม้ที่มีพืชหลากหลายสายพันธุ์ พื้นที่ริมน้ำอันเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าเหล่านั้นเมื่อถูกน้ำท่วม มันไม่ใช่กระทบสัตว์ป่าที่อยู่ตรงนั้นแต่มันกระทบสัตว์ป่าที่อยู่รอบบริเวณ เราพร่ำบอกกันว่าป่าไม้เราเหลือน้อยลงทุกปี ประชาชนต้องมีหน้าที่ในการช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แทนที่ภาครัฐจะอนุรักษ์พื้นที่ป่าอย่างจริงจัง แต่ภาครัฐเสียเองที่เป็นตัวตั้งตัวตีที่ทำให้ป่าสูญหายเพิ่มขึ้นอีก มันสวนทางกับปากที่บอกว่าเราต้องช่วยกันอนุรักษ์ มันสวนทางกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๗,๗๓,๘๕

มาตรา ๖๗ สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษาและการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการคุ้มครอง ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ หรือคุณภาพชีวิตของตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามความเหมาะสม

การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะได้ศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชน และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว

สิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัตินี้ ย่อมได้รับความคุ้มครอง

มาตรา ๗๓ บุคคลมีหน้าที่รับราชการทหาร ช่วยเหลือในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติสาธารณะ เสียภาษีอากร ช่วยเหลือราชการ รับการศึกษาอบรม พิทักษ์ ปกป้อง และสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ๘๕ รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากร ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยให้คำนึงถึงความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ทั้งผืนดิน ผืนน้ำ วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และกำหนดมาตรฐานการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินนั้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย
(๒) กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและดำเนินการให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึงโดยการปฏิรูปที่ดินหรือวิธีอื่น รวมทั้งจัดหาแหล่งน้ำเพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างพอเพียงและเหมาะสมแก่การเกษตร
(๓) จัดให้มีการวางผังเมือง พัฒนา และดำเนินการตามผังเมืองอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
(๔) จัดให้มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอื่นอย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสงวน บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล
(๕) ส่งเสริม บำรุงรักษา และคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดจนควบคุมและกำจัดภาวะมลพิษที่มีผลต่อสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยประชาชน ชุมชนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน

แต่ข้อมูลที่เราได้รับรู้ในวันนั้น มันเหมือนจะสวนทางกับที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญที่ผมคัดลอกมาให้อ่านกันข้างต้น
เราทานข้าวกันแล้ว ก็ออกไปที่ลานนกยูงและสถานที่สร้างเขื่อนแม่วงก์ เราไปดูนิทรรศการที่บ่งบอกเรื่องราวการคิดสร้างเขื่อน การโต้แย้งถึงความเหมาะสม สภาพความสุญเสียที่เราจะได้รับ การคัดค้านจากหน่วยงานของรัฐเอง แต่รัฐบาลก็ยังต้องการจะสร้าง มันเกิดอะไรขึ้นหรือพี่น้อง

พวกเราไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการสร้างเขื่อนแม่วงก์เพราะเราไม่ใช่คนแถวนั้น แต่การสูญเสียป่า การสูญเสียธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มันเป็นการสูญเสียของคนไทยทั้งมวลไม่ใช่หรือ…

ผมกับอาจารย์ปอได้ล่ำลากับชาวเฮตอนที่พวกเราแยกย้ายกันจะไปมออีหืด ทราบภายหลังว่าการขึ้นมออีหืดนอกจากจะได้เห็นอีหืดยังได้เห็นไอ้หืดด้วย ฮา…

ยังมีต่อนะจะบอกให้…

Post to Twitter Post to Facebook

« « Prev : เฮฮาศาสตร์(ห้วยขาแข้ง)๒

Next : เฮฮาศาสตร์(ห้วยขาแข้ง)๔ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

23 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.042004108428955 sec
Sidebar: 0.068217039108276 sec