แก้มลิง..วิจารณ์นโยบายแก้น้ำท่วมรัฐบาล ๓
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ๒ ได้กำหนดว่า พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนจะเน้นไปที่ทำแก้มลิง ส่วนภาคกทม.ปริมณฑลเน้นการขุดคลองระบายน้ำ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย
ผมเห็นว่าภาคกทม.ฯ ต้องทำแก้มลิงให้มากกว่าภาคกลางตอนบนเสียอีก เพราะถ้าฝนไม่ตกที่ภาคอื่น แต่ตกหนักเฉพาะกทม.ฯ ล่ะ มันก็ท่วมหนัก
ลองคำนวณดูนะครับ พื้นที่กทม. และปมฑ. นั้น มีพื้นที่อย่างน้อย 10,000 ตร.กม. ถ้าฝนตกหนักสามวันสามคืน ก็อาจรับน้ำ 1 หมื่นล้านลบ.ม. ถ้าตกเจ็ดวันเจ็ดคืน ก็ 2 หมื่นล้านลบ.ม. แล้วถ้าพื้นที่ด้านในไม่มีแก้มลิงพยุงน้ำเลย คลองที่ว่ามันก็คงระบายน้ำไม่พอ ก็ต้องล้นมาท่วมอยู่ดี
ดังนั้นแก้มลิงควรมีกระจาย ที่ภาคกลางตอนบน ตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา และที่ควรมีมากคือปมฑ. ด้วยซ้ำไป
การเวนคืนที่ดินถ้ายุทธศาสตร์ที่ดีไม่น่าต้องเสียเงินเลย ไม่ว่าการขุดคลอง หรือทำแก้มลิง เพราะมันจะทำให้ที่ดินขึ้นราคามาก แล้วเราก็เอาค่าที่ดินที่ขึ้นราคานั้นมาชดใช้ค่าเวนคืนสิ แต่ต้องมีการลงทะเบียนว่าใครเสียพื้นที่และใครได้ทีดินติดแก้มลิงและคลอง แล้วมีการจัดสรรแบ่งปันรายได้ให้ดี มีคกก. ควบคุมการซื้อขายที่ดินเป็นการเฉพาะ
ที่ดินจะขึ้นราคาเพราะพื้นที่รอบๆแก้มลิงนั้นจะสวยงามมาก เพราะเป็นทะเลสาบจำลอง จะมีบ้านจัดสรรไปสร้างกันมาก อีกทั้งการประมงที่ทำได้ก็ให้มีการจัดสรรรายได้มาชดใช้ค่าเวนคืนอีก
พื้นที่ริมคลองก็ทำนองเดียวกัน จัดสรรให้ดี คลองจะเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ จะมีโรงงานไปตั้งมาก เพราะสามารถขนสินค้าออกสู่ทะเลและท่าเทียบเรือได้เลย ทุ่นค่าขนส่งไปได้มาก แล้วอาจทำเป็นคลองด่วน (เก็บค่าผ่านทาง) แล้วเอารายได้มาชดใช้ค่าเวนคืน (อีกแล้ว)
…คนถางทาง (๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)
« « Prev : รัฐบาลปล้นประชาชนแบบเงียบเชียบ?
2 ความคิดเห็น
วันก่อนฟัง 100.5 FM อ.ปราโมทย์ให้สัมภาษณ์เรื่องนายกทัวร์ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แล้วพูดว่าจะแก้ไขได้ และท่านปอด(ปลอด) ก็บอกเอาหัวเป็นประกัน ท่านอ.ปราโมทย์ กล่าวว่า ฝนมันไม่ได้ไปตกเหนือทั้งหมดแล้วน้ำมันไหลมากลาง มาปลายน้ำ อย่างกับ pattern ตายตัว แล้วรัฐบอกว่าเขื่อนจะเก็บน้ำได้เท่านั้น แก้มลิงเก็บได้เท่านั้น ไหลมาเข้ากรุงเทพฯเท่านั้น แล้วสรุปทำนองว่า “เอาอยู่” อ.ท่านกล่าวว่า หากฝนห่าใหญ่มาตกที่โคราชล่ะ หากพายุกระหน่ำอีสาน แต่ไม่ขึ้นเหนือล่ะ….มันไม่เป็นแบบนั้นเสมอไป การแก้ปัญหาแบบรัฐนั้นมัน เอาไม่อยู่หรอก… เฮ่อ ไม่รู้ปีนี้ท่านปอดจะเสียหัวหรือไม่คงได้ดูกัน
แสดงว่า ท่านอ.ปราโมทย์ ท่านคิดคล้ายผม แต่คงทานกระแสการเมืองไม่ไหวกระมังครับ