สุดเสียวกุ๊ยเตี๋ยวไทย (อาหารอุบาทว์…รสชาติแสนกร่อย ตอน ๓)

โดย withwit เมื่อ 22 August 2011 เวลา 8:42 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1699

 

 ก๋วยเตี๋ยว (ที่มักออกเสียงกันว่ากุ๊ยเตี๋ยว) มันกลายเป็นอาหารประจำชาติไทยเราไปเสียแล้ว  โดยภาพรวมแล้วต้องถือว่าสะอาดดีกว่าอาหารอื่นๆ  เพราะทำสดๆร้อนๆ ก็ฆ่าเชื้อโรคประเภทจุลินทรีย์ไปได้มากโข

 

แต่เชื้อพวกสารเคมีนี่สิน่าเป็นห่วง เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยวใส่สารกันบูด ได้ยินว่าเส้นใหญ่ใส่มากสุด รองไปก็เส้นเล็ก นัยว่าเส้นหมี่ หรือ เส้นจันท์ จะใส่น้อย เพราะมาแบบแห้งแล้วมาทำเปียกทีหลัง  จริงเท็จประการใดก็เอาชีวิตเป็นเดิมพันท้าพิสูจน์กันไปตามยถากรรมเถิดหนาพี่น้องชาวไทยเอ๋ย

 

พวกลูกชิ้นก็ใส่สารเด้งดึ๋ง สารกันบูด และคงมีสารอะไรที่พิลึกกึกกืออีกแน่ๆ  เนื้อที่เอามาทำลูกชิ้นนี้ก็ไม่รู้ว่าเลี้ยงกันมาอย่างไรคงกินอาหาร ยา ปนเปื้อนสารพิษกันมาหลายขนาน (ยิ่งเย็นตาโฟ ปลาหมึก ต้องแช่น้ำด่าง ขี้เถ้าให้กรอบ อีกซอสแดงแจ๋ๆ อะไรก็ไม่รุ ดูแล้วไม่น่าใช่ของธรรมชาติ)

 

ส่วนผักก็คงเป็นผักอัดปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงกันเป็นสาย แถมยังเอามาแช่น้ำกรดน้ำด่างให้กรอบ สด อีกด้วย  

น้ำลวกเส้น ลวกผัก …นี่คือสิ่งที่เรามักไม่ค่อยมอง ทั้งที่เป็นที่น่าหยะแหยงที่สุด จะบอกให้ เพราะน้ำนี้น้ำเดียวใช้ลวกเส้น ลวกผัก ลูกชิ้นทั้งวัน ตอนบ่ายๆ จะข้นคลั่กเลย เพราะมันชะเอาสารพิษจากเส้น ลูกชิ้นมารวมกันไว้มาก พอเอาเส้นผสมผักลงไปลวกก็ยิ่งเพิ่มสารพิษเข้าไปใหญ่

 

จากนั้นน้ำต้มซุปที่ตักเอามาราดก็คงเต็มไปด้วยสารพิษจากหม้อต้ม เช่นสารตะกั่ว (และเชื่อว่ายังมีอื่นๆ อีกนะ ทั้งที่ปนมากับน้ำดิบ และที่ชะโลมออกมาจากหม้อสังกะสี )

 

สุดท้ายก็เหยาะด้วย “ผงชูรส”   ไชโป๊ กระเทียมเจียว ที่ไม่รู้ว่าเจียวมาจากน้ำมันอะไร น้ำมันเหลือจากทอดลูกชิ้นครั้งที่สามสิบหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

คิดว่าหมดแล้วใช่ไหม? … ช้าก่อน ยังมีอีกมาก

 

ชามช้อนตะเกียบ สะอาดแค่ไหน ล้างกี่น้ำ น้ำสุดท้ายเป็นน้ำไหลหรือเปล่า (รับรองว่าร้อยละ ๙๙ เป็นน้ำอ่างที่ไม่ไหล …ใน usa ร้านอาหารนั้นเขากำหนดว่าต้องล้างน้ำสุดท้ายเป็นน้ำไหล และต้องมีการอบแห้งฆ่าเชื้อด้วย)

 

พริกน้ำส้มถั่ว ดีกว่าเมื่อ ๒๐ ปีก่อนมาก เพราะยังมีที่ปิด แต่ถั่วนั้นสังเกตดูมักเก่า และ มีความชื้นมาก น่ากลัวพวก อาลฟาทอกซิน (รู้มากยากนาน ฮ่าฮ่า แต่ถ้ารู้ไม่มากก็อาจลำบากในโรงพยาบาลนาน หกหก)

 

โต๊ะที่นั่งกิน ถูกเช็ดด้วยผ้าดำๆ ที่ไม่เคยซัก จากนั้นมือที่จับผ้าดำๆ นั้นก็เอายกชามเสริฟให้เรากิน แบบที่ว่าหัวนิ้วโป้งแทบจุ่ม   เวลาจับแก้วน้ำก็เอามือคีบปากแก้ว เอามือหนีบปลายหลอดดูดส่งให้เราอีกต่างหาก

 

เถ้าชิ้วก๋วยเตี๋ยวนั้นก็มักมีพฤติกรรม (วัฒนธรรม สกป) เหมือนกันอยู่อย่างคือ  ก่อนเอามือจับเส้นก๋วยเตี๋ยวยัดตะกร้อ มักทำเป็นสะอาด เอาผ้ามาเช็ดปัดกวาดขยะออกจากแท่นสังกะสีหน้าหม้อลวกที่จะวางเส้นก๋วยเตี๋ยว  แต่ขอโทษ..ผ้าที่เฮียแกใช้เช็ดน่ะ ดำปื๋อ พอๆ กับผ้าเช็ดโต๊ะ เลยนิ เท่ากับว่าเอามือไปจุ่มเชื้อโรคมาให้เรากินเป็นการเฉพาะเลยนะเนี่ย

 

คิดว่าหมดแล้วใช่ไหม …ช้าก่อน..ยัง ยังมีอีกมาก

 

กินๆไป หมา (สุนัข ..ขออภัยที่ใช้ภาษาไม่สุภาพ) มาเกาขี้เรื้อนอยู่ข้างๆ โต๊ะ ไม่รู้เป็นไร ร้านก๋วยเตี๋ยวกะหมาเป็นของคู่กัน ส่วนใหญ่เป็นหมาของเจ้าของร้านน่ะแหละ และส่วนใหญ่ชอบเกาซะด้วย (คุณแม่ผมให้อรรถาธิบายว่า หมาร้านก๋วยเตี๋ยวมักเป็นขี้เรื้อนมากกว่าปกติ เพราะมันได้กินกระดูกไก่ที่เหลือๆมาก) …. ถ้าลองเอากล้องจุลทรรศน์ซูมเข้าไปเถอะครับ รับรองว่าจะเห็น ขนอ่อนหมา จุลินทรีย์จากหนังหมาขี้เรื้อนปลิวว่อนลงชามก๋วยเตี๋ยวเรา

 

ตกกลางคืน ไอ้หมาพวกนี้มักนิยมขึ้นไปขดนอนบนโต๊ะร้านอาหารเสียด้วย เห็นมากะตา  ร้านพวกนี้มักขายดีแถวๆ ริมโรงพยาบาลซะด้วย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่คือ หมอ และ พยาบาล ผู้อภิบาลสุขภาพพวกเรา อิอิ

 

พอตกบ่ายร้านเริ่มว่าง เมียเจ้าของร้านก็จะเอาลูกอ่อนมาเลี้ยงบนโต๊ะ ข้างๆ เอ้า..ตั้งไข่ล้มจะต้มไข่กิน เด็กน้อยก็เดินย่ำไปบนโต๊ะ บางที่ฉี่ราด ขี้แตก เอ้าไม่เป็นไร บ่เซียงกัง บ่เป็นหยังดอก  น่ารักดี แบบเจ๊กปนลาวประสาไทยเรา

 

หลังจากชะเง้อมองหา โบกมือโหวกเหวก จะเหนื่อย ก็ได้รับการ “เก็บตัง”  “คิดเงิน “เช็คบิล”  บ๋อยมาเอาเงินไปให้อาเฮียเถ่าชิ้ว  เฮียแกก็เอามือรับเงิน ที่หยิบผ่านกันหลายมือ ขี้ทูตกุดถังก็คงมี  เงินเปียกน้ำก๋วยตึ๋ยว อาเฮียก็ควานหาแบ็งค์มาทอน ทอนมาถึงมือเราแบ๊งค์ยังเปียกชื้นๆอยู่เลย ว่าแล้วอาเฮียท่านก็เอามือไปทำความสะอาดกับผ้าดำๆ แล้วเอาไปควักเส้นออกมาลวกให้ลูกค้ารายต่อไป

 

ก่อนเดินออกออกมาจากหน้าร้าน  เอ๊ะ นั่นป้ายอะไรห้อยโตงเตงอยู่ หยากไย่เกาะดำเต็มไปหมด เพ่งสักครู่ก็พอจำเค้าหน้าได้เพราะเคยเห็นลักษณะนี้มาหลายร้าน ระบุว่า “Clean food Good test  อาหารสะอาด รสชาติอาหย่อย”  (ภาษาต่างด้าวมาก่อนภาษาประจำชาติซะด้วยนะ สิบ่อกไห่) ซึ่งทำให้อดสงสัยตะหงิดๆ ไม่ได้ว่าสงสัยเจ้าของร้านมัวแต่เอาเวลาไปสนใจทำความสะอาดอาหารเสียจนไม่มีเวลามาเช็ดทำความสะอาดป้าย !!

 

เดินพ้นหน้าร้านมานิด สิบล้อควบผ่าน หอบเอาฝุ่นริมฟุตบาทก้อนเบ้อเริ่มมาเข้าเต็มหน้า ที่เหลือเห็นลอยเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวแบบเต็มๆ

 

ก้อนฝุ่นมีองค์ประกอบทางชีวเคมีอะไรบ้าง  และจะลงไปจับอะไรในร้านก๋วยเตี๋ยวบ้าง ยังไม่มีเวลาไปสะกดรอยตาม เพราะติดภารกิจต้องเร่งรีบเดินทางชีวิตไปสู่เชิงตะกอน…เหมือนวันก่อนๆ ที่ผ่านมา
…คนถางทาง (๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔)

« « Prev : ตถาคตเป็นเพียงกูรูผู้ชี้ทาง

Next : ฝากใจไปถึงนายกฯยิ่งลักษณ์ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 August 2011 เวลา 10:31 pm

    แม้ เห็นภาพ

    อ่านแล้วก็นึกได้ว่าไม่ได้กินก๊วยเตี๋ยวมานานแล้ว พรุ่งนี้น่าลองไปกินและจ้องดูบรรยากาศสักหน่อย ฮ่าๆๆๆ

    ลิ้นคนเรานี้กินอะไรก็คุ้นเคยอย่างนั้น ถ้ากินอาหารที่ปรุงมากๆ ก็จะคุ้นรส มีการศึกษาพบว่าอยากให้ติดรสอาหารใช้เวลาน้อยกว่าเลิกรสอาหารนั้นๆ โดยเฉพาะอาหารไขมันสูง และมีความกรอบ

    ร้านอาหารที่ต้องการให้ติดในรส ถ้าให้มีไขมันร่วมด้วยจะทำให้คนติดได้มากกว่า ร้านที่ปรุงรสน้อยหรือไม่ค่อยมีไขมัน
    ถ้าสังเกตร้านก๊วยเตี๋ยวที่คนติด มักมีส่วนของไขมันอย่างพวกกากหมูโรยหน้าให้ด้วย

    อาจารย์อยากเล่ากรรมวิธีทำกากหมูมั้ยล่ะ…ฮ่าๆๆ

  • #2 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 August 2011 เวลา 11:18 pm

    ขนาดเนื้อหมูแพงๆ ยังไม่อยากเล่า แล้วจะให้เล่าเรื่อง กากๆ หมูๆ อีกหรือ แม่อุ๋ยเอ๊ย

    เดี๋ยวก็ได้อ้วกแตก

    คืนวันหนึ่ง ผมไปนอน ริมโรงแรมราคาถูก ราคา ๕๐๐ บาท เพื่อช่วยหลวงท่านประหยัดเงิน (ทั้งที่ตามสิทธิ์แล้วมีสิทธินอนได้คืนละ ๒๕๐๐ บาท) และไอ้รร.ดังว่านั้นก็ไม่ได้ไกลนัก

    โฮย…ดึกดื่นคืนนั้นจนถึงรุ่งเช้าได้ยินแต่เสียงหวีดร้องของหมูที่ถูกแทงคอ

    พอรุ่งเช้าออกไปเดินตลาด เห็นแต่อาหารเช้า เลือดหมูต้มผักกาดเป็นอาหารเช้า ให้ซดกันอร่อยๆ แก้หนาวยามเช้า …อ้วก

    ทำให้ประหวัดนึกถึงแต่ยามเย็น ที่แสงทองสาดส่องนา ทรงพิจารณาก่อนเข้าจำพรราษา ณ โรงปั้นหม้อ

    แต่อนิจจาริมนาแสนสวยนั้น ก็เต็มไปด้วย เลือด ที่หนูกินแมลง งูกินหนู คนกินงู และกิเลศกินคน ..โลกนี้น่าสังเวชหนอ กินกันเป็นทอดๆ ไปดังนี้

  • #3 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 August 2011 เวลา 12:07 am

    เขียนขู่ยังไงก็กิน เชื้อโรคเรื่องเล็ก ไม่มีทางเลือกหรอก หนีบ่ออก ตราบใดที่ไม่กินข้าวจี่

  • #4 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 August 2011 เวลา 1:58 am

    อันว่าข้าวจี่ ขมัยนี้ ใส่ไข่
    ส่วนข้าวเหนียวก็เปลี่ยนไปนะ บาท่าน
    ต่างรม อมสารพิษขนาด

    ผมเคยคิดสูตรข้าวจี่
    แบบธรรมชาติ ไว้มากหลาย
    สักวันคงได้เจอ “คนรู้ใจ” มาปิ้งกินกัน
    ริมเขา ข้างลำธารใส นะอิอิ

    ควันหอม กล่องเถียงนา
    ริมผา เหมือนดั่งเคย


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.13114714622498 sec
Sidebar: 0.016360998153687 sec