ปฏิบัติธรรม ๑๓….จงค้นแล้วท่านจะพ้น (ทุกข์)

โดย withwit เมื่อ 4 August 2011 เวลา 11:21 pm ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1385

หลักการศาสนาพุทธนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าชีวิตคือทุกข์  ทำให้ใครต่อหลายคนไม่เข้าใจหาว่ามองโลกในแง่ร้าย  ก็เลยสมาทานเป็นชาวพุทธไม่ไหว

 

ท่านสอนว่าทุกข์มีหลายระดับ ทุกข์ธรรมดาๆที่เรารู้กันดี ก็คือ แก่ เจ็บ ตาย (ส่วนเกิดนั้นก็เป็นต้นตอแห่งทุกข์แหละ เพราะเมื่อเกิดแล้วก็ต้องแก่ เจ็บ ตาย จึงผนวกเอาเกิดเป็นทุกข์ด้วย)  นี่เรียกว่าทุกข์ในขั้นสุกหง่อมแล้ว

 

แต่ยังมีทุกข์ใหญ่ที่เป็นต้นตออีกอันคือ ทุกข์อันเนื่องจากการ “ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้” (ภาษาบาลีลืมไปแล้ว) การที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ก็เป็นเพราะมันมีเหตุปัจจัยปรุ่งแต่งให้มันเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลานั่นเอง  ทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน  อตอมธาตุทุกชนิดในโลกนี้ล้วนทนอยู่สภาพเดิมไม่ได้ แม้วางไว้เฉยมันก็มีปัจจัยภายในของมันทำให้เสื่อมลงเรื่อยๆ (เรียกว่ามี half-life ไงล่ะ ตามที่เรียนมาจากหนังสือวิทยาสาสตร์) ยิ่งถ้ามีปัจจัยภายนอกเข้าแทรกยิ่งไปใหญ่ เช่นเ อาไปทำปฏิกิรยาเคมี หรือ นิวเคลียร์ ดังนี้ก็อาจกล่าวได้ว่าในระดับอนูแล้วทุกสิ่งเป็นทุกข์ทั้งสิ้น

 

 การแก่ การเสื่อมสภาพ หรือ การ(ที่ดูเหมือนว่า)ฟื้นสภาพ นั้นล้วนแต่ผลพวงของการทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ทั้งสิ้น แม้แต่ในเรื่องของสิ่งไม่มีชีวิตเช่นอะตอม

 

เวลาเราเพ่งลมหายใจวิเคราะห์ธาตุสี่ตามวิธีของหลวงพ่อทิวานั้นหากเอาประเด็นนี้เสริมเข้าไปด้วย ผมว่าน่าจะดีนะครับ คือมองเห็นธาตุสี่แล้วมองเห็นความกำลังเสื่อมเพราะทนอยู่ไม่ได้นี้ให้แตกฉานไปเรื่อยๆ  (ศิษย์มาเสริมครู)

 

ที่ผมนึกแตกหน่อต่อกิ่งออกไปจากทฤษฎีความทุกข์เดิมๆ อีกประการคือ ทุกข์คือความเครียด …เครียดเพราะแรงบีบคั้นนั่นเอง เช่น จิตใจเราถูกแรงแห่งการปรุงแต่งมันบีบคั้น มันก็ต้องเกิดการบิดเบี้ยว เจ็บปวด (บางคนอาจตะแบงว่าบีบเบาๆ เหมือนเป็นการนวดจิตไปซะอีก 55)   แรงรัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ เสียใจ หัวเราะ ร้องไห้  พวกนี้บีบคั้นทั้งนั้น บางอันเป็นแรงกด แรงดึง แรงดัน แรงบิด แรงกระแทก แต่ต่างก็ทำให้จิตเราบิดเบี้ยวไปจากสภาพ นิพพาน ซึ่งเป็นสภาพที่ไร้แรงบีบคั้น หรือ หมดทุกข์ พ้นทุกข์นั่นเอง

 

ที่อะตอมต้องเสื่อมก็เพราะแรงบีบคั้นนะครับ คือแรง electromagnetic force ที่เกิดจากอีเล็กตรอนโคจรรอบนิวเคลียส และ แรงนิวเคลียร์ มหาศาลที่ยึดโยงโปรตอนนิวตรอนไว้

 

ที่ว่าสรรพสิ่งเป็นทุกข์ “เพราะทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้” ก็อาจเพราะแรงบีบคั้นดังที่ว่านี่แหละครับ เพราะพอมีแรงกระทำมันก็ต้องบิดเบี้ยวก็ไม่ใช่สภาพเดิมเสียแล้ว

 

แรงบีบคั้นมีทั้งเชิงรูปธรรม และ เชิงนามธรรม ร่างกายเรานี้โดนแรงบีบทั้งเชิงรูปธรรมและนามธรรมเลยนะครับ เพราะโมเลกุลของร่างกายเราก็ถูกบีบให้เสื่อม ส่วนจิตของเราก็โดนแรงตัณหาอุปาทานต่างๆ บีบคั้นรอบด้านตลอดเวลาเช่นกัน  แม้แต่นอนหลับยังตามไปบีบให้ฝัน

 

ขอทุกท่านจงพยายามลดทอนแรงบีบคั้นแห่งตนให้ได้มากๆ ในช่วงเข้าพรรษานี้นะครับ (ออกพรรษาด้วย)

…คนถามธรรม (๔ สค. ๒๕๕๔)

 

—คนถกธรรม (๔ สค. ๕๔)

« « Prev : การปฏิบัติธรรม ๑๒…วิปัสสนาตามหาอนัตตา

Next : โรงเรียนมัธยมทางเลือกใหม่เพื่อพัฒนาเด็กไทยแบบบูรณาการ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1 ความคิดเห็น

  • #1 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 August 2011 เวลา 11:37 pm

    เกิดวูบความคิดว่า เอ คำว่า อะตอม กับ อาตมา นี่มันพ้องกันมาก อาจมีรากศัพท์มาจากสันสกฤตเหมือนกัน

    atoma กับ atama เพี้ยนกันที่การออกเสียงนิดเดียว เลยไปค้นวิกิฯได้ความว่า คำว่า atom นี้ตั้งชื่อโดย Democritus นักปราชญ์กรีก แปลว่า uncuttable ก็โป๊ะเชะ ใช่เลยแหละ วิกีบอกว่า ทางอินเดียก็มีแนวคิดเช่นเดียวกันนี้มาก่อนแล้ว

    ซึ่งผมเชื่อว่า อินเดียต้องการค้นหาความถาวร พราะเจ้า (หรืออาตมัน) นั่นเอง ..ก็ยังค้นมาจนบัดนี้ แม้นักวิญญาณศาสตร์เอกของโลกจะสอนว่า ไม่มี มีแต่อนัตตา ก็ยังหาเชื่อไม่

    ส่วนไทยเรายึดหลักอนัตตา แต่พระเรียกตนเองว่า อาตมา ซึ่งประเด็นนี้ท่านพุทธทาสเคยรณรงค์ให้เลิก แต่ไม่สำเร็จ เพราะ อวิชชา ในพารามันหนามากแล้ว ถูเท่าไหร่ไม่รู้จักเกลี้ยง อิอิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.043601989746094 sec
Sidebar: 0.012322902679443 sec