โล”ภา”ภิวัฒน์…เจริญแต่ไม่พัฒนา

โดย withwit เมื่อ 31 May 2011 เวลา 12:11 am ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1682

จากโล”ภา”ภิวัฒน์สู่เจริญแต่ไม่พัฒนา

 

เราได้ยินคำว่า “โลกาภิวัฒน์” กันมาสัก 20 ปีได้กระมัง ซึ่งคำนี้แปลมาจากคำว่า Globalization ไม่น่าเชื่อว่าคำหนึ่งคำมันจะสามารถส่งอิทธิพลต่อพลโลกโดยเฉพาะคนไทยได้มากถึงเพียงนี้

 

มันเป็นมนต์ที่สะกดจิตคนไทยให้จังงังจนสมองตื้อไปหมด เพราะเมื่อก่อนงี่เง่าอย่างไรเราก็ยังกล้าเถียงฝรั่งบ้าง แต่สมัยนี้พอฝรั่งเขาอ้างว่า “ถ้ายูไม่ทำตามที่ไอบอกจะตามโลกาภิวัฒน์ไม่ทัน”  เท่านั้นแหละเราก็จังงังปล่อยให้เขาถลุงประเทศไทยเราได้อย่างเสรี

 

ผู้เขียนเห็นว่าต้นธารแห่งกระแสโลกาภิวัตน์มาจากการที่มหาอำนาจตะวันตกมาถึงจุดอิ่มตัว ที่ไม่สามารถจะสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองได้มากขึ้นอีกแล้ว เพราะตลาดระบายสินค้าถึงจุดอิ่มตัว เนื่องเพราะคนตะวันตกมีกินมีใช้กันเกือบหมดแล้ว เช่น มีบ้านใหญ่ รถใหญ่(หลายคัน) ทีวี ตู้เย็น โทรศัพท์ พร้อมมูล สิ่งที่ทำได้คือสร้างสินค้ารุ่นใหม่ขึ้นมาล่อใจให้โยนของเก่าทิ้งแล้วซื้อของใหม่ นี่เป็นหนทางดำรงความมั่งคั่งของนายทุน (และนักการเมือง) ไว้ได้

 

และแล้ววันหนึ่งพวกเขาก็คิดกันออกว่า จะรวยมากขึ้นได้กว่านั้นอีกถ้าสร้างตลาดระบายสินค้าใหม่ในประเทศด้อยพัฒนาทั่วโลก ก็เลยกลายมาเป็นโลกาภิวัฒน์นี่แล

 

ซึ่งความจริงแล้วแนวคิดนี้มันก็ของโบราณแท้ๆ เพราะจีน แขกอาหรับ ไปถึงพวกฮอลันดา ปอร์ตุเกสโบราณเขาก็รู้เรื่องนี้มานานแล้ว จึงบุกเบิกค้นคว้าหาเส้นทางเดินเรือไปค้าขายทั่วโลก เลยถือโอกาสครอบครองดินแดนคนอื่นไปพร้อมกันในที่สุด

 

ว่าไปแล้วโลกาภิวัฒน์ก็คือกระบวนการล่าอาณานิคมยุคอีเล็กตรอนนั่นเอง แต่มันเนียนกว่าเก่าเยอะ เพราะเป็นการสมยอมของผู้ถูกล่าด้วย

 

พลังที่ขับเคลื่อนโลกาภิวัฒน์ก็คือ “ความโลภ” ของนายทุนและนักการเมืองโลกนั่นเอง คือโลภอยากรวยมากกว่าเก่า ดังนั้นถ้าจะขนานชื่อเสียใหม่ว่า โล”ภา”ภิวัฒน์ก็น่าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งแปลว่าการกระทำให้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยความโลภ

 

ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ากระบวนการนี้พวกตะวันตกได้สมคบกันทำงานเป็นทีมและอย่างเป็นระบบ ดังจะเห็นได้จากองค์การอังถัด ของสหประชาชาติ กำลังหาทางเพื่อผลักดันนโยบายอย่างแยบยลเพื่อให้ประเทศด้อยพัฒนามีกำลังซื้อสูงขึ้น เพื่อจะได้เอาเงินมาซื้อสินค้าของบริษัทจากประเทศของพวกตนนั่นเอง

 

เรียกว่าองค์กรนี้เป็น “ฝ่ายเสธ” ของโลภาภิวัฒน์ ส่วนพวกนายร้อนนายพันก็คุมพวกทหารเลวออกปล้นสะดมภ์ไปพลาง โดยเฉพาะในสมรภูมิที่ข้าศึกย่ามใจมากๆ เช่นในประเทศไทย อินโด ฟิลิปปินส์ บราซิล เม็กซิโก เวียตนาม  เห็นมีก็แต่อินเดีย รัสเซีย และอาหรับ ที่อาจเป็นแนวต้านกระแสโลภนี้ได้บ้างในยามนี้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้านได้นานอีกเพียงไหน เพราะความโลภมันไม่เข้าออกใครเสมอมา

 

นอกจากนี้ยังมีกองกำลังติดอาวุธอิสระเข้าร่วมสมทบการไล่ล่าอีกสองสามกลุ่มเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี

เมื่อประมาณปีพศ. ๒๕๓๐ ผู้เขียนได้บัญญัติศัพท์คำหนึ่งเพื่ออธิบายลักษณะสังคมไทยในช่วงนั้นคือ “เจริญแต่ไม่พัฒนา” พร้อมวงเล็บภาษาอังกฤษไว้ด้วยว่า modernization without development โดยนำเสนอไว้ในหนังสือ ต่วย’ตูน ซึ่งได้ส่งต้นฉบับมาจากต่างประเทศด้วยความ “คิดถึงเมืองไทย” 

 

ปรากฏว่า คำศัพท์นี้ดังติดตลาดและมีอิทธิพลต่อประเทศไทยพอควร แต่ดูเหมือนว่านักวิชาการไทยส่วนใหญ่ให้เครดิทในการก่อตั้งคำนี้แก่นักวิชาการฝรั่งคนหนึ่ง ..ก็ไม่เป็นไร ถ้าฝรั่งคิดแล้วมันเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่าคนไทยด้วยกันเองคิด ผู้เขียนก็ขออนุโมทนาด้วย

 

ณ จุดนี้ เราน่าจะมองเห็นการเชื่อมโยงกันของ .โลภาภิวัฒน์.กับ.เจริญแต่ไม่พัฒนา. โดยพิจารณาว่า ความโลภ อยากรวยเร็วของเราแบบเห่อเหิมตามอย่างฝรั่งทำให้เราโง่ ตาบอด ก็เลยเน้นการสร้างชาติไปที่การสร้างแต่ความเจริญ โดยไม่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาฐานรากสังคม

 

เราเน้นไปที่การสร้างถนน สนามบิน ศูนย์การค้า รวมทั้งการซื้อเขามาเสพ เช่น รถยนต์ โทรทัศน์ น้ำหอม มือถือ  พอหมดกระเป๋า แทนที่จะคิดหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงและสมองของตัวเองกลับคิดง่ายๆด้วยการไปยืมมือต่างชาติมาลงทุน จนสร้างความวิบัติใหญ่หลวงให้กับชาติไทยมาจนถึงวันนี้ ส่วนการศึกษาก็เน้นกันที่ส่งไปเรียนนอกแทนที่จะสร้างความแข็งแกร่งของสถาบันการศึกษาของตนเอง

 

ในช่วงเดียวกันนั้นอินเดียและจีนใช้นโยบายต่างจากเราโดยสิ้นเชิง เขาปิดประเทศ ห้ามการลงทุนจากต่างชาติ และห้ามนำเข้าสินค้าหลากหลายรายการด้วย แล้วหันไป”พัฒนา”วิทยาการความรู้และเทคโนโลยีของพวกเขาอย่างสมถะเงียบๆ ด้วยลำแข้งแรงขาของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ จนทำให้เขาแกร่งมาจนถึงวันนี้

 

อินเดียในช่วงนั้น “พัฒนาแต่ไม่เจริญ” เพราะเขามีเทคโนโลยีทุกอย่างเท่าที่ตะวันตกมีเช่น นิวเคลียร์ ดาวเทียม แต่กลับด้อยพัฒนา ซึ่งเป็นตรงข้ามกับไทยที่ไม่มีอะไรเลยแต่กลับเจริญจนคนมีรถขับจนรถติดมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

 

ถึงเวลาไทยเราจัดตั้งระบบ “ปัญญาภิวัฒน์” พร้อมวิเคราะห์แก่นสารว่า “ชาติไทยอุบัติมาในโลกนี้เพื่ออะไร” ตอบคำถามนี้ให้ได้ชัดเสียก่อนแล้วค่อยก้าวเดินต่อ…ดีไหมฤ

« « Prev : วิธีรักษาโรคเอดส์แบบง่ายและราคาถูก

Next : คิดถึงเตี่ย (๑)..ตะเกียงแก๊สแห่งชีวิต » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "โล”ภา”ภิวัฒน์…เจริญแต่ไม่พัฒนา"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.074876070022583 sec
Sidebar: 0.011966943740845 sec