การดูงานเพื่อทำฐานข้อมูลเด็กภูเก็ต

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 29 มิถุนายน 2013 เวลา 12:02 ในหมวดหมู่ การศึกษา #
อ่าน: 1295

เมื่อวันพุธที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ ผมเดินทางไปพิษณุโลกกับทีมงานเทศบาลนครภูเก็ต และคณะทำงานฐานข้อมูลเด็กภูเก็ตเพื่อจะไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับมหาวิทยาลัยนเรศวร ไปถึงสนามบินหมอป่วน แม่นุ น้องอ้าย น้องฝน ไปรับที่สนามบิน พาไปทานอาหาร ผมตัดช่องน้อยแต่พอตัวปล่อยให้ทีมที่มาด้วยกันเดินทางไปโรงแรมที่พัก “เกรสซิเด้นท์” แล้วไปเจอน้องรานีและครูสุ นั่งคอยอยู่ที่ร้านอาหารที่เป็นแบบบ้าน แถมได้เวลาที่เขาจะปิดครัวแล้วด้วย ดีที่รานีกับครูสั่งกับข้าวไว้ให้แล้ว ไปถึงก็จัดการ พรึ่บๆ พักเดียวหมด ถึงเวลาของหวานทุกคนสั่งกระท้อนลอยแก้ว มีผมสั่งไอติมคนเดียว นอกนั้นเขาสั่งกระท้อนลอยแก้ว ฮ่าๆ ก็เพิ่งกินกระท้อนมาก่อนขึ้นเครื่อง อิอิ

รุ่งเช้าก็เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ แรกๆก็เป็นพิธีเปิด มี รศ.ดร.ศรินทร์ทิพย์ แทนธานี กล่าวรายงาน มีท่าน ดร.สุชาติ เมืองแก้ว รองอธิบการบดีฝ่ายบริหาร ของ ม.นเรศวร กล่าวต้อนรับ และท่านบุญธรรม เลิศสุขีเกษม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวเปิดงาน จากนั้นก็เป็นการเสวนาเรื่อง “การพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยท้องถิ่นและจังหวัดเป็นเจ้าภาพและการใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของท้องถิ่น โดยท่านสมพร ใช้บางยาง ผู้ทรงคุณวุฒิของ สสค. ศ.นพ.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ ม.นเรศวร นางกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก นายเอนก ไชยวงศ์ ผู็อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี ดร.ไกรยส ภัทรวาท เป็นผู้ดำเนนการเสวนา

จาการเสวนาเป็นการเล่าสู่กันฟังให้พวกเราได้รู้ว่าหากจังหวัดใดท้องถิ่นและจังหวัดมีความเข้มแข็งในการสนับสนุนการศึกษาและดูแลเด็กด้อยโอกาสอย่างจริงจัง จังหวัดนั้นก็จะเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ได้รับการยอมรับจากสังคม และนักการเมืองท้องถิ่นลงเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ได้รับเลือกเมื่อนั้นเพราะเมื่อประชาชนได้เห็นการเอาจริงเอาจังในการให้ความช่วยเหลือสงเคราะห์ดูแลผู้ด้อยโอกาส ประชาชนก็จะชื่นชม การบริหารจัดการให้เกิดการกระทำในเรื่องราวดังกล่าว หากมีฐานข้อมูลเด็กด้อยโอกาส มีการป้อนข้อมูลต่างๆเข้าในระบบคอมพิวเตอร์ ผู้บริหารสามารถดึงข้อมูลมาดู และได้รับรู้ปัญหา ดำเนินการเชิงรุกเข้าไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้รวดเร็วและทันการณ์มากขึ้น และจะเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมได้ด้วย ซึ่งตัวอย่างที่ทดลองนำร่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งในพื้นที่นำร่องและกำลังขยายการทำงานต่อไป และจากการทำงานของ สสค. เราได้รับแจกแผนที่แสดงจำนวนเด็กด้อยโอกาสแต่ละจังหวัดที่เข้าร่วมประชุม แต่ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตผมดูแล้วยังมีความผิดพลาดเพราะข้อมูลที่นำมาลงรูปแผนที่เป็นข้อมูลที่ได้รับมาจาก สพฐ. แต่ในความเป็นยจริงยังมีข้อมูลเด็กด้อยโอกาสที่มาจากองค์กร NGO อีกซึ่งไม่ปรากฏในข้อมูลของ สพฐ.

จากนั้น ดร.วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.นเรศวร และนักวิจัยโครงการระบบฐานข้อมูลฯ ก็ได้นำเสนอเรื่องราวให้พวกเราได้ทราบว่า ระบบฐานขอมูลนี้ใช้ระบบ CLOUD แบบ I Cloud ของ Apple ที่ทำให้เราไม่ต้องลงทุน Hard ware มากมาย และสามารถดึงมาใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว โดยมีแนวคิดว่าปัญหาของความด้อยโอกาสมักขาดระบบสนับสนุนการประสานความร่วมมือของบุคลากรในหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และชุมชน และไม่มีข้อมูลให้ภาครัฐตัดสินใจในเรื่องจัดสรรงบประมาณที่จะนำมาใช้ จึงคิดระบบสนับสนุนเพื่อจะติดตามดูแลเด็กด้อยโอกาส เพื่อบริหารจัดการข้อมูลสวัสดิการและค่าใช้จ่าย ระบบคลังข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดทำนโยบายและแผนงบประมาณ โดยเฉพาะอย่างท้องถิ่นจะได้ประโยขน์จากระบบนี้เพราะจะเป็นระบบสนับสนุนท้องถิ่นในการดูแลเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ของตน ทั้งสามารถเป็นระบบสนับสนุนแบบบูรณาการในการดูแลเด็กด้อยโอกาสด้วย   ในเบื้องต้นมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง อปท. พมจ. ศูนย์การศึกษาพิเศษ โรงพยาบาล เข้าด้วยกัน เมื่อมีการป้อนข้อมูลเข้าไป ทุกฝ่ายจะได้รับรู้และสามารถคำนวณต้นทุนรายคน/ค่าใช้จ่ายรวมของหน่วยงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ จะมี Case  Manager คอยติดตามดูแลช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสของหน่วยงานส่วนท้องถิ่นและภาครัฐ โดยฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลก็สามารถจัดสรรทรัพยากรและงบประมาณและประเมินคุณภาพการดำเนินงาน ได้

แล้วเราพักเที่ยงกัน ภาคบ่ายก็มาทดลองป้อนข้อมูลกัน โดยผู้ที่เข้าร่วมเป็นทั้งผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ไปทดลองปฏิบัติ ส่วนผู้บริหาร เช่น พวกผม ท่านนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นต้น ก็เข้าห้องอีกห้องหนึ่งพูดกันถึงแนวทาง ทิศทาง ความต้องการของแต่ละจังหวัด ผมได้นำเสนอว่า จังหวัดภูเก็ตของเราตั้งเป้าการทำฐานข้อมูลมาที่การศึกษาของเด็กภูเก็ต ซึ่งรวมทั้งเด็กภูเก็ตและเด็กด้อยโอกาสทั้งจังหวัด จึงอาจจะต้องนำโปรแกรมฐานข้อมูลมาปรับเพิ่มฐานข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนเพิ่มเติม (รู้สึกว่าจะยาวเกิน ค่อยมาเล่าต่อนะครับ)

Post to Twitter Post to Facebook

« « Prev : ชวนอ่าน…ชวนแม่พ้นทุกข์

Next : จากปู่ถึงหลาน(๑๖) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.041380882263184 sec
Sidebar: 0.091021060943604 sec