ชวนอ่าน…ชวนแม่พ้นทุกข์

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 13 มกราคม 2013 เวลา 21:59 ในหมวดหมู่ การศึกษา, ครอบครัว, เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 32743

ผมได้รับหนังสือ “ชวน…แม่พ้นทุกข์” จากพระอานนท์ อัมมโร ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ผมอ่านสองรอบแล้ว ด้วยความรู้สึกว่าเป็นหนังสือปฏิบัติธรรมที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และไม่ยากสำหรับผู้ที่คิดจะปฏิบัติธรรม จึงมาชวนท่านอ่านกันครับ

ยามว่างผมไปเดินดูที่แผงหนังสือร้านเส้งโห (ภูเก็ต) ก็เจอหนังสือเล่มนี้วางจำหน่ายอยู่ ผู้เขียนใช้นามปากกาว่า พอ.อานนท์ สำนักพิมพ์กรณัฐร์ จัดจำหน่ายโดยบริษัท อัมรินทร์ บุ๊ค เซนเตอร์ จำกัด

หนังสือเล่มนี้ดีอย่างไร

หนังสือเล่มนี้ได้เขียนเล่าเรื่องของผู้เขียนกับแม่บังเกิดเกล้าที่ได้ร่วมกันปฏิบัติธรรม ความจริงแล้วในภาคประวัติของท่านก็น่าสนใจ ท่านจบชั้นประถมที่โรงเรียนดาวรุ่งวิทยา(ภูเก็ต) ที่ผมเคยไปนั่งเรียนอยู่เดือนหนึ่งเพื่อทบทวนความรู้หลังจากจบ ม.ศ.๓ จากอำนวยศิลป์ พระนครมาแล้ว ท่านจบมัธยมที่โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ที่ลูกผมเรียนจบจากที่นี่ แล้วท่านไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ภูมิพลสังคีต มหาวิทยาลัยมหิดล เรียนอยู่ถึงปีสองแล้วออกบวช จากนั้นก็ไม่สึกจนถึงปัจจุบัน เข้ามหิดลได้สติปัญญาท่านย่อมไม่ธรรมดา อยู่ๆบวชไม่สึกก็ย่อมไม่ธรรมดา

หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องท่านกับแม่อย่างธรรมดา ไม่รกไปด้วยคำศัพท์ทางธรรม ผมได้สนทนากับท่านถึงการเรียนการสอนเกี่ยวกับพุทธศาสนาว่า ผมว่าเด็กไม่อยากเรียนเพราะเรียนแต่คำศัพท์ทางพุทธศาสนาคำศัพท์ที่มีรากมาจากภาษาบาลี สันสกฤต ยาก เรียนแล้วก็ไม่สนใจเพราะต้องการจะเอาแค่คะแนนสอบกันเท่านั้น แล้วเราจะเรียนพุทธศาสนาเพื่ออะไรกัน

ท่านบอกผมว่าท่านเห็นด้วยกับความคิดผม วิชาเหล่านี้ไม่ควรเอาคะแนนมาวัด แต่ต้องวัดกันที่คุณธรรมจริยธรรม วิชานี้ควรคิดแค่ผ่านหรือไม่ผ่าน ท่านบอกว่าท่านสอนธรรมะแก่เด็ก โลภะ โทสะ โมหะ ไม่ได้ให้ท่องว่าโลภะคืออะไร โทสะคืออะไร แต่ให้เด็กได้เห็นจริง ได้เรียนรู้สังเกตจากของจริง เช่น เห็นของเล่นแล้วอยากได้ นั่นแสดงว่าเกิดโลภะ เป็นต้น เด็กจะเข้าถึง เข้าใจ ได้ง่ายและนำเอาไปปฏิบัติได้ ผมคิดทำสภาการศึกษาภูเก็ต ท่านได้รับเลือกจากที่ประชุมให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมการสภาการศึกษาด้วย และท่านได้รับแต่งตั้งเป็นคณะทำงานในกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้พ่อแม่และผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตรหลานให้มีคุณธรรมจริยธรรม ผมเชื่อว่าเราจะพัฒนายกระดับการเรียนรู้ของพ่อแม่ผู้ปกครองได้

วกกลับมาที่หนังสือ ท่านเล่าเรื่องการชอบตกปลาที่แม่ไม่สนับสนุนให้ทำบาป ปลาที่ตกมาได้แม่ไม่กิน สอนให้เป็นคนซื่อสัตย์ สอนไม่ให้เบียดเบียนสัตว์ ท่านเล่าเรื่องไปขโมยมะม่วงกับเพื่อนและถูกจับได้ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็โดนแม่ตีและชี้ให้เห็นการทำไม่ดีส่งผลต่อชีวิตอย่างไร

ท่านเล่าให้ฟังว่าแม่เล่าเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เห็นเงินของคนอื่นตกจากกระเป๋าก็บอกให้เจ้าของรู้ตัว ทำให้ท่านเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวของแม่ กระบวนการหล่อหลอมของครอบครัวเหล่านี้ส่งผลให้บุตรหลานคิดดีทำดี

หลังจากที่ท่านบวชแล้ว ท่านได้บอกให้แม่เจริญภาวนาโดยให้ตามรู้จิต แม่ของท่านแรกๆก็ทำไม่ถูก แต่เมื่อปฏิบัติบ่อยเข้าแม่ก็เริ่มจะเข้าใจ

การพูดคุยสนทนาธรรมกับโยมแม่ท่านนั้น บางครั้งก็โทรศัพท์คุยกัน บางครั้งก็มานั่งสนทนาธรรมกันในวันธรรมสวนะ และเรื่องราวที่พูดคุยกันอันเป็นการสอนธรรมะให้กับโยมแม่ของท่านนั้น บางครั้งก็เป็นเรื่องขำๆ เช่น
โยมแม่ของท่านหงุดหงิดที่เคยเอาพรมเช็ดเท้าไปเคาะที่เสาไฟฟ้าหน้าบ้าน วันดีคืนดีเพื่อนบ้านเอากระถางต้นไม้มาวางรอบเสาไฟฟ้าทำให้เอาไปเคาะไม่ได้หงุดหงิด บ่นให้พระท่านฟัง บ่นว่า “นี่ถ้ามันย้ายบ้านออกไป ก็ให้มันขุดเสาไฟฟ้าไปด้วยเลย ถ้าตายก็เอาเสาไฟฟ้าใส่โลงไปด้วยเลย” ท่านก็เลยบอกโยมแม่ว่า “โยม..คนที่จะเอาเสาไฟฟ้าใส่โลงไปด้วยไม่ใช่ช้างบ้านหรอกแต่เป็นโยมเองต่างหาก”

ทันใดนั้นโยมแม่ก็อุทานเสียงร้องอ๋อ…พร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ท่านก็เลยบอกโยมแม่ว่า “มองเห็นอารมณ์ไม่ชอบใจ ไม่พอใจไหม ปกติเราเคยเอาผ้าเช็ดเท้าไปเคาะที่เสาไฟฟ้าได้ทุกๆวันจนเคยชิน พอมีต้นไม้ล้อมรอบเราก็รู้สึกหวงแหนในสิ่งที่เราเคยได้อยู่ทุกๆวัน แย่งเสาไฟฟ้ามึง เสาไฟฟ้ากู ระวังนะ ตายไปจะไปเกิดเป็นจิ้งจกในรูเสาไฟฟ้าแย่งรูเสาไฟฟ้าวิ่งไล่กัดกัน” โยมแม่ท่านหัวเราะชอบอกชอบใจ มองเห็นโทสะ…นี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการรู้ตื่น รู้เบิกบาน ของโยมแม่ของท่าน ท่านบอกว่า “นับเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่แห่งการรอคอยมานานของข้าพเจ้า”

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องหนึ่งในการชวนแม่พ้นทุกข์ มาชวนทุกท่านลองไปหาอ่านดูครับ

Post to Twitter Post to Facebook

« « Prev : สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖

Next : การดูงานเพื่อทำฐานข้อมูลเด็กภูเก็ต » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

11814 ความคิดเห็น