เล่าเรื่องไข้หวัดใหญ่

โดย สาวตา เมื่อ 8 พฤษภาคม 2009 เวลา 1:36 (เช้า) ในหมวดหมู่ ชีวิต สุขภาพ, ดูแลสุขภาพ, สิ่งแวดล้อม #
อ่าน: 1984

วันนี้ได้ไปร่วมรับรู้และเรียนรู้วิธีการจัดการระบบการเตรียมความพร้อมเพื่อซ้อมมือกับการต้อนรับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่มีผู้ชำนาญด้านโรคทำนายว่าจะเกิดระบาดใหญ่ในอนาคตข้างหน้า แล้วหากว่ามันเกิดขึ้นมา ผู้คนจะล้มตายเป็นเบือเหมือนในประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมาแล้ว บทเรียนจากประวัติศาสตร์นั่นเองที่ถูกถอดบทมาเพื่อใช้สำหรับเตรียมความพร้อม

มิได้หมายความว่า จะเอามาตรการในประวัติศาสตร์มาเตรียมความพร้อม ณ วันนี้หรอกนะ หากแต่บทเรียนที่ถอดมานั้นเอามาใช้ตรงที่ว่า ณ วันนี้โลกเจริญแล้ว งานวิจัย นักวิจัยก็มีมาก ผู้เชี่ยวชาญก็มีมาก หากว่าได้มาจับมือทำงานร่วมกัน สานต่อประสานเครือช่ายโยงใยกันให้ดีเสียแต่เนิ่นๆ การที่จะมีผู้คนล้มหายตายจากไปจากโลกจะลดทอนลงหรือกล่าวว่าป้องกันได้หากร่วมใจกันไม่ประมาท

นับว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ธรรมชาติสอนให้เกิดความรับรู้ว่า ธรรมชาตินะยังเป็นใหญ่เสมอ หากเข้าใจธรรมชาติ ผู้คนก็สามารถที่จะร่วมอยู่กับมันได้อย่างเป็นมิตรต่อกัน

ครั้งนี้มีเรื่องที่ผู้คนยังต้องเรียนรู้ธรรมชาติเฉพาะตน ธรรมชาตินั้นก็คือเรื่องของฐานกายว่าแข็งแรงพอไหมที่จะต่อสู้กับโรค เพราะว่าโรคใหม่ที่กำลังเกิดอยู่ ณ วันนี้นั้น มีหลายเรื่องที่วิทยาศาสตร์อธิบายยังไม่ได้ และหากจะรอให้วิทยาศาสตร์อธิบายได้ ก็น่าจะสายไปแล้วสำหรับตัวเอง ฉะนั้น ณ วันนี้ ตอบตัวเองนะค่ะว่า แข็งแรงพอรึยังที่จะต่อสู้โรค ดูแลตัวเองพอรึยังที่จะไม่ให้รับเชื้อโรคมาแล้วเป็นโรค

เชื้อโรคคราวนี้มาแปลกตรงที่ มียีนของเชื้อที่พบในคน หมู และนกอยู่ในตัวเชื้อโรค มันเป็นมาอย่างไรยังไม่มีใครรู้ เมื่อไม่รู้ ก็ไม่สามารถหาโล่ห์มาป้องกันได้  ใช่เลย ณ วันนี้ ยังไม่รู้ว่าจะผลิตวัคซีนมาป้องกันไม่ให้ผู้คนติดโรคได้อย่างไร วิธีเดียวที่จะป้องกันโรคได้ มีแต่ดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงพอที่จะมีภูมิต้านโรคที่แข็งแรง

เจ้าเชื้อนี้เป็นไวรัสนะ ไวรัสนะป้องกันได้ด้วยวัคซีนถ้ารู้จักและรู้ใจมันเพียงพอ ไวรัสจะเข้าร่างกายไม่ได้ถ้าเจ้าตัวสะอาดและแข็งแรง มีภูมิต้านโรคที่ธรรมชาติให้มาไว้แล้วที่แข็งแรง

ความน่ากลัวของเชื้อพันธุ์ใหม่ตัวนี้คือ มันดุ มันจ้องทำให้วัยทำงานป่วยและเสียชีวิตง่ายๆ แต่ใช่ว่าคนแก่เหนียงยานจะไม่เป็นอะไรนะ สว.ก็เป็นโรคนี้ได้เช่นกัน

มันยากแก่การป้องกันการติดต่ออีตรงที่ มันมากับอากาศนะซินะ  เวลาที่ใครมีเชื้อ ไอ จาม ก็แพร่ไปในอากาศให้คนอยู่ใกล้ๆสูดเข้าไปได้แล้ว หรืออยู่ใกล้กันขนาดหายใจรดหน้ากันได้ก็ติดแล้ว  ติดต่อกันเหมือนการติดหวัดเลยนะ ขอบอก

การป้องกันตอนนี้ที่ควรฝึกฝนตัวเองไว้ให้คุ้นชิน ก็มีเรื่องราวของการล้างมือหลังหยิบจับอะไรในที่ทางสาธารณะก่อนที่จะเอามือไปแคะจมูกหรืออมนิ้ว  ล้างมือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง ไม่ว่าจะเข้าไปทำอะไรทั้งทุกข์เบา-ทุกข์หนัก เพราะว่าส่วนที่สกปรกที่สุดในห้องน้ำ คือ ลูกบิดประตู ลูกบิดชักโครก และที่กดน้ำล้างก้น ยิ่งถ้าเป็นขันยิ่งแล้วใหญ่นะ

อีกเรื่องที่ควรฝึกเพิ่มก็คือ การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เอาแบบเหนื่อยนิดหน่อย เหนื่อยติดต่อกัน 30 นาทีทุกวันนะแหละ ทำอะไรก็ได้ที่ถนัด เดินเร็ว วิ่ง ขึ้นบันได-ลงบันไดกี่ขั้นก็ได้ ทำต่อๆกันให้เหนื่อย แล้วเหนื่อยอยู่นาน 30 นาทีนะโอเคแล้ว

อีกเรื่องคือ การดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียง เพื่อช่วยให้เยื่อบุทางเดินหายใจแข็งแรง จะได้ทำงานดักจับเชื้อโรคได้ไวและจัดการเอาชนะได้ ก็เวลาเยื่อบุทางเดินหายใจทำงานอย่างนี้ มันจะสร้างเมือกออกมาเอาชนะ ในเมือกนะมีเม็ดเลือดขาวออกมาเป็นกองทัพเลยนะ มาเพื่อตั้งด่านจัดการกับเชื้อโรคที่เข้าไป

อยากจะบอกว่า ความร้ายของโรคนี้อยู่ในระดับ ป่วยร้อยคน มี 2 คนตายได้แค่นั้นเอง ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ มันมีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดาๆก่อนมีไข้ได้นะซิ แค่เปื้อนน้ำมูก หรือโดนไอจามรดวันเดียวก็อาจติดเชื้อมาได้แล้ว

วันนี้นำมาบอกกล่าว เพื่อให้ช่วยกันดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี เพื่อช่วยดูแลประเทศไทย ใครไปประเทศแถบอเมริกาเหนือ ยุโรป เกาหลีใต้มาบ้างก็ช่วยแนะนำให้เปิดเผยตัวหน่อย ไปให้ตรวจเช็คซะหน่อย เพื่อไม่ให้เมืองไทยเป็นหนึ่งใน 24 ประเทศที่เกิดโรคแล้ว ณ วันนี้

ได้ฟังแล้วบอกตัวเองว่า ถ้าโรคนี้เกิดขึ้นจริงในคนไทย มันหนาวจริงๆนะขอบอก มันแพร่ไม่เลิกเพราะคราวนี้มันเป็นเชื้อที่คนนำมาติดคน ไม่ใช่นก ส่วนไอ้ที่จะติดจากนกนะ มันก็ยังไม่เลิกเหมือนกันนะ ใกล้ที่สุดที่บอกว่ามันยังไม่เลิกก็คือที่เวียดนามยังเกิดอยู่

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อชวนให้ตามข่าวและดูแลตัวเองอย่างจริงๆจังๆกันหน่อยนะค่ะ

อย่าลืมนะ ล้างมือ ล้างมือ ล้างมือ ล้างมือ ล้างมือ ออกกำลังกาย ออกกำลังกาย ออกกำลังกาย ออกกำลังกาย ออกกำลังกาย

กินน้ำสะอาด กินน้ำสะอาด กินน้ำสะอาด กินน้ำสะอาด กินน้ำสะอาด ไว้ก่อนเลย

คุณครูทั้งหลายช่วยสอนเด็กๆให้ดูแลตัวเองให้สม่ำเสมอด้วยนะค่ะ

7 พค.2552

« « Prev : มารู้จักที่นอนลมกันดีกว่า

Next : มาตรการลดไข้หวัดใหญ่ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "เล่าเรื่องไข้หวัดใหญ่"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Main: 0.033437013626099 sec
Sidebar: 0.21110701560974 sec