ช้าง กับ หนู

3 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 20:19 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1022
  • อะไรน่าทึ่งกว่ากัน
  • อะไรมีประโยชน์มากกว่ากัน
  • คนสนใจอะไรมากกว่ากัน
  • อะไรมีพลังมากกว่ากัน
  • อะไรฉลาดมากกว่ากัน
  • อะไรที่คนยกย่องนับถือมากกว่ากัน
  • อะไรกำลังสูญพันธุ์ก่อน..เพราะอะไร
  • ช้างเป็นเจ้าป่า หนูก็อยู่ในป่า
  • ช้างเข้าเมืองไม่ช้าก็ตาย ..หนูมีอยู่เต็มบ้านเมือง
  • ช้างอยู่ในสวนสัตว์ ไม่ช้าก็แก่ตาย
  • หนูอยู่ในสวนสัตว์มีอยู่มากมาย คนมองไม่เห็นเอง
  • คนถางป่า ทำไร่ ช้างอยู่ไม่ได้
  • หนูมีอยู่เต็มไร่นา
  • ช้างกำลังสูญพันธุ์ แต่หนูมีทุกแห่งหนในโลก
  • เพราะ หนูปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เร็ว อ่านต่อ »


จดหมายรักถึงท่านจอหงวน

อ่าน: 1753

(อยากจะทำเรื่องมันส์ๆต้องกินถั่วไปด้วย)

:: ตั้งแต่วาสนามาประจวบกัน ท่านจอหงวนกับผมก็สาละวนอยู่ในเขาวงกต พยายามที่จะหาเรื่องขายความรู้ความคิดเชิงกระบวนการ เราโยนหินถามทางถึงกันหลายเรื่อง แต่มันก็ยังเป็นแบบหมูในอวย..ยังแปรรูปให้เป็นหมูแผ่น หมูทุบ หมูผัดเผ็ด หรือลาบหมูรสเด็ดไม่ได้สักกะที ทั้งที่เรากัดไม่ปล่อย..เซ๊าซี่กันมาเป็นระยะ เรื่องมันก็ยังไม่สุกงอม ยังตกร่องปล่องชิ้นทางความคิดไม่ได้ ที่ผ่านมาเราได้แบ่งกันบ่มเพาะความคิด คิดๆๆจนหัวผุ และแล้วสวรรค์ก็มีตา..ช่วงที่กรมป่าไม้และสภาวิจัยฯลงมาจัดฝึกอบรมการใช้ผลงานวิจัยสู่ชุมชน ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายงานองค์กรดังกล่าวลงมาเอง มีเวลาได้คุยกันหลายรอบ ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถ..ท่านก็หันมาบอกว่า..รีบเขียนๆส่งนะครูบา

:: ช่วงผมไปบางกอกเมื่อเร็วๆนี้ ฝ่ายวิจัยเรื่องการใช้ไม้จากสวนป่าปลูก ก็ประชุมกันเขียนงานวิจัยการสร้างบ้านไม้แบบเล็กๆเก๋ๆเหมือนเรือนรจนากับเจ้าเงาะ โดยอาศัยเทคโนโลยี/เครื่องมือสมัยใหม่ช่วย ซึ่งงานวิจัยหมวดนี้จะมาสอดรับกับที่เราจะทำ และวันที่ 16-17 เดือนมิถุนายน ทีมนี้ก็จะมาจัดฝึกอบรมการกลั่นน้ำมันยูคาลิปตัสที่สวนป่า ถ้าอาจารย์ว่างก็อาจจะมาคุยเรื่องข้อมูลโดยตรง แล้วกลับไปเขียนโครงการวิจัยให้เสร็จภายในวันที่ 25 มิถุนายน เร็วๆด่วนๆอย่างนี้ ไฟลนก้นไปไหมครับ อิ อิ..

เห็นอาจารย์บ่นๆเรื่องเขียนเค้าโครงวิจัยจนมือหงิก

ลองอีกสักตั้ง..มืออาจจะไม่หงิกก็ได้นะครับ

เพราะเราจะเขียนด้วยหัวใจที่หวาบหวาม คิ คิ .

ผมประสานเบื้องต้นไว้บ้างแล้ว วช.เขาก็อยากให้เราส่งโครงการขอทุน หมดกำหนดส่งภายในเดือนมิถุนายน ถ้าจะลุยคงต้องเร่งคุยกัน บังเอิญช่วงนี้ผมก็ไม่ว่าง แต่จะร่างเค้าโครงให้อาจารย์ดู คืนวันที่ 13 ผมนอนโคราช ไม่ทราบอาจารย์ว่างไหม จะชวนมาขึ้นเตียงสักคืน ถ้าไม่จบต่อคืนวันที่ 14อีกสักบ่ายก็ได้ อยากจะทราบว่าหัวใจว่างไหมในวันดังกล่าววววววว..


อยากจะให้เป็นโครงการร่วมระหว่างอาจารย์ ภาควิชา (มหาวิทยาลัย) กับ มหาชีวาลัยอีสาน (ชุมชน) ช่วยกันทำตัวชุดความรู้ให้ชัดๆ แล้วจัดอบรมเชิงประจักษ์ เน้นทำเรื่อง  ปลูกต้นไม้ แล้วเอาใบไม้มาเลี้ยงแพะเลี้ยงวัว-กิ่งไม้เล็กๆทำฟืนเผาถ่าน-กิ่งไม้ใหญ่เอามาทำเครื่องเรือนน็อคดาวน์
ในชั้นแรกเราไม่ต้องตัดต้นไม้ เอาเฉพาะกิ่งใบมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า หลังจากปลูกไม้อาคาเซียได้7ปี เราจะทยอยสางขยายระยะ ลำต้นใหญ่เอามาแปรรูปสร้างบ้าน-แล้วปลูกหมุนเวียนเเติมลงไปให้ครบรอบตัดฟัน พื้นที่ก็จะมีต้นไม้อยู่ตลอดไป ชาวบ้านก็จะมีวัตถุดิบต่อเนื่องตลอดไป ทุกขั้นตอนผมมีตัวอย่างแสดงบ้างแล้ว ไม่ใช่นับหนึ่งใหม่

-ในแผนจะมีการอบรมกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายประมาณ 1,000 ครัวเรือน ใน3-4จังหวัด

-จัดพิมพ์ตำราคู่มือ

-ชักชวนคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆมาร่วมเป็นภาคี

-วันนี้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติริย์มา

-เดือนหน้า วันที่ 2-3จุฬามาฯ วันที่ 27 คณาจารย์ม.สุโขไทยธรรมธิราชมา

-วันที่ 29 ผมจะโม้ที่งานประชุมกรมป่าไม้

-จัดทำแปลงสาธิต-คอกสาธิตเลี้ยงแพะ-โคขุน

-เชื่อมโยงการปลูกต้นไม้แบบยั่งยืนร่วมกับการยกระดับเลี้ยงปศุสัตว์ต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลลัพธ์ดีกว่าแบบเดิมๆ

-มูลสัตว์ นอกจากจะทำปุ๋ย -ยังทำแก๊สชีวภาพ

-งานหมักจุลินทรีย์ จะนำไปสู่การผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ผลิตไวน์เลี้ยงโคขุน

-งานปรับปรุงพันธุ์สัตว์จะนำไปสู่การเลี้ยงโคขุน เลี้ยงแพะ แกะ


(รับภาพจากหัวหน้าฝ่ายบริหารชุมชนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)

:: จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้าไปสู่วิธีทำมาหากินของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย เช่น การใช้เครื่องสับใบไม้-สว่านเจาะหลุมดิน-การตากวัตถุดิบด้วยกระโจมพลาสติกที่อาจารย์คิด โดยภาพรวมงานนี้ช่วยลดความเสี่ยงการประกอบอาชีพของชาวบ้านได้ค่อนข้างชัดเจน ลดต้นทุนได้อย่างชัดเจน สร้างความหลากหลายได้อย่างชัดเจน สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน เราเน้นการฝึกอบรมจากการฝึกทำให้เป็น เชื่อหัวไอ้เรืองแล้ว..อาจารย์ทำได้

:: ในช่วงการฝึกอบรมก็จะชวนสมาชิกแซ่เฮมาร่วมเป็นวิทยากร ใครว่างก็มา ใครไม่ว่าง..ก็รออ่านแล้วให้ความคิดเห็น เป็นกระบวนการพัฒนาเชิงกระบวนการที่สอดรับกับวัฒนธรรมพื้นถิ่น ที่สถาบันหรือองค์กรไหนสนใจเอาไปปรับใช้ได้ ผมขายความคิดนี้ในงานประชุมนักวิจัยระดับชาติไปแล้วที่มหาวิทยาลัยทักษิณ

และจะไป..โม้สะบัดในงานประชุม แ ผ น พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ

ที่ เ มื อ ง  ท อ ง ธ า นี   ใ น วั น ที่   7   เ ดื อ น มิ ถุ น า ย น

ไอ่พวกเราต้อง โ ม้ ขี้ .. ไม่ใช่ ขี้ โ ม้

พูดด้วยทำด้วย แปรวิชาการให้เป็นวิชาชีพ วิชา-กิน-จูง-อุ้ม-ร้อง-ขายได้

ความรู้ที่ขายได้ ย่อมกว่าดี ความรู้ขายไม่ออก

ถ้างานวิจัยของประเทศ .. วัดกันที่จุดนี้..

งานวิจัยของไทยก็จะไม่โหล่ยโท้ยหรอกนะครับ

เ ร า ม า ทำ ง า น วิ จั ย ที่ ดิ้ น ไ ด้ กั น ดี ก ว่ า ท่ า น จ อ ห ง ว น

โปรด ทำตัวและหัวใจในเดือนมิถุนายนให้ว่าง ว่าง และ ว่างที่สุด

คิ คิ คิ..



Main: 0.016066074371338 sec
Sidebar: 0.051568984985352 sec