จดหมายรักถึงท่านจอหงวน

อ่าน: 1755

(อยากจะทำเรื่องมันส์ๆต้องกินถั่วไปด้วย)

:: ตั้งแต่วาสนามาประจวบกัน ท่านจอหงวนกับผมก็สาละวนอยู่ในเขาวงกต พยายามที่จะหาเรื่องขายความรู้ความคิดเชิงกระบวนการ เราโยนหินถามทางถึงกันหลายเรื่อง แต่มันก็ยังเป็นแบบหมูในอวย..ยังแปรรูปให้เป็นหมูแผ่น หมูทุบ หมูผัดเผ็ด หรือลาบหมูรสเด็ดไม่ได้สักกะที ทั้งที่เรากัดไม่ปล่อย..เซ๊าซี่กันมาเป็นระยะ เรื่องมันก็ยังไม่สุกงอม ยังตกร่องปล่องชิ้นทางความคิดไม่ได้ ที่ผ่านมาเราได้แบ่งกันบ่มเพาะความคิด คิดๆๆจนหัวผุ และแล้วสวรรค์ก็มีตา..ช่วงที่กรมป่าไม้และสภาวิจัยฯลงมาจัดฝึกอบรมการใช้ผลงานวิจัยสู่ชุมชน ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายงานองค์กรดังกล่าวลงมาเอง มีเวลาได้คุยกันหลายรอบ ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถ..ท่านก็หันมาบอกว่า..รีบเขียนๆส่งนะครูบา

:: ช่วงผมไปบางกอกเมื่อเร็วๆนี้ ฝ่ายวิจัยเรื่องการใช้ไม้จากสวนป่าปลูก ก็ประชุมกันเขียนงานวิจัยการสร้างบ้านไม้แบบเล็กๆเก๋ๆเหมือนเรือนรจนากับเจ้าเงาะ โดยอาศัยเทคโนโลยี/เครื่องมือสมัยใหม่ช่วย ซึ่งงานวิจัยหมวดนี้จะมาสอดรับกับที่เราจะทำ และวันที่ 16-17 เดือนมิถุนายน ทีมนี้ก็จะมาจัดฝึกอบรมการกลั่นน้ำมันยูคาลิปตัสที่สวนป่า ถ้าอาจารย์ว่างก็อาจจะมาคุยเรื่องข้อมูลโดยตรง แล้วกลับไปเขียนโครงการวิจัยให้เสร็จภายในวันที่ 25 มิถุนายน เร็วๆด่วนๆอย่างนี้ ไฟลนก้นไปไหมครับ อิ อิ..

เห็นอาจารย์บ่นๆเรื่องเขียนเค้าโครงวิจัยจนมือหงิก

ลองอีกสักตั้ง..มืออาจจะไม่หงิกก็ได้นะครับ

เพราะเราจะเขียนด้วยหัวใจที่หวาบหวาม คิ คิ .

ผมประสานเบื้องต้นไว้บ้างแล้ว วช.เขาก็อยากให้เราส่งโครงการขอทุน หมดกำหนดส่งภายในเดือนมิถุนายน ถ้าจะลุยคงต้องเร่งคุยกัน บังเอิญช่วงนี้ผมก็ไม่ว่าง แต่จะร่างเค้าโครงให้อาจารย์ดู คืนวันที่ 13 ผมนอนโคราช ไม่ทราบอาจารย์ว่างไหม จะชวนมาขึ้นเตียงสักคืน ถ้าไม่จบต่อคืนวันที่ 14อีกสักบ่ายก็ได้ อยากจะทราบว่าหัวใจว่างไหมในวันดังกล่าววววววว..


อยากจะให้เป็นโครงการร่วมระหว่างอาจารย์ ภาควิชา (มหาวิทยาลัย) กับ มหาชีวาลัยอีสาน (ชุมชน) ช่วยกันทำตัวชุดความรู้ให้ชัดๆ แล้วจัดอบรมเชิงประจักษ์ เน้นทำเรื่อง  ปลูกต้นไม้ แล้วเอาใบไม้มาเลี้ยงแพะเลี้ยงวัว-กิ่งไม้เล็กๆทำฟืนเผาถ่าน-กิ่งไม้ใหญ่เอามาทำเครื่องเรือนน็อคดาวน์
ในชั้นแรกเราไม่ต้องตัดต้นไม้ เอาเฉพาะกิ่งใบมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า หลังจากปลูกไม้อาคาเซียได้7ปี เราจะทยอยสางขยายระยะ ลำต้นใหญ่เอามาแปรรูปสร้างบ้าน-แล้วปลูกหมุนเวียนเเติมลงไปให้ครบรอบตัดฟัน พื้นที่ก็จะมีต้นไม้อยู่ตลอดไป ชาวบ้านก็จะมีวัตถุดิบต่อเนื่องตลอดไป ทุกขั้นตอนผมมีตัวอย่างแสดงบ้างแล้ว ไม่ใช่นับหนึ่งใหม่

-ในแผนจะมีการอบรมกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายประมาณ 1,000 ครัวเรือน ใน3-4จังหวัด

-จัดพิมพ์ตำราคู่มือ

-ชักชวนคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆมาร่วมเป็นภาคี

-วันนี้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติริย์มา

-เดือนหน้า วันที่ 2-3จุฬามาฯ วันที่ 27 คณาจารย์ม.สุโขไทยธรรมธิราชมา

-วันที่ 29 ผมจะโม้ที่งานประชุมกรมป่าไม้

-จัดทำแปลงสาธิต-คอกสาธิตเลี้ยงแพะ-โคขุน

-เชื่อมโยงการปลูกต้นไม้แบบยั่งยืนร่วมกับการยกระดับเลี้ยงปศุสัตว์ต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลลัพธ์ดีกว่าแบบเดิมๆ

-มูลสัตว์ นอกจากจะทำปุ๋ย -ยังทำแก๊สชีวภาพ

-งานหมักจุลินทรีย์ จะนำไปสู่การผลิตอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ ผลิตไวน์เลี้ยงโคขุน

-งานปรับปรุงพันธุ์สัตว์จะนำไปสู่การเลี้ยงโคขุน เลี้ยงแพะ แกะ


(รับภาพจากหัวหน้าฝ่ายบริหารชุมชนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์)

:: จะนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้าไปสู่วิธีทำมาหากินของกลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย เช่น การใช้เครื่องสับใบไม้-สว่านเจาะหลุมดิน-การตากวัตถุดิบด้วยกระโจมพลาสติกที่อาจารย์คิด โดยภาพรวมงานนี้ช่วยลดความเสี่ยงการประกอบอาชีพของชาวบ้านได้ค่อนข้างชัดเจน ลดต้นทุนได้อย่างชัดเจน สร้างความหลากหลายได้อย่างชัดเจน สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน เราเน้นการฝึกอบรมจากการฝึกทำให้เป็น เชื่อหัวไอ้เรืองแล้ว..อาจารย์ทำได้

:: ในช่วงการฝึกอบรมก็จะชวนสมาชิกแซ่เฮมาร่วมเป็นวิทยากร ใครว่างก็มา ใครไม่ว่าง..ก็รออ่านแล้วให้ความคิดเห็น เป็นกระบวนการพัฒนาเชิงกระบวนการที่สอดรับกับวัฒนธรรมพื้นถิ่น ที่สถาบันหรือองค์กรไหนสนใจเอาไปปรับใช้ได้ ผมขายความคิดนี้ในงานประชุมนักวิจัยระดับชาติไปแล้วที่มหาวิทยาลัยทักษิณ

และจะไป..โม้สะบัดในงานประชุม แ ผ น พั ฒ น า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม แ ห่ ง ช า ติ

ที่ เ มื อ ง  ท อ ง ธ า นี   ใ น วั น ที่   7   เ ดื อ น มิ ถุ น า ย น

ไอ่พวกเราต้อง โ ม้ ขี้ .. ไม่ใช่ ขี้ โ ม้

พูดด้วยทำด้วย แปรวิชาการให้เป็นวิชาชีพ วิชา-กิน-จูง-อุ้ม-ร้อง-ขายได้

ความรู้ที่ขายได้ ย่อมกว่าดี ความรู้ขายไม่ออก

ถ้างานวิจัยของประเทศ .. วัดกันที่จุดนี้..

งานวิจัยของไทยก็จะไม่โหล่ยโท้ยหรอกนะครับ

เ ร า ม า ทำ ง า น วิ จั ย ที่ ดิ้ น ไ ด้ กั น ดี ก ว่ า ท่ า น จ อ ห ง ว น

โปรด ทำตัวและหัวใจในเดือนมิถุนายนให้ว่าง ว่าง และ ว่างที่สุด

คิ คิ คิ..

« « Prev : มหกรรมป้าย

Next : ช้าง กับ หนู » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

21 ความคิดเห็น

  • #1 maeyai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 8:15

    ขอความสำเร็จจงบังเกิดแด่ยอดวิทยายุทธทั้งสอง

  • #2 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 8:38

    บาท่านให้เกียรติชวนเช่นนี้ มีหรือที่ข้าน้อยจะทำตัวไม่ให้ว่าง ไม่ได้
    เรื่องขึ้นเตียง ถนัดอยู่แล้วครับ (เตียงโรงพยาบาลน่ะครับ อิอิ)

  • #3 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 10:37

    ใบไม้หมักกองทิ้งไว้ อุณภูมิ ความชื้นพอเหมาะ ยังได้เห็ดฟางกอเบ้อเริ่มมาทำกินด้วยค่า..^^
    http://lanpanya.com/dd190751/archives/516

  • #4 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 12:35

    ผมอยากให้บาท่านคิดหาพืชปลูกคลุมดินข้างล่างด้วยครับ พืชที่ชอบแดดรำไร และทนแล้ง เช่น ผักหวานบ้าน หรืออื่นๆ ส่วนพืชหัว ก็อย่าลืมนะครับ ใจผมคล้อยไปกลับ กลอย นะครับ มันอื่นๆ ขึ้นได้ไหมหนอ เช่น มันเลือด มือเสือ พวกนี้มันป่าทั้งนั้น น่าขึ้นพันไปกับสวนป่าได้นะครับ จะได้ประโยชน์หลายต่อมาก ที่น่าศึกษาคือ จะได้ผลผลิตมันนี้เท่าไร และจะเอามาทำอะไร ที่แน่ๆคือ อาหารคน สัตว์ และ ทำแก๊สและหรือเอทานอล

    การปลูกจะเอาเชิงเดี่ยวหรือ ปลูกสลับครับ

    ผมได้คิดเครื่องเผาถ่านแบบปลอกส้วมไว้ด้วย รวดเร็ว ประหยัด และน่าทำอภ.ได้ถึง 1000 C (ดีกว่าเตาอีวาเตะ) เพื่อทำถ่านกัมมันต์

    ที่ต้องเตรียมไปพร้อมกันอีกอย่างคือการฝึกช่างไม้ฝีมือดีไว้รองรับการเพิ่มมูลค่าจากเนื้อไม้ด้วยเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆครับ พวกนักออกแบบผลิตภัณฑ์ก็สำคัญมาก ถ้าออกแบบดีก็ขายดีครับ

    ผมว่าเร่งด่วนคือพื้นที่ป่าต้นน้ำ เช่น น้ำหนาวเพชรบูรณ์ พิษณุโลก พะเยา เชียงราย ถ้าเราไปส่งเสริมให้ปลูกได้ จะช่วยชาติ สังคมได้หลายต่อมากครับ

  • #5 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 13:48

    ฝากการบ้านบาท่านอีกข้อครับ คือ เราคงต้องมีแปลงควบคุมด้วย คือ แปลงที่ไม่ตัดใบ มาทำอาหารสัตว์ กับแปลงที่ตัดใบ เพื่อดูผลว่าการตัดใบ จะมีผลอย่างไรกับการเจริญเติบโต เผลอๆ อาจได้ผลที่ไม่คาด เช่น การตัดใบแล้วยิ่งทำให้ไม้โตเร็วยิ่งขึ้น

    อีกอย่างที่ผมคิดมานานถึงความเป็นไปได้ คือ ปลูกป่าพร้อมเลี้ยงสัตว์แบบธรรมชาติ (ชีวภาพ) ในผืนป่าไปเลย แบบนี้ถ้าตัดใบไม้ลงมา ก็ไม่ต้องเสียการขนส่ง ก็ให้มันกิน ถ่ายอยู่ในผืนป่านั่นแหละ แต่วิธีนี้อาจต้องมีเทคนิคการปลูกที่ต่างไป เช่น ความหนาแน่น หรือปลูกให้แน่น แล้วเว้นที่ว่างไว้เป็นหย่อมๆ เพื่อให้สัตว์มาอาบแดดบ้าง

    ต้นไม้พุ่มคลุมดินที่ใบดก แตกใหม่เร็ว ที่สัตว์กินได้ก็เห็นที่จะเป็นผักหวานบ้านแหละครับ พวกเล็บครุฑแบบใบกลมนี่ก็ใบดกและแตกไวนะครับ ทางสวนยางพาราภาคใต้นิยมปลูกเหลียงใต้ต้นยาง ต้นมันปูยังเห็นไปขึ้นอยู่ทีลำพูนได้เลยครับ

  • #6 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 13:56

    ถ้าทำร่องน้ำเลี้ยงปลา ใบไม้ให้วัวกิน อึวัวให้ปลากิน (ไม่รู้ทำได้ไหมครับ เคยได้ยินว่าเขาทำกัน แต่อาจต้องเป็นปลาบางสายพันธุ์เท่านั้น เช่น ปลาดุก) น้ำเลี้ยงปลาเอาไปรดต้นไม้ โดยเฉพาะถ้าเป็นไม้สวน หรือ แปลงผัก ผักจะได้ปุ๋ยจากอึปลา (มีคนทดลองเอาไปรดต้นมะม่วงแล้ว ปรากฎว่ามะม่วงงาม ลูกดกมากกว่าปกติ) ถ้าแบบนี้ก็ได้ครบวงจรจริงๆนะครับ ปลูกผักก็ชีวภาพด้วย

  • #7 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 14:01

    ผมอยากปลูกไม้ที่ให้ผลด้วย เช่น มะหาด ได้ข่าววาโตเร็ว เนื้อไม้ดี มีฤทธิ์เป็นสมุนไพร และลูกมันก็อร่อยมาก เอามาทำน้ำผลไม้ที่แสนอร่อยได้แน่นอนครับ

    อ้อ..อย่าลืมกระบกครับ ถ้าจะเลี้ยงสัตว์ด้วยต้องกระบก ลูกดกมาก วัวชอบมาก (สงสัยว่าเป็นยาบำรุงกระดูก) อึออกมาเมล็ดกระเทาะเอามาคั่วขายได้อีก เนื้อไม้กระบกก็ดีมาก (ไวน์กระบกก็หร่อยสุดๆครับ ลองทำมาแล้ว)

  • #8 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:01

    เอา “บ้านอุ้นจั๋นตา” แบบประหยัดสุด ด้วยค่า จะเล็กหรือเก๋ ยิ่งดี แต่ขอมีอ๊อปชั่นดังนี้….อิอิ

    ความต้องการ : อยู่แล้วสุขภาพดี มีกินมีใช้ ไม่ไหวหวั่นแผ่นดินไหว ใช้ไฟแบบประหยัด ปลอดภัย ไม่กลัวถูกปล้ำ (ชะอ้าว..เรื่องนี้สำมะคันนะคะครูบา)
    งบประมาณ : มีไม่เกินหลังละ 1 แสนบาท (หรูไปไหมคะ) แถมประกันอุบัติภัยไฟไหม้ น้ำท่วม 1 ปี ไม่ต้องวางมัดจำเงินต้น ผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์ แบ่งจ่ายได้ตามอัธยาศัย
    การอยู่อาศัย : บ้านคนโสดสนิทแถมแฟนติด 1 คน (แฮ่ๆๆ อันนี้คิดเผื่อคนมีแฟนค่า)และมีที่ให้ญาติพักอาศัยแบบไร้กังวลไม่ต้องกลัวนอนฟังคนกรนตลอดปี

    การเคลื่อนย้าย : สามารถย้ายโยกไปได้ตามมุมสวน(ถ้ามีสวน) จัดวางได้ทุกมุม ในฮวงจุ้ยที่ถูกโฉลกทั้งคนเกิดวันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ปีเกิดชวดถึงกุน และทั้งหญิงและชาย (อิอิ..เผื่อคนที่ยังเลือกเพศตัวเองไม่ได้จะไม่ต้องอึดอัดจาย)

    อุปกรณ์ที่ใช้: เกรด A ทุกอย่าง ไม่ต้องมานั่งไสตะไบเสี้ยนไหม้ต่อ หรือทาสีเพิ่ม ชักโครกไม่ตัน ท่อส่งน้ำที่ใช้วัสดุเป็นมิตรกับธรรมชาติ หมอเจ๊การันตี..(อ้าว..เลี้ยวไปจนได้)

    ขอนิดหน่อยแค่เนี๊ยะค่ะครูบา และท่านจอหงวน…อิอิ

  • #9 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:03

    ปล. แหมลืมได้ลืมดี…ขอเดินขึ้นบันใดไม่เกิน 3 ขั้นค่ะ ….ความสูงประมาณรถโรงพยาบาลมาเทียบรับถึงเรือนชานได้…ฮ่าๆๆๆ

  • #10 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:40

    จัดให้ได้ครับ เรื่องออกแบบบ้าน เป็นของโปรดผม ว่างๆไม่มีอะไรทำก็ออกแบบบ้านเล่น (แต่ตัวเองยังไม่มีบ้านอยู่เลย) ผมว่ามันลับสมองดีมากครับ

    แถมกระถางปลูกผักริมหน้าต่างให้อีกใบ อยู่แล้วรวย

    ระบบอาบน้ำแบบน้ำหยด ทำน้ำอุ่นด้วยน้ำมันทอดปลาเหลือใช้ โซฟาดึงออกเป็นเตียงนอนได้ (ไว้รับแขก)มีนอกชานไว้นอนดูเมฆได้ (จะดูดาวด้วยก็ไม่ว่ากัน)

    ส่วนเรื่องกันปล้ำ แหมยากส์ครับ ใส่ chastity belt อาจง่ายกว่าการออกแบบบ้านรองรับนะครับ :-)

  • #11 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:28

    ทุุกความเห็นเป็นประโยชน์ บางเค้าเรื่องก็คิดไว้บ้างแล้ว

    ที่สวนป่าตัดไม้ล้ม ขนมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่เสร็จ
    คาดว่ากลางเดอนหน้าน่าจะเลื่อยไม้ออกมาเป็นแผ่นๆได้
    ซึ่งจะสอดรับกับแบบบ้านที่กำลังร่าง

    ถังเผาถ่านด้วยถังปูนย์น่าสนใจ อาจจะบรรจุลงไปในสาระการฝึกอบรมในโครงการนะครับ

    เรื่องปลูกไม้ผสมผเสถัดอยู่แล้ว ช่วงนี้กำลังสะพรั้ง

    เรื่องการเลี้ยงสัตว์ประยุกต์ คิดไว้บ้าง

    เช่น เอาแม็คโคขุดเป็นร่องลึกกันสัตว์ออก ด้านในใช้รั้วไฟฟ้า ด้านนอกสุดอาจจะปลูกขี้เหล็ก/หวาย/เป็นแนวป้องกันอีกที หลังจากปลูกต้นไม้ไป 1 ปี ปล่อยนกกระจอกเทศได้ หมูเหมยซานได้ พอไม้อายุ 3 ปี ปล่อยแพะแกะได้ เรื่อง้นไม้จึงคัดชนิดที่เป็นอาหารสัตว์ปลูกแทรกผสมผสานครับ ถ้าเร็วที่สุกก็มะละกอนี่แหละ ปีเดียวให้ผลให้สัตว์กินเล่นได้แล้ว มะม่วง มะขาม มะกอก จะบก ปลูกตามๆกันไป เลียนแบบสภาพธรรมชาติ อิ

  • #12 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:33

    เฮือนอุ้ยจันตา ได้วาระหวลมาอีกครอบ
    คราวนี้คงจะถาวรขึ้นเพราะใช้ไม้เนื้อแข็ง ระบบน็อกดาวน์
    รื้อง่าย ย้ายง่าย ประกอบง่าย
    ถ้าอยู่ใกล้คนกรนดัง..ก็ขนย้ายไปตั้งที่ใหม่ภายใน 6 ชั่วโมง อิ
    ปลุกผักรอบๆบ้าน หุงข้าวหม้อดิน แกงเห็ด แกงอ่อม แกงแค หอมฉุย
    คืนสะดวกก็นั่งสมาธิ ไม่มีใครคิดปล้ำยายชีหร๊อก อิอิ

  • #13 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:39

    ตอนนี้เห็ดธรรมชาติออกมาปะเลอะ นะครูอึ่ง
    ฝนติดต่อกัน อากาศอบอ้าว ตอนเช้า บ่ายครึ่้มฝนตกเปาะแปะ
    แบบนี้เห็ดชอบ
    ใบไม้ทับถมกันโดยธรรมชาติ จึงเป็นพื้นที่เก็บเห็ดของยายฉิม
    เห็ดหูหนูยังขึ้นที่ขอนสะเดาหน้าบ้านเลย
    เก็บขอนเดียวได้เห็ดหูหนูผัดแบบมังสะวิรัติ
    ตอนนี้มะม่วงสุกปะเลอะ ไม่สามารถส่งทางไปรษณีย์
    จึงส่งลงกระเพาะแทน..อิ

  • #14 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:49

    โอ๊ะ…ครูบา…

    เป็นห่วงบรรดาหนุ่มๆ จะถูกปล้ำต่างหากค่า…5 5 5

    แหม..แต่จริงๆนะคะ ถ้าได้แบบบ้าน “อุ้ยจั๋นตา” แบบหนีน้ำท่วมโลกได้เองไม่ต้องยกต้องแบกด้วยยิ่งแจ๋ว

    ทำแบบบ้านที่น้ำอาบไปปั่นพลังงานเตาหุงต้ม ส่วนที่เหลือจากนั้นเข้าเครื่องกรองกลั่นกลับมาหมุนเครื่องซักผ้า จากนั้นกรองใหม่ เอาน้ำที่เหลือหยดรดผักแบบพ่นฝอย ดีไหมคะ

    (จินตนาการเริ่มบรรเจิดทุกทีเวลาพูดเรื่องบ้านอุ้ยจั๋นตานี่นะคะ…อิอิ)

  • #15 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 16:52

    สร้างบนเรือโนอาห์เลยครับ

  • #16 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 17:25

    ถ้ามนุษย์ฝืดเคือง มนุษย์ก็จะดิ้นๆๆๆ คิดประหยัด สุดๆๆ
    แต่ถ้ายังสบายสะดวกก็จะอีลุ่ยฉุยแฉก
    ทั้งๆที่ถ้าจะให้สร้างน้ำขึ้นมาสักหยด จะหมดเงินกี่บาทก็ไม่รู้ อิ

    วันที่ 5 ตอนเย็นๆ ท่านกอกอดส์ว่างไหมละครับ
    มีของฝากรออยู่ที่จัมโบ้เทล อิ อิ

  • #17 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 17:39

    ผมยังไม่รู้จักเฮือนอุ้ยจันตาน่ะครับ
    แต่ขอแจมล่วงหน้าว่า ถ้าทำหลังคาบ้านแบบไอเดียที่ผมคิดไว้นานแล้วน่าจะดี
    คือหลังคาเป็นแปลงผัก ปลูกข้าวด้วย รวมทั้งลานชมดาว บ้านจะเย็นสบาย มีผักกิน อีกด้วย
    น้ำที่อาบ และล้างชาม เก็บเอาไว้รดผักบนหลังคา
    เศษอาหารเหลือ เศษห้องครัว เอามาหมัก แล้วเอามาปลูกผักบนหลังคา
    ห้องใต้หลังคา ร้อน เอาไว้ตากผ้า อบแห้งพืชผัก และทำลมเทียม ปั่นไฟฟ้ามาใช้ (ต้องใช้เทคโนโลยีของผมด้วยนะ ไม่งั้น ปสภ. ต่ำ)

    ห้องใต้ถุน ปล่อยน้ำอาบลงไปพอชื้น สร้างโรงเพาะเห็ด เจาะช่องใต้พื้นให้อากาศเย็นจากใต้ถุนไหลเข้าบ้าน แล้วดูดขึ้นไปยังห้องหลังคา สามารถสร้างให้ห้องใต้ถุน ควบคุมแสง ความชื้น อภ.ได้ เพื่อผลิตเห็ดได้ตลอดปี

  • #18 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 18:00

    โห..บ้านสารพัดนึก จริงๆๆ
    ถ้ามีสักหลังจะกั้นผ้าขาวเก็บเงินคนดู อิ ิ

  • #19 อุ๊ยสร้อย ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 18:22

    ฮ่าๆๆ ถ้าเป็นอย่างนั้น ครูบาอย่าลืมชวน “อุ้ยจั๋นตา” ไปนั่งนับเงินนะคะ

    คริ คริ

  • #20 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 19:08

    บ้านนี้หันหน้าต้องไปทิศตะวันออกนะครับ หลังบ้านเป็นนอกชานไว้ชมดวงแดดหล่นดิน

    หลังคาไม่เป็นจั่วสมมาตรนะครับ แต่เอียงไปทางบ้านครูปูมากกว่าบ้านครูอึ่ง

    ความเอียงก็ต่างกันอีกตะหาก ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ริมน้ำตาปี บางปะกง ป่าสัก แพ่พิงค์ หรือแม่กก เพราะมุมแสงแห่งดวงแดดมันต่างกัน เรื่องนี้คำนวณได้ไม่ยาก

    เอาแม่อุ๊ยสร้อยคอยเก็บเงินหน้าบ้าน ส่วนผมขอไปหมักไวน์กระบกอยู่หลังบ้านกะแล่วกั่นเด๊อ

  • #21 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2011 เวลา 19:42

    แค่คิดก็สุขสบายแล้ว
    บ้านในอนาคต อิ


แสดงความคิดเห็น

บันทึกนี้ไม่อนุญาตให้แสดงความคิดเห็น!!!

Main: 0.038330078125 sec
Sidebar: 0.047538042068481 sec