ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาวเกาะ๔)

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 19 พฤศจิกายน 2008 เวลา 19:50 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 1568

ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควร มีเรื่องอยากเล่ามากมาย แต่การเล่าแต่เรื่องตัวเองก็คงทำให้น่าเบื่อ เอาไว้เล่าในโอกาสต่อๆไปก็แล้วกัน ผมขอจบเรื่องการปอกเปลือกที่ความรักของผมกับคุณแอ๊ด เพราะวันที่ ๒๐ พ.ย.นี้เราแต่งงานกันมาครบ ๒๘ ปีแล้วครับ ปีนี้ก็ไม่มีของขวัญวิลิศมาหราอะไร แต่เพียง DVD ที่ผมทำเองเป็นภาพของเราสองคนกับครอบครัว มีเพลงประกอบ ๔ เพลง มีกลอนที่เขียนขึ้นมาเป็นบทๆไม่สัมผัสระหว่างบทเพราะเขียนขึ้นมาประกอบภาพ อ๊ะ…ยังให้อ่านไม่ได้ต้องให้เจ้าตัวเขาอ่านก่อน อยากรู้ต้องรอพรุ่งนี้ อิอิ

ผมกับคุณแอ๊ดรู้จักกันจากการแนะนำของเพื่อนผม พาคุณแอ๊ดไปดูผมเล่นดนตรีในงานกาชาดที่ตัวจังหวัดพังงา คุณแอ๊ดชอบเพลงแฟนฉัน ของวงชาตรี ผมก็เลยได้บรรเลงให้ฟังและได้รู้จักกันและถูกชะตาในความเรียบร้อย ตอนนั้นผมเล่นดนตรีอยู่กับวงสาธารณสุขพังงาด้วย บางทีก็ชวนพี่ๆนักดนตรีหนีไปเที่ยวตะกั่วป่า ชวนคุณแอ๊ดไปเที่ยวเต้นรำกับพี่สาวเขาสองสามคน

รู้จักกันไม่นานเท่าไหร่ ผมเรียนจบก็ฝึกทนายที่จ.พังงา ระหว่างนั้น ผมถูกตามตัวให้ไปเล่นดนตรีที่สวนอาหารรัดใจที่ตะกั่วป่า เพราะถึงเวลาเปิดสวนอาหารนักดนตรีเบี้ยวไม่มาตามนัด อีเลคโทนก็มาถึงแล้วไม่มีคนเล่น นักร้องก็มากันแล้ว ผมเคยเล่นออร์แกนไม่เคยเล่นอีเลคโทนก็เลยมั่วๆเอา มีรายได้วันละ ๓๕๐ บาท สมัยเมื่อปี ๒๕๒๓ ก็พอได้อยู่ อาศัยลูกมั่วที่บ้านผมขายเทปผมฟังเพลงเยอะจำอินโทรเพลงได้เยอะ ไม่ต้องดูโน้ตก็เล่นได้ แต่ให้อ่านโน้ตผมอ่านไม่ออก ฮ่าๆๆ ฝึกทนายได้ ๖ เดือน ก็บอกลาลูกพี่ขอเปิดสำนักงานเอง ลูกพี่ก็สนับสนุนเพราะลูกพี่บอกกับพ่อว่าผมว่าความหัวไวดี เขาเอาตัวรอดได้ (เพื่อนๆที่เป็นทนายถามผมว่าผมกล้าเปิดสำนักงานเองเลยหรือเพิ่งฝึกงานได้แค่ ๖ เดือน เขาฝึกกันเป็นปีเขายังไม่กล้าเลย ผมบอกว่ามันอยู่ที่คุณคิดและคนที่คุณฝึกด้วย ลูกพี่ผมไม่ให้ผมหิ้วกระเป๋าให้ ท่านบอกว่าคุณมาฝึกทนายไม่ใช่มาฝึกเป็นผู้รับใช้ ผมซาบซึ้งท่านมาก ปัจจุบันท่านเสียชีวิตแล้ว ท่านสอนให้ผมว่าความด้วยความสามารถเพียวๆโดยไม่มีการวิ่งเต้นในกระบวนการยุติธรรมเลยแม้แต่คดีเดียว คดีโจรปล้นแพดูดแร่ของท่าน ศาลตั้งผมเป็นทนายให้จำเลย ท่านบอกว่าทำไปเหอะให้เต็มความสามารถ ผมว่าความจนศาลยกฟ้องจำเลย ท่านยังหัวเราะและชมผมว่าเก่ง…อิอิ ถ้าเป็นลูกพี่คนอื่นผมอาจจะโดนไล่ออกจากสำนักงานก็ได้..ฮ่าๆ)

ผมเล่นดนตรีกลางคืน พอกลางวันเปิดสำนักงานทนายความ ว่าความก๊อกๆแก๊กๆ จนที่สุดเทศบาลเปิดให้เช่าตึกสองชั้น ผมก็ไปขอเช่าเปิดสำนักงานทนายความ ขอตังค์พ่อมา ๑๘,๐๐๐ บาท เพื่อจ่ายเป็นค่าเช่าล่วงหน้า เดือนแรกพอจะจ่ายค่าเช่าก็ได้ค่าทนายมา ๓,๐๐๐ บาทพอดี ผมอ่านหนังสือมาก ผลงานจากการว่าความก็ทำท่าไปได้สวยเดือนที่สองเริ่มมีงานเข้า แต่การเป็นทนายที่ดีต้องมีคุณลักษณะ ๓ ประการ คือ ๑.มีศิลปะในการว่าความ ๒.มีความรู้ในเชิงกฎหมายแม่นยำ ๓.มีศิลปะในการเรียกค่าว่าความ ผมมีข้อ ๑ และ ๒ แต่ขาดข้อ ๓ เพราะใจอ่อนเรียกค่าว่าความไม่ได้เพราะสงสารชาวบ้านที่เป็นทุกข์เพราะถูกคดีแล้ว ยังต้องมาเป็นทุกข์กับค่าทนายความอีก คุณแอ๊ดยังแซวผมถึงทุกวันนี้ว่าทนาย ๓,๐๐๐ อิอิ

พองานเริ่มเข้าก็เลยต้องเลิกเล่นดนตรี ตอนนั้นก็ตัดสินใจแต่งงานกับคุณแอ๊ด แอบไปบอกแม่ว่าชอบผู้หญิงคนนี้ แม่เห็นด้วยเพราะคุณแอ๊ดเรียบร้อย แต่พ่อยังไม่อยากให้แต่งงานเพราะเห็นว่าอายุยังน้อย แค่ ๒๔-๒๕ ปีเอง แต่ผมเห็นว่าผมมีความสามารถรับผิดชอบครอบครัวได้ ผมพร้อมที่จะทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวแล้วจึงยืนยันขอแต่งงาน ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ขัดอะไรอยากแต่งก็แต่ง ตอนนั้นยังสอบเนติ์ได้ภาคเดียว ก็เลยรับปากกับพ่อว่ายังไงผมต้องสอบเนติบัณฑิตให้ได้ภายใน ๓ ปี ผมรับปาก สัญญาเป็นสัญญา

ก่อนแต่งงานผมเป็นนักดนตรี รู้จักผู้หญิงเยอะ ก่อนตัดสินใจแต่งงานผมถามตัวเองว่าผมจะรักเดียวใจเดียวได้หรือไม่ ผมจะเลิกเที่ยวเตร่ได้หรือไม่ ผมตอบตัวเองว่าได้ แล้วผมก็เลิกทันทีเหมือนกัน ตั้งแต่แต่งงานกับคุณแอ๊ดมาผมไม่เคยนอกใจคุณแอ๊ดเลยแม้แต่ครั้งเดียว เราไม่เคยทะเลาะกันเลย ไม่เคยลงไม้ลงมือ ไม่เคยใช้ความรุนแรงในครอบครัวเลย เพียงแต่เมื่อรู้สึกขัดใจเราก็หยุดอารมณ์ตัวเองไว้แค่นั้น ไม่ต่อความยาวสาวความยืด เรื่องมันก็จะจบ

ตอนจะแต่งงานแม่มีเคล็ด ก็คือผมซื้อหัวแหวน(ผมซื้อเพชรรัสเซีย อิอิ น่าอายไหมครับ) แม่ให้คุณแอ๊ดเอาแหวนส่วนตัวมา แล้วแม่เอาไปให้ร้านทองทำแหวนขึ้นมาใหม่โดยใช้ทองของคุณแอ๊ดและใช้หัวแหวนของผมประกอบเป็นแหวนหมั้น แม่คุณแอ๊ดก็ไม่เรียกร้องค่าสินสอดทองหมั้นเลย เราใช้สำนักงานทนายความเป็นเรือนหอ แต่งงานแล้วเราไปฮันนีมูนที่เชียงใหม่ ผมเพิ่งซื้อแหวนเพชรแท้ให้คุณแอ๊ดเมื่อไม่นานมานี้หลังจากเก็บเงินมานานมาก แต่ได้เปลี่ยนเป็นจี้เพชรตามที่คุณแอ๊ดชอบ(ซึ่งผมก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกนิดหน่อย อิอิ)

แต่งได้ไม่นานคุณแอ๊ดไปซ้อมเตะฟุตบอลของโรงพยาบาล ปรากฏว่าอาเจียนเพราะท้อง คุณแอ๊ดแพ้ท้องจนกระทั่งถึงวันคลอด วีรกรรมของเรามีมากกว่านั้นใกล้ถึงกำหนดคลอด ผมต้องไปว่าความที่สุราษฎร์และที่สงขลา คุณแอ๊ดทำท่าจะร้องไห้เพราะกลัวว่าจะคลอดตอนที่ผมไม่อยู่ ผมก็เลยถามว่าจะไปด้วยกันไหม คุณแอ๊ดบอกว่าไป ของที่เตรียมพร้อมสำหรับลูกก็เตรียมไว้สำหรับไปโรงพยาบาลก็ขนขึ้นรถแทน จดเบอร์โทรศัพท์หมอ-พยาบาลที่รู้จักตามรายทาง ที่เราไม่รู้จักแต่รู้จักพี่ๆพยาบาลในโรงพยาบาลตะกั่วป่าก็มีหลายคนจดเบอร์ไว้ อ้อ ลืมบอกไปคุณแอ๊ดอยู่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่โรงพยาบาลจึงรู้จักหมอและพยาบาลพอสมควร ผมขับรถไปว่าความทั้งสองแห่ง ขากลับมาแวะพักบ้านญาติที่จังหวัดตรัง คุณแอ๊ดก็ไม่ยอมเจ็บท้องคลอด จนกระทั่งกลับมาถึงตะกั่วป่านอนได้ ๑ คืนก็มีอาการปวดท้องคลอดไปคลอดที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า แต่ก็ใช้เวลา ๑ วันกับอีก ๑ คืน

เรากลับมาโดนผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเฉ่งเอาว่าอุตริ แต่ผมก็มีการเตรียมพร้อม ศึกษาตำราว่าเวลาคลอดเขาทำอย่างไรเผื่อว่าไปโรงพยาบาลไม่ทันเราจะทำอย่างไร ซื้อหนังสือมาอ่านว่าการเลี้ยงลูก การดูแลแม่ก่อนคลอดทำอย่างไร หลังคลอดทำอย่างไร การให้กำลังใจระหว่างกันมีผลอย่างไร ผมถือว่าผมพร้อมในสิ่งเหล่านี้

เรามีลูกด้วยกันสองคน คนที่สองเป็นลูกสาวสมใจ เราโชคดีที่ลูกทั้งสองไม่เกเร ออกนอกลู่นอกทาง เรียนไม่ถึงกับเก่งแต่เอาตัวรอดได้ ตำราเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก การสังเกตอาการลูก เฝ้าดูว่าเวลาลูกร้องเท้าเขาจิกไหม ถ้าเท้าจิกแสดงว่าปวดท้อง เป็นต้น การชงนม เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำให้ลูก ผมทำเองนะขอรับ และผมก็บันทึกถึงลูกชายและลูกสาวคนละเล่ม เล่าเรื่องของเขาในช่วง ๑-๗ ปีแรก ว่าพ่อกับแม่ทำอะไรให้กับเขาบ้าง เขาพูดครั้งแรกด้วยคำอะไร คลานเมื่อไหร่ เดินมื่อไหร่ เพื่อปรามเขาก่อนที่จะพูดคำว่า “พ่อแม่ไม่รัก”

ลูกชายไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา ๑ ปี กลับมาสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ มอ.ได้ ลูกสาวไม่ได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่พอมาทำงานแสดงศักยภาพให้เจ้านายเห็นถูกส่งไปปฏิบัติงานที่มัลดีฟส์ และเมื่อกลับมาทำงานต่ออยู่พักหนึ่งอยากไปเรียนต่อปริญญาโทที่สวิสเซอร์แลนด์ ไปเรียนภาควิชาการอยู่ ๖ เดือน กลับมาทำวิทยานิพนธ์ต่อที่เมืองไทยเพื่อลดค่าใช้จ่ายเพราะพ่อมันไม่มีตังค์ อิอิ เมื่อกลับมาได้รับการโปรโมทขึ้นตำแหน่งสูงขึ้น เมื่อวานยิ้มแฉ่งมาบอกว่าผ่านโปรแล้ว และกำลังจะมีข่าวดีว่าอาจได้เลื่อนชั้นอีกเพราะจะมีตำแหน่งว่าง

ตอนนี้มีความสุขกับการครบรอบแต่งงานปีที่ ๒๘ จึงขอปอกเปลือกไว้แค่นี้ ส่วนเรื่องการทำงานไว้มีอารมณ์สนุกๆและมีคนอยากตามอ่าน ค่อยเล่าทีหลังก็แล้วกันนะ..อิอิ ให้อ่านเรื่องราวน่าอิจฉาของเราไปก่อนแล้วกัน ถ้าอยากมีความสุขอย่างเรา ให้รู้จัก “ยอม” ก็แล้วกัน เอิ้กๆๆ อีกนิดหนึ่งพอย่างเข้าสู่วัยทองเราก็ต้องศึกษาซึ่งกันและกัน ผมเตรียมใจรับรู้ว่าบางทีคุณแอ๊ดอาจจะหงุดหงิด อาจจะอารมณ์เสีย เพราะเลือดจะไปลมจะมา อย่าไปโกรธอย่าไปรำคาญ นิ่งเสีย เรายอมทุกอย่างก็จบ ผมไม่ได้กลัวเมียนะขอบอก…

เคล็ดลับการครองชีวิตคู่นะเหรอ อยู่ที่ เอา เข้า ไว้ แฮ่ะ คิดตื้นๆแล้วกันนะ อย่าคิดลึก….เอาใจ เข้าใจ และไว้ใจ เข้าใจบ่…..

ถอดบทเรียนชีวิต

๑.งานฉลองแต่งงานต่อให้หรูหราขนาดไหน จะมีแหวนเพชรแท้เม็ดใหญ่ขนาดไหน หากไม่เข้าใจชีวิตคู่ไม่รู้จักประคับประคองกัน ไม่รู้จักให้เกียรติ ให้อภัยกัน ยากที่จะอยู่กันอย่างยั่งยืน

๒.ปรัชญาของการมีชีวิตคู่อยู่อย่างยั่งยืนก็คือ “ยอม” และต้องรู้จักด้วยว่าเวลาใดฝ่ายใดควรยอม (ลิ้นกับฟันกระทบกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องยอมเป็นลิ้นบ้าง)

๓.คนเป็นพ่อแม่ก็ควรศึกษาการเลี้ยงลูกร่วมกัน

๔.ชีวิตคู่จะอยู่กันอย่างถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ก็เพราะ เอา เข้า ไว้ บวกกับใจ เป็น เอาใจ เข้าใจ ไว้ใจ ทุกอย่างก็จบ

๕.หากคิดจะแต่งงานมีครอบครัวให้คิดให้รอบคอบก่อนว่า เราพร้อมจะรับผิดชอบครอบครัวมากน้อยขนาดไหน เราจะคิดถึงครอบครัวก่อนตัวเองได้ไหม ถ้ายังสนุกกับการไปนั่งตามบาร์ผับก็อย่าเพิ่งคิดแต่งงาน

๖.นักกฎหมายให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวได้ไหม ถ้าให้ไม่ได้ แสวงหาแต่ความสุขส่วนตัวโดยไม่สนใจคนที่บ้าน จะให้ชาวบ้านที่ไหนเขาเชื่อมั่นในความเป็นธรรม

ผมยังไม่ได้เล่าเรื่องการทำงาน ชีวิตที่กัดเกลือกินกันสองคนหลังไอเอ็มเอฟ เอาไว้เขียนพิมพ์ขายดีกว่ามั๊ง อิอิ วันที่ ๒๐ นี้ครบรอบแต่งงาน แต่คงเอาดีวีดีมาให้ชมไม่ได้เพราะมันยาว แค่กลอนกับรูปภาพบางส่วนมาให้ดู แต่ต้องหลังจากให้คุณแอ๊ดดูก่อน อิอิ จะลุ้นก็รอหน่อยนะ…ตาหวาน

Post to Twitter Post to Facebook

« « Prev : ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาวเกาะ๓)

Next : ส่งการบ้านครูบา(ปอกเปลือกอัยการชาวเกาะ๕) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

37 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.050663948059082 sec
Sidebar: 0.054103851318359 sec