อัยการแกล้งแพ้๒

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 28 ตุลาคม 2008 เวลา 22:43 ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 949

          หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้ว ผมก็ได้เขียนบทความที่นำลงบันทึกคราวที่แล้วลงในเวบไซต์ของสำนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งไม่ทราบว่าใครได้อ่านบ้าง คนที่ว่าผมได้อ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆก็คือจำเลยไม่พอใจคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จึงได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา (อ้อ…ลืมเล่าไประหว่างคดีจำเลยถึงแก่ความตาย ทายาทเข้ามารับมรดกแทนที่สู้คดีต่อ) โดยมีประเด็นหลักสองประเด็นและศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

          ๑.ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ โดยอ้างว่าจำเลยให้การเพียงว่าได้รับโอนการครอบครองจากนายเจริญฯ ซึ่งครอบครองที่ดินมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ ต่อมาปี ๒๕๑๖ มีกฎกระทรวงกำหนดให้ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นายเจริญฯอ้างว่ามีสิทธิหรือทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงฯใช้บังคับ จึงได้ยื่นคำร้องเป็นหนังสือต่อนายอำเภอภายในกำหนดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๒ คณะอนุกรรมการสำหรับป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด (ที่ท่านเนวินทำตลก เอากระจงมาโชว์ตอนกลางวันนั่นแหละครับ อิอิ) ตรวจสอบแล้วเห็นว่า ควรเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติหรือให้นายเจริญเช่าทำประโยชน์ต่อไป แต่บัดนี้ทางราชการยังไม่ได้ดำเนินการตามความเห็นดังกล่าว (ตรงนี้น่าสังเกตนะครับว่า คณะอนุกรรมการฯไม่ชี้ขาดว่าป่าสงวนออกทับที่ชาวบ้านที่ครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๗ เพราะถ้าข้อเท็จจริงได้ความว่าชาวบ้านครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๗ คณะอนุกรรมการฯจะสรุปผลว่าควรเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติ แต่ถ้าได้ความว่าเพิ่งเข้ามาในภายหลังจากที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับแล้ว แต่ก่อนมีกฎกระทรวงก็จะให้ความเห็นว่าควรให้เช่าทำประโยชน์ต่อไป)

          ศาลฎีกาเห็นว่าที่จำเลยให้การอย่างนั้นไม่มีประเด็นว่าที่ดินพิพาทอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ (เพราะถ้าเห็นว่าอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยก็ชนะคดี) และยังเห็นต่อไปอีกว่านายเจริญฯเองก็ยอมรับว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพียงแต่อ้างว่าตนครอบครองและทำประโยชน์อยู่ก่อนเท่านั้น แต่ตามพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบไม่ปรากฏว่านายเจริญมีสิทธิในที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือกฎหมายอื่น ดังนั้นหากได้ความว่านายเจริญฯเสียสิทธิหรือเสื่อมเสียประโยชน์ กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า “ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดค่าทดแทนให้ตามที่เห็นสมควร” หาได้มีสิทธิในที่ดินที่ตนครอบครองทำประโยชน์อยู่ไม่ ดังนั้นแม้นายเจริญฯจะได้ยื่นคำร้องไว้ตามกฎหมายแล้วก็มิทำให้นายเจริญฯมีสิทธิในที่ดินพิพาท ที่ดินพิพาทย่อมเป็นป่าสงวนแห่งชาติ จำเลยรับโอนที่ดินพิพาท(มาจากนายเจริญฯ)ภายหลังจากมีกฎกระทรวงฯประกาศกำหนดป่าสงวนแห่งชาติแล้ว ย่อมต้องห้ามมิให้จำเลยยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มาตรา ๑๔ ดังนั้นโจทก์(สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม)จึงมีอำนาจนำมาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

          ๒.โจทก์มีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน(ส.ป.ก.๔-๐๑ก.)เนื่องจากจำเลยไม่ใช่เกษตรกรหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.๔-๐๑ ก.)เนื่องจากจำเลยไม่ใช่เกษตรกรเพราะไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไม่อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.๒๕๑๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๒ ลงมติเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.๔-๐๑ ก.)ที่ออกให้แก่จำเลยได้และโจทก์ไม่อาจอาศัยอำนาจตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏรูปที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๖ ข้อ ๙ มาออกคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.๔-๐๑ก)ของจำเลยได้เช่นกัน

          ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดิน จึงได้ออกระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วย การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๖ ซึ่งตามระเบียบข้อ ๙ กำหนดให้เลขาธิการมีอำนาจเพิกถอนหนังสืออนุญาตได้…..ซึ่งตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยการให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งกำหนดไว้ในข้อ ๑๑(๓) ให้เกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินที่ได้รับมอบจาก ส.ป.ก. ในกรณีขาดคุณสมบัติตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกร…ซึ่งจะมีสิทธิได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในสาระสำคัญดังต่อไปนี้….

          “ข.มีที่ทำกินเป็นของตนเองหรือของบุคคลในครอบครัวเดียวกันเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ก่อนดำเนินการคัดเลือกเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน”

          ซึ่งก็ได้ความว่าจำเลยมีที่ดินก่อนได้รับการคัดเลือกหลายร้อยไร่ จึงถือว่ามีที่ดินเพียงพอแก่การเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ขาดคุณสมบัติตามระเบียบดังกล่าว ดังนั้น เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงมีอำนาจออกคำสั่งเพิกถอนหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดภูเก็ตของจำเลยได้ตามระเบียบดังกล่าวข้างต้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ.

          เป็นอันว่าคดีนี้ อัยการชนะคดี ขาวสะอาด แต่ถูกด่าตั้งแต่ศาลชั้นต้นตัดสิน ถูกสังคมตราหน้าว่าเข้าข้างจำเลย แม้แต่ในคดีอาญาที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องจำเลยก็ถูกคลางแคลงใจ ถูกพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับประชาธิปัตย์ตั้งข้อสงสัย แต่ต่อมาท่านก็เข้าร่วมเป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย แล้วก็ต้องถอนตัวออกมาในภายหลัง

          เราเคยสงสัยไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคดี ส.ป.ก.๔-๐๑ ก.ที่ภูเก็ต ผมมองว่าการแก้ไขปัญหาผิดพลาดตั้งแต่ระดับนโยบายแล้วครับ จะแก้ปัญหาบุกรุกที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ กับการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน มันคนละเรื่องต้องแยกออกจากกัน แต่รัฐบาลในยุคนั้นเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องเดียวกัน โดยการออก ส.ป.ก ๔-๐๑ ก. เท่านั้นยังไม่พอ เวลากรอกข้อมูลของผู้เข้าไปทำกินในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติอยู่ก่อนประกาศเขต ส.ป.ก.(เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกป่าสงวนเพิ่มเติม) กับข้อมูลของผู้ประสงค์จะได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน ก็ไม่มีการแยกแบบ ไม่มีการแยกคุณสมบัติ สองเรื่องนี้จึงมาตีกันเป็นเรื่องเดียว มั่วกันไปหมด

            ในพื้นที่จริง เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ลงไปบอกชาวบ้านที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติว่าให้ไปยื่นคำร้องเหอะ เพราะจะได้เอกสารเร็วกว่าไปขอออกหลักฐานอย่างอื่น แถมเวลาไปลงพื้นที่รังวัดส่องกล้องแล้ว เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักหลักเอง ส่งหลักเขตให้เจ้าของที่ดินหลักหนึ่งยาวไม่ถึงฟุตไปปักเอาเอง ชาวบ้านรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่งหมายเลขหลักสลับกันมั่วไปหมด

             ที่ยังสงสัยในเรื่องความเป็นธรรมในสังคมคือ ใครที่นำที่ดินที่ตนครอบครองในเขตป่าสงวนแห่งชาติซึ่งเป็นเขตปฏิรูปที่ดินไปขอออก ส.ป.ก.แล้วได้ความว่าขาดคุณสมบัติเป็นเกษตรกร ต้องถูกขับไล่ออกไปจากที่ดิน ทั้งๆที่เขาสับสร้างมานาน แต่ใครที่มีที่ดินติดกันแต่ไม่นำที่ดินไปขอออก ส.ป.ก.อยู่เฉยๆ ก็ไม่มีคำสั่งขับไล่ออกไปจากที่ดิน ยังทำมาหากินได้ตามปกติผมก็ยังงงอยู่ว่ารายการนี้ใครผิดกันแน่….อิอิ

Post to Twitter Post to Facebook

« « Prev : อัยการแกล้งแพ้

Next : เรื่องของเมีย » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

22 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2008 เวลา 23:40

    ท่านอัยการครับ 
    พี่ทำงานกับ ส.ป.ก.มานานหลายปี เรื่องเหล่านี้ยังมีคดีคาราคาซังกันอีกมากมายทั่วประเทศ (แต่คดีเหล่านั้นไม่โด่งดังเท่าคดีที่ภูเก็ตแน่นอน) บังเอิญพี่ไม่ได้อยู่ในส่วนรับผิดชอบตรงนี้ 

    เรารับผิดชอบส่งเสริมชาวบ้านในพื้นที่ ส.ป.ก. 4-01 ให้ทำมาหากินดีขึ้นด้วยกระบวนการพัฒนาคน พัฒนาชุมชนต่างๆ  ก็รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มามากมาย

    บางทีชาวบ้านก็มานั่งร้องให้ต่อหน้า  บางทีเราก็เข้าไปเกี่ยวบ้างในพื้นที่รอยต่อระหว่าง ส.ป.ก.กับเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ที่ชาวบ้านทำกินในพื้นที่ที่เราทำงานอยู่ แผนที่ไม่ตรงกันเลย ต้องเชิญสามท่าน(ส.ป.ก. /ป่าไม้ และ ชาวบ้าน)มาเดินชี้แนวกันทีละแปลงๆ หากตกลงกันได้ก็จบ หากตกลงกันไม่ได้ก็แขวนไว้ แล้วไปเจรจารายถัดไป ทำเช่นนี้ไปเป็นร้อยๆกิโลเมตร แล้วทาง ส.ป.ก.ก็ย้อนมารายที่แขวนไว้ไปเจรจากันที่โรงที่ศาล โอยสารพัดเรื่องราวกว่าจะจบลงได้(สมัยนั้นทำงานที่กลุ่มป่าห้วยขาแข้ง นครสวรรค์ อุทัยธานี)

    มีทั้งที่ชาวบ้านแฮบปี้  และเจ็บปวด  เราเองเป็นแค่นักพัฒนาที่ยืนข้างชาวบ้าน  แต่ผิดถูกอยู่ที่กฏหมาย หลักฐานและอื่นๆประกอบกัน…

    หากมีท่านอัยการ ที่สู้เพื่อความถูกต้องเช่นนี้ ประเทศชาติมีความสุขมาก จะเอาไปยกตัวอย่างให้เพื่อนๆข้าราชการใน ส.ป.ก.ทราบและรู้จักท่านอัยการนะครับ  ขอขอบคุณแทนแผ่นดินที่เรามีอัยการท่านนี้ครับ

  • #2 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 ตุลาคม 2008 เวลา 6:17

    พี่บู้ธครับ
    ผมก็ภูมิใจที่ได้รู้จักกับพี่ ได้เรียนรู้วิธีการทำงานของพี่ด้วยความศรัทธา
    ผมเป็นอัยการจังหวัดที่ชาวบ้านพูดว่าทำงานตรงไปตรงมา ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง ผมไม่สนใจสินบนที่เขามานำเสนอเพราะผมไม่ต้องส่งส่วยให้ใคร ผมมีเงินเดือนพอกินพอใช้ในครอบครัว แม้จะไม่สบายเหมือนครอบครัวอื่น เพราะยังต้องผ่อนหนี้ค่ารถค่าบ้าน และลูกกำลังเรียน ตอนนี้ค่อยเบาขึ้นมาหน่อย ที่ค่ารถผ่อนหมดแล้ว เหลือค่าบ้านอีกล้านเศษ แต่ก็ต้องกู้ให้ลูกไปเรียนต่อที่สวิสฯกับเป็นทุนให้ลูกทำธุรกิจ ตอนนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว ผู้ใหญ่ชวนให้มาอยู่สำนักงานคดีแพ่งเขต และให้ผมไปรบกับนายทุนบุกรุกที่ดินกันต่ออีก ที่แต่ละแปลงที่สู้กันมูลค่านับร้อยล้านครับ แต่ไม่หวั่นไหวและรื้อค้นข้อมูลตั้งแต่ปี ๒๕๑๐,๒๕๑๙,๒๕๓๘ เพื่อพิสูจน์ว่าที่ขอออกหลักฐานทางที่ดินอ้างว่าครอบครองมาก่อนปี ๒๔๙๗ นั้นเท็จทั้งสิ้นเพราะที่แถวนั้นเมื่อปี ๒๕๑๐ ยังเป็นทะเลที่น้ำท่วมถึงอยู่ สงสัยจะมีคนโกรธผมอีกหลายคนครับ…อิอิ

  • #3 หมอเจ๊ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 ตุลาคม 2008 เวลา 9:34

    พี่ชักอยากจะรู้ว่า ที่ดินชายทะเล 6 แห่งที่พูดถึงนั้นอยู่ที่ไหนบ้างเนอะ เดาๆเอาไว้ว่า สงสัยคราวนี้จะมีคนใกล้ตัวพี่ (ญาติผู้ใหญ่) ไปเกี่ยวไปข้องนะนา และถ้าหากว่ามีเกี่ยวข้องจริง พี่ก็ไม่ได้หวั่นไหวอะไรนะน้องชายจ๋า เรื่องอย่างนี้มันเป็นเรื่องความโลภ รู้ว่าผิดยังทำ จึงเป็นเรื่องของกรรมใดใครก่อ คนนั้นก็รับกรรมไปเอง  ดังนั้นหากว่าใช่อย่างที่เดาเอาไว้  พูดถึงตรงไปตรงมาได้เน้อ  พี่ไม่มีอะไรในใจค่า  ทำหน้าที่ต่อไปให้ดีที่สุดนะค่ะ บ้านเมืองนั้นสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัวค่ะ

  • #4 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 ตุลาคม 2008 เวลา 12:02

    แถวอำเภอถลางครับ นอกจากคดีแพ่งแล้วยังตามด้วยคดีอาญาด้วย มีการวิ่งเต้นด้วยแต่ผูใหญ่ในเขต เขาไม่เล่นด้วย เขาเห็นว่าผมตัดสินใจชอบแล้วครับ งอนตุ๊บป่องไปแล้ว ปกติที่ห้องอัยการจังหวัดจะมีเครื่องชงกาแฟ เขาคนนี้จะเอากาแฟเม็ดมาฝากประจำ หลังจากสั่งฟ้องแล้ว น้องๆผมอดดื่มกาแฟเจ้านี้เลย อิอิ

  • #5 Jacinto ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 กุมภาพันธ 2019 เวลา 10:42

    Hello, I enjoy reading all of your post. I like to write
    a little comment to support you.

  • #6 Mohammad ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 กุมภาพันธ 2019 เวลา 22:42

    Contemplate investments that offer fast annuities.

  • #7 Ashly ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 กุมภาพันธ 2019 เวลา 8:36

    All varieties of investments include certain dangers.

  • #8 https://www.yelp.com/biz/albany-towing-services-albany ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 กุมภาพันธ 2019 เวลา 7:01

    A quality towing company ought to provide this service.

  • #9 https://bit.ly/2V6EJpc ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 กุมภาพันธ 2019 เวลา 4:20

    Hello there! I could have sworn I’ve visited your blog before but after looking at some of
    the articles I realized it’s new to me. Nonetheless, I’m certainly delighted I came across it and I’ll
    be book-marking it and checking back often!

  • #10 Belle ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 กุมภาพันธ 2019 เวลา 18:47

    This piece of writing gives clear idea for the new
    users of blogging, that truly how to do running a blog.

  • #11 Michell ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 กุมภาพันธ 2019 เวลา 6:38

    We stumbled over here from a different website and thought I
    might check things out. I like what I see so now
    i am following you. Look forward to looking into your web
    page repeatedly.

  • #12 Kourtney ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 กุมภาพันธ 2019 เวลา 22:00

    It’s actually a great and helpful piece of information. I
    am glad that you just shared this helpful info with us.
    Please stay us informed like this. Thanks for sharing.

  • #13 Harrison ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 มีนาคม 2019 เวลา 12:29

    Wow that was strange. I just wrote an extremely long comment but after I clicked submit my
    comment didn’t show up. Grrrr… well I’m not writing all that over again. Anyway, just wanted to say wonderful blog!

  • #14 tinyurl.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2019 เวลา 20:15

    This post is really a good one it helps new net people,
    who are wishing in favor of blogging.

  • #15 http://tinyurl.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 มีนาคม 2019 เวลา 0:17

    This is really interesting, You are a very skilled blogger.
    I have joined your feed and look forward to seeking more of your wonderful post.
    Also, I have shared your site in my social networks!

  • #16 tinyurl.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 มีนาคม 2019 เวลา 4:16

    It’s amazing in support of me to have a web site, which is valuable in favor of
    my experience. thanks admin

  • #17 http://tinyurl.com/y3d7g6gk ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 มีนาคม 2019 เวลา 9:57

    Can I simply say what a relief to discover a person that truly understands what they
    are talking about on the web. You certainly understand how to bring an issue to light and make it
    important. A lot more people have to check this out and understand
    this side of the story. I was surprised you’re not more popular given that you
    most certainly have the gift.

  • #18 bit.ly ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 มีนาคม 2019 เวลา 14:28

    We’re trusted Mississauga Heating and Cooling Experts.

  • #19 tinyurl.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 มีนาคม 2019 เวลา 9:00

    I have read so many posts concerning the blogger lovers except this post is
    actually a pleasant paragraph, keep it up.

  • #20 tinyurl.com ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 มีนาคม 2019 เวลา 11:56

    Thanks for the auspicious writeup. It if truth be told was a
    amusement account it. Glance complex to far delivered agreeable from you!

    However, how could we keep up a correspondence?

  • #21 http://tinyurl.com/ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 มีนาคม 2019 เวลา 22:03

    Hey! I know this is kinda off topic however , I’d figured I’d ask.

    Would you be interested in trading links or maybe guest authoring a blog article or vice-versa?
    My website covers a lot of the same subjects as
    yours and I think we could greatly benefit from each other.
    If you’re interested feel free to send me an e-mail.
    I look forward to hearing from you! Awesome blog by the way!

  • #22 Deborah Viaro ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มีนาคม 2019 เวลา 14:30

    I do agree with all the ideas you have presented to your post.
    They’re really convincing and can certainly work. Still, the posts are too quick for newbies.
    May you please prolong them a little from next time?
    Thank you for the post.


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.082660913467407 sec
Sidebar: 0.070212125778198 sec