นโยบายคลานขึ้นจากน้ำท่วม ฉบับบ้านนอก

อ่าน: 1013

งานแถลงนโยบายงบประมาณของรัฐบาลเมื่อวานนี้ หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีแถลงการณ์ใช้งบประมาณครอบคลุมไปทุกย่อมหญ้า รัฐฯจะกระจายเม็ดเงินให้ทั่วถึงทุกรายหัว เพราะเป็นรัฐบาลสนองความต้องการประชาชน ทุกตัวอักษรล้วนเป็นเจตนาดีที่โดนใจเหล่าประชานิยมทั่วหน้า ตามด้วยท่านประธานฝ่ายเศรษฐกิจประกาศลั่น เราจะไม่ยอมให้น้ำมาท่วมเสียหายยับเยินอย่างนี้อีกแล้ว ฉิบหายเท่าไหร่ก็ต้องควักเงินมาทำให้ได้ เราต้องเรียกความเชื่อมั่นของต่างชาติมาให้ได้ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งต้องมีมาตรการป้องกันน้ำได้อย่างเด็ดขาด ไม่ต้องตาลีตาเหลือกกระเสือกกระสนเสียหายปี้ป่นอีกต่อไป เป็นเจตนาดีที่มุ่งมั่นอย่างยิ่งเลยใช่ไหมครับ ใครได้ฟังก็ขอเอาใจช่วยให้เป็นจริง ไม่ใช่ราคาคุยอย่างที่ผ่านมาๆ

รอเชียร์ รอดู รอรับบริจาคข้าวห่อ ต่อๆๆไป

หลังจากรู้สึกยินดีกับพี่น้องที่ตกน้ำ..ไม่เป็นท่าไปแล้ว

ไม่รู้จะทำอะไรได้

ผมมาสนใจระบบของรถใต้ดิน

อ ยู่ ใ ต้ ดิ น แ ท้ ๆ แ ต่ ไ ม่ มี ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก น้ำ ท่ ว ม

แปลกไหมละครับ ทางรถไฟอยู่ต่ำยิ่งกว่าที่ลุ่มมากมายนัก น้ำไม่ได้สะกิดผิวสักเอ๊ะ ถ้าของเขาดีและปลอดภัยอย่างนี้ ทำไมรัฐบาลไม่เสนอนโยบายสร้างเมืองใต้ดินละครับ จะได้ขุดดินใต้กรุงเทพออก แล้วอพยพเมืองลงไปอยู่ใต้ดิน แบ่งทำทีละเขตๆ ค่อยๆต่อเชื่อกันไป


ถ้าทำกันอย่างขนาดใหญ่ ดิ น ที่ ขุ ด ขึ้ น ม า จำ น ว น ม ห า ศ า ล ก็เอามาเทเป็นคันคูดินขนาดใหญ่ กว้าง 20 เมตร สูง 8 เมตร ปลูกต้นไม้สวยๆ2ข้าง จะเกิดทิวทัศน์สวยงามปลกตาไม่ซ้ำแบบประเทศอื่น นักท่องเที่ยวก็จะแตกตื่นมาบ้านเราเพิ่มขึ้น ธุรกิจท่องเที่ยวก็จะแจ่มใส ยิงนกโป้งเดียวได้หลายตัว

จัดการวางผังเมืองใหม่ ขยับขยายหลีกทางให้มีพื้นที่สำหรับทำทางไฮเวย์น้ำผิวดิน เพิ่มขึ้นจากเขื่อนดินถาวรริมฝั่งแม่น้ำ พื้นที่ตรงไหนตัดขัดก็เวนคืนทำระบบสาธารณูปโภค ไล่มาจากเหนือจรดภาคกลาง นอกจากเราจะได้ทางระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพแล้ว ช่วงที่ไม่มีพายุฝนกระหน่ำ เราก็ยังกักเก็บน้ำขากแหล่งนี้มาทำประปา มาทำการเกษตร เสริมระบบน้ำที่มีอยู่เดิม ถ้าพิจารณาให้เห็นคุณประโยชน์ครอบคลุมอย่างนี้ จะเห็นจุดคุ้มทุนคุ้มค่าได้อย่างสมเหตุสมผล

น้ำมา น้ำต้องมีที่ไป ไม่ใช้น้ำมา ต้ อ ง ม า ร อ รั บ บั ต ร คิ ว

มาจัดสรรน้ำตอนที่ทะลักเข้าเมืองแล้ว..สะอื้น อ่วม กระอัก เหลือทน

ถ้ากรุงเทพฯและเมืองใหญ่ๆทำกันอย่างนี้ หน้าตาที่ดินและเมืองจะได้รับการยกเครื่องบูรณปฏิสังขรณ์ทั้งประเทศครั้งใหญ่อย่างแท้จริง อาจจะมีคำถาม เราจะทำได้รึเรื่องบ้าบอคอแตกอย่างนี้ ทำได้สิเธอ รถไปใต้ดินเรายังทำสำเร็จมาแล้ว ประเทศฮอลแลนด์เขายังค้นพบวิธีสร้างประเทศจนเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ประเทศเรามีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเก่งไม่แพ้ชาติไหนในโลกหรอกนะเธอ เลิกเสียทีวิ่งไปลอกกากเดนวิธีการของต่างชาติมาก็อปปี้ทำ ประเทศเขาก็ออกแบบให้สอดรับกับสภาพปัญหาของเขา

สำหรับพื้นที่ทำการเกษตรนาน้ำชลประทานอย่างในแถบภาคกลาง ถ้าดูภาพบนเครื่องบิน เราจะเห็นรูปที่ดินวางเป็นแถวเป็นแนวอยู่แล้ว แทบทุกแห่งเชื่อมต่อกับคลองส่งน้ำ ถ้าใช้รถเม็คโครขุดคันดินกว้าง6เมตร สูง3เมตร ทั่วทุกพื้นที่ ด้านบนตบแต่งเป็นถนน ปลูกต้นไม้สองข้าง

เราจะได้แก้มลิงเป็นตารางหมากรุกเต็มพื้นที่

เราจะได้น้ำสำรองทำการเพาะปลูกช่วงแล้ง หรือทำประมงแบบพอเพียง

ถ้าพื้นที่มีปัจจัยเอื้ออวยอย่างนี้ พื้นที่นาจะหมุนเวียนไปปลูกพืชอื่นได้อีก

ไม่ต้องก้มหน้าก้มตาทำแต่นาอย่างเดียว

เป็นการยกระดับการใช้ประโยชน์ที่ดินได้หลากหลายวัตถุประสงค์

ส่วนพื้นที่ทำการเกษตรนาน้ำฝน ภาคอีสานเคยมีคนคิดเรื่องจะสูบน้ำโขงมาทำการเกษตร พิจารณาดูแล้วเป็นความคิดครึ่งเดียว ไม่สมประโยชน์กันการลุงทุน ถ้าเอารถแมกโครมาขุดแหล่งน้ำตามพื้นที่กรรมสิทธิ์ที่ดินของแต่ละราย ค่อยๆขายความคิด เลือกจุดที่สนใจและมีความพร้อม เรื่องนี้ลงทุนไม่มาก เป็นการปรับสภาพพื้นที่ทำกินการเกษตรขนาดใหญ่ ทุกพื้นที่มีถนนหนทางเข้าไปถึง มีแหล่งน้ำสำรองใช้ยามฝนทิ้งช่วง และหลังจากการเก็บเกี่ยวสามารถที่จะทำกิจกรรมในท้องไร่ท้องนาเพิ่มขึ้นหลากหลายรูปแบบ

การสร้างงานที่เป็นรูปธรรม

คำตอบอยู่ที่ผลลัพธ์ที่เพิ่มขึ้น

ชาวบ้านจะบอกเราเองว่าเขาความเป็นอยู่เขาดีขึ้นอย่างไรด้วยเหตุอันใด

การแจกเงินใครๆก็ชอบ

แต่ถ้ามีแต่เงินไปไม่มีความรู้กำกับไปด้วย

มันไม่ต่างอะไรกับสามล้อถูกหวย

คิดครึ่งเดียวทำครึ่งเดียวผมที่ได้ก็ จิ๊ดเดียว

ถ้าทุกข์ของชาวนาเป็นทุกข์ของแผ่นดิน

ไม่เปลี่ยนไม่ทำอะไรให้ดีขึ้น..ทุกข์ถาวรจึงเกิดขึ้น

ถ้าแผนฟื้นฟูชาวไร่ชาวนาแบบดั่งเดิมใช้ได้..

ชาวนาไม่เปลี่ยนจาก เ ก ษ ต ร ก ร ไปเป็น ก ร ร ม ก ร หรอกนะเธอ

ลองคิดและทำด้วยสติของปัญญาไทยดีไหมครับ

ไ ป ต า ม ก้ น เ ข า ก็ เ ห มื อ น กิ น ทุ เ รี ย น ทั้ ง เ ป ลื อ ก

ในโลกนี้จะมีผู้ใดศึกษาปัญหาระบบน้ำของประเทศไทย

เท่ากับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ในกะโหลกคนไทยมีก้อนสมองคุณภาพดีไม่แพ้ใครหรอก เพียงแต่ต้องยอมรับความสามารถคลังสมองของคนไทย วางแผนศึกษาวิจัย ระดมความรู้ความคิดเห็นให้เกิดเป็นพลังแห่งชาติ ไม่อย่างนั้นเราจะไปตั้งต้นวางรากฐานของประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าแข่งกับอาเชียน แข่งกับสังคมโลกเขาด้วยเรื่องอะไรละครับ ถ้าเลิกวิธีคิดและวิธีทำแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด มาเป็นการตัดเสื้อผ้าให้พอดีตัว เมื่อนั้น ประเทศไทยชาติเชื้อไทยจะเริ่มตั้งไข่จริงๆเสียที

อ ย่ า ช ว น ค น ไ ท ย ..ข า ย ขี้ ห น้ า ช า ว โ ล ก อี ก เ ล ย

ถ้าทำเป็น..ประเทศเรายังไงๆก็ไม่ยากจนอยู่แล้ว

คนที่มีประเทศเป็นของตนเอง จะเรียกว่าคนจนได้อย่างไร

คนที่มีศาสนาสร้างวินัยและยึดเหนี่ยวจิตใจ จะเป็นคนจนได้อย่างไร

คนที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นจุดรวมใจ จะเป็นคนจนได้อย่างไร

ขอแต่คนไทยเรียนรู้วิธีที่จะไม่เหยียบตาปลากัน

อย่าถือโทษ ให้อภัย เคารพการทำหน้าที่ของกันและกัน

จุดนี้ ..จะเป็นการเปิดนโยบายประเทศที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศนี้เคยมีมา


กลอยในใจ

อ่าน: 1945

หมู่นี้ทำท่าจะเป็นโรคกลัวน้ำไปกับเขาด้วย

ได้ยินแต่ข่าวประกาศ พื้นที่จุดโน้นอพยพ จุดนี้ต้องอพยพ

จะพากันไปกระจุกตัวอยู่จุดไหนของโลกใบนี้หนอ

ตอนบ่ายเลขา อาจารย์วรภัทร กริ๊ง! มาให้คุยกับอาจารย์

เสียงหัวเราะต้นฉบับคิ๊กๆคั๊กๆ มาก่อน

หลังจากเจรจาต้าอวยกัน ..อาจารย์บอกว่าบางทีวันศุกร์นี้อาจจะแวบมาหา

ผมเตรียมเรื่องเจรจา และพาไปดู

ให้เห็นว่ามีแง่คิดอะไรผุดพรายขึ้นมาบ้าง โดยเฉพาะพืชหัวใต้ดิน

บ่ายแก่ๆชวนป้าสอนกับลูกมือลากรถเข็นและจอบเสียม ไปยังสวนข้างบ้านที่ปลูกต้นกลอยไว้2-3ปีแล้ว กลอยเป็นพืชอายุปีต่อปี ปีแรกๆที่ปลูกแต่ละกอจะให้ผลผลิตไม่มากนัก ประมาณหลุมละ 10 ก.ก. ถ้าปล่อยไว้ปีที่2 บางต้นที่สมมบูรณ์อาจจะให้ผลผลิตได้ถึง50 ก.ก. เรื่องอย่างนี้ต้องขุดให้เห็นกับตา แม่เจ้าโวย..ทำไมมันง่ายอย่างนี้ หัวกลอยจะจับก้อนอยู่เรี่ยผิวดิน อยู่ตื้นๆแต่หัวใหญ่ บางหัวก็แทรกเข้าไปใต้รากไม้ เล่นเอาจอบกับเสียงหักไปอย่างละด้าม ขุด 3 ต้นได้กลอยมา 1 รถไสน้ำ

เหลือเชื่อจริงๆ  ไม่นึกมาก่อนว่าผลผลิตจะมากขนาดนี้

พอที่จะแข่งกับการปลูกพืชอาหารอย่างอื่นได้เลยละครับ

ผมได้คืบจะเอาศอก >> แล้วยังไงต่อ

1 ขยายปลูกกลอยกับมันเลือดมาก

2 เอาปุ๋ยคอกไปใส่ต้นต้นละ 1 กระสอบ

3 ทดลองหาวิธีล้างพิษใหม่ ทำให้แห้งเก็บไว้นาน ลองทำอาหารเมนูใหม่

4 ทดลองเอากลอยมาผลิตเป็นแป้งไว้ทำขนม ผสมอาหารอื่นๆ หรือทำเป็นข้าวเกรียบ

5 ทดลองเอาน้ำหมักกลอยไปรดไล่ปลวก ผมอาจจะผลิตยาฆ่าปลวกยี่ห้อใหม่ก็ได้นะ อิอิ

เท่าที่ประเมินผลหยาบๆ

ไม้ยืนต้น 1 เอาต้นกลอยไปปลูกได้ผลผลิตต้นละ 20 ก.ก

ถ้าปลูกไม้ยืนต้นไร่ละ 60 ต้น X20 ก.ก.  = 1,200 ก.ก.

ถ้าปลูก10 ไร่ 600 ต้น X  20 ก.ก. =12,000 ก.ก .

ถ้าช่วยกันปลูก 100 ไร่  = 100X60X20 =120,000 ก.ก.

ถ้าปลูกบริโภคเองไว้แบ่งปันเพื่อนบ้าน ก็ไม่ต้องไปปลูกแบบเป๊ะๆก็ได้ มีต้นไม้ข้างบ้านตรงไหนก็ไปปลูกแทรกลงไว้ ผสมผสานไปทั้งพื้นที่ อย่างที่ผมทดลองทำกับเสาวรสเพียงไม่กี่ต้น แห้วก็เก็บมาคั้นน้ำจนเอวหวานตาหวานไปแล้ว ถ้าเปลี่ยนให้มาขุดเผือกขุดมันสลับบ้างเอวคงกลับคืนสภาพเดิม จุดสำคัญอยู่ที่ การปลูก ช่วยการปลูก ปลูกๆๆ ทุกอย่างก็จะมีเรื่องให้ทำต่อๆๆไปอีกเยอะแยะ

ผมสังเกตเห็นว่าพื้นที่รอบๆหัวกลอย ที่ดินจะร่วนซุยไม่ได้แข็งกระด้างอย่างพื้นที่ทั่วไป เป็นไปได้ไหมที่กลอยกับต้นไม้จะมีส่วนเอื้อต่อกัน ที่สำคัญมันช่วยสนับสนุนเรื่อง “การปลูกต้นไม้แล้วจะกินอะไร” ให้แง่มุมต่างๆไปบ้างแล้ว แต่ยังไกลตัวไกลความคิด ไม่ง่ายๆตรงๆ ไปขุดมันขุดกลอยมาเจี๊ยะทำได้ทั้งอาหารคาวและของหวาน มันโยงคิดให้เห็นว่า ในยามปกติพืชหัวเหล่านี้ผลิตขายเป็นรายได้เสริมอย่างดีเชียวแหละ ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแล ปราศจากโรครบกวน ยกเว้นชาวบ้านแอบมาขะโมย แต่ก็มีข้อดีอีก คนยุคใหม่ไม่รู้จักกลอย ไม่รู้วิธีทำกิน จึงยังไม่เป็นปัญหามากนัก งานนี้เป็นการสร้างงานในช่วงว่าง จะขุดพืชหัวได้ตั้งแต่เดือน ตุลาคม-มีนาคม

ผมเปรียบเทียบอย่างนี้ครับ

กลอยหรือมันเลือด 1 หลุม ที่บำรุงใส่ปุ๋ยดีๆ จะได้ผลผลิตเท่ากับข้าวสาร 20 ก.ก.

โห ชาวบ้านกว่าจะทำนาได้ข้าวเปลือก 1 กระสอบปุ๋ย

เราปลูกกลอยต้นเดียวก็ได้คาร์โบไฮเดรทเท่ากันหรือมากกว่า

ข อ ยื น ยั น นั่ ง ยั น ว่ า เ ป็ น ไ ป ไ ด้ แ น่ น อ น

ปลูกทิ้งปลูกขว้างหลุมเดียวยังได้หัวกลอย 40-50 ก.ก.

ถ้าจะมาพิสูจน์ก็พร้อมนะอุ้ย จะแจกจอบแจกเสียมขุดให้เห็น

ผมจะได้ชวนทีวีรายการอาหารบ้านทุ่งมาถ่ายทำ

เร็วๆนี้ ทีวีช่องไทยบีเอส จะมาถ่ายเตาหลุมฟืนที่คอนแนะนำ

โจทย์ที่ชวนระรี่ระริก

เนื้อที่ 1 ไร่ ปลูกไม้ยืนต้น ประดู่ แดง กระถินเทพา ยางนา ฯลฯ

ต้นไม้มีอายุ 2 ปี ก็ลงมือเอากลอย มันมะพร้าว มันมือเสือ ไปปลูกที่โคนต้น

ปีที่3 ขุดขึ้นมาประเมินผลผลผลิต ทดลองการแปรรูปในแบบต่างๆ

ปี 2455 ทำจะทำแปลงสาธิต/วิจัย (รวบรวมพันธุ์ทั่วประเทศมาปลูก/เจาะหลุมใส่ปุ๋ย/ขุดต้นเล็กปลูกให้เต็มแปลง)

ปี 2555 เป็นต้นไป รวมรวมเมล็ดมาเพาะชำในถุง

จะได้รู้ว่า ..ปลูกกลอย เผือก มัน ก็มีของกิน มีงาน มีรายได้ ไม่แพ้การทำนา  บางที่จะดีกว่าด้วยในแง่ที่ไม่เสี่ยงเหมือนการทำนา ไม่ทำนาก็มีอาหารบริโภค บางท่านอาจจะแย้งว่าไม่กินข้าวอยู่ได้รึ โธ่ มนุษย์ในส่วนอื่นเขา กินขนมปัง กินแป้ง กินบะมี่ กินมาม่า แต่คนไทยไม่คุ้นชินจะต้องกินข้าวๆๆ ก็ไม่ว่ากัน ทุกวันนี้พฤติกรรมการบริโภคอาหารของมนุษยชาติเปลี่ยนไป อะไรๆก็จะเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น หลากหลายขึ้น ยามเกิดวิกฤติถึงจะรู้สึก >>

มาช่วยกันทำเรื่อง กลอยเฉยๆ ให้เป็นเรื่อง สาวน้อยกลอยใจ ดีไหมครับ

ปีหน้า เจอกันแน่ การทำนาในป่าไม้ แข่ง กับการทำนาในท้องทุ่ง

ไม่แน่นะครับ >> ปลูกต้นไม้ เลี้ยงแพะ ปลูกพืชหัวต่างๆนี่แหละ

จะเป็นทางเลือกทางวิจัยไทบ้านที่จ๊าบส์สุดๆเด้อนางเด้อ  อิ อิ..

ปล.ท่านให้มีข้อมูลกลอย กรุณาอุปการะข้อมูลด้วยนะครับ


กลอย

อ่าน: 1772

“กลอย” ชื่อสั้นๆอย่างนี้จริงๆครับ แต่ก็มีคนเอาไปเปรียบเทียบกับสตรี เช่น สาวน้อยกลอยใจ ไม่ทราบที่ไปที่มา รึกลอยจะมีความสำคัญในอดีต เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ตั้งแต่คุณรอกอดชวนให้ผมปลูกพืชหัว ผมก็ปลูกไปเรื่อยเท่าที่จะหาได้ เช่น เผือก มันต่างๆ แล้วก็มีกลอยนี่แหละผสมโรงเข้ามาอีกอย่างหนึ่ง กลอยเป็นพืชหัวก้อนกลมๆขึ้นเป็นกระจุก ถ้าสมบูรณ์ดีก็จะมีหลายหัวและหัวใหญ่ๆ ขุดง่าย เพราะหัวอยู่ผิวดินตื้นๆ ถึงฤดูนี้ถ้าเราไม่ขุดหัวกลอยก็จะเน่า แล้วแตกหน่อขึ้นมาใหม่ ต้นกลอยเป็นเถาว์พันขึ้นตามต้นไม้ใหญ่ ช่วงกลางฝนจะติดเมล็ดปลิวไปเกิดทั่วสวน

นับเป็นพืชอาหารที่เอาใจมนุษย์เป็นพิเศษ

สมัยผมเป็นเด็กๆหน้านี้จะมีชาวบ้านนึ่งกลอบใส่กระทงมาขาย บางเจ้าก็จะขูดมะพร้าวโรยน้ำตาลเติมเกลือพอปะแล่มๆ ถือเป็นอาหารพิเศษประจำฤดูปลายฝนต้นหนาว แต่ชาวเมืองเขาจะเอากลอยมาทำของหวานให้จ๊าบส์ขึ้นไปอีก ทำเป็นกลอยกะทิสด เติมน้ำแข็ง ก็อร่อยดีไปอีกแบบ นอกจากนี้เนื้อกลอยยังเอามาทำอบแห้งไว้ได้ วันหลังนึกอยากจะทานก็เอามาแช่น้ำแล้วเอาไปนึ่ง เราก็จะได้เนื้อกลอยหอมกรุ่นทำของหวาน เนื้อกลอยแห้งยังน้ำมาทำข้าวเกรียบ หรือบดเป็นแป้งทำขนมได้อีกนะครับ

ผมไม่มีความรู้เรื่องการเอากลอยมาทำอาหาร

คนงานเล่าว่า  ขุดมาแล้วเอามาฝานเป็นแว่นๆเคล้าน้ำเกลือ

ใส่ถังแช่น้ำทิ้งไว้ 4-5 วัน

ต้องทำซ้ำอย่างนี้ 2-3 ครั้ง

แสดงว่ากว่าจะได้เจี๊ยะกลอย

จะต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอนและใช้เวลาพอสมควร

แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร

ชาวเขาทางภาคเหนือจะล้างพิษกลอยง่ายกว่าคนอีสาน

กรรมวิธีชาวเขาจะเอาเนื้อกลอยฝานมาแช่ธารน้ำไหล

สารพิษที่อยู่ในเนื้อกลอยจะละลายไปกับน้ำดีกว่าวิธีหมักคนอีสาน

มีคนเล่าว่า..น้ำหมักกลอยเอาไปรดผักหนอนตายเรียบ

กลอยที่สวนป่าปลูกมี 2 สายพันธุ์

ชาวบ้านเรียกกลอยข้าวเจ้าเนื้อจะออกสีขาวๆ

อีกชนิดหนึ่งเรียกกลอยข้าวเหนียวเนื้อจะออกสีเหลืองๆ

เช้านี้ได้ชิมเนื้อกลอยข้าวเหนียว

พรุ่งนี้จะให้คนงานชวนห้วไปขุดกลอยมาสัก4-5เข่ง ฝานแช่น้ำทิ้งไว้

อบให้แห้งเก็บเข้่าขวดโหลไว้ทำของหวานโชว์..รอกอด

เมื่อเราปลูกต้นไม้แล้ว  ก็เอากลอย หัวบุก หัวมันมาฝังไว้โคนต้น  หลังจากนั้นพืชหัวเหล่านี้ก็จะเจริญแพร่พันธุ์ไปเองตามธรรมชาติ คนงานเล่าให้ฟังว่าในสวนมีกลอยขึ้นมากมาย ผมสังเกตเห็นต้นเล็กๆขึ้นประปราย ต่อไปคงพัวพันต้นไม้เต็มไปหมด เพราะเมล็ดกลอยบางเบา แถมยังแขวนตัวอยู่บนต้นไม้สูง โดนลมพัดจึงแตกตัวกระเด็นไปตามลม วันนี้ได้ทราบขั้นตอนมาในระดับหนึ่ง ต่อไปถ้าเกิดสภาพวิกฤติทางธรรมชาติ เราก็สามารถขุดกลอยนี้แหละมานึ่งกินแทนข้าวได้อย่างสบาย จบเรื่องคาร์โบไฮเดรทไปอีกประเปาะหนึ่ง

ส่วนเรื่องสาวน้อยกลอยใจคงต้องติดตามตอนต่อไป

ปลายเดือนนี้สาวๆชาวSCG.ระยอง จะมาช่วยขุดกลอย

รึ..ฟ้าจะส่งกลอยตากลอยใจมาหา

กลอย มีตำนานเล่าขานกันมาว่า กลอย เป็นอาหารที่มีคุณค่าและประโยชน์สามารถนำมาทานแทนข้าวได้ ในสมัยสงครามโลกที่ผู้คนได้อพยพไปซ่อนตัวกันอยู่ในป่านอกจากข้าวแห้งที่ เตรียมไปแล้วยังมี กลอย” เป็นอาหารที่สามารถหาได้ภายในป่านำมาต้มมาหุงกินแทนข้าวได้

กลอย จัดเป็นพืชล้มลุกมีหัวชนิดหนึ่ง ซึ่งนิยมบริโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในประเทศไทยมักจะขึ้นตามป่าเบญจพรรณที่ค่อนข้างโปร่ง หัวกลอยฝังอยู่ใต้ดินตื้น ๆ หัวใหญ่ ๆ โตได้เท่ากับไหกระเทียม กลอยมีอาหารจำพวกแป้ง ( Starch ) อยู่ มาก คนในชนบทหรือชาวป่าจึงขุดหัวกลอยมาต้มกิน หรือในบางทีก็จะหุงรวมกับข้าว ส่วนคนเมืองนิยมทำเป็นอาหารได้หลายรูปแบบเช่น กินกลอยคลุกน้ำตาลกับมะพร้าว หรือนึ่งปนกับข้าวเหนียวมูล ทำเป็นข้าวเหนียวกลอยหน้าสังขยาหรือโรยน้ำตาลป่นปนกับงาก็อร่อย หรือจะหั่นกลอยเป็นชิ้นบาง ๆ นำไปชุบแป้งทอดกินแบบกล้วยแขกอาบน้ำตาลหรือจะทำเป็นกลอยบด กลอยแผ่น ข้าวเกรียบกลอย และบัวลอยกลอยก็น่าอร่อย ทั้งนี้ในประเทศไทยมีกลอยประมาณ 32 ชนิด พบมากในภาคเหนือ ช่วงฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว ในต่างประเทศสามารถพบกลอยได้ทั่วในเขตป่าฝน ในเขตร้อน ตั้งแต่ประเทศอินเดียไปจนถึงเทือกเขาหิมาลัย

หัว กลอย ก่อนนำมากินจะต้องล้างสารพิษออกให้หมด โดยฝานหัวกลอยเป็นชิ้นบางๆ นำมาแช่ในน้ำเกลือแล้วถ่ายน้ำทิ้งหลายๆ ครั้ง หรือแช่ในน้ำไหลเพื่อให้น้ำชะล้างสารพิษออกให้หมด เพราะ dioscorine เป็นแอลคาลอยด์ที่ละลายได้ดีในน้ำ ชาวป่าบางเผ่านำน้ำที่คั้นจากหัวกลอยมาผสมกับยางของต้นน่อง (Antiaris toxicaria Lesch.) อาบลูกดอกเพื่อใช้ยิงสัตว์

ชาว บ้านจะแบ่งง่ายๆตามลักษณะของลำต้นและตามสีในเนื้อหัวกลอยกล่าวคือกลอยข้าว เจ้าจะมีลักษณะของ เถาและก้านใบสีเขียวส่วนกลอยข้าวเหนียวมีเถาสีน้ำตาลอมดำ ลักษณะใบของกลอยทั้งสองชนิดมี3 แฉก คล้ายใบถั่ว เส้นใบถี่ส่วนเถาจะมีหนามแหลมตลอดเถาดอกออกเป็นช่อมีดอกย่อยดอกเล็กๆสีขาว จำนวนมากหัวกลอยจะฝังในดิน ตื้นๆ มีหลายหัวติดกันเป็นกลุ่ม เท่าที่พบมีตั้งแต่3หัวถึง14หัวใน1กอขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวกลอยวัด ได้ตั้งแต่2.5ซมถึง25ซม.

มี ชื่อพื้นเมืองต่างๆเช่นกลอยมันกลอยกลอยข้าวเหนียวกลอยหัวเหนียวก๋อยนกกอยหัว กลอยและกลอยนก เป็นต้น เมื่อนำหัวกลอยมาปลอกเปลือกและหันเป็นแว่นบางๆ จะพบว่ากลอยข้าวเจ้าจะมีเนื้อสีขาวนวลและเนื้อหยาบกว่ากลอยข้าวเหนียวซึ่ง มีสีเหลืองอ่อมถึงเหลืองเข้ม(สีทอง)เนื้อเหนียวและรสชาดดีกว่ากลอยข้าวเจ้า ซึ่งมีเนื้อร่วยซุย ฉะนั้นชาวบ้านหรือเกษตรกรจึงนิยม รับประทานกลอยข้าวเหนียวมากกว่ากลอยข้าวเจ้า

เนื่องจากกลอยเป็นพืชแป้งที่มีพิษอย่างแรงเพราะในเนื้อแป้งมีสารไดออสคอรีน(Dioscorine)ฉะนั้น ถ้านำมารับประทานโดยไม่ทำลายสารพิษก่อนจะทำให้เกิดอาการเบื่อเมาเพราะสารนี้ จะไปทำลายระบบประสาทส่วนกลางทำให้เป็นอัมพาตถ้ารับประทานสดๆ ขนาดเท่าผลมะม่วงอกร่องจะทำให้ตายภายใน6ชั่วโมง วิธีเอาสารพิษ(Dioscorine)ออกจากกลอย ก่อนนำไปบริโภควิธีการทั่วๆไปคือปอกเปลือกหัวกลอยให้สะอาด หั่นเป็นแว่น แต่ละแว่นหนาประมาณ1-1.5ซม.นำหัวกลอยที่ หั่นแล้วใส่ในภาชนะ ใส่ชิ้นกลอยที่หั่นแล้วลงไปในภาชนะหนาประมาณ10ซม. โรยเกลือให้ทั่วหน้า1-2ซม.แล้ว ใส่ชิ้นกลอยลงไปทำสลับกับเกลือ จนกว่าจะหมดทิ้งไว้ค้างคืนวันรุ่งขึ้นนำกลอยที่หมักออกมาล้างน้ำ ให้สะอาดใส่ชิ้นกลอยที่ล้างแล้วลงไปในถุงผ้าดิบหรือผ้าขาวบาง นำของหนักทับไว้เพื่อไล่น้ำเบื่อเมาของกลอยออกให้หมดหลังจากนั้นนำชิ้นกลอย จากถุงผ้าเทกลับลงไปในภาชนะเดิมใส่น้ำให้ท่วมเนื้อกลอย ทิ้งไว้ค้างคืนรุ่งเช้าจึงนำชิ้นกลอยมาล้างให้สะอาดและทำเช่นเดิม ประมาณ5-7วัน จึงจะปลอดภัยจากสารพิษและนำมาบริโภคหรือ ปรุงอาหารได้หรือจะผึ่งแดดให้แห้งเก็บตุนไว้เมื่อจะบริโภคจึงนำ ชิ้นกลอยมาแช่น้ำนำไปนึ่งหรือปรุงอาหารอื่นรับประทานได้

:: ข้อมูลค้นจากเน็ท

ส่งข่าวถึงคุณหมอจอมป่วน

ผมมีแพะขบเผาะเหมาะที่ทำแพะตู๋น

หนาวเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

ถ้าคุณหมอขี่รถจักรยานมาหา

รับรองมีเมนูเด็ดอย่างคาดไม่ถึง

จิบอกไห่ อิ อิ


ข้าวต้มหม้อใหญ่

อ่าน: 1037

เราเปิดหน้าfacebook

จะมีช่องเล็กๆถามว่า..คุณกำลังคิดอะไรอยู่

ผมคิดอย่างนี้ครับบบบ > > >

ในช่วงที่น้ำท่วมคาราคาซังอยู่นี้

ลมหนาวก็จะมาเยือน

ความหนาวเหน็บจะแถมมาอีก

หนาวลมหนาวน้ำจะเป็นโจทย์ใหม่

เมื่อวานแห้วไปตลาดสดสตึก

ไปเหมาเสื้อหนาวสภาพยังดีๆสวยๆตัวละ 20 บาท

ทำไมมันถึงถูกอย่างนั้นนะ

ถ้าซื้อในห้างอย่างน้อยก็ตัวละ 300-500 บาท

แห้วเล่าเพิ่มเติมว่า..เ ป็ น เ สื้ อ ผ้ า ที่ ห นี น้ำ ท่ ว ม

บางตัวยังมีคราบน้ำติดอยู่นิดหน่อย

กางเกงขาสั้นที่ซื้อมาฝากผมก็ตัวละ 20 บาท

เสื้อสุภาพสตรีตัวละ 5-10 บาท

ตอนนี้แห้วเมาเสื้อโหลไปแล้ว

บอกว่าจะเก็บบางส่วนไว้ที่นี่

จะไม่ต้องเอาเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋ามาอีก

พ่อค้าเอามาไว้กองโตๆให้คนเลือกซื้อ

แหม  ถ้าเป็นอย่างนี้

เรื่องเสื้อผ้าหน้าหนาวนี้คงจะไม่กระไรนัก

>> จะยังห่วงแต่เรื่องอาหารการกิน สำหรับชาวเกาะที่ติดอยู่ในเมืองกรุง การช่วยเหลือพัฒนาการให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ  หลายองค์กรปรับแผนกระจายตัวไปทำอาหารเลี้ยง แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงอยู่ดี เพราะสภาพพื้นที่กว้าง ลึก ไกล ไปไม่ถึง น้ำก็ท่วมสูงขึ้นๆ ช่วงนี้การตั้งรับสภาพความช่วยเหลือค่อยๆดีขึ้น เรือมีมากขึ้น จุดระบายสินค้ามากขึ้น ..คนเรา ถ้าอิ่มท้องแล้วใจก็นิ่งไม่ร้อนรน สินค้าที่ขาดแคลนก็ทำลังทยอยมาวางตามชั้นต่างๆ ปัญหายังอยู่ที่การเข้าออก เรือกำลังทยอยมามากขึ้น  เรื่องการสัญจรเป็นปัญหาใหญ่ ถ้ามีเรือ10%ของจำนวนรถยนต์ อะไรๆก็น่าจะคล่องยิ่งขึ้น กรมทรัพยากรธรณีออกข่าวว่าจะใช้วิธีเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาบรรเทาความเดือดร้อน เป็นวิธีช่วยแก้ขัดเรื่องน้ำได้อีกทางหนึ่ง ถ้าเกิดน้ำประปามีปัญหามากกว่านี้ น้ำบาดาลเป็นทางออกสำรองที่ไม่เลวใช่ไหมละครับ

>> ถ้าอากาศหนาวเย็น และน้ำก็ยังท่วมสูง

ถ้ามีรถยนต์ไปตั้งหม้อข้าวต้มร้อนๆบริการ

จอดต้มๆๆ ตักแจกๆๆๆ ไม่ทราบว่าการจัดการจะเป็นไปได้ไหมครับ

คนที่ติดเกาะเป็นเดือนๆคงเบื่อมาม่า ปลากระป๋อง เต็มที

ถ้ามีข้าวต้ม ผัดไทย ส้มตำ ผัดผักกะทะร้อน มาโป๊กๆบริการถึงที่

โหๆๆ จะบรรเจิดขนาดไหน

ที ม อ อ ก แ บ บ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย จ ะ ล อ ง เ ปิ ด ฉ า ก นำ ร่ อ ง ดี ไ ห ม ค รั บ

นอกจากชิมแล้ว

ชาวเกาะที่มีญาติติดอยู่ข้างใน

เอาภาชนะมาใส่ไปฝากกันได้ด้วย

ตักไป แจกไป แถมยิ้มไป

อาจจะเป็นต้นแบบสไตล์ไทยๆก็ได้นะครับ

ตอนนี้ทุ่งกุลาร้องไห้กำลังเกี่ยวข้าวหอมมะลิใหม่ๆ

ข้าวหอมใหม่นั้นถือว่าเป็นช่วงข้าวหอมอร่อยพิเศษ

ทุกปีที่ข้าวใหม่ออก โรงสีข้าวที่บ้านผม

สีข้าวหอมมะลิใหม่ส่งลงเรือไปที่คาลิฟเฟอเนียลำหนึ่ง

ไปที่เกาะฮ่องกงลำหนึ่ง

คนต่างชาติเขาได้ชิมของดีของอร่อยตัดหน้าคนไทยอีก จิบอกไห่..

ถ้าเอาไปทำข้าวต้มบำรุงพี่น้องยามระโหยโรยแรง

นอกจากจะอิ่มอร่อยทั่วหน้าแล้ว

ยังจะเป็นการโฆษณาข้าวไทยโดยอัตโนมัติ

ถ้าเป็นข่าวไปทั่วโลก

วิกฤติก็จะเป็นโอกาสประชาสัมพันธ์ข้าวหอมไทย

Keyword ไว้ด้วยว่า

ข้าวมะลิหอมใหม่ของไทย..เ ห ม า ะ ที่ จ ะ ทำ ข้ า ว ต้ ม เ ลี้ ย ง ย า ม เ กิ ด ภั ย พิ บั ติ

เจี๊ยะแล้ว ..มีแฮงหลาย แซบหลาย อบอุ่นหลาย สบายใจสบายท้อง อิ อิ..


ไทยเอ๋ยไทยแลนด์

อ่าน: 1305

ถ้าติดตามข่าวชาวบ้านรวมตัวกันคัดค้านการเปิดปิดประตูระบายน้ำแล้ว เราจะเห็นความห่างเหินระหว่างข้าราชการกับราษฎร มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมชาวบ้านถึงออกมาประกาศกร้าวพร้อมจะปิดถนน ถ้ารัฐฯยังไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำเต็มที่ เกมส์ท้าชนอย่างนี้ ไม่เป็นผลดีกับฝ่ายไหนทั้งสิ้น ชาวบ้านไม่ได้ทำทีเล่นที่จริง แต่ลงมือขุดปีกประตูระบายทั้ง2ข้างให้น้ำทะลักออกไปมากขึ้น

เกิดเรื่องอย่างนี้ เจ้าหน้าที่ก็ตาเหลือกนะสิ รัฐบาลรีบส่งข้าราชการระดับสูงไปไกล่เกลี่ยเป็นการด่วน มีการต่อรองว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วกลับ หลังจากนั้นก็ไม่ใส่ใจดำเนินการตามสัญญา แหม มาผิดคำพูดช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างนี้ มันหวาดเสียวสุดๆเลยละครับ ถ้าเราเอาหัวอกชาวบ้านที่แช่น้ำเป็นเดือนๆมาใคร่ครวญ ก็จะเข้าใจถึงเบื้องหลังของการปะทุอารมณ์

กลุ่มคนที่อดทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส

ได้โป้งๆออกมาว่า..ไม่ มี ใ ค ร ม า เ ห ลี ย ว แ ล อ ะ ไ ร พ ว ก เ ร า เ ล ย

ร้องขออะไรก็ไม่เคยได้

พลังชาวบ้านจึงเด็ดขาดกว่าข้าราชการที่ออกไปเจรจาตามใบสั่ง

เรื่องอย่างนี้ ถ้าเข้าไปหากันโดยสุจริตใจ

มันไม่น่าจะต้องตกเป็นข่าวขายขี้หน้าชาวพารา

ชาวบ้านก็บอกโต้งๆอยู่แล้วว่า..

เ ข า น้ อ ย ใ จ ไ ม่ ไ ด้ รั บ ก า ร ดู แ ล จ า ก ใ ค ร เ ล ย

เรื่องนี้ ถ้าผู้ไปเจรจากับชาวบ้าน มีเรือสัก 15 ลำ บรรทุกข้าวปลาอาหารสิ่งจำเป็นใส่ลงไปให้เต็มลำเรือ แล้วส่งไปยังชุมชนดังกล่าว พร้อมๆกับเปิดอกเจรจา..ขออภัย ..น้ำท่วมใหญ่เกินที่จะวิ่งรอกดูแลไหว วันนี้ เมื่อทราบความทุกข์ร้อนของพี่น้องแล้ว จึงจัดสิ่งละอันพันละน้อยมาช่วยเหลือเบื้องต้น ถ้าขาดเหลืออะไรก็จะจัดเสริมมาให้อีก หลังน้ำท่วมก็จะยังดูแลประคับประคองกันต่อไปอีก

ควรไปอย่างญาติ ไม่ใช่ไปอย่างราชการเต็มขั้น

ชวนมูลนิธิปอเต็กตึ้งไปด้วย

ชวนนักข่าวช่อง3 ชวนโก๊ะตี๋ไปด้วย

ชวนหลวงพี่ติ๊กไปด้วย

ชวนพี่ๆน้องๆนักศึกษาสสสส.ทุกรุ่นไปด้วย

ควรให้ลุงเอกเป็นหัวหน้าทีม

สถาบันพระปกเกล้าสอนมาแล้วนี่ครับ

การเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.)

ออกไปแสดงฝีมือในสนามจริงบ้างเป็นไร

ไปแบบวัดใจกันเป็นตัวอย่าง

แต่ก็นั่นแหละ..คนไม่มีหน้าที่ > >ห้ามยุ่ง !

คนไทยไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรหรอก

ชาวชุุมชนต่างรู้ดีว่าบ้านใกล้เรือนเคียงตกอยู่ในอาการประมาณไหน?

มันขึ้นอยู่กับวิธีและท่าทีที่แข็งทื่อของราชการ

เ ค ย ใ ช้ แ ต่ พ ร ะ เ ด ช ม า ก ก ว่ า พ ร ะ คุ ณ

ก า ร เ จ ร จ า จึ ง ต ก ม้ า ต า ย

ถ้านั่งลงเจรจาระดับคนที่เท่ากันถึงคนที่เท่ากัน

อธิบายว่า ทำไมถึงต้องเปิดประตูระบายน้ำเป็นขยักๆ

ถ้าเปิดเต็มที่จะเป็นอย่างไร

ถ้าเปิดตามที่มีการคำนวณไว้จะเป็นอย่างไร

ชาวชุมชนก็จะเข้าใจว่า การปกป้องพื้นที่กรุงเทพฯด้านในสำคัญอย่างไร ส่งผลต่อใครบ้าง ใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์ คนบางกอกที่อยู่จุดไข่แดงปกติสุขฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ ชี้ให้เห็นว่าคนไทยไม่ว่าจะอยู่จุดไหน ต่างก็ช่วยเหลือกันอุตลุดอยู่แล้ว พวกจิตอาสาเหล่านี้ ไม่มีเขามีเรา ช่วยอะไรได้ก็ทุ่มเทช่วยกันคนละไม้ละมือ ภาพข่าวที่ออกทีวีก็เห็นใช่ไหมละ ไทยด้วยกันรักกันมั่นคงก็ยังมี อย่าให้อคติมาแบ่งแยกแบ่งรัก เรายังจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขบนผืนแผ่นดินนี้ไปอีกนาน

อย่าให้ตกเป็นข่าวกลบสิ่งดีๆที่ภาคภูมิใจของไทยทั้งผอง

เราต้องช่วยกันรักษาหน้าตาของประเทศไทย

อย่าให้สำนักข่าวต่างประเทศเอาไปโพทะนา

เห็นชาวญี่ปุ่นไหมละครับ

ถึงจะประสบเคราะห์กรรมมหาโหดอย่างไร

ประเทศญี่ปุ่นกลับได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก

พี่ยุ่นสะท้อนความรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างแน่นแฟ้น

ชนชาติญี่ปุ่นได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการร่วมทุกข์ร่วมสุขประชาชาติได้อย่างบรรเจิด

สิ่งเหล่านี้ใช่ว่าจะปลุกกระแสขึ้นมาได้ในเร็ววัน

มันผ่านการกลั่นกรองออกมาจากสำนึกดีของคนในชาติ

เขาฝึกอบรมกันมาอย่างไร

เขาสืบทอดกันมาอย่างไร

เขาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมให้บรรลุได้อย่างไร

การเมืองญี่ปุ่นเองก็ล้มลุกคลุกคลานไม่แพ้ของเรา แต่ทำไมการเมืองญี่ปุ่นดึงเอาสังคมมาเป็นเครื่องมือ พรรคการเมืองเขาแยกกันชัดเจน การเมืองก็เรื่องของการเมือง การบ้านก็เรื่องของการบ้าน น่าคิดไหมละครับ การแข่งขันในประชาคมโลก นอกจากจะสู้กันในด้านต่างๆแล้ว ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจะเป็นต้นทุนสำคัญของชาตินั้นๆ ในยุคแห่งการแข่งขันของประชาคมโลก ที่นับวันจะชิงดีชิงเด่นกัน ถ้าผู้คนในชาติเอาแต่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำแต่เรื่องลิงหลอกเจ้า อนาคตของชาติบ้านเมืองจะเลวร้ายกว่าน้ำท่วมหลายร้อยเท่านัก

เครดิตของประเทศมีเท่าไหร่

ถ้าความเป็นไทยเหลือน้อยเข้าไปทุกที

ในที่สุดประเทศไทยจะเหลืออะไรครับ

อย่าบอกนะว่า..เหลือแต่น้ำลายกับน้ำเน่า..



Main: 0.13437080383301 sec
Sidebar: 0.074504137039185 sec