ชุดยั่วยุง

อ่าน: 2105

ช่วง3-4วันมานี้ คณะSCG.เคมีคอลระยองกลุ่มเล็กๆมาต่อท้ายขบวน ถัดจากกลุ่มป่าไม้และครูทุ่งกุลาร้องไห้ เนื่องจากมาพร้อมกับมรสุม เจอฝนตกหยิมๆสลับไปมากับแดดออกทั้งวัน ได้เจอกับอาจารย์นฤมล บรรจงจิตร จากสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ พาออกไปเดินชมนกชมสวนบ้าง นอกจากแฉะแล้วยังมียุงฟันหลอมารุมไต่รุมตอม ผู้ชายนะไม่เท่าไหร่ แต่คุณสาวๆนี่สิ ขืนพาลุยป่าแบบสมบุกสมบันมีหวังโดนยุงกัดลายพร้อยแน่ๆ จึงพาออกนอกสถานที่เท่าที่จำเป็น มีบางวันจับขึ้นรถไปดูทุ่งกุลาร้องไห้ ยามที่ข้าวเขียวระบัดใบเต็มทุ่งผืนใหญ่ ข้าวกำลังตั้งท้องรอวันแตกรวงในไม่ช้านี้ ปริมาณน้ำฝนกำลังพอดี ทำให้หญ้าที่ขึ้นมาแซมข้าวจมน้ำเน่าเปื่อยเป็นปุ๋ย แม้ว่าจะมีน้ำหลากมาอีก ก็คงไม่เสียหายอะไรแล้ว เพราะข้าวต้นโตแข็งแรงพอที่จะสู้กับน้ำได้ สภาพโดยรวมแล้วอาจกล่าวได้ว่า ปีนี้ข้าวน้ำทุ่งกุลาร้องไห้ได้ผลสมบูรณ์ดีกว่าทุกปี

SCG ระยองกลุ่มนี้มีภาระกิจรับผิดชอบในการพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์

ดูแลด้านการฝึกอบรมพนักงานเคมีคอลระยองเป็นหลัก

ปีหนึ่งๆต้องนำพนักงานเข้าสู่กระบวนการเติมทักษะงานทักษะชีวิตรุ่นละ 9 เดือน

เท่าที่ผ่านมาก็ทำได้สบายๆอยู่แล้ว

แต่ปีนี้ชวนกันมาที่นี่ต้องการจะค้นหากลอุบายอะไรไปเสริมงานกระมัง

:: ผมมองว่า คนเรามีเลือดเนื้อชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะคนที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี เครื่องจักรเครื่องกลที่บรรยากาศแข็งขรึม มีแต่เหล็ก หลอดไฟ หน้าจอคอมพิวเตอร์ ยิ่งสมควรเติมด้านธรรมชาติ สังคมเพื่อน ครอบครัว ให้ชีวิตมีโชคอัพบ้าง เติมส่วนที่ขาด ถ้าคุณภาพชีวิตดีมีความอบอุ่นไม่วิตกกังวลใดๆ ย่อมส่งผลถึงการทำหน้าที่การงาน นั่นแสดงว่าคนต้องมาก่อน ถ้าคนปกติสุข ผลของงานย่อมเป็นไปโดยราบรื่น ทุกวันนี้องค์กรต่างๆแข่งขันกันที่คุณภาพของคน ถ้าสมาชิกองค์ห่วยแตก !  สภาพความเป็นอยู่เป็นไปขององค์กรค์นั้นๆจะมีอาการจืดชืดซังกะตาย ดังนั้นที่กลุ่มSCG.ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรอย่างเข้มข้น จึงเป็นตัวอย่างของการยกระดับพนักงานทั้งแผง ให้เจริญเติบโตขึ้นไปพร้อมกับความก้าวหน้าของบริษัท

(มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติพอได้ยืดเส้นยืดสายไม่ถึงกับเหงื่อตก)

จึงเน้นที่การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ชวนทำกับข้าวบ้าง ดูสื่อต่างๆบ้าง ลองให้โจทย์ฉุกคิดเล็กๆน้อยๆ ชวนพิจารณาระบบอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา ฉายซีดีเรื่องการผลิตอาหาร ของค่ายยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่แห่งแต่ครอบงำระบบวงจรอาหารทั้งประเทศ  มุ่งเน้นเรื่องผลกำไรมากกว่าคุณภาพของอาหาร การยึดครองโครงสร้างระบบพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ สร้างข่ายโยงใยการผลิตการตลาดแบบข้ามาแต่ผู้เดียว เกษตรกรทุกรายต้องใช้พันธุ์จากการควบคุมแบบถึงลูกถึงคน ใครมีปัญหาโดนฟ้องขึ้นเขียงมิได้ละเว้น เกษตรกรยากจนจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างทนายสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีการเมืองหนุนหลัง

(ชวนทำกับข้าว-ดวลไวน์-แต่เมาเสาวรส)

ทุกวันนี้คนอเมริกา ต้องเขมือบอาหารปนเปื้อนสารพิษสารเคมมีโดยไม่รู้ตัว

และเรื่องลักษณะนี้ก็กำลังระบาดไปทั่วโลก

แม้แต่ไทยแลนด์ของเราเองนี่ก็เถอะ

ถ้ายังงมโข่งอยู่กับโครงสร้างและวิทยาการเกษตรตามอย่างตะวันตก

คิดว่าพวกเราอาจจะเคยได้ยินชี่อบริษัทมอลซาโต้มาบ้างแล้ว

เจ้าพ่ออาหารสะดวกแด-ก ไงละเธอ

นี่แหละเป็นตัวอย่างให้พิจารณาดีนักเชียว

(ช่วงพาลุยทุ่งกุลาร้องไห้)

ช่วงบ่ายแก่ๆวันนี้ ผมชวนคณะเคมิคอลระยองไปปลูกต้นไม้ บุกไปดูสมุนไพร ไปดูกล้วยสายพันธุ์GMO. ที่ให้ผลสวยเครือยาวใหญ่ ในคราวปลูกเริ่มต้น แต่พอมาถึงชั้นลูกที่เราไปงัดเอาหน่อมาปลูก ทำไมผลกล้วยออกมาเล็กลีบเหมือนกับเป็นโรคตาลขะโมย ทั้งๆที่ตั้งใจปลูกใส่ปุ๋ย ช่วงนี้ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเพราะฝนตกชุกเป็นพิเศษกว่าทุกปี แต่สิ่งด้อยที่เกิดขึ้นแสดงว่าคงจะเป็นผลมาจากคำว่าGMO.นี่เอง เห็นแล้วแทบจะขุดหน่อทิ้ง ช่วงที่เราเดินผ่านต้นเสาวรส ก็บอกหนุ่มสาวให้เก็บกัน บอกว่าเย็นนี้จะสาธิตวิธีรับประทานเสาวรสสดๆอร่อยๆ ด้วยการผ่าครึ่งผลแล้วเอาเกลือกับน้ำผึ่งเป็นตัวปรุงรส เธอเอ๋ยชิมกันสนุกสนานตามสไตล์สวนป่าเขาละ

(รอยยิ้มของหนุ่มหล่อระยอง/มาบตาพุด)

ช่วงที่จะเดินกลับจากบทพระลอชมสวน

เจ้าหนุ่มเสมาท้วง..ไหนว่าจะพาไปดูต้นสักใหญ่

ก็เลยชวนเดินย้อนไปดูต้นสัก

ไปถึงกระตู้วู้วิ่งไปกอดถ่ายรูป

แต่เจ้าหนูส้มนะสิ

แกเป็นเด็กร่าเริงใสๆใส่กางเกงขาสั้นสบายๆตามสมัยนิยม

ถ้าเดินในเมืองก็ไม่กระไรนัก

แต่มาเดินสวนป่าที่มียุงมะรุมมะตุ้ม

จึงแซว..เดินป่าด้วยชุดอย่างนี้

ถ้าผิวหนังหนาอย่างแรดก็ไม่เป็นไร

แบบนี้เ ข า เ รี ย ก ว่ า ชุ ด ยั่ ว ยุ ง อิ  อิ. .


ครูทุ่งกุลาร้องไห้

อ่าน: 1888

(ลูกสาวครูบาจากสารคาม)

Key Word :: ถ้าครูเป็นทุกข์ เด็กไทยจะเป็นสุขได้อย่างไร?

กลับไปแล้วครับบ่ายนี้ คณะครู 50 กว่าชีวิต จากโรงเรียนเทศบาลบูรพาพิทยาคาร จังหวัดมหาสารคาม ชวนกันยกทีมข้ามทุ่งกุลามานอนร้องไห้ที่สวนป่าเมื่อคืนนี้  ทุกท่านบอกว่านอนหลับสบายดี ก็แหงละ..เพราะไม่ได้นอนใกล้คนหลายใจ มีฝนปรอยๆเล็กๆมารอบดึก ส่วนบ้าน6เหลี่ยมยกให้อาจารย์ชายพำนักกัน ทราบว่าถกกันสารพัดเรื่องจนค่อนคืน คงจะเป็นครั้งแรกกระมังครับที่คุุณครูทั้งโรงเรียนขึ้นรถลงเรือลำเดียวกัน ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ อาจารย์แต่ละกลุ่มวิชามาพร้อมหน้าพร้อมตากัน การมาที่นี่อาจจะแปลกกว่าทุกครั้งที่มีการจัดประชุม ซึ่งจะเลือกโรงแรมที่การบริหารจัดการสะดวกสบาย ไม่ลำบากกายใจอุดตลุดในที่นี้

อาจารย์บางท่านคงเห็นเส้นทางขรุขระตอนเข้ามา

ถามว่า “ทำไมไม่มีป้ายติดบอกเส้นทาง เรื่องนี้ต้องการให้มีการใส่ใจในการที่จะศึกษาดูงานนอกสถานที่ ต้องเตรียมการอะไรบ้าง นับต้ังแต่การหารืออกแบบกิจกรรม กำหนดเป้าหมาย อย่างน้อยก็เข้าไปอ่านในลานปัญญา เข้าไปศึกษาเส้นทาง หรือย่องมาคุยมาดูล่วงหน้า แหม..ตอนพระพุทธเจ้าออกผนวชไม่เห็นมีป้ายบอกเส้นทางนี่น๊า เรื่องนี้คงเป็นอัตลักษณ์ของที่นี่ไปแล้วละครับ ใครมาเป็นต้องบ่นเรื่องคุณภาพของถนน-ป้ายไม่มี ก็จำเป็นละครับเพราะความจริงมันก็สมควรบ่นๆๆ ทำให้อึดอัดงึมงัมเป็นหมีกินผึ้ง

พามาทำไมในป่าอย่างนี้ก็ม่ายรู๊

บ้าแท้ๆเลย..มาดูงาน มาสังคายนาอะไรกันในป่า

ม ด เ จ้ า ชู้ ตั ว ดำ ๆ กั ด เ จ็ บ แ ส บ ถึ ง ใ จ

ยุ ง ฟั น ห ล อ ก็ จ ะ แ อ บ ม า ข ย้ำ แ ก้ ม น ว ล  เ ข้ า ไ ป อี ก

เฮ้อครูหนอครู สอนก็ยุ่งอยู่แล้ว จะมาอบรมยังมายากยุ่งเข้าไปอีก

บ่นได้บ่นไป หลงเข้ามาแล้วทำไงละ

ผีถึงป่าช้าไม่ฝังก็เผา อิ อิ

อาจารย์ฝนพาครูมาปิดประตูตีแมวแท้ๆเลยเชียว เฮ้อๆๆๆ…

สงสัยว่าคณะที่มาคงจะเข็ดขี้แก่ขี้อ่อน

คงจะจำซึ้งตรึงใจกับมหาชีวาลัยอีสานไปนานแสนนาน

โจทย์ : จะทำยังไงให้เป็นโรงเรียนแห่งความสุข

วิสัยทัศน์เยี่ยมเลยละครับ ที่คุณครูทั้งโรงเรียนจะได้ค้นคิดหาความสุขให้เจอ  ช่วงที่แบ่งกลุ่มให้นำเสนอประเด็น คุณครูคิดและทำได้บรรเจิดมาก ค รู บ อ ก ต้ อ ง มี ร อ ย ยื้ ม  ก็แน่ละ รอยยิ้มของคุณครูประเมินอะไรได้เกือบหมด คนไม่มีความสุขจะยิ้มออกรึ จะฝืนยิ้มก็ใช่ที่ ครูสตรีจึงยิ้มโชว์เป็นปัจจัยเสริมการนำเสนอ จ๊าบส์จริงๆขอบอก อีกคณะหนึ่งออกมาร้องเพลง

โรงเรียนของเราน่าอยู่

คุณครูใจดีทุกคน

เด็กๆขยันอดทน

เด็กทุกคนชอบมาโรงเรียน (ซ้ำ)

(ดร.จิระพร ชะโน จาก ม.สารคาม นำขบวนมาในครั้งนี้)

แหมเอาแบบหวานคอแร้งเลยนะนี่ คิดได้ไงก็ไม่รู้ ทำให้บรรยากาศชื่นมื่น ถ้าแปลงเพลงที่ร้อง ให้ออกมาเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจริงก็เยี่ยมเลยละครับ เรื่องอย่างนี้ต้องค่อยๆแกะรอยหาจุดที่ความสุขหลบซ่อน แล้วชวนให้ออกมาสู่ทั่วบริเวณของสถานศึกษา ซึ่งมีองค์ประกอบเชื่อมโยงกันมากมาย เช่น ความพร้อมด้านอาคารสถานที่ สื่อการสอน ความสะอาด ความปลอดภัย กำลังใจ ..ไม่ใช้ครูไปทำงานนอกลู่จนหัวปักหัวปำ พวกที่มาทำการประเมินนี่แหละตัวดี ถือว่ามีอำนาจก็ชี้นิ้วสั่งได้สั่งเอา ทำให้ชั่วโมงสอนถูกเบียดเบียน เด็กด้อยโอกาสถูกฉวยเวลาไปอย่างน่าเสียดาย สอนก็ยุ่งและยุ่งอยู่แล้ว ต้องมาทำประเมินที่น่าเบื่ออีก

งานประเมินก็สำคัญนะครับ แต่ควรจะออกแบบอย่างไรให้คุณครูสะดวก และเข้าใจถึงความสำคัญ มีวิธีที่ดีกว่านี้ไหม มาแนะกระบวนการให้ครูเก็บเกี่ยวผลการเรียนการสอน แล้วหยิบยกเนื้อหาที่ทำการสอนมาเป็นผลประเมินของคุณครู ได้ชี้แจงชัดๆบ้างไหมเล่า หรือคนสั่งก็ยังไม่รู้ว่าจะทำให้ดีกว่านี้ได้ยังไง ถ้าคิดแต่จะสั่งอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงบริบทของโรงเรียนที่หลากหลายระดับ คำสั่งแบบเหมาโหลมันง่ายใช่ไหมละ ขืนไม่เปลี่ยนแปลงเดี๋ยวก็รู้หมู่หรือจ่า..ครูฮึดขึ้นมาอย่าว่าหล่อไม่เตือนนะต๋อย..อิ อิ..

(นั่งล้อมวงดูหน้ากันได้ครบถ้วน)

ไม่ทราบว่าประเมินแล้วเอาไปจัดการอะไรบ้าง

ดีแต่สั่งๆๆๆ..สั่งได้สั่งเอา พวกเมาคำสั่ง..

ตัวชี้วัดชี้โบ้ชี้เบ้ก็มากหลายกระบุงโกย

ผลการสอบของเด็กเป็นไง

ไต่ขึ้นจากเส้นยาแดงผ่าแปดได้ไหม?

เท่าที่ทราบก็โทษครูโทษโรงเรียนแต่ไม่ยอมโทษตัวเอง

ตราบใดที่พวกหอคอยงาช้างยังเซ่อทำแต่เรื่องกระพี้

ลูกหลานไทยก็บรรลัยกันทั้งประเทศละครับ

ผมไม่เชื่อว่า..

คนโง่จะบริหารการศึกษาให้ดีได้

คนขี้เกียจจะสอนให้เด็กขยันได้

คนไม่มีระเบียบจะสอนให้เด็กเรียบร้อยได้

คนไม่มุ่งมั่นจะสอนให้เด็กเก่งได้

คุณภาพและมาตรฐานทั้งกระทรวงศึกษาธิการจะต้องเป็นอะไรที่หวังได้มากกว่านี้ ปัญหาของการศึกษา ทุกกรมกอง ทุกกระทรวง ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการศึกษา อย่าเป็นหมาหวงก้าง เรื่องของข้าใครอย่าเตะ ถ้าไม่ใช่ครู..อย่ามายุ่งกับการศึกษา ถ้ายังคิดอย่างนี้ก็ตายอย่างเขียด..

(คนสวยนั่งหน้า มาช้านั่งหลัง)

งานค่ายครั้งนี้มีการคุยกันเรื่องไอทีเพื่อการศึกษา อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งสันทัดกรณีทางด้านนี้ ได้เสนอรูปแบบและวิธีการใช้ไอทีของคุณครู ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร ขอแยกแยะดูว่าครูแต่ละท่านสามารถใช้ไอทีในระดับไหนได้บ้าง แล้ววางแผนที่จะเพิ่มเติมขั้นตอนการปฏิบัติในเวลาถัดไป ซึ่งก็ดีนะครับ ยุคนี้เป็นยุคไอที ถ้าเรายังอยู่ในอาการขอไปที คงจะตกรถไฟขบวนสุดท้ายกระมังครับ ถ้าตั้งใจศึกษาวิธีการใช้ไอทีให้เป็นพี่เลี้ยง เป็นครูเครื่อง ขึ้นมาอีกแรงหนึ่ง คุณครูก็จะมีแต่ได้กับได้ มีผู้ช่วยเสริมการสอนอย่างลื่นไหล ยังไงๆก็ดีกว่าไม่มีตัวช่วยละครับ

ตามปกติเวลาที่คุณครูกลุ่มใหญ่อยู่ด้วยกัน ก็เสมือนสามล้อถูกหวย คุยกันลั่น ผมชอบนะขอบอก ครูคุยกันดีหน้ากว่าหน้าบูดเข้าหากัน เพียงแต่ตอนคนอื่นพูดก็ขอให้หยุดฟังบ้าง มันก็คงเหมือนกับเวลาครูสอน ถ้าเด็กเอาแต่คุยกัน ครูจะอิดหนาระอาใจอย่างไรอย่างนั้น ปกติก็จะเว้นวรรคให้คุยให้ถาม  แต่ก็ไม่ค่อยถาม ต้องเปลี่ยนเป็นโยนไมค์ทิ้งแล้วคุยกันปากเปล่า เออ..วิธีนี้ดีแฮะ คุณครูรู้สึกผ่อนคลายตรงที่ไม่ต้องทำอะไรเป็นทางการนี่แหละ ค่อยๆกระแซะมาล้อมวงสนทนาภาษาคนบ้านเฮา เปิดกรุเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ เริ่มถามเป็นชุดๆเหมือนกัน

บางคนเล่าว่า นอนอ่านหนังสือเจ้าเป็นไผ กับหนังสือ นี่ไงแห้ว ทั้งคืน

ทำให้ทราบข้อมูลของที่นี่และเครือข่ายชาวเฮ

ตอนเช้ามาขอสมัครเป็นลูกสาว

ผมก็เลยได้ลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนนะสิ

เธอบอกว่าจะเข้ามาอ่านและเขียนบล็อกในลานปัญญา

มาเมื่อไหร่ช่วยกันรับน้องด้วยนะพี่ป้าน้าอาทั้งหลาย

เ ธ อ ชื่ อ คุ ณ ค รู ปิ ย ะ ธิ ด า    คุ ณ ะ ดิ ล ก

เธอเข้าตามตรอกออกตามประตู

ต า ม ธ ร ร ม เ นี ย ม ค น ส กุ ล เ ฮ

ม า ข อ ก อ ด พ่ อ ก่ อ น ขึ้ น ร ถ . .

ขอให้เดินทางปลอดภัยไร้ยุงไรมาไต่ตอมนะ หญิง นะ ..

(ต้นหยีน้ำ พืชพลังงานตัวใหม่ที่กรมป่าไม้เอามาให้ปลูกวิจัย)

:: วันนี้เจอไป 3 คณะ หลังจากคุณครูสารคามกลับไปช่วงบ่าย

:: ถัดมาหน่อยคุณวิฑูรย์จากกรมป่าไม้มาวัดต้นไม้และเอาต้นหยีน้ำมาฝาก 260 ต้น

:: ตะกี้ คณะSCG.บอกว่ามาถึงปักธงชัยแล้ว คงจะมาถึงช่วงเย็นเล็กน้อย


กระจ๊องง๋อง เจ้าข้าเอ๊ย

8 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 19 กันยายน 2011 เวลา 8:30 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1323

ช่วงนี้สถานการณ์กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ในการเตรียมต้นฉบับ “โมเดลอีสาน” เพื่อให้เกิดเรื่องตกกะไดพลอยโจนของพี่ป้าน้าอาทั้งหลาย ผมเห็นว่าถ้าท่านช่วยกันเขียนความรู้สึก ความเห็นในหมู่ชาวเรา อย่างที่ท่านบางทราย ครูอึ่ง คณะบรรณาธิการชาวเฮ เครือข่ายลานปัญญา เขียนให้หนังสือ ” คนนี้ไง “จารย์ปู ครูพันธุ์ก๊าก!”อ่านแล้วมันสะท้อนน้ำจิตน้ำใจของชาวเฮได้อย่างบรรเจิด ผมก็อยากได้อย่างนั้นบ้าง ขอเชิญทุกท่านเลยนะครับ เขียนกันตามอำเภอใจคนละเล็กละน้อยคนละหน้าก็ยังดี

แว่วๆว่าอาว์เปลี่ยนอยากให้ผมพิมพ์หนังสือทำนองนี้

เมื่อความเป็นจริงมาข้องแวะ

ก็เชิญท่านพี่ร่ายแป้นพิมพ์เถิด

จะนั่งยิ้มใจเย็นอยู่ใย

ยังไงๆรีบรีบต๊อกๆๆๆมาได้เลยนะอาว์นะ  อิ อิ


วิชาเตะอั๋ง

อ่าน: 2008

วันนี้ลูกหลานจากราชภัฏบุรีรัมย์มาเยี่ยม เธอเหล่านี้เป็นนักศึกษาปี4คณะวิทยาการจัดการ อาจารย์พิสมัย ประชานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พาลูกศิษย์มาลุยด้วยตัวเอง อาจารย์บอกว่า นักศึกษากลุ่มนี้ใกล้จะจบการศึกษาแล้ว อยากจะให้มีอะไรติดในห้วงคำนึงออกไปบ้าง หลังจากหาทางเข้าสวนนานพอสมควร จนกระทั้งมานั่งเอี้ยมเฟื้ยมคุยกัน ผมก็บอกว่า..วันนี้เราจะเรียนแบบสบายๆ เรียนให้สนุก ยังไงก็ได้ไม่มีผิดมีถูก อยากรู้อะไรก็จะเล่าให้ฟัง

เปิดประเด็นว่าด้วย วิ ช า เ จ้ า เ ป็ น ไ ผ

นักศึกษาแนะนำตนเอง

ทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเมืองกับอำเภอนางรอง

ผมเกริ่นเรื่องกว้างๆเกี่ยวกับสถานการณ์โลก อเมริกา ยุโรป จีน อินเดีย กลุ่มอาเชียน แล้วมาจบลงที่ประเทศไทย แสดงทัศนะส่วนตัวว่าเราคิดอย่างไร มาขมวดตอนท้ายว่า..คิดอย่างเรานั้น..คิดอย่างไร เพื่อจะนำไปสู่การตีแตกความรู้สึกนึกคิด คิดจนแตกมันว่างั้นเถอะ จะได้แยกได้ว่าอะไรเป็นหัวกะทิอะไรหางกะทิ

แล้วก็มาปักหมุดลงที่มหาชีวาลัยอีสาน

ว่าคิดอะไร ทำอะไร ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

บอกนักศึกษาว่า..นี่หนูรู้ไหม ถ้ามองออกไปรอบตัว..ทั้งหมดที่เห็นนั้นแหละคือตำราเรียนของที่นี่ ซึ่งแตกต่างจากตำราที่เป็นตัวหนังสือ เป็นตำราที่มีชีวิต เ รี ย น แ บ บ ตำ ต า ตำ ใ จ ..เด็ดก็ได้ ดมก็ได้ ชิมก็ได้ กระดิกกระเด้งกระดอนได้ ติดดอกออกผลได้ การที่อาจารย์พาหนูมาที่นี่ หนูก็จะได้สัมผัสตำราในมิติใหม่ ได้เห็นได้อยู่ในโลกแห่งความจริง ไม่ใช่โลกเสมือนจริงซึ่งพวกเราอลเวงกันอยู่ ยกตัวอย่างหนูพูดโทรศัพท์ ได้ยินเสียงได้รับการโต้ตอบ รับฟังได้เข้าใจได้ แต่มันสู้คุยกันเห็นหน้าเห็นตาอย่างนี้ไม่ได้หรอก

ข อ เ ต ะ อั๋ ง ห น่ อ ย . .

หนูคนที่นั่งใกล้ยื่นฝ่ามือมา

ดูเส้นลายมือแล้วว่างๆไม่ค่อยมีเส้นยุ่งเหยิง

แสดงว่าหนูคนนี้เป็นคนสบายๆมีชีวิตที่ไม่ซับซ้อนอะไรมาก

ดวงเกิดมาสบายๆว่างั้นเถอะ

ที่จริงการขอดูมือก็เพื่อจะอธิบายจากการปฏิบัติให้เห็นว่า

การเรียนสายตรงสื่อสารกันตรงๆไม่อ้อมค้อมไม่เสียเวลา

นักศึกษาควรเรียนวิชาตั้งคำถาม

จะตั้งประเด็นได้ดีเราต้องมีต้นทุน

ก่อนจะมาที่นี่ถ้าเข้าไปอ่านลานปัญญา/ลานสวนป่าก็จะได้ข้อฉุกคิด

แง่นี้ต้องการ อ ธิ บ า ย วิ ธี เ รี ย น แ บ บ ส ด ๆ มี ชี วิ ต ชี ว า

เพื่อเสริมการ เ รี ย น แ บ บ เ หี่ ย ว ๆ อ ยู่ ใ น ห้ อ ง

การจัดการศึกษาหาความรู้ลักษณะนี้ จะมีปัญหาอยู่ตรงที่อาจารย์ไม่มีเวลา นักศึกษาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องออกมาเรียนแบบระหกระเหินด้วย อยากจะเรียนง่ายๆสบายๆจบเร็วๆ การศึกษาจึงก้าวเดินออกมานอกรั้วสถาบันไม่ค่อยจะได้ เพราะทุกฝ่ายยังไม่เห็นความสำคัญอย่างแท้จริง อนึ่ง สถานที่จะไปก็ไม่ทราบว่าจะว่างตรงกันหรือเปล่า ไปแล้วจะได้รับผลตามที่คาดหวังไว้หรือเปล่า มันถึงไม่ง่ายยังไงละครับที่จะให้นักศึกษาพบกับวิธีเรียนรูปแบบนี้ อาจารย์ท่านใดอยากจะจัดไปก็จัดไปสิ อีกทั้งกระแสนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างการศึกษาเท่าที่ควร การพิจารณาความดีความชอบ แทนที่จะพิจารณาจากการจัดการสอนหรือผลลัพธ์ที่เกิดจากกระบวนการสอนเชิงรุก ก็ไปพิจารณาจากเอกสารเถื่อนบ้าๆบอๆ ถ้าเราไม่ช่วยกันเอาการศึกษาออกจากเงามืด เราจะมีอะไรไปเชื่อมโยงกับอาเชี่ยนครับ

ผมเห็นใจอาจารย์ที่นำนักศึกษาออกมาเรียนนอกสถาบัน

ให้นักศึกษาเคารพรักและชื่นชมอาจารย์ของตนให้มาก

วันนี้นักศึกษามา 1 รถตู้ ประมาณ 8 คนกำลังเหมาะ

ถ้ามามากๆจะโยกจะโอนความรู้ให้ไปคิดต่อได้ไม่ละเอียด

ความพอเหมาะพอดีทุกมิติจึงเป็นเรื่องสำคัญ

นักศึกษายุคนี้ต้องเรียนวิธีค้นหาความรู้ เพราะโลกของเทคโนโลยีเข้าถึงทุกถิ่นทุกทิศทุกทาง ปัญหาอยู่ที่ว่า เราต้องตระหนักถึงอิทธิพลและอานุภาพของระบบการสื่อสารยุคใหม่ ว่าแล้วก็โชว์ไอโฟน4เสียเลย ไม่รู้แหละ..อะไรที่อยู่ใกล้มือยิบมาเป็นอุปกรณ์การสอนได้ทั้งนั้น ผมกดโปรแกรมอะไรเอ่ย! เลือกคำทายสนุกๆ..แค่นี้ก็ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะรอบโต๊ะ..ก็บอกแล้ว การเรียนทำไมต้องเครียดด้วย เรียนไปยิ้มไปนะทำได้.. จากนั้นก็ฉอดๆๆต่อ..หนูอยู่ในสถาบันฯก็เรียนจากสื่ออยู่แล้ว ม า วั น นี้ ม า เ รี ย น กั บ สื่ อ มี ชี วิ ต ถ้าได้เตรียมความพร้อมมาก็สอบถามสัมภาษณ์ได้ทุกแง่มุม เปรียบเสมือนการค้นความรู้ในคอมพิวเตอร์นั่นแหละ เพียงแต่วิธีใช้ต่างกันบ้างเล็กน้อย ต้องรู้ว่า..

ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ต้ อ ง ก ด ต ร ง ปุ่ ม ไ ห น ?

ค น ตั ว เ ป็ น ๆ จ ะ ต้ อ ง ก ด ที่ จุ ด ไ ห น ?

ทุกกลไกมีระบบกำกับไว้

คอมพิวเตอร์กดไม่ถูกเครื่องแฮ็งค์เอาง่ายๆ

คนเรามีหลายปุ่มนะหนู กดผิดกดถูกเกิดเรื่องเชียวแหละ

ดังนั้นวันนี้เรามาเรียนวิชากดปุ่มแต่ละประเภทดีไหม?

(บางคนมองเฉยๆ แต่หนูคนนี้วิ่งไปอุ้ม..)

เครื่องมือในการเรียนรู้นอกสถานที่ ผมนิยามให้ว่า..เ ป็ น เ ดิ น เ ข้ า ห า ตั ว รู้ แทนที่จะปักหลักอยู่กับที่ คอยให้ความรู้วิ่งมาหา..เมื่อไหร่มันจะทันการละเธอ ยุคสมัยนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน ไม่ใช่เฉพาะมือใครยาวสาวได้สาวเอาหรอกนะ มันต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการเรียนเชิงรุก น อ ก จ า ก ลุ ก จ า ก เ ก้ า อี้ แ ล้ ว ต้องเร็วต้องพร้อมอย่าเรื่องมาก มีเงื่อนไขอืดเป็นเรือเกลือ ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว พยายามเอาตัวไปสู่สนามเรียนรู้ให้ฉับไว วางแผนเก็บเกี่ยวความรู้ให้พร้อม ชาวนาเกี่ยวข้าวใช้เคียว หนูนักศึกษาจะใช้อะไรเก็บเกี่ยวความรู้ สมุด-ปากกา-กล้องถ่ายภาพ-เทปบันทึกเสียงมีมาไหม? จิตใจ-อารมณ์เป็นอย่างไร? ไม่ใช่อาจารย์ให้ชวนมาก็มาแบบซังกะตาย ถ้าเริ่มจากความรู้สึกที่อับเฉา เราจะเปิดโลกกว้างให้ทุกอย่างเป็นครูได้อย่างไร ควรมีเป้าหมายในใจว่าวันนี้เราจะเรียนให้บรรเจิดเพลิดเพลิน

(นักศึกษาควรจะขอบคุณอาจารย์ที่เมตตาพาออกมาหาความรู้)

ทำไมต้องทุกข์กับการเรียนรู้ด้วย

มหาชีวาลัยอีสานกำลังทำการบ้าน

ในค้นหาวิธีเรียนให้สนุกได้อย่างไร?

มาพิเคราะห์ดูแล้วถ้าเรียนตามระบบในห้องคงยากที่จะสนุก

แต่ถ้ามาเรียนนอกห้องในสภาพแวดล้อมที่ตัวความรู้ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ

อาจจะยิ้มง่ายคลายกังวลได้สะดวกกว่า

การเข้าไปควานหาตัวความรู้แบบใหม่นี่เอง

จะเป็นวิธีสร้างเสริมประสบการณ์ตรง

เกิดการฉุกคิด เอ๊ะนั่น เอ๊ะนี่ อยู่ไหนน๊า..เจ้าความรู้เอ๋ย

ตรงจุดนี้จะเข้าสู่วิชาวิธีคิด

จะคิดได้ ต้องมาจากการได้คิด

เมื่อได้คิด ก็จะได้ตัวความรู้สึกนึกคิด

ความรู้สึกนึกคิดจะเป็นมัคคุเทศก์นำเราไปสู่กระบวนการคิด

ถ้าได้กระบวนการแล้ว..

หนูก็จะเป็นคนขี้สงสัย อยากรู้ อยากเห็น อยากทดลอง อยากทำวิจัย

เปลี่ยนจากคนอือๆออๆยังไงก็ได้

จะให้ทำอะไรบอกมาเลย

มาเป็นคนที่มีคำถามในหัวใจ

ไม่อย่างนั้น..ขืนปล่อยไปนานๆก็จะกลายเป็นคนสิ้นคิดนะสิ..

หลังจากยั่วยุไปประมาณนี้ นักศึกษาเริ่มกล้าที่จะถามประเด็นต่างๆมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะถามความคิดเรา เรื่องนี้ทำอย่างไร คิดอย่างไร เป็นมาอย่างไร แหม ถามอย่างนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยนะสิ เพราะเราคิดอยู่ทุกมื่อเชื่อวัน ก็เลยโยงไปเรื่อง”โมเดลบุรีรัมย์” เพื่อจะชวนไต่ความคิดว่า

..เราเป็นคนบุรีรัมย์ เราเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง สภาพเศรษฐกิจสังคมเป็นอย่างไร การเมืองส่งผลอะไร หนูเห็นไหมถนนที่เข้ามาทรุดโทรมยับเยินยิ่งกว่าผิวโลกพระจันทร์ เข้าไปดูที่นโยบายสิ เขาว่าไว้อย่างไร อ๋อ..เขาทำนโยบายเรื่องถนนปลอดฝุ่นใช่ไหม ไม่ได้ทำเรื่องถนนปลอดหลุม นโยบายขี้ฝุ่นมันก็ไอ่แค่นั้นแหละต๋อยยย..

ผลประกอบการของแต่ละพรรคการเมืองดูได้จากตอนเลือกตั้ง ทุกพรรคต้องเค้นคิดว่าทำอะไรไว้บ้างและคิดที่จะทำอะไรต่อไป บางพรรคไม่ได้ทำอะไร เอาแต่ปัดฝุ่น เรื่องอื่นไม่มีไม่ได้ทำจึงจุดจู๋ไม่รู้จะเอาอะไรมาหาเสียง

ค น ส ตึ ก จึ ง ต้ อ ง ม า ทำ น โ ย บ า ย “บุรีรัมย์โมเดล” ยังไงละเธอ

คนอยู่บุรีรัมย์ ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าจะพัฒนาบุรีรัมย์ให้รอดพ้นวิกฤติได้อย่างไร หนูเห็นไหมทำไมคนบุรีรัมย์ถึงทิ้งถิ่นทิ้งไร่ทิ้งนา บากหน้าไปเป็นกรรมกรในกรุง

เกิดอะไรขึ้นที่บุรีรัมย์

มันเสียหายจนคนอยู่บุรีรัมย์ไม่ได้เชียวหรือ

มีแนวทางใหม่ๆอะไรบ้าง ที่จะเข้ามาเสริมสร้างอาชีพการงานให้คนบุรีรัมย์

จะเปิดพื้นที่ทางสังคม

เปิดโอกาสการเรียนรู้

รึ..จะผลิตนักฟุตบอลไปลุยตลาดโลก

แข่งบอลมันก็ไม่เสียหายอะไรหรอก แต่ต้องการเห็นโครงสร้างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่หลากหลาย กิจการงานที่ทำให้คนบุรีรัมย์ลืมตาอ้าปากได้ มีนโยบายอะไรที่ทำให้คนบุรีรัมย์..ตั้งสติตั้งตัวได้ ช่วยกันทำข้อสอบดีไหม จะลดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร?

ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติ

ลดความเสี่ยงจากระบบปลาใหญ่ไล่เจี๊ยะปลาเล็ก

ลดความรู้สึกที่ไม่เชื่อมั่นในอาชีพการงานของตนเอง

ลดความหมางเมินในการแสวงหาความรู้

ลดพฤติกรรมติดลบต่างๆ

ลดการกระเหี้ยนกระหือกับนโยบายลดแลกแจกแถม

ลดการเดินตามคนอื่นต้อยๆโดยไม่ยั้งคิดอะไร

ลดความคิดที่จะเป็นเพียง..ลูกคุณช่างขอ

มีคำถามจากวงสนทนาว่า..ผมจะขยายหรือขายความคิดนี้อย่างไร แหมเรื่องอย่างนี้คิดทำคนเดียวได้ก็บ้าแล้ว ผมก็จะโยนความคิดนี้ลงสู่พื้นที่สารธารณะ กระแซะลงไปในเวทีประชุมสัมมนาเชิงนโยบายของสภาพัฒน์ฯ สภาวิจัยฯ รายการวิทยากรที่ไปโม้ สื่อหนังสือพิมพ์ ทีวี เขียนผ่านบล็อก แม้แต่คณะต่างๆที่มาเยี่ยมมาดูงาน เช่น คณะของหนูจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เราก็มานั่งเว้ากันเรื่องนี้ใช่ไหมละ

ที่สำคัญ ขีดเส้นใต้ไว้เลย

เดือนหน้าหนังสือ”บุรีรัมย์โมเดล1 คลอดแน่ๆ

ท่านใดที่ช่วยอ่านหนังสือเล่มนี้

เท่ากับเป็นเจ้าภาพร่วม หนังสือ”บุรีรัมย์โมเดล” โดยปริยาย

ถามว่า..ในสารบัญมีเรื่องอะไรบ้างละ

โอ้ยโย่! เยอะๆๆ ..แม้แต่เรื่องที่เราคุยกันวันนี้

ก็น่าจะเอาไปลงพิมพ์

เพื่อจะประกาศว่า..

มหาวิทยาลัย ร า ช ภั ฏ บุ รี รั ม ย์

ไม่ใช่สถาบัน “พอกระเทิน” แล้วนะโว้ ย ย ย ย ย !


เกษียณอายุ

อ่าน: 2225

เรื่องนี้เกี่ยวกับคนที่ค่อนมาทางเหลาเย่แน่ๆ เรื่องวันเวลาไม่คอยท่า เผลอเมื่อไหร่กาลเวลามันกัดกร่อนด้วยนาฬิกาชีวิต อ้อ ยี่ห้อนี้ไม่เคยเสียไม่เคยซ่อม ตั้งแต่เกิดก็เดินติ๊กต๊อกๆไปเรื่อยๆ ต่อให้ผดุงหน้าตาด้วยวิธีใดสุดท้ายก็เหี่ยว ช่วงที่เหี่ยวนี่แหละสำคัญ เหี่ยวกายพอว่า เหี่ยวใจนี่น่าคิด ที่สวนป่าเคยต้อนรับครูบาอาจารย์มากหน้าหลายตา แต่ส่วนมากจะยังอยู่ในช่วงวัยทำงาน  ยังรับราชการว่างั้นเถอะ เพิ่งจะมีวันนี้ละครับ ที่คุณครูอาวุโสเกษียณอายุยกทีมผู้สูงวัยชุดใหญ่ 270 ชีวิต เดินทางด้วยรถบัส2ชั้น6คันมุ่งมาสวนป่า

คุณครูทุกท่านนัดกันใส่เสื้อทีมสีฟ้า

ฟ้าเต็มป่าเลยนะนี่

มาถึงบ่นเป็นหมีกินผึ้งถนนขรุขระเข้ายาก

จะโทษใครละ..ต้องโทษตัวเองที่สอนลูกศิษย์เป็นคนไม่ดี

เรียนจบไปแล้วไปเป็นนักการเมือง

ก็เป็นนักการเมืองขี้โกง

กินหินกินกรวดปากมันแพล๊บๆๆ

ถนนพังมหาโหดยังงี้ก็เพราะลูกศิษย์อาจารย์มันไม่รักดี

เนื่องจากครูเยอะ เราไม่รับทำอาหาร เตรียมสถานที่จัดโต๊ะเก้าอี้-เครื่องเสียงให้ พวกแม่บ้านก็ขายสมุนไพร ขายหนังสือ ขายต้นไม้ ขายเมล็ดน้ำเต้า สนุกกันใหญ่ คณะนี้เขาสั่งโต๊ะจีนมาจากในเมืองสารคามโน่น น่าจะกินข้าวห่อ กินข้าวป่าแบบง่ายๆ แต่ก็ติดความหรูหราบ้าๆบอๆ จึงดูยุ่งยากทุกขั้นตอน มันก็มาจากวิธีคิดวิธีทำนี่แหละ ทำตัวทำใจให้ง่ายไม่เป็น..ต้องส่งไปเรียนกับปา-ลี-ยอน-น่าจะดี ตอนนี้ทุกคณะที่มาจะขอให้ช่วยตัวเองให้มาก ช่วยแบ่งเบาภาระ.. เจ้าของสถานที่จะทำหน้าที่โม้อย่างเดียว อิ อิ และพาเดินไปชมกิจกรรม

คณะอาจารย์ที่เกษียณมาจากหลายสำนักหลายพื้นที่

เป็นอาจารย์จากราชภัฏฯก็มี

ตอนแรกเขาโหวตกันว่าจะไปไหนดี

มีคนยกมือไปลาว 80 เสียง

มาสวนป่าร้อยกว่าเสียง

จึงพากันดั้นด้นมานี่

บ้างก็บอกว่าไม่จุใจจะขอมาใหม่เป็นการส่วนตัว

เห็นแล้วนึกถึงแม่ใหญ่..ขาลุยกว่ากลุ่มนี้เยอะ

ตกหนักก็เรานี่แหละ…รับเละ

หนังสือแห้วขายหมดเกลี้ยงหน้าตัก

ขายเป็นเทน้ำเทท่า..

บอกว่าอ่านแล้วอารมณ์ดี อายุยืน เป็นมงคลอีกต่างหาก

แหมเปิดอ่านกันใหญ่

แห้วรำพันเก่ง..คนเขาชอบตรงที่>>

ถูกบางคนหัวเราะเยาะมาแต่ไหนแต่ไรเรื่องเลือกอาชีพครู

ดีนะที่เป็นครูหน้าทน ครูเลยทนอยู่

เพียงเพราะเอะใจ กับไออุ่นที่ได้รับจากเด็กๆ และผู้คนรอบข้าง

เพิ่งจะได้อ๋อกับตัวเอง ว่าสิ่งที่สัมผัสได้แต่ไม่เคยเข้าใจจริงๆเสียที

จนเผลอหวั่นไหวจวนเจียนจะทิ้งอาชีพนี้ไปหลายครานั้น

แท้จริงแล้วคือความสุข ไม่ได้สุขเพราะตัวเงิน

ไม่ได้สุขเพราะเกียรติยศ วัตถุ ชื่อเสียง  ฐานะกะโหลกกะลาทางสังคม

แต่สุขเพราะได้รู้แล้วว่า

คนจะเป็นครูได้ ต้องไม่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น

แต่ต้องเป็นให้ได้ถึงยอดมนุษย์

นี่ถ้าแจกลายเซ็นเหมือนป๋าป่าแตกแน่ๆจิบอกไห่ ไผ1ไม่รู้เหลือกี่เล่ม น่าจะมีไผ3 อุ้ย อ.แป๋ว ป้าหวาน แม่ใหญ่ ฯลฯ ยังไม่ได้นำมาลงพิมพ์ ส่วนโมเดลอีสานเขียนได้สัก*80%แล้ว ที่เหลือก็พร้อมเขียนแต่ไม่มีเวลาทำไงได้ ปั่นต้นฉบับได้คืนละครึ่งเรื่อง มีหนังสือค้างอ่าน โชคดีที่ทีวีเสีย ทำให้มีเวลาเขียนมากขึ้น อิ

วันนี้ก็มีโทรศัพท์มาชวนให้ไปประชุมเรื่องมูลนิธิสันติภาพโลก..อะไรๆทำนองนี่แหละ

เขาบอกว่าส่งหนังสือมาแต่ต้นเดือนแล้ว

เห็นเราไม่ตอบรับ..จึงโทรฯมาตามเรื่อง

อ้าว! หนังสือไม่เห็นมานี่

ไม่เห็นหนังสือไม่เป็นไร

เ ธ อ ถ า ม ว่ า จ ะ ม า ไ ด้ ไ ห ม ? ไ ด้ ไ ห ม ค ะ นะ คะ

จะ ต อ บ ว่ า จ ะ ไ ด ดี    ฮึ !

ช่วง 21-23 มีค่ายครูสารคาม กับ ค่ายปูนซีเมนต์ไทย มาต่อเนื่องกัน

ใครว่าง ใครไม่มีงาน ยกมือขึ้น ! โธ่ๆๆๆ

หมายเหตุ : เรื่องหนังสือนี่นะครับ ถ้าชาวเฮช่วยกันเขียนบอกเล่าตามภาระกิจและเนื้องานตัวเอง แล้วพิมพ์ออกมา เราก็จะจัดให้ตามสาขาอาชีพ ยกตัวอย่างเช่นคณะครูมาก็เอาหนังสือของแห้ว/แม่ใหญ่/ครูอึ่ง/ครูอารามไป ถ้าเป็นกลุ่มเด็กนักเรียนก็เอาหนังสือของหนูเสื้อสีส้มไป ถ้าสายศิลปะก็เอาของออตไป ถ้าเป็นนักพัฒนาก็เอาหนังสือท่านบางทราย/ปาลียอน/อาม่า/ลานไผ่ไป ถ้าเป็นพวกนักกฎหมาย/รักหลาน ก็เอาหนังสือท่านอัยการไป ถ้าเป็นกลุ่มรักสุขภาพ ก็เอาหนังสือหมอเจ๊-เบิร์ดไป ถ้าเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์/กลุ่มองค์กรเพื่อสังคมก็เอาหนังสือของรอกอด/ปลาหมึกไป ถ้าเป็นกลุ่มพัฒนากิจกรรมองค์กร/บริหารพันธกิจเชิงรุกก็เอาหนังสือหมอจอมป่วน/อุ้ย/อ.แป๋วไป ถ้าเป็นพวกกวนใจหรืออกหัก ก็เอาหนังสือของคนถางทางไป ฯลฯ

> > >เอ๊ะ! ถ้าจะขอเอาเรื่องเด็ดตามภาระกลุ่มเรื่องราวที่ว่ามานี้ รวมเป็นเล่มไผ3จะดีไม๊ คิ คิ

” พูดเบาๆ แต่เอาจริงนะเธอ”



Main: 0.092941045761108 sec
Sidebar: 0.050461053848267 sec