วิชาเตะอั๋ง

อ่าน: 1995

วันนี้ลูกหลานจากราชภัฏบุรีรัมย์มาเยี่ยม เธอเหล่านี้เป็นนักศึกษาปี4คณะวิทยาการจัดการ อาจารย์พิสมัย ประชานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พาลูกศิษย์มาลุยด้วยตัวเอง อาจารย์บอกว่า นักศึกษากลุ่มนี้ใกล้จะจบการศึกษาแล้ว อยากจะให้มีอะไรติดในห้วงคำนึงออกไปบ้าง หลังจากหาทางเข้าสวนนานพอสมควร จนกระทั้งมานั่งเอี้ยมเฟื้ยมคุยกัน ผมก็บอกว่า..วันนี้เราจะเรียนแบบสบายๆ เรียนให้สนุก ยังไงก็ได้ไม่มีผิดมีถูก อยากรู้อะไรก็จะเล่าให้ฟัง

เปิดประเด็นว่าด้วย วิ ช า เ จ้ า เ ป็ น ไ ผ

นักศึกษาแนะนำตนเอง

ทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเมืองกับอำเภอนางรอง

ผมเกริ่นเรื่องกว้างๆเกี่ยวกับสถานการณ์โลก อเมริกา ยุโรป จีน อินเดีย กลุ่มอาเชียน แล้วมาจบลงที่ประเทศไทย แสดงทัศนะส่วนตัวว่าเราคิดอย่างไร มาขมวดตอนท้ายว่า..คิดอย่างเรานั้น..คิดอย่างไร เพื่อจะนำไปสู่การตีแตกความรู้สึกนึกคิด คิดจนแตกมันว่างั้นเถอะ จะได้แยกได้ว่าอะไรเป็นหัวกะทิอะไรหางกะทิ

แล้วก็มาปักหมุดลงที่มหาชีวาลัยอีสาน

ว่าคิดอะไร ทำอะไร ผลลัพธ์เป็นอย่างไร

บอกนักศึกษาว่า..นี่หนูรู้ไหม ถ้ามองออกไปรอบตัว..ทั้งหมดที่เห็นนั้นแหละคือตำราเรียนของที่นี่ ซึ่งแตกต่างจากตำราที่เป็นตัวหนังสือ เป็นตำราที่มีชีวิต เ รี ย น แ บ บ ตำ ต า ตำ ใ จ ..เด็ดก็ได้ ดมก็ได้ ชิมก็ได้ กระดิกกระเด้งกระดอนได้ ติดดอกออกผลได้ การที่อาจารย์พาหนูมาที่นี่ หนูก็จะได้สัมผัสตำราในมิติใหม่ ได้เห็นได้อยู่ในโลกแห่งความจริง ไม่ใช่โลกเสมือนจริงซึ่งพวกเราอลเวงกันอยู่ ยกตัวอย่างหนูพูดโทรศัพท์ ได้ยินเสียงได้รับการโต้ตอบ รับฟังได้เข้าใจได้ แต่มันสู้คุยกันเห็นหน้าเห็นตาอย่างนี้ไม่ได้หรอก

ข อ เ ต ะ อั๋ ง ห น่ อ ย . .

หนูคนที่นั่งใกล้ยื่นฝ่ามือมา

ดูเส้นลายมือแล้วว่างๆไม่ค่อยมีเส้นยุ่งเหยิง

แสดงว่าหนูคนนี้เป็นคนสบายๆมีชีวิตที่ไม่ซับซ้อนอะไรมาก

ดวงเกิดมาสบายๆว่างั้นเถอะ

ที่จริงการขอดูมือก็เพื่อจะอธิบายจากการปฏิบัติให้เห็นว่า

การเรียนสายตรงสื่อสารกันตรงๆไม่อ้อมค้อมไม่เสียเวลา

นักศึกษาควรเรียนวิชาตั้งคำถาม

จะตั้งประเด็นได้ดีเราต้องมีต้นทุน

ก่อนจะมาที่นี่ถ้าเข้าไปอ่านลานปัญญา/ลานสวนป่าก็จะได้ข้อฉุกคิด

แง่นี้ต้องการ อ ธิ บ า ย วิ ธี เ รี ย น แ บ บ ส ด ๆ มี ชี วิ ต ชี ว า

เพื่อเสริมการ เ รี ย น แ บ บ เ หี่ ย ว ๆ อ ยู่ ใ น ห้ อ ง

การจัดการศึกษาหาความรู้ลักษณะนี้ จะมีปัญหาอยู่ตรงที่อาจารย์ไม่มีเวลา นักศึกษาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องออกมาเรียนแบบระหกระเหินด้วย อยากจะเรียนง่ายๆสบายๆจบเร็วๆ การศึกษาจึงก้าวเดินออกมานอกรั้วสถาบันไม่ค่อยจะได้ เพราะทุกฝ่ายยังไม่เห็นความสำคัญอย่างแท้จริง อนึ่ง สถานที่จะไปก็ไม่ทราบว่าจะว่างตรงกันหรือเปล่า ไปแล้วจะได้รับผลตามที่คาดหวังไว้หรือเปล่า มันถึงไม่ง่ายยังไงละครับที่จะให้นักศึกษาพบกับวิธีเรียนรูปแบบนี้ อาจารย์ท่านใดอยากจะจัดไปก็จัดไปสิ อีกทั้งกระแสนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างการศึกษาเท่าที่ควร การพิจารณาความดีความชอบ แทนที่จะพิจารณาจากการจัดการสอนหรือผลลัพธ์ที่เกิดจากกระบวนการสอนเชิงรุก ก็ไปพิจารณาจากเอกสารเถื่อนบ้าๆบอๆ ถ้าเราไม่ช่วยกันเอาการศึกษาออกจากเงามืด เราจะมีอะไรไปเชื่อมโยงกับอาเชี่ยนครับ

ผมเห็นใจอาจารย์ที่นำนักศึกษาออกมาเรียนนอกสถาบัน

ให้นักศึกษาเคารพรักและชื่นชมอาจารย์ของตนให้มาก

วันนี้นักศึกษามา 1 รถตู้ ประมาณ 8 คนกำลังเหมาะ

ถ้ามามากๆจะโยกจะโอนความรู้ให้ไปคิดต่อได้ไม่ละเอียด

ความพอเหมาะพอดีทุกมิติจึงเป็นเรื่องสำคัญ

นักศึกษายุคนี้ต้องเรียนวิธีค้นหาความรู้ เพราะโลกของเทคโนโลยีเข้าถึงทุกถิ่นทุกทิศทุกทาง ปัญหาอยู่ที่ว่า เราต้องตระหนักถึงอิทธิพลและอานุภาพของระบบการสื่อสารยุคใหม่ ว่าแล้วก็โชว์ไอโฟน4เสียเลย ไม่รู้แหละ..อะไรที่อยู่ใกล้มือยิบมาเป็นอุปกรณ์การสอนได้ทั้งนั้น ผมกดโปรแกรมอะไรเอ่ย! เลือกคำทายสนุกๆ..แค่นี้ก็ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะรอบโต๊ะ..ก็บอกแล้ว การเรียนทำไมต้องเครียดด้วย เรียนไปยิ้มไปนะทำได้.. จากนั้นก็ฉอดๆๆต่อ..หนูอยู่ในสถาบันฯก็เรียนจากสื่ออยู่แล้ว ม า วั น นี้ ม า เ รี ย น กั บ สื่ อ มี ชี วิ ต ถ้าได้เตรียมความพร้อมมาก็สอบถามสัมภาษณ์ได้ทุกแง่มุม เปรียบเสมือนการค้นความรู้ในคอมพิวเตอร์นั่นแหละ เพียงแต่วิธีใช้ต่างกันบ้างเล็กน้อย ต้องรู้ว่า..

ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ต้ อ ง ก ด ต ร ง ปุ่ ม ไ ห น ?

ค น ตั ว เ ป็ น ๆ จ ะ ต้ อ ง ก ด ที่ จุ ด ไ ห น ?

ทุกกลไกมีระบบกำกับไว้

คอมพิวเตอร์กดไม่ถูกเครื่องแฮ็งค์เอาง่ายๆ

คนเรามีหลายปุ่มนะหนู กดผิดกดถูกเกิดเรื่องเชียวแหละ

ดังนั้นวันนี้เรามาเรียนวิชากดปุ่มแต่ละประเภทดีไหม?

(บางคนมองเฉยๆ แต่หนูคนนี้วิ่งไปอุ้ม..)

เครื่องมือในการเรียนรู้นอกสถานที่ ผมนิยามให้ว่า..เ ป็ น เ ดิ น เ ข้ า ห า ตั ว รู้ แทนที่จะปักหลักอยู่กับที่ คอยให้ความรู้วิ่งมาหา..เมื่อไหร่มันจะทันการละเธอ ยุคสมัยนี้เต็มไปด้วยการแข่งขัน ไม่ใช่เฉพาะมือใครยาวสาวได้สาวเอาหรอกนะ มันต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการเรียนเชิงรุก น อ ก จ า ก ลุ ก จ า ก เ ก้ า อี้ แ ล้ ว ต้องเร็วต้องพร้อมอย่าเรื่องมาก มีเงื่อนไขอืดเป็นเรือเกลือ ทำให้เสียเวลาเสียโอกาสโดยไม่รู้ตัว พยายามเอาตัวไปสู่สนามเรียนรู้ให้ฉับไว วางแผนเก็บเกี่ยวความรู้ให้พร้อม ชาวนาเกี่ยวข้าวใช้เคียว หนูนักศึกษาจะใช้อะไรเก็บเกี่ยวความรู้ สมุด-ปากกา-กล้องถ่ายภาพ-เทปบันทึกเสียงมีมาไหม? จิตใจ-อารมณ์เป็นอย่างไร? ไม่ใช่อาจารย์ให้ชวนมาก็มาแบบซังกะตาย ถ้าเริ่มจากความรู้สึกที่อับเฉา เราจะเปิดโลกกว้างให้ทุกอย่างเป็นครูได้อย่างไร ควรมีเป้าหมายในใจว่าวันนี้เราจะเรียนให้บรรเจิดเพลิดเพลิน

(นักศึกษาควรจะขอบคุณอาจารย์ที่เมตตาพาออกมาหาความรู้)

ทำไมต้องทุกข์กับการเรียนรู้ด้วย

มหาชีวาลัยอีสานกำลังทำการบ้าน

ในค้นหาวิธีเรียนให้สนุกได้อย่างไร?

มาพิเคราะห์ดูแล้วถ้าเรียนตามระบบในห้องคงยากที่จะสนุก

แต่ถ้ามาเรียนนอกห้องในสภาพแวดล้อมที่ตัวความรู้ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ

อาจจะยิ้มง่ายคลายกังวลได้สะดวกกว่า

การเข้าไปควานหาตัวความรู้แบบใหม่นี่เอง

จะเป็นวิธีสร้างเสริมประสบการณ์ตรง

เกิดการฉุกคิด เอ๊ะนั่น เอ๊ะนี่ อยู่ไหนน๊า..เจ้าความรู้เอ๋ย

ตรงจุดนี้จะเข้าสู่วิชาวิธีคิด

จะคิดได้ ต้องมาจากการได้คิด

เมื่อได้คิด ก็จะได้ตัวความรู้สึกนึกคิด

ความรู้สึกนึกคิดจะเป็นมัคคุเทศก์นำเราไปสู่กระบวนการคิด

ถ้าได้กระบวนการแล้ว..

หนูก็จะเป็นคนขี้สงสัย อยากรู้ อยากเห็น อยากทดลอง อยากทำวิจัย

เปลี่ยนจากคนอือๆออๆยังไงก็ได้

จะให้ทำอะไรบอกมาเลย

มาเป็นคนที่มีคำถามในหัวใจ

ไม่อย่างนั้น..ขืนปล่อยไปนานๆก็จะกลายเป็นคนสิ้นคิดนะสิ..

หลังจากยั่วยุไปประมาณนี้ นักศึกษาเริ่มกล้าที่จะถามประเด็นต่างๆมากขึ้น ส่วนใหญ่ก็จะถามความคิดเรา เรื่องนี้ทำอย่างไร คิดอย่างไร เป็นมาอย่างไร แหม ถามอย่างนี้ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยนะสิ เพราะเราคิดอยู่ทุกมื่อเชื่อวัน ก็เลยโยงไปเรื่อง”โมเดลบุรีรัมย์” เพื่อจะชวนไต่ความคิดว่า

..เราเป็นคนบุรีรัมย์ เราเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง สภาพเศรษฐกิจสังคมเป็นอย่างไร การเมืองส่งผลอะไร หนูเห็นไหมถนนที่เข้ามาทรุดโทรมยับเยินยิ่งกว่าผิวโลกพระจันทร์ เข้าไปดูที่นโยบายสิ เขาว่าไว้อย่างไร อ๋อ..เขาทำนโยบายเรื่องถนนปลอดฝุ่นใช่ไหม ไม่ได้ทำเรื่องถนนปลอดหลุม นโยบายขี้ฝุ่นมันก็ไอ่แค่นั้นแหละต๋อยยย..

ผลประกอบการของแต่ละพรรคการเมืองดูได้จากตอนเลือกตั้ง ทุกพรรคต้องเค้นคิดว่าทำอะไรไว้บ้างและคิดที่จะทำอะไรต่อไป บางพรรคไม่ได้ทำอะไร เอาแต่ปัดฝุ่น เรื่องอื่นไม่มีไม่ได้ทำจึงจุดจู๋ไม่รู้จะเอาอะไรมาหาเสียง

ค น ส ตึ ก จึ ง ต้ อ ง ม า ทำ น โ ย บ า ย “บุรีรัมย์โมเดล” ยังไงละเธอ

คนอยู่บุรีรัมย์ ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าจะพัฒนาบุรีรัมย์ให้รอดพ้นวิกฤติได้อย่างไร หนูเห็นไหมทำไมคนบุรีรัมย์ถึงทิ้งถิ่นทิ้งไร่ทิ้งนา บากหน้าไปเป็นกรรมกรในกรุง

เกิดอะไรขึ้นที่บุรีรัมย์

มันเสียหายจนคนอยู่บุรีรัมย์ไม่ได้เชียวหรือ

มีแนวทางใหม่ๆอะไรบ้าง ที่จะเข้ามาเสริมสร้างอาชีพการงานให้คนบุรีรัมย์

จะเปิดพื้นที่ทางสังคม

เปิดโอกาสการเรียนรู้

รึ..จะผลิตนักฟุตบอลไปลุยตลาดโลก

แข่งบอลมันก็ไม่เสียหายอะไรหรอก แต่ต้องการเห็นโครงสร้างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่หลากหลาย กิจการงานที่ทำให้คนบุรีรัมย์ลืมตาอ้าปากได้ มีนโยบายอะไรที่ทำให้คนบุรีรัมย์..ตั้งสติตั้งตัวได้ ช่วยกันทำข้อสอบดีไหม จะลดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร?

ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติธรรมชาติ

ลดความเสี่ยงจากระบบปลาใหญ่ไล่เจี๊ยะปลาเล็ก

ลดความรู้สึกที่ไม่เชื่อมั่นในอาชีพการงานของตนเอง

ลดความหมางเมินในการแสวงหาความรู้

ลดพฤติกรรมติดลบต่างๆ

ลดการกระเหี้ยนกระหือกับนโยบายลดแลกแจกแถม

ลดการเดินตามคนอื่นต้อยๆโดยไม่ยั้งคิดอะไร

ลดความคิดที่จะเป็นเพียง..ลูกคุณช่างขอ

มีคำถามจากวงสนทนาว่า..ผมจะขยายหรือขายความคิดนี้อย่างไร แหมเรื่องอย่างนี้คิดทำคนเดียวได้ก็บ้าแล้ว ผมก็จะโยนความคิดนี้ลงสู่พื้นที่สารธารณะ กระแซะลงไปในเวทีประชุมสัมมนาเชิงนโยบายของสภาพัฒน์ฯ สภาวิจัยฯ รายการวิทยากรที่ไปโม้ สื่อหนังสือพิมพ์ ทีวี เขียนผ่านบล็อก แม้แต่คณะต่างๆที่มาเยี่ยมมาดูงาน เช่น คณะของหนูจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เราก็มานั่งเว้ากันเรื่องนี้ใช่ไหมละ

ที่สำคัญ ขีดเส้นใต้ไว้เลย

เดือนหน้าหนังสือ”บุรีรัมย์โมเดล1 คลอดแน่ๆ

ท่านใดที่ช่วยอ่านหนังสือเล่มนี้

เท่ากับเป็นเจ้าภาพร่วม หนังสือ”บุรีรัมย์โมเดล” โดยปริยาย

ถามว่า..ในสารบัญมีเรื่องอะไรบ้างละ

โอ้ยโย่! เยอะๆๆ ..แม้แต่เรื่องที่เราคุยกันวันนี้

ก็น่าจะเอาไปลงพิมพ์

เพื่อจะประกาศว่า..

มหาวิทยาลัย ร า ช ภั ฏ บุ รี รั ม ย์

ไม่ใช่สถาบัน “พอกระเทิน” แล้วนะโว้ ย ย ย ย ย !



Main: 0.035249948501587 sec
Sidebar: 0.061704874038696 sec