๖๔.ไปคุยกับปราชญ์อีสาน๒

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2008 เวลา 17:54 ในหมวดหมู่ เสริมสร้างสังคมสันติสุข #
อ่าน: 1792

วันนี้ ผมมาเล่าต่อถึงสิ่งที่ปราชญ์อีสานเขากำลังทำกันอยู่ก็คือการนำ “ของดีในอดีต มาเชิดชูสู่ปัจจุบัน เพื่อสืบสานสู่อนาคต” แล้วท่านก็ยังเล่าตำนานสะพานเสรีประชาธิปไตย ว่าคนอีสานเขาร่วมมือกันคนละบาทสร้างสะพานข้ามแม่น้ำมูลโดยไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการ ทำไมเขาทำได้ ถ้าไม่เป็นปราชญ์เขาทำกันได้หรือ

คราวที่แล้วผมได้เล่าให้ฟังว่า อ.นิกร มาฉายภาพขันหมากเบ็ง ขอเล่าเสริมสักนิด ได้ความรู้จากพ่อสุวิชช เรื่องขันหมากเบ็งว่า เบ็ง ก็คือเบญจ์ ขันหมากเบ็งก็คือขันธ์ ๕ นั่นเอง จึงมีการกราบเบญจางคประดิษฐ์ การกราบจะวางขันหมากเบ็งไว้ขวามือ กราบผู้ใหญ่เสร็จแล้วจะยกขันหมากใส่มือท่าน เสร็จแล้วท่านจะเอาขันหมากเบ็งไปถวายพระต่อไป เดี๋ยวนี้มีการรณรงค์ให้ใช้ขันหมากเบ็ง สิ่งที่ได้ตามมาคือรายได้ของชาวบ้าน ผมมองว่านี่เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน แต่ขณะเดียวกันก็ได้รื้อฟื้นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามไปด้วย

พ่อสุวิชช เล่าว่าคนเราไม่ว่าจะเป็นใหญ่เป็นโตมาจากไหน ไปอยู่บ้านเขาเมืองเขาต้องศึกษาภูมิเมืองหรือภูมิพลังเมืองให้ดี มิฉะนั้นอาจเกิดปัญหาใหญ่โตได้ เหมือนสมัยหนึ่งท่านไปเป็นปลัดเทศบาลเมืองพัทยา ผู้ว่าฯจัดขบวนแห่งานประจำปี สถานศึกษาทุกแห่งออกกันมาหมด รถจึงติดกันทุกปี จึงคิดวางแผนแก้ปัญหาไม่ให้รถติด คิดได้ว่าก็อย่าให้มารวมศูนย์ต้องให้กระจายออกไป ดังนั้นเมื่อผู้ปกครองมาส่งลูกหลานแล้วให้ออก ๔ มุมเมือง ตอนนั้นทุกคนชื่นชมว่าแก้ปัญหาได้ดีรถไม่ติดเลย แต่แล้ว ชาวบ้านชาวเมืองมาเดินขบวนขับไล่ผู้ว่าฯกับปลัดฯ เนื่องจากไฟไหม้สามวันสามคืนกว่าจะดับได้เสียหายไปมาก เพราะทำผิดประเพณีงานนั้นเป็นงานบุญพระเวศน์ การแห่แหนต้องแห่เข้าเมืองเพื่อให้ฝนฟ้ามาตกต้องตามฤดูกาล เมื่อไปแห่ออกนอกเมืองทำให้ฝนแล้งอากาศร้อนจนไฟไหม้ ต้องแก้ปัญหากันวุ่นวาย ท่านจึงเตือนว่าต้องเรียนรู้ภูมิพลังเมืองให้ดีก่อนคิดทำอะไร

ท่านยังเล่าว่า จะแต่งตั้งใครให้ดำรงตำแหน่ง ปราชญ์เขาจะดูว่ามีภูมิ ๔ ภูมิหรือเปล่า

๑.ภูมิรู้ มีวิชาความรู้ไหม

๒.ภูมิปัญญา สามารถปฏิบัติได้และถ่ายทอดได้ไหม

๓.ภูมิธรรม มีพื้นฐานทางจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม ไหม

๔.ภูมิฐาน ดูดีไหม

เข้าท่าไหมครับ ถ้าก่อนจะเลือกผู้แทนราษฎร หรือ อบต.,อบจ. ใช้ภูมิ ๔ ภูมินี้ไปจับ การบริหารงานแต่ละส่วนน่าจะดีนะครับ

ท่านเล่าให้ฟังเรื่องสะพานเสรีประชาธิปไตย ว่าชื่อสะพานนี้แปลก เพราะตอนแรกต้องการจะตั้งชื่อเป็นชื่อเจ้าเมือง เพื่อจะได้มีอนุสาวรีย์ที่เชิงสะพานแบบสะพานพระพุทธยอดฟ้า แต่พอจะตั้งชื่อเข้าจริง คนโน้นก็ว่าอย่างโน้น คนนี้ก็ว่าอย่างนี้ เช่น พระวอพระตา หรือจะใช้ชื่อ เจ้าคำผง(พระประทุมวรราชสุริยวงศ์) แต่จอมพลป.พิบูลย์สงคราม ว่าเอาชื่อสะพานเสรีประชาธิปไตยนี่แหละ ชาวอุบลงงกันหัวแตกเลย อิอิ ท่านให้เหตุผลว่าคอมมิวนิสต์กำลังรุนแรง เขาบอกว่าของเขาก็เป็นประชาธิปไตย จอมพลป.ว่าของเราเป็นเสรีประชาธิปไตย เป็น Free Democracy สะพานแห่งนี้จึงเป็นสะพานแห่งเดียวในประเทศไทยที่เป็นชื่อระบอบการปกครอง

ที่วัดของหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง มีธรรมะบนต้นไม้ระบุว่า“เราไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นอะไรสักอย่าง” แสดงให้เห็นว่าปราชญ์แท้ไม่ยึดติดอะไร ที่อุบลเป็นเมืองที่มีพระภิกษุสงฆ์ระดับสมเด็จมากถึง ๔ องค์ สมัยรัชกาลที่ ๖ ตรัสว่า อุบลเป็นเมืองนักปราชญ์ (จะเห็นได้ว่าเดิมมีการพูดว่าคนอุบลเป็นปราชญ์ ซึ่งเป็นระดับบุคคล) ต่อไปมีเป้าหมายว่า พลเมืองเมืองนักปราชญ์ เพราะใครที่ข้ามสะพานมาเมืองอุบลเป็นคนอุบลแล้ว

ขอวกกลับมาที่หลวงปู่ชา อีกสักหน่อย ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย เป็นชาวต่างชาติเยอะ มีคนถามท่านว่า ภาษากลางก็ยังพูดไม่ค่อยได้ ภาษาอังกฤษยิ่งแล้วใหญ่ ไปสอนฝรั่งได้ยังไง หลวงปู่ชาตอบว่า โยม เคยเลี้ยงวัวเลี้ยงควายไหม เวลาจะให้ควายไถนา ท่านต้องพูดภาษาวัวภาษาควายด้วยเหรอ อิอิ จริงของท่าน ใช่ไหมครับ

มหาสารคามเป็นตักศิลา ขอนแก่นเป็นเมืองมหาวิทยาลัย แล้วอุบลเป็นอะไร   พ่อสุวิชช ตอบว่า อุบลเกิดพร้อมโคราช อัญเชิญพระแก้วมรกตไปถวายสมัยกรุงธนบุรี เมื่อเอาประวัติศาสตร์เมืองสองร้อยปีก่อนจะเห็นได้ว่าส่วนที่เป็นอุบลคือคมขวาน เป็นเมืองติดเขตแดน อุบลจึงเป็นหัวเมืองเอกเป็นเมืองลูกหลวง เจริญรุ่งเรืองมาก

อุบลมีพร้อมทั้งวัง วัด เพราะเป็นจังหวัดที่มีวัดมากที่สุดในโลก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สามารถขายวัฒนธรรมได้ มาคิดคำขวัญ มหาสารคามจึงว่าบ้านเมืองเขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ จึงเป็นเมืองแห่งความรู้ ขอนแก่นเป็นเมืองดอกคูณเสียงแคน คนอุบลว่า เอ..ขอนแก่นเอาไปได้อย่างไร เพราะดอกคูณเสียงแคน สมัย อ่อนวงศ์ หมอแคนก็คนอุบล แต่ก็ได้ไปแล้ว

ที่อุบล มีอนุสาวรีย์แห่งความดี ฝรั่งจะมาวันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ เวลา ๑๑ โมง ททท.ก็บอกให้พ่อสุวิชช ไปต้อนรับเขาหน่อย สืบสาวราวเรื่องจึงได้รู้ว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง พวกฝรั่งเป็นเชลยศึกของญี่ปุ่น ถูกใช้ให้ทำงานหนัก จนกระทั่งไม่มีแรงจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ เอามาขังมาล่ามไว้ คนอุบลก็อุตส่าห์หลบทหารญี่ปุ่นเอาอาหารไปให้ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรได้กินจนรอดชีวิตมาได้ ซึ่งในตอนนั้นหากถูกทหารญี่ปุ่นจับได้จะเดือดร้อนมาก แต่คนอุบลก็ยังไปช่วย ต่อมาเมื่อสงครามสงบ ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม ทหารญี่ปุ่นถูกจับเป็นเชลย คนอุบลก็แอบเอาอาหารไปให้ทหารญี่ปุ่นอยู่ดีเพราะความสงสาร  ลูกหลานของทหารสัมพันธมิตรเขามาระลึกถึงคุณความดี เขาจะติดดอกป้อบปี้ เอาเครื่องราชอิสรยาภรณ์,เหรียญกล้าหาญ มาวางที่อนุสาวรีย์นี้ด้วยความรู้สึกว่า แม้เขาจะได้เหรียญกล้าหาญ แต่คนอุบลกล้าหาญกว่าพวกเขามากที่เสี่ยงชีวิตมาช่วยพวกเขา ต้องว่ายน้ำเอาอาหารมาให้นักโทษ เหรียญกล้าหาญนี้สมควรได้แก่ชาวอุบล  อนุสาวรีย์แห่งนี้ฝรั่งสัมพันธมิตรสร้างเอาไว้ เดิมคนอุบลไม่รู้เรื่องว่าเสานี้คือเสาอะไร แต่บัดนี้คนอุบลเขารู้แล้วและภาคภูมิใจกับอนุสาวรีย์แห่งนี้ และกำลังจะจัดแสงสีเสียงเพื่อให้คนรุ่นหลังเข้าใจประวัติศาสตร์เมืองอุบลอย่างแท้จริง

อ.นิกร ได้เล่าให้ฟังถึงผ้าซิ่นไหมประวัติศาสตร์ ที่ชาวอุบลทอถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และเมื่อท่านเสด็จอุบล ท่านทรงนุ่งซิ่นไหมอุบล เสด็จลงจากรถ แล้วถามคุณตาของพ่อสุวิชช ว่าจำได้ไหมว่าผ้าที่ไหน ท่านก็ตอบว่าจำได้เพราะเป็นผ้าที่ชาวอุบลทอถวายเมื่อห้าปีที่แล้ว ท่านทำให้ชาวอุบลดีใจกันยกใหญ่ พ่อสุวิชช เล่าเสริมต่อไปว่า พระองค์ท่านมองเห็นถึงศิลปะและฝีมือของชาวอุบล สร้างงานให้ชาวอุบลมีรายได้ อ.นิกร คิดจะสืบทอดลายผ้าซิ่นไหมประวัติศาสตร์โดยการถามหาคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทอซิ่นผืนประวัติศาสตร์นั้น เอาภาพเก่ามาดูกัน พูดคุยกันว่าเราจะทอขึ้นมาใหม่เพื่อถวาย ชาวบ้านตั้งใจกันมากใช้เวลาทอเกือบ ๑ ปี ทอสองผืนเหมือนเดิม  ผืนหนึ่งใช้ดิ้นเงินเพื่อถวายสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อีกผืนหนึ่งไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ

ที่น่าภาคภูมิใจก็คือคนอุบลหวนกลับมาคิดมาทำเพื่อให้เด็กรุ่นหลังสนใจประวัติศาสตร์ของตัวเอง เพราะความรุ่งเรืองในอดีต ชี้ให้เห็นความรุ่งโรจน์ในอนาคต หากเป็นเช่นนี้ แน่นอนครับว่าการสืบทอดความเป็นปราชญ์ของชาวอุบลจะยังคงสืบทอดต่อไปอย่างไม่ขาดสาย ผมภาคภูมิใจแทนคนอุบลจริงๆ อ้อ…ผมก็เป็นคนอุบลไปแล้วเพราะนั่งรถข้ามสะพานหลายเที่ยวเหมือนกัน อิอิ

 

« « Prev : ๖๓.ไปคุยกับปราชญ์อีสาน

Next : ๖๕.ความไว้วางใจ๑ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

34 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.68452596664429 sec
Sidebar: 0.17696499824524 sec