๕๐.พลังวัฒนธรรม บ้าน มัสยิด วัด โรงเรียน(๒)

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 4 กันยายน 2008 เวลา 23:47 ในหมวดหมู่ เสริมสร้างสังคมสันติสุข #
อ่าน: 27077

 เอ๊า…เตรียมรับประเคน อิอิ ผมจะเล่าให้ฟังต่อว่าหลวงพี่ติ๊กกับวิทยากรท่านอื่นว่าอย่างไรกันบ้าง เรายังอยู่ที่หลวงพี่ติ๊กครับ
 หลวงพี่บอกว่า เมื่อเด็ก(เจ้าจุก)ไม่รู้ ผู้ใหญ่ก็ต้องบอก ต้องสอน มาจากแม่จากพ่อด้วยความเมตตา หากสอนเขาดีๆ ก็จะไม่เกิดเหตุการณ์ “กรรมใดใครก่อ ทุเรียนนั้นคืนสนอง”…. อิอิ


           ปัญหาทางใต้เกิดจากความไม่เข้าใจทางวัฒนธรรมและหมักหมมทับซ้อนมานาน ที่ได้ไปดูที่ปอเนาะดาลอ (ซึ่งเพิ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑)เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมคนร้ายตามหมายจับ และเกิดการยิงต่อสู้กัน คนร้ายถูกยิงตาย ๑ คน และจับได้อีก ๓ คน น้องนักเรียนคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาเคลียพื้นที่ เอาตัวนักเรียนออกไปจากปอเนาะ นักเรียนขอว่าทำละหมาดก่อน แต่เจ้าหน้าที่บอกให้ไปทำทีหลัง ซึ่งการทำละหมาดชาวมุสลิมถือเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกับเป็นส่วนหัว ไม่ให้ละหมาดก็เหมือนกับตัดหัวเขาไปแล้วจะอยู่ได้หรือ แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐมองเป็นเรื่องง่ายๆเลื่อนไปก่อนก็ได้ เรื่องเล็กๆก็จะขยายเป็นเรื่องใหญ่ได้
           ทำอย่างไรที่เราจะนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติอย่างจริงจัง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา
          ๑.ทำอย่างไรที่จะให้ศาสนิกในศาสนาอื่นเข้าใจศาสนามุสลิม อย่างไรทำได้ อย่างไรทำไม่ได้  อะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจเขาก็อย่าทำ
          ๒.เข้าถึง ให้คนแต่ละศาสนิกเข้าถึงหัวใจศาสนาของตนเองให้ดีพอ เพราะเท่าที่ทราบมุสลิมสอนให้คนรักสันติ เข้าถึงด้วยตนเองก็ยังไม่ดีพอต้องให้คนอื่นเข้าถึงและเข้าใจศาสนาของเราด้วย

          ที่ปอเนาะดาลอก็ยังชมน้องนักเรียนแม้จะแสดงความคิดเห็นไม่พอใจแต่ก็ยังมีอารมณ์ขัน น้องเขาเล่าว่าเจ้าหน้าที่อ้างว่ายิงขึ้นฟ้า ลองไปดูสิครับ แต่ไม่ใช่ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ สงสัยฟ้าของเขาคงจะต่ำแค่เอว แต่แผ่นดินสูง ไปดูรอยกระสุนได้เลยฟ้าสูงแค่เอว..อิอิ ประเด็นอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะเข้าใจกัน
          ๓.การร่วมใจกันพัฒนา อยากให้มีเอกภาพในเชื้อชาติเดียวกัน  ศาสนา ในความเป็นมนุษย์ด้วยกัน เราจะทำอย่างไรกันดี เราต้องพึ่งพาอาศัยกัน ทำอย่างไรให้เกิดบรมบวร อย่างแท้จริง

          หลวงพี่ติ๊กยังยกบทกลอนท้อปฮิตเวลามีงานวัด 555  ผมได้ฟังเป็นประจำ หลวงพี่ติ๊กเริ่มผมก็ท่องตาม 555
           วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย    บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย
           บ้านกับวัดผลัดกันช่วยก็อวยชัย  ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง
ทั้งวัดและมัสยิดต่างก็มีหน้าที่เหมือนกันในการที่จะขัดเกลาจิตใจของผู้คนให้เป็นคนดี อยากเห็นการเข้าใจกัน เข้าถึงกันและร่วมใจกันพัฒนา อย่าให้เกิดการกลับไปอีกรูปแบบหนึ่ง
          บ้านก็ขัดวัดก็ขูดพูดไม่ออก   บ้านก็บอกวัดก็บ่นทนไม่ไหว
          บ้านได้บุญส่วนวัดได้ปัจจัย    แล้วเมื่อไหร่เลิกบอกบุญพ่อคุณเอย  ฮา…
           ได้เวลาหลวงพี่ติ๊กไปฉันเพล ปล่อยให้วิทยากรที่เหลือบรรเลงกันต่อ แต่ก่อนจะเล่าให้ฟังในส่วนที่พี่ประสิทธิ์ เมฆสุวรรณ อภิปราย ผมก็มีกลอนไปเห็นที่วัดแห่งหนึ่งในภูเก็ตเขียนว่า
           ที่วัดนี้มีมากแล้วทั้งแมวหมา  โยมไม่ต้องจัดหามาถวาย
           ที่วัดนี้ต้องการอิฐหินปูนทราย  เชิญญาติโยมร่วมใจได้ทำบุญ     ฮา…
           หลังจากผ่านบ้าน มัสยิด วัด มาแล้ว ก็มาถึงโรงเรียน พี่ประสิทธิ์ ผอ.อำนวยการโรงเรียนเริ่มต้นก็แซวอัฮหมัดสมบูรณ์ ว่านึกว่าฟังเสียงพันธมิตรปลุกระดมบนเวที ฮา… อาจารย์เสาวณีย์ได้พูดถึงความสำคัญของครอบครัว บอกได้เลยว่าเดี๋ยวนี้แถวบ้านผมแม่บ้านเป็นใหญ่ ผู้หญิงมุสลิมขยัน ขับมอเตอร์ไซค์ไปเรียน กศน. ลองถามดูเขาบอกว่าผู้ชายพึ่งไม่ได้เลี้ยงแต่นก…(ในฐานะผู้ชายต้องบอกพี่ประสิทธิ์ว่า เราต้องประคบประหงมกันหน่อย เดี๋ยวมันไม่ขัน…ฮา..) ผู้หญิงเลี้ยงลูก กรีดยาง จะตายไม่ตายแหล่

           พี่ประสิทธิ์ฝากว่าถ้ารัฐบาลเข้าใจมัสยิด ใช้พลังของมัสยิดมาเป็นองค์กรช่วยแก้ไขปัญหาก็จะดีมาก(อย่างที่ อัฮหมัดสมบูรณ์ได้ว่าไว้..)เราหันไปมองโลก อิหม่าม โคไมนี่ ก็พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอิหร่านได้ 
            โรงเรียนมีหน้าที่ ๓ เรื่อง
     ๑.เป็นศูนย์กลางรวมกิจกรรมต่างๆของชุมชน ผู้นำศาสนา ทางการเมือง การปกครอง มารวมกันอยู่ที่โรงเรียน
     ๒.เป็นสถานบ่มเพาะ บ่ม คือบ่มให้เข้าที่ เพาะคือเพาะให้งอกงาม  เป็นหน้าที่หลักของโรงเรียน
     ๓.เป็นตัวแบบจัดความหลากหลายให้ลงตัว เด็กพุทธ ก็มี เด็กคริสต์ก็มี เด็กอิสลาม ก็มี ให้เขาอยู่กันได้อย่างลงตัว
 พี่ประสิทธิ์เห็นว่าข้อ ๓.นี้สำคัญที่สุด เพราะการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องจัดการในเรื่องเหล่านี้เช่นกัน ครูก็ต้องเรียนรู้ความหลากหลายนี้ให้เข้าใจ หากครูไม่เข้าใจก็แก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ ต้องจัดแบ่งแหล่งที่ให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้อยู่ได้ พัฒนาให้ผู้เรียนมีความรู้และคุณธรรม ท่ามกลางวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ให้เด็กมีเหตุมีผล  เหตุผลมีสองด้าน คือทางบวกและลบ ทางลบก็คือเอาชนะด้วยการทำลายล้างด้วยความรุนแรง เราพยายามสร้างให้เด็กมีเหตุผลทางบวก เพื่อให้ใช้เหตุผลในการต่อสู้อย่างสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาด้วยความสงบให้จบลงโดยไม่มีฝ่ายใดเสียหาย  สันติวิธีที่อยู่นิ่งๆไม่มีเหตุไม่มีผลใช้ไม่ได้ คนที่มีสมองคนที่มีวัยวุฒิอย่างพวกเรา ถ้าเหตุผลไม่ลงตัวไม่มีทาง เราจะให้เงียบโดยไม่ยอมรับฟังเหตุผล ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้

           เหตุที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เพราะอะไร ลองคิดดู เราพยายามแก้ไขมาตั้งนานแล้วแต่ก็ยังไม่สำเร็จ  ที่เข้ามาคลุกคลีกับปัญหาเหล่านี้เพราะครูก็ถูกยิงตาย ๑๐๒ ศพแล้ว ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่โรงพยาบาลก็หลายราย โรงเรียนเป็นเครื่องมือใหญ่ที่สุด แต่เราขาดการสร้างจิตสำนึกความเป็นไทยอย่างร้ายแรง กระทรวงศึกษาต้องคิดให้มาก แต่กระทรวงศึกษานิ่งมากมีธรรมข่มใจดีมากไม่กระดุกกระดิกเลย อิอิ…. ตายก็ฝัง ยังก็เลี้ยง ไม่มีการดำเนินการใดที่เป็นรูปธรรม เราไม่ได้ใช้ความสำคัญของโรงเรียนในการแก้ปัญหาเลย โรงเรียนตาฎีกา ปอเนาะ ดูเผินๆเรารู้สึกกลัว แต่ในความเป็นจริงโรงเรียนเหล่านี้เขาลำบากมากทั้งๆที่เป็นแหล่งบ่มเพาะคุณธรรมจริยธรรมและไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล โรงเรียนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอำนาจรัฐกับมวลชน เป็นสถานที่บ่มเพาะเด็กให้มีความรู้ มีคุณธรรม มีเหตุมีผล   และเหตุผลด้านลบเราพยายามดึงความศรัทธาทางศาสนาเข้ามาสร้างชอบธรรมให้กับตนเองในการทำกิจกรรมบางเรื่องที่เราคิดว่าเป็นอุดมการณ์ของเรา  เราพยายามดึงสิ่งที่ดีๆอยู่แล้วไว้ข้างหน้าแล้วเราอยู่ด้านหลัง เพื่อปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายที่เราทำ ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มที่ตรงนี้ ผมพูดแล้วไม่มีใครเชื่อ  กระทรวงศึกษาเคยไปเยี่ยม เคยให้ความสำคัญกับโรงเรียนเอกชนบ้างไหม ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอ เคยเข้าไปเยี่ยมเขาอย่างจริงจังบ้างไหม ส่วนใหญ่ก็ไปแค่ห้องครูใหญ่
            สถาบันต้องการให้พวกเราเข้ามาแก้ปัญหาสังคมแต่ละด้าน โดยเอามาปูพื้นฐานทางทฤษฎี บวกกับการที่ลงพื้นที่จริง และประสบการณ์ที่มีอยู่ในตัวอีกส่วนหนึ่ง จะทำให้บ่มเพาะพวกเรา สสสส๑ ให้สามารถนำความรู้ที่มีช่วยแก้ปัญหาให้กับสังคมได้ จึงฝากพวกเราในฐานะนักศึกษาและฝากท่านพลตรีพิเชษฐ์ วิสัยจร ในฐานะนักศึกษาและในฐานะที่จะเป็นแม่ทัพภาคที่๔ (ระหว่างที่เราอยู่ที่ยะลาเราก็ทราบว่าท่านได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพภาคที่ ๔ แล้ว)ให้ช่วยสานต่อความคิดและนำไปปฏิบัติ ขอให้รู้ปัญหาตั้งแต่ตอนนี้ อย่าเป็นเหมือนที่ผ่านๆมา ตอนอยู่ในตำแหน่งก็ไม่รู้อะไร พอออกจากตำแหน่งรู้ดีทุกอย่าง…ฮา….ฝากพี่พิเชษฐ์ ให้รู้ตั้งแต่ตอนนี้ อย่าไปรู้ตอนหลังเดือนกันยา ฮา….เราจะเริ่มต้นใช้สันติวิธีใช้เหตุผลคุยกับชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหา เราต้องให้คนบ้านเองดูแลคนบ้านเองน่าจะดีที่สุด ไม่ใช่ให้คนที่อื่นมาดูแลบ้านเพื่อน  ใช้มัสยิด ใช้อิหม่ามมาช่วยคิดแก้ปัญหา วัด พระก็เข้ามาช่วยแก้ปัญหา อยากให้ใช้บุคลากรของกระทรวงศึกษาที่มีอยู่เป็นหมื่นทำหน้าที่ให้เต็มที่…โดยเฉพาะงานมวลชน ไปช่วยชาวบ้านแบบที่ท่านพิเชษฐ์ แม่ทัพภาคที่ ๔ ทำ ต่อไปครูก็จะถือ อีเอ็มไปช่วยชาวบ้าน อิอิ(ท่านพิเชษฐ์ เข้าไปมัดใจชาวบ้านด้วยการเข้าไปช่วยเหลือดูแลการทำมาหากิน ใช้อีเอ็มช่วยให้พืชผลทางเกษตรของเกษตรกรได้รับผลผลิตดีทนทานต่อโรคแมลง ชาวบ้านรักท่านมาก ท่านลงจากเครื่องบินที่นราธิวาส ชาวบ้านไปต้อนรับท่านประมาณ ๔๐๐ คน)
          พี่ประสิทธิ์ ฝากว่าประการสุดท้ายว่า โรงเรียนเป็นหนึ่งในสามเส้า บ้าน วัด โรงเรียน/ บ้าน มัสยิด โรงเรียน ประเทศไทยและกระทรวงศึกษาธิการลืมสามเส้านี้ไปแล้ว การแก้ปัญหาจึงยากมาก
          ยังไม่จบครับเพราะยังมีบทสรุปของแต่ละท่านอีก ขอต่อให้จบในคราวหน้านะครับ

« « Prev : ๔๙.พลังวัฒนธรรม บ้าน วัด มัสยิด โรงเรียน

Next : ๕๑.พลังวัฒนธรรม บ้าน มัสยิด วัด โรงเรียน(๓) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2402 ความคิดเห็น