๗๕.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน ๒

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 20 กุมภาพันธ 2009 เวลา 6:35 ในหมวดหมู่ เสริมสร้างสังคมสันติสุข #
อ่าน: 28307

รุ่งเช้าเราต้องเช็คเอ้าท์ ก่อนไปก็เข้าห้องอาหารทานอาหารเช้า ผมเดินไปสั่งออมเล็ต เขาบอกว่าเดี๋ยวรอก่อนกำลังทำ ผมเห็นเขาผัดมะเขือเทศสุก เห็ดและหอมใหญ่จนเละๆ ก็สั่งเขาไว้เลย ๑ ที่นึกในใจว่าที่นี่เขาแปลกดี ทำออมเล็ตเขาทำไส้มันก่อนทอดไข่ทีหลัง แต่จริงๆแล้วมันเละๆอย่างในภาพนั่นแหละ ผมไปจัดการไส้กรอก กับผักดองมีกระเทียม(ตอนตักไม่รู้ว่าดอง) ผักโน่นผักนี่ แต่พอเริ่มทานพ่อเจ้าประคุณเอ๋ย ทำไมมันเปรี้ยวอย่างนี้ กินไข่ต้ม แล้วเดินดู เอ๊ะ…มีโรตีแปะโอ่งนี่นา…ใช่แล้วที่เขาเรียกว่า นาน..ก็เลยสั่ง ๑ แผ่น มีตะกร้าอยู่ก็เอาตะกร้าไปรองพอนานสุกได้ที่คนที่ ๑ ก็โยนให้ตรงช่อง ผมหยิบใส่ตะกร้าทั้งบานๆ นึกในใจว่ามันทำขนาดใหญ่ทำไมใส่ตะกร้าเล็กจัง วะ… พอเอามาแบ่งกินกันที่โต๊ะอร่อยไปเอาชิ้นที่สอง พอคนแรกโยนมาที่ช่อง คนที่สองมองหน้าผมรีบจับนานพับให้ใส่ลงตะกร้าพอดี…เออ…ตูโง่…..ฮา….ทำนาน
ไกด์พาเราไปชมพระราชวังโกเลสตาน หรือพระราชวังแห่งดอกไม้ ของพระเจ้าชาร์ สวยงามมาก ถ่ายรูปได้มากมายความจริงยังไม่สะใจเพราะยังมีสวยๆให้ถ่ายอีกเยอะ ผมถ่ายนกได้หลายภาพ ไกด์พาเราไปชมความงามของทั้งภายนอกภายในลวยลายประดับประดาไปด้วยดอกไม้ รอบนอกก็มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เสียดายที่เรามาหน้าหนาว ถ้ามาฤดูใบไม้ผลิน่าจะงามกว่านี้อีกหลายเท่า ขนาดเรามีเวลาเที่ยวไม่มากเรายังหลงไหล พี่อภัยเห็นแล้วยังอยากเป็นชาร์มีสาวๆในฮาเร็มตามฝัน…. โกเลสตาน
โกเลสตาน๒

ผมเก็บภาพที่นี่มาหลายภาพ ให้เห็นความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์อิหร่านในอดีต คุณเลอพงศ์ ไกด์จากเมืองไทยเล่าเรื่องโคมัยนี่กับชาร์แห่งอิหร่านที่ไม่เคร่งศาสนาชอบดื่มสุราของมึนเมา กับพระราชินีที่แต่งตัวผิดหลักศาสนา จนถูกปฏิวัติเนื่องจากในอิหร่านยังมีพวกอนุรักษ์นิยมเยอะมาก พวกอนุรักษ์นิยมเหล่านี้คือผู้ที่เคร่งศาสนาเมื่อประชากรที่เคร่งศาสนามองการกระทำของผู้นำที่กระทำผิดหลักศาสนาจะเกิดอะไรขึ้น

สมัยก่อนถนนต่างๆตั้งชื่อตามอเมริกา แต่แล้วหลังปฏิวัติ อะไรๆก็โคมัยนี่ สะพานโคมัยนี่ ถนนโคมัยนี่ ที่พูดนี่มิได้ต่อว่าต่อขาน แต่เห็นด้วยกับการยกย่องเชิดชูบุคคลที่เราเคารพ แต่ก็เห็นสัจจธรรมอยู่อย่างตามหลักศานาพุทธ อนิจจังเป็นของไม่เที่ยง ไม่มีอะไรเป็นตัวกูของกู วันนี้สิ่งนี้เราเรียกชื่อว่าอย่างนี้ ต่อไปข้างหน้ายังไม่รู้เขาจะเรียกสิ่งนั้นว่าอะไร

เราสามารถถอดบทเรียนออกมาได้ว่าแม้จะยิ่งใหญ่ขนาดไหน เมื่อใดที่มองไม่เห็นไพร่ฟ้าประชาชีไม่ว่าเขาจะมีเชื้อสายเผ่าพันธุ์ใดก็ตาม ไม่ปฏิบัติตามศีลธรรมจรรยาอันดีงาม อำนาจอาจล่มสลายได้
จากนั้นเรามาทานอาหารเที่ยง เหมือนกับอาหารเที่ยงและอาหารเย็นของทุกวัน ไม่ใช่ปลาก็ไก่มีผักดอง แตงดอง มีนาน มีข้าวขาวและมีข้าวเหลืองๆไม่กี่เม็ดโปะบน เหมือนกันทุกร้านแม่เจ้าประคุณเอ๋ย กินอยู่ได้ไม่มีเปลี่ยนเมนูเลย กินเพื่อประทังชีวิตกินไปเหอะ จะได้เข้าใจพุทธศาสนาในเมืองอิสลามได้มากขึ้น อิอิ ว่าอย่ากินเพื่อความอร่อยแต่กินเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดเท่านั้น

ระหว่างการเดินทางในเมืองเตหะราน สิ่งที่เราพบเห็นคือการขับรถของคนอิหร่าน มันส์มากครับพี่น้อง ไม่ต้องสนใจกฎเกณฑ์อะไรมากมาย เอาเป็นว่าใครไปก่อนได้ก็ไปก่อน ดังนั้นเราจึงเห็นรถแซงขวาขึ้นมาแล้วเลี้ยวซ้ายตัดหน้าไปเฉยๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนขับรถที่ถูกตัดหน้าก็ทำเพียงกดแตรระบายความรู้สึก อิอิ แล้วก็ขับต่อโดยไม่เห็นอาการเครียดสักเท่าใด แต่พวกเราที่ไปด้วยกันพวกที่ขับรถเป็นขาขวาจะช่วยคนขับเหยียบเบรคทุกที ฮา..เบรคทันทุกทีเหมือนกัน มีก็แต่พี่สีน้อยลากกระเป๋าข้ามถนนโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวกระเป๋าเสียเฉยๆงั้นแหละ ดีที่ไม่เป็นอะไร..

เฮ้อ..ต้องไปเห็นเองถึงจะเชื่อว่าประเทศที่มีกฎระเบียบเข้มงวดในเรื่องอื่น เช่น ผู้หญิงเข้าประเทศไม่ว่านับถือศาสนาอะไรต้องโพกหัว ผู้ชายหากข่มขืนผู้หญิงต้องถูกประหารชีวิต ลักทรัพย์ต้องถูกตัดมือ แต่กับกฎจราจรยังไงก็ได้ แต่ที่น่าแปลกผมไม่เห็นลงจากรถมาชกกัน ไม่เห็นด่ากัน ถ้าเป็น กทม.บ้านเราสงสัยจะมีคนตายกลางสี่แยกหลายศพ ฮา…..และที่วงเวียนมีรถจอดกันหลายชั้นได้ความว่าเขาจอดรถแล้วไปทำละหมาดกันที่สุเหร่า..แถมรถมอเตอร์ไซค์ที่นี่ก็แปลกดีคือมีบังลม ผมเห็นก็ถ่ายรูปมา สักพัก เฮ้ย..มีแปลกกว่านั้นอีก มันมีบังแดดด้วย ฮา…น่าเอามาใช้บ้านเรา อิอิ รถที่อิหร่าน

เรามาต่อกันเรื่องการไปทัศนศึกษากันต่อ ตอนแรกไกด์ว่าจะพาไปดูและพิพิธภัณฑ์เพชรพลอย และหอคอยอาซาดีแต่เนื่องจากเขามีการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษ จอดรถให้เราลงไปถ่ายรูปกับหอคอยไม่ได้ แต่ผมถ่ายจากในรถมาได้ พิพิธภัณฑ์เพชรพลอยก็ปิด ก็เลยพาเราไปตะลุยร้านขายถั่ว เขาขายดีมากคนแน่น แต่ ๘๐ เปอร์เซนต์ในร้านคือพวกเรา เขาให้เราชิมฟรี ชิมกันคนละกำสองกำ อ้าวจริงๆ มันเยอะมาหลากหลายชนิด ทั้งถั่วชนิดต่างๆ ผลไม้แห้งชนิดต่างๆ เขาให้กินได้เต็มที่ แต่จริงๆสงสัยเขาชาร์ทลงในค่าของไปแล้วแน่นอน…อิอิ ซื้อกันหูดับตับไหม้ (ภาพร้านถั่ว)
ร้านขายถั่ว

ผมไม่รู้จะซื้ออะไร หยิบไอ้โน่นก็อร่อย ไอ้นี่ก็อร่อยจนอิ่มแล้ว เห็นมีถั่วต่างๆแบบรวมมิตรแต่มีถั่วมากกว่าบ้านเรา ให้คนขายตักให้เขาถามว่า ๑ กิโลผมพยักหน้าหงึกเดียว แถมไม่รู้ว่าราคาเท่าไหร่ ระหว่างที่ยืนรอจ่ายตังค์นานมากรู้สึกเซ็ง นึกในใจว่าตูซื้อมาทำไมไฉนนี่ถุงละกิโลเขาซีลให้ แล้วตูแกะกินยังไงแกะแล้วกินไม่หมดก็หมดความกรอบ เฮ้อ..แล้วเราต้องรีบไปสนามบิน
พอถึงปากทางสนามบินมีปัญหาอีกแล้วเขาไม่ให้รถใหญ่เข้า เสียเวลาต่อรองอยู่พักหนึ่งไม่เป็นผลเราต้องยอมแพ้ ขนกระเป๋าลงจากรถลากไปมั่งหิ้วไปมั่งไปเช็คอินในเวลาที่จิมจวนเต็มที เช็คเสร็จเครื่องดีเลย์ ฮา…

กว่าจะได้ออกจากเตหะรานก็เป็นเวลา ๔ โมงเศษเกือบห้าโมง มาถึงก็หกโมง ไกด์ก็พาเราไปซื้อพรมเพื่อหายรายได้ก่อน อิอิ แล้วเราไปเดินที่ขายของบริเวณจตุรัสอิหม่ามหรืออิหม่ามสแควร์ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเทียนอันเหมิน คืนนั้นเราเห็นเพียงช่องเล็กช่องเดียว พวกเราซื้อพรมกันไม่กี่ผืนแต่เขาก็ได้หลายตังค์ เพราะพรมที่ซื้อมาราคาชิ้นละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๒ ชิ้น กับชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีก กับมีแหล่งชอบปิ้งเล็กๆ แต่ผมยังไม่ซื้อพรุ่งนี้จะมาซื้อใหม่…ร้านขายพรม

เราไปที่โรงแรม ทานอาหารเย็น แล้วแยกย้ายกันเข้าห้องพัก ผมว่าคืนนี้ก็คงไม่มีใครเที่ยวไหนอีกนั่นแหละ…เพราะไม่มีที่ให้เที่ยว อิอิ

« « Prev : ๗๔.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน

Next : ๗๖.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน ๓ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1496 ความคิดเห็น